ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กรงรักทัณฑ์เสน่หา

กรงรักทัณฑ์เสน่หา

หญิงสาวผู้โดดเดี่ยวเปรียบดั่งนกไร้รังที่ได้รับความอบอุ่นจากชายหนุ่มผู้เป็นดั่งแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว เธอทุ่มเททั้งตัวและหัวใจให้เขาโดยไม่เฉลียวใจเลยว่าตนเองเป็นเพียงของเลียนแบบที่ถูกเก็บซ่อนไว้เพื่อบำเรอความใคร่เท่านั้น เมื่อคนรักตัวจริงของเขากลับมา เขากลับผลักไสเธอและลูกในครรภ์อย่างไม่ใยดี ความฝันที่แสนงดงามพังทลายลงทันทีเมื่อพบว่าชายที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้กลับกลายเป็นคนเดียวกับที่เหยียบย่ำหัวใจเธอจนแตกสลายและผลักเธอลงสู่ขุมนรกที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ลงมาสิ...จะนั่งแข็งตายในนั้นรึไง” เมื่อถึงบ้านพักณกรเปิดประตูเดินลงจากรถก่อนจะออกคำสั่งกับแม่สาวน้อยที่เขาช่วยเหลือไว้เมื่อเห็นว่าเธอยังคงนั่งกอดเข่านิ่งไม่มีท่าทีจะลุกตามเขา

“เอ่อ...ที่นี่ที่ไหนคะ...แล้วคุณ...เป็นใครคะ” ทันทีที่ก้าวลงจากรถมธุรสก็ยิงคำถามใส่เขาด้วยท่าทีหวาดระแวงมองซ้ายมองขวาแต่เมื่อเห็นณกรยกมือเท้าสะเอวสองข้าง เธอก็ก้มหน้างุด

“นี่แม่คุณ...แทนที่จะขอบใจที่ฉันช่วยกลับมาถามยังกับว่าถูกฉันลักพาตัวมาอย่างนั้นล่ะ ฟังนะฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกแล้วก็รีบตามฉันขึ้นมาฉันไม่อยากเป็นปอดบวมตาย...เข้าใจไหม” เมื่อถูกสาวเจ้าทำเหมือนไม่ไว้ใจทั้งๆ ที่เขาช่วยมาแท้ๆ ณกรก็เริ่มไม่สบอารมณ์ทั้งอากาศที่เริ่มหนาวขึ้น ฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเขาเปียกหมดทั้งตัวอยากจะอาบน้ำและเข้านอนให้เร็วที่สุดก่อนจะเป็นไข้จนเข้าสวนไม่ได้ในวันรุ่งขึ้น มือหนาจึงคว้าข้อมือที่เย็นชืดนั้นลากขึ้นบนบ้านอย่างรวดเร็วจนสาวเจ้าแทบก้าวตามไม่ทัน

“น้ำหวาน...เอ่อฉันขอโทษค่ะและก็ขอบคุณมากๆ ที่คุณช่วยเหลือเมื่อกี้...คุณบอกว่ารู้จักแม่ฉัน”

ขณะที่ถูกลากกึ่งจูงมธุรสก็รีบขอโทษขอโพยเป็นการแก้ตัว เธอยอมรับว่ายังหวาดระแวงเพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธอ ขนาดพ่อเลี้ยงที่อยู่กับแม่และเธอมาตั้งหลายปียังไว้ใจไม่ได้ นับประสาอะไรกับคนที่เพิ่งเจอกันแต่หากเขาคิดทำอะไรจริงๆ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาตัวรอดอย่างไรแต่ถ้าเขารู้จักแม่เธอจริงเขาอาจจะช่วยเหลือเธอโดยบริสุทธิ์ใจก็เป็นได้ สิ่งที่เธอได้รับมีเพียงสายตาว่างเปล่าของเจ้าของใบหน้าคมสันแทนคำตอบ เขาไม่พูดอะไรยังจูงเธอเข้าไปยังห้องนอน นั่นยิ่งทำให้เธอหวาดวิตกยิ่งขึ้น

