ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลารัก องค์รัชทายาท

ย้อนเวลารัก องค์รัชทายาท

เมื่อศัลยแพทย์หนุ่มหลุดย้อนเวลามาอยู่ในร่างพระชายาขององค์รัชทายาท เขาจึงต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางสมรภูมิชิงอำนาจและการเมืองในวังหลวงที่แสนอันตราย เขาต้องเรียนรู้วิธีการปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอด พร้อมกับพยายามเอาชนะใจองค์รัชทายาทผู้เย็นชาให้จงได้ เส้นทางความรักครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยอุปสรรคและการต่อสู้ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการถึงในโลกใบเดิมที่เขาจากมา
ตอน
แชร์

ตอน 1

ท่ามกลางแสงไฟนีออนสว่างไสวของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมาอย่างรีบเร่ง เสียงโทรศัพท์ดังสนั่นจากเคาน์เตอร์พยาบาล แพทย์และพยาบาลต่างทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วย แต่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านั้น มีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนเด่นอยู่ท่ามกลางแผนกวิสัญญีและห้องผ่าตัด ด้วยท่าทีสงบและมั่นใจ

“เตรียมคนไข้พร้อมหรือยัง” น้ำเสียงหนักแน่นของเขาดังขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจของห้องผ่าตัด นายแพย์ วายุ รัตนะวาทิน ศัลยแพทย์หนุ่มวัย 28 ปี ผู้มีฝีมือเป็นที่ยอมรับและโดดเด่นในวงการการแพทย์ รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าสวยหวานแม้แต่ผู้หญิงยังต้องอายผสมผสานกับแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความใจเย็น ทำให้เขาเป็นแพทย์ที่ผู้ป่วยทุกคนต่างไว้วางใจ

“พร้อมแล้วค่ะคุณหมอ” พยาบาลตอบกลับ ก่อนที่ประตูห้องผ่าตัดจะปิดลง

วายุเป็นแพทย์ที่ไม่เพียงแต่มีทักษะทางศัลยกรรมหัวใจและหลอดเลือดที่ยอดเยี่ยม แต่ยังมีความอดทนและความสงบในการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ทุกการเคลื่อนไหวของเขาในห้องผ่าตัดเปรียบเสมือนศิลปินที่กำลังบรรเลงบทเพลงอย่างชำนาญ การผ่าตัดที่ซับซ้อนและยากลำบากกลายเป็นเรื่องที่ดูง่ายเมื่ออยู่ในมือของวายุ

“รอดูอาการในห้องไอซียูอีก 48 ชั่วโมง แต่โอกาสรอดเกิน 90%” นายแพทย์วายุกล่าวหลังการผ่าตัดสำเร็จ ผู้ป่วยที่เคยมีสภาพวิกฤติก่อนหน้านี้ได้รับโอกาสอีกครั้งจากการรักษาของเขา 

เขายืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย ตรวจดูผลลัพธ์ของการผ่าตัดหัวใจด้วยความพอใจ ท่ามกลางคำชื่นชมจากทีมแพทย์และพยาบาลรอบข้าง แต่ทว่าภายใต้รอยยิ้มบาง ๆ ของเขา กลับซ่อนความเหนื่อยล้าและความกดดันที่ซ่อนอยู่ลึกในใจ วายุทุ่มเทชีวิตให้กับการรักษาผู้คนจนแทบไม่มีเวลาสำหรับตัวเอง

ช่วงเวลาหลังเลิกงาน ร่างโปร่งบางของวายุถอดชุดกาวน์ออกแขวนไว้ แล้วหยิบกระเป๋าเดินออกจากโรงพยาบาล ด้วยท่าทีเรียบง่ายเหมือนทุกวัน เขามักจะขับรถกลับบ้านด้วยตัวเอง หลีกเลี่ยงงานเลี้ยงสังสรรค์หรือการใช้ชีวิตหรูหรา เพราะในใจของเขาเต็มไปด้วยเป้าหมายในการช่วยเหลือชีวิตคน การรักษาผู้ป่วยให้หายจากโรคร้ายคือสิ่งเดียวที่ทำให้เขามีความสุข

แต่ในขณะที่เขากำลังขับรถกลับบ้าน ความเงียบสงบที่วาดไว้กลับพังทลาย เมื่อรถบรรทุกที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงเบียดเข้ากับรถของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว

โครม! 

