ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กรงรักทัณฑ์เสน่หา

กรงรักทัณฑ์เสน่หา

หญิงสาวผู้โดดเดี่ยวเปรียบดั่งนกไร้รังที่ได้รับความอบอุ่นจากชายหนุ่มผู้เป็นดั่งแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว เธอทุ่มเททั้งตัวและหัวใจให้เขาโดยไม่เฉลียวใจเลยว่าตนเองเป็นเพียงของเลียนแบบที่ถูกเก็บซ่อนไว้เพื่อบำเรอความใคร่เท่านั้น เมื่อคนรักตัวจริงของเขากลับมา เขากลับผลักไสเธอและลูกในครรภ์อย่างไม่ใยดี ความฝันที่แสนงดงามพังทลายลงทันทีเมื่อพบว่าชายที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้กลับกลายเป็นคนเดียวกับที่เหยียบย่ำหัวใจเธอจนแตกสลายและผลักเธอลงสู่ขุมนรกที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม
ตอน
แชร์

ตอน 2

ดวงหทัยมองลูกชายคนเล็กเดินออกจากห้องน้ำด้วยชุดนอน ผ้าขนหนูเนื้อดีถูกนำขึ้นขยี้ผมดกดำ ณกรเดินมายังโต๊ะอาหารหลังจากทำภารกิจเสร็จ อาหารที่เป็นของโปรดของเขาวางเรียงอยู่เต็มโต๊ะ

ร่างหนาสมส่วนพาตัวเองนั่งตรงกันข้ามกับมารดาที่นั่งยิ้มไม่หุบให้เขาอยู่ด้วยรู้ว่าทุกอย่างล้วนเป็นของโปรดที่เขาชอบเป็นนักหนา

“อ้าว...ป้าศรีไม่มาด้วยเหรอฮะแม่ แล้วแม่มากับใครครับเนี่ย” ป้าศรีที่ว่าคือแม่บ้านของแม่เลี้ยงเขาที่บ้านหลังใหญ่ ณกรเอ่ยถามถึงเพราะทุกครั้งป้าศรีคนนี้จะมาเป็นเพื่อนแม่เขาเสมอ

“แม่ให้ตาพวงมาส่ง ป้าศรีไปงานเผาศพแม่อ้อยน่ะ เห็นว่าจะรอเก็บอัฐิพรุ่งนี้ด้วยจ้ะ...จำได้ไหมลูก คนที่ชอบหาบขนมหวานมาขายที่บ้านเราบ่อยๆ ไง เสียไปแล้วนะ คิดแล้วก็สงสารผัวเก่าตาย ผัวใหม่ก็ขี้เหล้าไหนจะลูกสาวอีก เฮ้อ...นั่นยิ่งน่าสงสารเข้าไปใหญ่เห็นป้าศรีแกบอกว่าเรียนจบแค่ ม. ปลายเพราะแม่อ้อยมาไม่สบายเสียก่อน นี่มาเสียแม่ไปอีกคนต้องมาอยู่กับพ่อเลี้ยงขี้เหล้าไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง ไอ้เราจะช่วยก็เป็นคนไกลไม่สนิทกันเสียด้วยสิ”

“ก็พอจะจำได้ฮะ แต่...ลูกสาวเขาเนี่ยผมไม่เคยเห็นหรอก” ณกรตอบไปตามจริง

“เดี๋ยวขากลับผมไปส่งดีกว่าครับ ลุงพวงจะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาฝนทำท่าจะตกอยู่ด้วย” ณกรที่เริ่มจะจัดการกับของชอบตรงหน้าเอ่ย คุณหทัยยิ้มรับอย่างปลื้มปิติ ‘เป็นเด็กดีเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ ลูกแม่ ไม่เสียแรงที่แม่รักเหมือนลูกในไส้’