“อ่ะ...นี่ผ้าขนหนู ไปอาบน้ำซะ เปียกโชกขนาดนี้เดี๋ยวจะเป็นปอดบวมเอาได้ ฉันไม่อยากให้ใครมาตายที่นี่” พูดเสร็จผ้าขนหนูสีขาวผืนใหม่ก็ถูกโยนไปที่คู่สนทนา มธุรสรับมันไว้แต่ก็ยังยืนบิดม้วนไปมา “ฉันรู้จักกับป้าศรี...แกเป็นแม่บ้านที่บ้านแม่ฉัน ทีนี้ไปอาบน้ำได้รึยัง เรามีเรื่องต้องคุยกันอีก เร็วๆ เข้าฉันจะได้อาบต่อห้องน้ำมีห้องเดียวอยู่ทางนั้น” เมื่อเห็นท่าทางอิดออดมีท่าทีไม่ไว้ใจของสาวเจ้าชายหนุ่มจึงจำต้องหาเหตุให้เธอวางใจเขานิดนึงก็ยังดีเพราะตอนนี้หนาวจะแย่อยู่แล้วขืนแม่คุณยังยืนบิดจนตัวกิ่วแบบนี้มีหวังได้เป็นปอดบวมตายทั้งคู่แน่ และมันก็ได้ผล เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขานิดนึงพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ

“เอ่อ...คือ”

“ไปอาบน้ำ...เดี๋ยวค่อยคุยกัน แล้วก็นี่ใส่เสื้อฉันไปก่อน ที่นี่ไม่มีเสื้อผ้าผู้หญิงเพราะฉันอยู่คนเดียวส่วนผ้าของเธอฉันอนุญาตให้ใช้เครื่องซักผ้า ซักเสร็จก็เอาไปตากตรงระเบียงหลังห้อง” เหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอมีเสื้อผ้าเพียงชุดเดียวแล้วมันก็เปียกหมด อีกทั้งเสื้อก็ยังขาดวิ่นจากการกระชาก ณกรจึงนำเสื้อเชิ้ตแขนยาวของตัวเองโยนให้เธอแต่เขาไม่มีชุดชั้นในหรอกนะ อย่างน้อยถ้าเธอซักซะพรุ่งนี้เธอคงจะได้ใส่มัน

สายตาที่บ่งบอกความรำคาญเบื่อหน่ายและน้ำเสียงเข้มในขณะที่โยนเสื้อมานั้นทำให้มธุรสหุบปากฉับพร้อมวิ่งไปที่ห้องน้ำทันที เอาเถอะอย่างน้อยเธอก็รู้แล้วว่าเขาเป็นลูกชายคนนึงของคุณดวงหทัยและเท่าที่ป้าศรีเพื่อนของแม่เล่าให้ฟังคนบ้านนี้ใจดีกันทั้งนั้น

มธุรสในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าตัวโคร่งคลุมไปจนเกือบถึงเข่านั่งพลิกซ้ายทีขวาทีอยู่บนที่นอนขนาดคิงไซส์ของเจ้าของห้องที่อาบน้ำอยู่และออกคำสั่งให้เธอนั่งรอเขาที่นี่ แผลที่โดนพ่อเลี้ยงตีมันกำลังระบม! และเธอกำลังเจ็บมากเจ็บยิ่งกว่าตอนที่นั่งมาในรถเสียอีก ณกรที่เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสะอาดตามองเด็กสาวอย่างแคลงใจขณะที่มือยังสาละวนกับการเอาผ้าขนหนูเช็ดผม “ชื่ออะไร...เราน่ะ”