รถของวายุพลิกคว่ำหลายตลบก่อนจะหยุดนิ่ง ความเจ็บปวดแทรกซึมเข้ามาในร่างกายของเขาอย่างรุนแรง ท่ามกลางสติที่เริ่มเลือนราง เขาพยายามควบคุมตัวเองให้ไม่หลับ แต่ทุกอย่างก็ค่อย ๆ จางหายไปพร้อมกับเสียงหวอของรถพยาบาลที่ใกล้เข้ามา…

“ทำไม... เราต้องมาเจออะไรแบบนี้..” เสียงสุดท้ายที่เขาคิดได้ก่อนทุกสิ่งทุกอย่างจะมืดสนิทลง โดยที่วายุไม่รู้เลยว่า ชะตากรรมของเขากำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล...

แสงไฟสว่างจ้าของห้องฉุกเฉินยังคงไม่ดับลง แม้การช่วยชีวิตจะดำเนินไปอย่างไม่ลดละ กว่าแพทย์และพยาบาลจะล้อมรอบเตียงของวายุ จ้องมองที่จอมอนิเตอร์ที่แสดงผลชีพจรที่ค่อย ๆ ลดลงทุกวินาที แต่ทุกคนในห้องต่างรู้ดีว่าพวกเขากำลังต่อสู้กับสิ่งที่ยากจะเปลี่ยนแปลงได้

“หัวใจหยุดเต้น!” เสียงของแพทย์ผู้หนึ่งดังขึ้น แพทย์หลายคนเร่งช่วยกันช็อกไฟฟ้า หวังให้หัวใจของวายุกลับมาทำงานอีกครั้ง การกดหน้าอกและการให้ออกซิเจนถูกทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“หนึ่ง สอง สาม...” เสียงนับอย่างรวดเร็วที่เต็มไปด้วยความหวัง เริ่มกลายเป็นเสียงที่แผ่วเบาลง เมื่อเวลาผ่านไปโดยไร้วี่แววตอบสนองจากวายุ แม้เขาจะเป็นหมอที่ทุ่มเทชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น แต่วันนี้กลับเป็นวันที่ทุกคนในโรงพยาบาลพยายามช่วยเหลือชีวิตของเขาอย่างสุดความสามารถ

“หยุดแล้ว...” เสียงหนึ่งที่แฝงไปด้วยความโศกเศร้าดังขึ้นหลังจากความพยายามที่ยืดเยื้อนานกว่าชั่วโมง แพทย์ที่อยู่รอบเตียงถอนหายใจเงียบ ๆ ด้วยความเสียใจ ชีพจรของวายุหยุดลงอย่างถาวร ทิ้งไว้เพียงร่างที่ไร้ชีวิตของศัลยแพทย์หนุ่มผู้เป็นที่รักของทุกคน

คุณพ่อและคุณแม่ของวายุนั่งอยู่ในห้องรับรอง หัวใจของพวกเขาเหมือนหยุดเต้นลงเช่นเดียวกับลูกชาย เสียงโทรศัพท์แจ้งเหตุการณ์ทำให้พวกเขารีบรุดมาที่โรงพยาบาลด้วยความหวังว่าลูกชายที่พวกเขารักจะฟื้นคืนมาอย่างปลอดภัย แต่เมื่อนายแพทย์วาทิน ผู้เป็นลูกชายคนโต ที่ทำการช่วยชีวิตน้องชายเดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าหม่นหมอง พวกเขารู้ในทันทีว่าความหวังที่มีอยู่ได้พังทลายลง

“คุณพ่อคุณแม่ครับ ผมเสียใจครับ ที่ผมพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตน้องเอาไว้ได้ ฮือ ฮือ ฮือ” วาทิน ผู้เป็นลูกและเป็นหัวหน้าทีมแพทย์ผู้ทำหน้าที่รักษาวายุได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน้ำตาไหลอาบน้ำ ส่วนคนเป็นพ่อกับแม่ต่างไม่พูดอะไร พวกท่านทั้งสองเป็นอดีตแพทย์ศัลยกรรมมือหนึ่งและเป็นเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ รู้ดีว่าสุดท้ายแล้วชีวิตลูกชายของตัวเองต้องจบลงเช่นไร ท่านทั้งสองจึงได้แต่กอดกัน ร้องไห้สะอื้นเบา ๆ เสียงนั้นเป็นเสียงแห่งความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยายได้ ลูกชายคนเล็กที่เคยเป็นความหวังและความภูมิใจของครอบครัวอีกคนได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว งานศพของนายแพทย์วายุถูกจัดขึ้นที่วัดใกล้บ้าน ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน รวมถึงผู้ป่วยที่เคยได้รับการรักษาจากเขาต่างหลั่งไหลเข้ามาเพื่อแสดงความเคารพครั้งสุดท้าย ดอกไม้สีขาวถูกวางไว้เรียงรายเต็มทั่วบริเวณ รูปถ่ายของวายุในชุดกาวน์ยืนเด่นอยู่กลางโลงศพ แสดงถึงความสง่างามและความเมตตาที่เขาเคยมอบให้แก่ผู้ป่วย