รถกระบะสี่ประตูสีดำวิ่งท่ามกลางสายฝนที่ถึงแม้จะตกไม่แรงนักแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ เมื่อถึงจุดหมายประตูรั้วสีขาวถูกเปิดออกด้วยฝีมือของคนงานในบ้าน ณกรช่วยมารดาถือปิ่นโตและกล่องใส่อาหารที่นำไปให้เขาลงจากรถ เมื่อยื่นของให้เด็กในบ้านก็หันหลังกลับทันที

“นอนนี่เถอะณกร ฝนตกอย่างนี้แม่เป็นห่วง”ดวงหทัยรีบท้วงห้ามเมื่อเห็นลูกชายจ้ำอ้าวเดินไปที่รถ

“ไม่ล่ะครับแม่ พรุ่งนี้ผมต้องตื่นเช้าด้วย มีงานค้างอยู่ ฝากลาพ่อ ตา แล้วก็ยายด้วยนะฮะ”

“ขับรถดีๆ นะลูก ถึงบ้านก็โทร. บอกแม่ด้วยแล้วกัน” ดวงหทัยส่งสายตากำชับณกรจึงยิ้มรับพร้อมพยักหน้าก่อนจะขึ้นรถขับออกไปจนลับสายตาของมารดาที่มองอยู่

บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ซื้อใหม่อยู่ห่างจากสวนประมาณ 10 กิโลเมตรด้วยเพราะสมาชิกในบ้านที่มีหลายคนบ้านสวนนี่แสนคับแคบจึงถูกรื้อถอนเมื่อมีโอกาสและเงินมากพอที่จะซื้อหลังใหม่ได้ ส่วนหลังที่เขาอยู่ไม่เชิงเป็นบ้านนัก แต่เป็นบ้านกึ่งกระท่อมประยุกต์ หลังคามุงด้วยหญ้าคาตัวบ้านประกอบจากท่อนซุงทั้งหมดมีขนาดไม่ใหญ่นัก ห้องนอนก็มีห้องเดียวที่เหลือก็เป็นห้องส่วนกลางไว้นั่งพักผ่อนถัดมาก็เป็นห้องครัวเล็กๆ ติดกับห้องน้ำ ส่วนบริเวณที่เขาชอบมากที่สุดคงจะเป็นระเบียงบ้านที่ยื่นออกไปรอบตัวบ้านเวียนมาจนถึงบันไดของบ้าน เขาชอบมายืนตรงนี้ตอนเช้าๆ พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์ มองดูธรรมชาติที่ตื่นมารับอรุณพร้อมๆ กับเขา

รถของณกรขับมาเรื่อยๆ ท่ามกลางสายฝนแต่เขาก็ไม่เร่งรีบเนื่องจากเพิ่งจะสามทุ่ม เพลงเบาๆ ที่ขับกล่อมคนฟังทำหน้าที่ของมันอย่างดีเยี่ยม แต่ทันใดนั้นขณะที่เขากำลังมีอารมณ์สุนทรีกับเพลงโปรด เบื้องหน้ารถของเขาที่แสงไฟจากรถสาดส่องไปมองเห็นร่างสองร่างกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่เป็นผู้ชายที่กำลังฉุดกระชากลากถูผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่ง

“ใครมาวิ่งไล่จับกันกลางฝนตอนดึกๆ อย่างนี้...หรือจะเป็นพวกโจรวางแผนออกปล้นวะ” มันก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะคิดอย่างนั้นในเมื่อมีข่าวให้เห็นตามสื่อต่างๆ อยู่ทุกวันถึงกลวิธีแปลกๆ ของโจรที่จะปล้นรถที่ผ่านไปมา อาวุธประจำกายถูกนำออกมาจากลิ้นชักซึ่งเหน็บไว้ที่เอวอย่างรวดเร็ว

ปี๊นๆ...ไม่แน่ใจว่าข้างหน้าเกิดอะไรขึ้น อาจจะเป็นพวกที่จะปล้นเขา หรืออาจมีคนต้องการความช่วยเหลือ ชายหนุ่มจึงทำทีบีบแตรแล้วชะลอความเร็ว