“หนูเอ่อ...ฉันชื่อน้ำหวาน ชื่อจริงชื่อมธุรสค่ะ” ใบหน้าหวานค่อยๆ หันมาทางเขาแต่ก็ยังก้มหน้างุดอยู่อย่างนั้นตลอด หากพิศมองให้ละเอียดแล้วเธอเป็นเด็กสาวที่ผิวพรรณผุดผ่องขาวเนียน คิ้วโก่ง จมูกโด่งเล็กเป็นสันได้รูป ปากสีชมพูระเรื่อเครื่องหน้ารับกับผมสั้นแค่ประบ่าที่ยังหมาดน้ำอยู่ มิน่าเล่าถึงได้ถูกพ่อเลี้ยงใจชั่วคิดไม่ซื่อ

“เอาล่ะเลิกกลัวฉันซะที...ถ้าฉันทำอะไรเธอ คงไม่ปล่อยมาเป็นชั่วโมงแบบนี้หรอก” เขายิ่งชักจะหงุดหงิดกับท่าทีของเจ้าหล่อนที่ทำเหมือนเขาเป็นพวกบ้ากามไม่เลือกอย่างนั้นเต็มที พลันสายตาก็พบความผิดปกติบางอย่างบนตัวเธอ...รอยแดงจ้ำเลือดเป็นทางยาวที่บริเวณน่องฝั่งซ้ายคล้ายถูกตีด้วยเรียวไม้หรือของแข็งและมันต้องแรงมากถึงได้ช้ำเลือดขนาดนั้น

“ขาเธอ...ไปโดนอะไรมา” ตาแป๋วมองเขาบอกความหมายไม่ได้ภายในตาเศร้านั้นมีน้ำคลออยู่เป็นประกาย

“โดน...โดนพ่อตีค่ะ...ก่อนที่จะวิ่งหนีมาที่ถนน”

“แล้วตีด้วยอะไรทำไมเป็นแผลขนาดนี้...ขอฉันดูหน่อย” ไม่พูดเปล่า ณกรตรงหรี่เข้ามาหาเธอ ผ้าขนหนูที่ใช้เช็ดผมถูกพันไว้ที่คอ

“เรียวไม้ไผ่ค่ะ...อุ๊ยคุณ!!! จะทำอะไรน่ะ”

“ฉันแค่จะดูแผลว่ามันเยอะแค่ไหน...” ณกรเปิดชายเสื้อของตนที่เจ้าหล่อนสวมอยู่ขึ้นเหนือเขาก็ถูกมือบางตะปบอย่างฉับผลัน ชายหนุ่มถึงกับอึ้งเมื่อเห็นว่ามันไม่ได้มีแค่แผลเดียว รอยจ้ำช้ำเลือดนั้นมีสูงขึ้นไปตามเรียวขาสวย ด้วยสีผิวที่ขาวและซีดรอยนั้นจึงเด่นชัดและในตอนนี้มันปูดนูนขึ้นตามขนาดของไม้ที่ใช้ตีแล้วด้วย

“โดนตีถึงตรงไหนเดี๋ยวเอายาทาให้” “ไม่เป็นไรค่ะคุณ...ฉันทำเองได้ค่ะ ฉันไม่อยากรบกวนคุณน่ะค่ะ แค่นี้ฉันก็เกรงใจคุณจะแย่อยู่แล้วอีกอย่างผู้หญิงกับผู้ชายถูกเนื้อต้องตัวกันไม่ดีหรอกค่ะ...ฉัน...ฉัน” จะให้บอกได้อย่างไรล่ะว่าโดนตีทั้งตัว เขามิต้องทาให้เธอทั้งตัวหรอกเหรอ “แทนตัวเองว่าน้ำหวานได้ไหมเธอคงเด็กกว่าฉันหลายปี...กี่ปีแล้วล่ะ”

“สิบแปดปีแล้วค่ะ...อุ๊ยคุณ...!!! พอเถอะค่ะอย่าเปิดอีกเลยฉันไม่ได้ใส่ชั้นในนะ!!” มธุรสเริ่มผลักมือหนาออกจากตัวเมื่อเห็นว่าเขาไม่มีทีท่าจะหยุดเปิดดูแผลของเธอ