เสียงสวดมนต์ในงานศพแผ่วเบาไปพร้อมกับน้ำตาของคนที่มาไว้อาลัย หลายคนยังไม่เชื่อว่าแพทย์หนุ่มผู้ทุ่มเทคนนี้ได้จากโลกไปอย่างกระทันหัน ขณะที่พ่อและแม่ของเขายังคงนั่งเงียบอยู่ข้างโลงศพ ดวงตาที่เคยเปี่ยมด้วยความรักและภูมิใจในลูกชาย ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่าและสูญเสีย

ในคืนสุดท้ายของการสวดมนต์ก่อนการเผาศพ ฝนตกหนักราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้ เสียงฟ้าร้องกึกก้องไปทั่ว พ่อและแม่ของวายุยังคงนั่งเฝ้าอยู่ข้างโลงศพลูกชาย โดยไม่สนใจความหนาวเย็นที่ปกคลุม

“ลูกแม่... ทำไมชีวิตถึงเป็นแบบนี้” แพทย์หญิงวารุณี แม่ของวายุกระซิบเบา ๆ น้ำตาไหลรินออกมาไม่หยุด ขณะที่นายแพทย์ศรัญ พ่อของวายุได้แต่กอดภรรยาไว้แน่น พวกเขาทั้งคู่ยังไม่สามารถยอมรับความจริงที่โหดร้ายนี้ได้