“มีอะไรให้ช่วยไหมครับคุณ” ณกรขยับรถไปจอดใกล้ๆ พร้อมลดกระจกและตะโกนถามเพราะคิดว่าต้องเกิดเหตุบางอย่างขึ้นแน่ แถวนี้เป็นที่เปลี่ยวห่างจากบ้านคนพอประมาณแถมฝนก็ตก บางทีหากมีเหตุร้ายเขาอาจจะช่วยอะไรบางอย่างได้เพราะดูท่าเด็กผู้หญิงคนนั้นน่าจะต้องการความช่วยเหลือ

“ช่วยด้วย!! ช่วยหนูด้วยค่ะ ฮือๆๆ” เด็กผู้หญิงคนนั้นร้องขอความช่วยเหลือทันทีที่เห็นรถจอดและกระจกรถถูกลดลงจนเห็นใบหน้าเจ้าของรถ

ณกรมองเห็นใบหน้าเธอเต็มไปด้วยคราบน้ำตามากกว่าจะเป็นน้ำฝน ดวงตาแดงก่ำ เสื้อผ้าเปียกปอนและขาดวิ่นซึ่งจากแสงไฟของรถเขาสามารถมองเห็นได้ดีและเขาก็ไม่รอช้าที่จะเปิดประตูก้าวลงจากรถอย่างระมัดระวัง...เขายังไม่ได้ทิ้งประเด็นเรื่องโจรไปเสียทีเดียว

“ถ้าไม่อยากตายก็อย่ามาเสือกเรื่องชาวบ้าน!! ไอ้หนุ่ม!! อีนี่มันเป็นลูกสาวกูมันจะหนีตามผู้ชายถอยไปซะ”

“ไม่จริงค่ะคุณ เขาเป็นพ่อเลี้ยงฉัน เขาจะข่มขืนฉัน...ฉันเป็นลูกแม่อ้อย...โอ๊ย...” ยังไม่ทันจะพูดจบเด็กสาวก็ถูกชายคนนั้นต่อยเข้าที่หน้าท้องอย่างแรงจนจุกตัวงอ แต่ชื่อ ‘แม่อ้อย’ ที่เธอตะโกนบอกอะไรบางอย่างแก่เขา ทำให้ณกรฉุกคิดถึงเรื่องที่มารดาเล่าให้ฟังในตอนหัวค่ำ ‘ลูกสาวแม่อ้อยที่ป้าศรีไปงานเผาศพวันนี้ อยู่กับพ่อเลี้ยงขี้เมาตามลำพัง’ คิดได้เท่านั้นความสงสัยเรื่องโจรก็หายไปในพริบตา ณกรตัดสินใจชักปืนขึ้นมาแล้วเล็งไปที่ชายคนนั้นทันที

“ปล่อยเด็กซะ...ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” ณกรเอ่ยเสียงเย็นสายตาเหลือบมองไปยังสาวน้อยที่ตัวคู้งอเธอมองเขาอย่างวิงวอนน้ำใสๆ ไหลจากดวงตาเศร้า เขาไม่แน่ใจว่าเป็นน้ำฝนรึเปล่าแต่ที่แน่ๆ เธอกำลังขอบคุณและอ้อนวอนขอให้เขาไม่ทิ้งเธอ...สายตาเธอบอกเขาอย่างนั้น

“อะไรกันคุณ...นี่...นี่...ลูกสาวผมนะ ผมจะเอามันกลับบ้าน” เสียงกร้าวเมื่อครู่อ่อนยวบเมื่อเห็นมัจจุราชสีเงินที่เล็งมายังร่างของมัน แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยเฉย

“ฉันรู้จักแม่อ้อย...เพิ่งเสียไปใช่ไหม ศพก็เพิ่งเผาวันนี้นี่และเด็กคนนี้...ฉันขอ ไม่ว่าแกจะเป็นอะไรกับเธอนับจากนี้ไปอย่ามายุ่งเกี่ยวกับเธออีก” พูดจบเขาก็ยกปากกระบอกปืนขึ้นฟ้าแล้วยิงรัวสองสามนัดติดกัน

“จ้ะๆ ไม่ยุ่งแล้ว ฉันไม่ยุ่งแล้ว เข็ดแล้วจ้า ไปแล้ว!!!”

