
ที่แท้เป็นคุณหนูตัวจริง
ตอน 3
เสิ่นชิงไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว เธอจ้องมองไปตรงๆ ด้วยสายตาเย็นชา “แจ้งตำรวจเหรอ? ได้ ถ้าฉันไม่ได้ขโมย พวกคุณจะชดเชยยังไง?”
“จะเป็นไปได้ยังไงว่าไม่ได้ขโมย”
แม่เสิ่นพลิกข้างหลังสร้อยคอขึ้นมา จู่ๆ ก็เบิกตากว้าง ราวกับถูกคนบีบคอ “เป็น เป็นไปได้ยังไง ที่ฉันซื้อมาคือหมายเลขเก้า แล้วข้างบนนี้เป็นหมายเลขหนึ่งไปได้ยังไง!”
“หมายเลขหนึ่ง!” รอยยิ้มของเสิ่นซินโหรวจางหายไป รู้สึกเหลือเชื่อ “เป็นไปไม่ได้!”
นี่มันเป็นสร้อยคอเส้นนั้นของเธอชัดๆ !
เสิ่นซินโหรวแย่งมาดู เป็นหมาเลข “หนึ่ง” จริงๆ ด้วย!
“เป็นไปได้ยังไง...” เสิ่นซินโหรวอึ้งตะลึงไป
เสิ่นชิงมีเครื่องประดับที่Qingออกแบบได้ยังไงกัน แถมยังเป็นหมายเลขหนึ่งที่ราคาแพงและล้ำค่าที่สุดในซีรี่ส์ด้วยงั้นเหรอ?
เสิ่นซินโหรวถามขึ้นมา “พี่มีเครื่องประดับหมายเลขหนึ่งได้ยังไง นี่เป็นเวอร์ชั่นแรกที่Qingออกแบบ เป็นแม่แบบของซีรี่ส์นี้ มูลค่าตั้งหลายสิบล้าน!”
เสิ่นชิงหยิบของตัวเองกลับคืนไป ก่อนจะเก็บลงไปในกระเป๋า
ก็แค่ของที่เธอออกแบบเล่นๆ เท่านั้น
“พี่ยัดของที่มีมูลค่ามหาศาลขนาดนี้ไว้ในกระเป๋าเนี่ยนะ?? ” เสิ่นซินโหรวสีหน้าตกตะลึง เธอรู้หรือเปล่าว่าสร้อยคอเส้นนี้มันมีมูลค่าเท่าไร?!
เสิ่นชิงไม่แม้แต่จะชายตามอง “นี่เป็นของของฉัน ฉันจะเก็บยังไงมันก็เรื่องของฉัน”
“จะแจ้งตำรวจไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยังไม่แจ้งล่ะ? ถ้าไม่แจ้งฉันก็จะไปแล้วนะ ฉันยังต้องไปหาพ่อแม่แท้ๆ ของฉันอีก”
เสิ่นซินโหรวค้นหาไปมาอย่างไม่ยอมตัดใจ แต่กลับเจอแค่เสื้อผ้าธรรมดาทั่วไปเท่านั้น ไม่เจอของที่จะเอามาข่มขู่เสิ่นชิงได้เลย เธอจึงกัดริมฝีปากแน่น
แม่เสิ่นเปลี่ยนความคิดทันที ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาแทบจะไม่ได้ให้เงินเสิ่นชิงใช้จ่ายเลย เธอไม่มีทางซื้อของที่แพงขนาดนี้ได้อย่างแน่นอน
จะต้องเป็นของปลอมแน่นอน!
คิดไม่ถึงว่าเสิ่นชิงจะฟุ้งเฟ้อถึงขนาดที่ซื้อสร้อยปลอมที่เหมือนกันกับซินโหรวขนาดนี้
ไม่หัดดูสถานะตัวเองเลยเหรอ?
ลูกสาวของเกษตรกรจากบ้านนอกแบบเธอ คู่ควรกับสร้อยแบบเดียวกับที่คุณหนูของตระกูลเสิ่นสวมใส่อย่างนั้นเหรอ? ต่อให้เธอสวมใส่มันออกไปเชิดหน้าชูตา มองแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นของปลอม
น่าอับอายขายขี้หน้าสิ้นดี
เมื่อเห็นแบบนี้แม่เสิ่นก็สบถหึออกมา เสิ่นชิงไม่เคยไปที่หมู่บ้านหยุนซีเลย ไม่รู้ว่าชีวิตที่บ้านนอกมันลำบากตรากตรำขนาดไหน หลังจากที่เธอได้เจอกับพ่อแม่แท้ๆ แล้ว ก็จะกลับมาขอร้องอ้อนวอนพวกเขาอย่างแน่นอน!
หลังจากที่ออกจากตระกูลเสิ่น เธอก็เตรียมตัวเผชิญหน้ากับชีวิตที่ยากลำบากได้เลย
ถึงตอนนนั้นจะไม่ให้เธอเหยียบเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว!
“ต่อไปแกจะต้องร้องไห้!”
เสิ่นชิงยักไหล่ ไม่มีเธอแล้วกิจการของตระกูลเสิ่นก็จะเกิดปัญหาขึ้นทันที ถึงตอนนั้นก็ไม่รู้แล้วว่า ใครกันแน่สมควรเป็นคนที่ต้องเสียใจร้องไห้
เธอสะพายกระเป๋าเป้ ทันทีที่เดินออกจากประตูก็เห็นรถตู้ที่ทั้งเก่าทั้งโทรม ปกคลุมไปด้วยฝุ่นคันหนึ่งมาจอดตรงประตูทางเข้า
มีผู้ชายคนหนึ่งลงมาจากรถ
ชายคนนั้นมองแวบเดียวก็จำเสิ่นชิงได้ทันที เขารีบตรงเข้ามาอย่างเคารพนอบน้อม “คุณหนู ขอโทษที่มาช้าครับ”
“คุณหนูอย่างนั้นเหรอ?”
คนขับรถอธิบาย “คุณหนูผมคิดไม่ถึงว่าที่นี่จะไม่มีลานจอด จอดเฮลิคิปเตอร์เอาไว้ข้างนอก เกรงว่าจะรบกวนเวลาในการกลับบ้านของคุณ เพราะงั้นก็เลยนำรถมารับชั่วคราว แต่ว่าไม่ได้ใช้มานานเกินไป ก็เลยดูโทรมหน่อยน่ะครับ คุณอย่าถือสาเลยนะครับ...”
หลังจากที่ได้ยินคนขับรถอธิบายออกมาแบบนี้ เสิ่นชิงถึงได้สังเกตเห็นว่ารถตู้คันนี้มันเป็นรถคลาสสิคโบราณ เครื่องหมายข้างบนคือรถไมบัค แถมยังเป็นรุ่นลิมิเต็ดของโลกอีกด้วย
ทันใดนั้น เสิ่นชิงก็รู้สึกว่าครอบครัวแท้ๆ ของเธอดูเหมือนจะไม่ได้ย่ำแย่เหมือนกับที่ตระกูลเสิ่นบอก
“แล้วพ่อแม่ของฉันล่ะ?” เสิ่นชิงไม่เห็นใครคนอื่นตามมาข้างหลัง
คุณอาจจะชอบ