ท่ามกลางความโศกเศร้าที่คลุ้งไปทั่ว วายุกลับไม่รู้สึกถึงสิ่งใด เขาไม่รู้ตัวว่าเวลานี้เขากำลังจะก้าวเข้าสู่การผจญภัยที่เหนือความคาดหมาย และกำลังจะพบกับชีวิตใหม่ในยุคที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย BAIT NAVA เหยื่อของนาวา(จบ)
8.7
สายลม นักศึกษาปีสี่ผู้สู้ชีวิตต้องเผชิญกับความวุ่นวายครั้งใหญ่ เมื่อโชคชะตานำพาให้เธอพบกับ นาวา ชายหนุ่มลุคเถื่อนที่มีรอยสักเต็มตัวและนิสัยดุดัน แม้เธอจะพยายามหลีกหนีผู้ชายอันตรายคนนี้เพียงใด เขากลับยิ่งรุกคืบเข้ามาในชีวิตเธออย่างไม่ลดละ พร้อมประกาศตัวตนที่เอาแต่ใจและเปิดเผยอดีตอย่างตรงไปตรงมาจนเธอตั้งตัวไม่ติด ท่ามกลางความกดดันจากการทำงานและเรียน สายลมจะจัดการอย่างไรกับผู้อยู่เหนือการควบคุมคนนี้ที่คอยวนเวียนไม่ยอมห่างไปจากชีวิตเธอเสียที
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงพิศวาส
9.7
จันยาวีร์ถูกรัฐภูมิจองจำไว้ด้วยความแค้นหลังเธอพยายามลักลอบขโมยของล้ำค่าจากเขา ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตัดสินใจลงทัณฑ์สิบแปดมงกุฎสาวด้วยยาปลุกอารมณ์ชนิดรุนแรงจากตลาดมืดเพื่อดัดนิสัย แม้เธอจะพยายามขัดขืนเพียงใดก็ไม่อาจต้านทานฤทธิ์ยาที่ทำให้ร่างกายร้อนรุ่มและกระหายในกามารมณ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางความทรมานจากแรงปรารถนาที่พลุ่งพล่าน รัฐภูมิเฝ้ามองเหยื่อสาวด้วยความสะใจก่อนจะเริ่มบทเรียนพิศวาสอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนที่เธอริอ่านมากระตุกหนวดเสืออย่างเขา
หน้าปกนวนิยาย พันศักดิ์
8.8
“กลางวันแสกๆ ไม่อายฟ้าอายดิน” พันศักดิ์เบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้า เด็กสาวใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ตัวสั่นเทาสะบัดมือหนีมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกระเผลกๆ ออกจากกระท่อม หนุ่มใหญ่สบถยาวเหยียดเมื่อหันไปเห็นก้นขาวๆ ของเด็กสาววัยสิบแปด เธอเอาเสื้อผ้าขาดๆ ปิดบังเนื้อตัว ร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินหนีด้วยเนื้อตัวสั่นเทา “จะไปไหน” ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรตามมากระชากแขนเล็กของเด็กสาว เธอสะดุ้งสุดตัวยังร้องไห้ไม่ขาดสาย “มังคุดจะกลับบ้าน” มังคุดตอบเสียงสั่นๆ สะอื้นจนตัวโยน “เดินแก้ผ้าไปแบบนี้น่ะเหรอ” ขาเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจไม่น้อย “แล้วจะให้มังคุดทำยังไง” เด็กสาวถามเสียงสะอื้น “เอาใบกล้วยปิดไหมกันอุจาดตา” เขาประชดแต่เธอกัดปากตัวเองแล้วสะบัดมือหนี “โกรธรึที่มาขัดจังหวะ” พันศักดิ์เลิกคิ้วขึ้นถาม “ปากร้าย มังคุดไม่เคยคิดจะมีผัวทีเดียวสิบคนหรอกนะ” “อ้อ... นึกว่าอยาก” “ลุงศักดิ์!” เธอเสียงดังใส่เขายังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตาเปรอะเปื้อน กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด! เสียงกรีดร้องดังขึ้น พันศักดิ์อุ้มร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขนหลังจากสะพายปืนลูกซองไปทางด้านหลัง เธอปัดป้องปิดบังเนื้อตัวเป็นพัลวัน “อย่าดิ้นสิ ตกลงไปแข้งขาหักไม่รู้ด้วยนะ” คนเถื่อนหน้าดุทำเสียงดุ เด็กสาวรีบหยุดดิ้นกอดคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ยังสะอึกสะอื้นอยู่ไม่หาย เธอซุกหน้าที่อกกว้าง อับอายหนักหนาที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเขา “ทีหลังก็นัดมันมาทีละคนสิ สิบคนไม่ฉีกขาดรึ” “มังคุดเปล่านัดใครนะ พวกนั้นมาดักฉุดจะรุมข่มขืน ไม่เห็นหรือไงว่ามังคุดร้อง” เธอเถียงคอเป็นเอ็น “อ้อ... จะไปรู้เรอะ ผู้หญิงบางคนชอบร้องให้ผู้ชายตื่นเต้น” เธอกัดปากตัวเองเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนั้น
หน้าปกนวนิยาย ยอดคุณหมอสกุลเฉิน
9.4
จากชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงลูกเขยไร้ค่าและถูกดูแคลนว่าไม่ต่างจากขยะ ชีวิตของเขากลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิงหลังจากเผชิญอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เหตุการณ์นั้นนำพาให้เขาได้รับมรดกตกทอดอันล้ำค่าจากบรรพบุรุษตระกูลเฉินโดยบังเอิญ พลังลึกลับนี้เปลี่ยนให้เขากลายเป็นหมอเทวดาผู้มีทักษะการรักษาเหนือชั้นเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง จากชีวิตที่เคยมืดมนกลับกลายเป็นตำนานบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถด้านการแพทย์อันยอดเยี่ยมและทรงพลังในโลกปัจจุบัน
หน้าปกนวนิยาย เรือนนารีสกุล
8.5
ท่ามกลางป่าสนและขิมะอันหนาวเหน็บแห่งเสี่ยวเป้ย เรือนนารีที่เคยงดงามกลับปิดตายเป็นความลับนับสิบปีหลังการตายปริศนาของเจ้าของเรือน ทว่าภายในนั้น เจียวเจี๋ย พี่สาวผู้สืบทอดตระกูลเจียว ยังคงซ่อนตัวสมาชิกที่เหลือรอดรวมถึง เจียวลู่ น้องสาวคนเล็กให้พ้นจากสายตาภายนอก แม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่เพลิงแค้นจากการถูกลอบสังหารล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อนยังไม่มอดดับ สองพี่น้องที่รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ในวันนั้น กำลังรอคอยเวลาทวงคืนความยุติธรรมให้แก่สายเลือดที่ถูกพรากไปอย่างไม่เป็นธรรม
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่
9.7
เฉียวลู่ดาราสาวชื่อดังต้องพักงานเพราะข่าวฉาวจึงเลือกกลับบ้านเกิดจนพบเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิต ด้านฉีหมิงเยี่ยนอนุชาฮ่องเต้แคว้นฉีได้รับบาดเจ็บสาหัสจนความจำเสื่อมขณะปฏิบัติภารกิจลับและได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลเฉียว ส่วนเซียวยิ่นฮ่องเต้แคว้นเซียวผู้ไร้ทายาทได้สั่งทหารออกตามหาอดีตฮองเฮาและโอรสตามคำทำนายอย่างลับๆ ขณะที่ฉินอี้เหยาต้องแสร้งลืมอดีตหลังพาลูกน้อยหนีตายจากเหตุการณ์ร้ายแรงเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนแห่งนี้