สิ้นเสียงปืนทำให้ร่างของสาวน้อยถูกผลักมาที่เขาทันที ส่วนพ่อเลี้ยงขี้เหล้าของเธอก็วิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเข้าไปตรงทางแคบๆ ที่อยู่ติดกับถนน ณกรเดาว่าน่าจะเป็นทางเข้าบ้านเธอ สาวน้อยถูกพยุงไปยังตัวรถ เขาเปิดประตูด้านข้างและดันเธอเข้าไปนั่งโดยไม่มีคำพูดใดๆ ออกจากปากก่อนจะพาตัวเองไปยังฝั่งคนขับและหยิบผ้าขนหนูที่แขวนอยู่ด้านหลังรวมกับเสื้อผ้าจำนวนหนึ่งโยนให้เธอก่อนจะเคลื่อนรถออกไป

ตอนนี้ภายในใจของมธุรสกำลังสับสนเป็นอย่างมาก...แม่เธอเพิ่งจะเสียไปด้วยโรคร้ายและเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าตอนที่เธอกำลังนอนร้องไห้เพราะคิดถึงแม่ พ่อเลี้ยงใจชั่วก็เข้ามาปลุกปล้ำจะข่มขืนโชคดีที่เธอดิ้นจนหลุดและวิ่งหนีออกมาที่ถนนใหญ่ ถ้าแม่ยังอยู่แม่จะปกป้องเธอแม้ต้องแลกกับการเจ็บตัวแม่ก็จะไม่มีวันปล่อยใครทำร้ายเธอ...แล้วจากนี้ไปเธอจะทำอย่างไร...อยู่ที่ไหน...เงินล่ะ

มธุรสปล่อยความคิดไปเรื่อยเปื่อยอย่างหมดอาลัยพร้อมสายน้ำตาโดยลืมนึกถึงผู้มีพระคุณของเธอไปเสียสนิท แต่เสียงสะอึกสะอื้นพร้อมอาการกระสับกระส่ายนั้นก็ไม่ได้รอดพ้นสายตาของณกรไปได้ เขาไม่อยากถามไม่อยากพูดอะไรตอนนี้ มีบ้างบางครั้งสายตาก็เหลือบมองดูร่างที่ห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูของเขานั่งคุดคู้อย่างน่าเวทนา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียพรหมจรรย์ ชุด The billionaire demon's virgin mistress
9.2
ไทเลอร์ มาร์คิเดฟ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในรัสเซียและเจ้าของมหาวิทยาลัยชื่อดัง คือเป้าหมายที่นักศึกษาสาวทั่วโลกต่างหมายปองเพื่อหวังครอบครองหัวใจ ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์อาจารย์หนุ่มผู้เย็นชา เขากลับซ่อนความเร่าร้อนและนิสัยนักล่าที่พร้อมจะขย้ำทุกสิ่งที่ต้องการอย่างไม่ปรานี จนกระทั่ง จันทร์เจ้าขา นักศึกษาสาวดวงตกต้องกลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อเสือร้ายเช่นเขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยให้รางวัลอันโอชะชิ้นนี้หลุดมือไปได้แม้แต่เพียงก้าวเดียว
หน้าปกนวนิยาย ที่รัก อยู่ไหน
8.0
ชีวิตของชายหนุ่มต้องสั่นคลอนเมื่อพบเด็กฝาแฝดที่หน้าตาถอดแบบเขามาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน สิ่งที่ทำให้ช็อกยิ่งกว่าคือเด็กน้อยยืนยันว่ามารดาของตนก็คือภรรยาของเขาเอง ทันทีที่ตั้งสติได้ เขาต่อสายตรงหาเฉินลั่วฉิงด้วยอารมณ์เดือดดาล ปลายสายกลับตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงและบอกใบ้ถึงเรื่องประหลาดใจ หญิงสาวหารู้ไม่ว่าความโกรธของสามีกำลังพุ่งถึงขีดสุด เขากำลังเตรียมชำระความกับความลับมหึมาที่เธอซุกซ่อนไว้ เด็กแฝดต่างตกตะลึงกับท่าทีเกรี้ยวกราดของพ่อ แผนของแม่กำลังจะกลายเป็นชนวนเหตุให้ใครบางคนต้องรับกรรม
หน้าปกนวนิยาย ห้ามหย่า
9.1
ในวันวิวาห์ เสิ่นเยวียนกลับถูกคู่หมั้นและน้องสาวทรยศจนต้องรับโทษจำคุกนานสามปีอย่างทุกข์ทรมาน เมื่อได้รับอิสรภาพเธอยังถูกบีบให้ขายตัวแก่ชายชราโดยมีชีวิตแม่เป็นเดิมพัน ทว่าโชคชะตาพลิกผันเมื่อเธอได้พบกับเซียวเป่ยหาน ผู้ทรงอิทธิพลที่แสนเย็นชาแต่กลับคอยปกป้องและดูแลเธอเป็นอย่างดีดั่งสมบัติล้ำค่า ด้วยอำนาจของเขา เสิ่นเยวียนจึงเริ่มต้นการทวงแค้นแม่เลี้ยงและคนลวงโลกที่เคยทำร้ายเธอ พร้อมเปลี่ยนชีวิตใหม่ที่ไม่ยอมให้ใครมารังแกได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย รักร้าวต้องห้าม
8.7
มะลิจำต้องทำงานรับใช้ในคฤหาสน์หรูเพื่อล้างหนี้สิน แต่เธอกลับถูกตาม ลูกชายเจ้าของบ้านขืนใจและตราหน้าเป็นเพียงเครื่องบำเรอความใคร่ ท่ามกลางความเกลียดชังจากคุณหญิงวงแหวนผู้เป็นแม่ของเขา เมื่อโอกาสแห่งอิสรภาพมาถึงเธอจึงหนีไปพึ่งพิงเพื่อนสนิทเพื่อเริ่มต้นใหม่ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอพบว่าตนเองตั้งครรภ์ แม้จะปรารถนาใช้ชีวิตที่สงบสุขพร้อมลูกในท้องเพียงใด แต่เงาแค้นและพันธะลับในอดีตกลับตามหลอกหลอนจนเธอไม่อาจหลบหนีความวุ่นวายที่คืบคลานเข้ามาได้พ้น
หน้าปกนวนิยาย เมียบำเรอมาร
9.2
ฟ้าลดาพยายามอ้อนวอนขอความเมตตาและยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าเธอมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น ทว่าความโกรธแค้นกลับบดบังใจของชายหนุ่มจนหมดสิ้น เขาตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงแพศยาที่ไม่รู้จักพอ พร้อมสาดคำพูดดูถูกเหยียดหยามใส่เธออย่างรุนแรงด้วยความหึงหวงที่เห็นเธอนัดแนะกับพี่ชายนอกคอก ความเชื่อใจที่เคยมีพังทลายลงทันทีเมื่อเขาปักใจเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นมากกว่าคำอธิบายใดๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและแรงแค้น
หน้าปกนวนิยาย Myboss ที่รักครับบริหารหัวใจให้ผมที
9.7
เมื่อหญิงสาวที่เขาแอบรักมีกำหนดการเข้าพิธีหมั้นกับชายคนอื่นเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งจึงตัดสินใจอำพรางตัวตนที่แท้จริงและแฝงตัวเข้าไปทำงานในบริษัทของเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว แผนการพิชิตใจเจ้านายสาวเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคด้านหน้าที่การงานและความรับผิดชอบต่อครอบครัว เขาต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้เธอหันมามองและเลือกเขา แทนที่จะยอมจำนนต่อพันธะสัญญาทางธุรกิจที่ปราศจากความรักในใจ