“ฉันไม่ชอบเด็กเลิกคิดไปได้เลยว่าฉันจะปล้ำเธอ...บอกมาสิโดนตีถึงไหน หยุดโวยวายซะที!!! ที่ฉันดูเพราะอยากรู้ว่าแผลเยอะไหมบางทีเธออาจจะเป็นไข้เพราะแผลอักเสบแล้วยังตากฝนอีกด้วย ไม่ได้พิศวาสเธอหรอก”

มธุรสถึงกับน้ำตาคลอเบ้าเธอพยายามเหลือบตามองเพดาน เธอมองไม่ออกว่าตอนนี้เขาจะบริสุทธิ์ใจอย่างที่ว่ารึเปล่าแต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วไม่ใช่เหรอ

“ฉะ...เอ่อน้ำหวานโดนตีทั้งตัวค่ะ ไม่รู้ว่าโดนตรงไหนบ้าง แต่เจ็บไปหมดเลยคงไม่เหมาะถ้าคุณจะทายาให้”

“บ้าชิบ!!!!” ณกรสบถอย่างหัวเสียกับการกระทำของพ่อเลี้ยงใจชั่ว

“ฉันบอกแล้วน้ำหวานว่าไม่พิศวาสเธอหรอก...ทีนี้นอนคว่ำได้แล้ว ฉันไม่มองหรอกเดี๋ยวจะทายาให้”

‘ไม่มองแล้วจะทาได้ไงคะ’ อยากจะถามเขานักแต่มธุรสก็ไม่กล้าได้แต่ทำตามคำสั่งตัวสั่นงก เธอไม่เคยอยู่ใกล้ผู้ชายขนาดนี้แถมยังต้องถลกผ้าเปิดอะไรต่อมิอะไรให้เขาดูอีก

ณกรเองก็ใช่ว่าจิตใจจะอยู่กับเนื้อกับตัวนักเมื่อต้องมาอยู่ใกล้กับสาวน้อยวัยขบเผาะเช่นนี้เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน ออกจะเชี่ยวชาญเรื่องนารีด้วยซ้ำไป แล้วนี้ยังต้องมาทายาให้เธอ...ไอ้แผลบ้านั่นก็ไม่รู้จะมากมายไปถึงไหนต่อไหนรึเปล่า แค่คิดความร้อนรุ่มก็เริ่มเข้าครอบงำเสียแล้ว

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KSL” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KSL
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียพรหมจรรย์ ชุด The billionaire demon's virgin mistress
9.2
ไทเลอร์ มาร์คิเดฟ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในรัสเซียและเจ้าของมหาวิทยาลัยชื่อดัง คือเป้าหมายที่นักศึกษาสาวทั่วโลกต่างหมายปองเพื่อหวังครอบครองหัวใจ ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์อาจารย์หนุ่มผู้เย็นชา เขากลับซ่อนความเร่าร้อนและนิสัยนักล่าที่พร้อมจะขย้ำทุกสิ่งที่ต้องการอย่างไม่ปรานี จนกระทั่ง จันทร์เจ้าขา นักศึกษาสาวดวงตกต้องกลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อเสือร้ายเช่นเขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยให้รางวัลอันโอชะชิ้นนี้หลุดมือไปได้แม้แต่เพียงก้าวเดียว
หน้าปกนวนิยาย ที่รัก อยู่ไหน
8.0
ชีวิตของชายหนุ่มต้องสั่นคลอนเมื่อพบเด็กฝาแฝดที่หน้าตาถอดแบบเขามาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน สิ่งที่ทำให้ช็อกยิ่งกว่าคือเด็กน้อยยืนยันว่ามารดาของตนก็คือภรรยาของเขาเอง ทันทีที่ตั้งสติได้ เขาต่อสายตรงหาเฉินลั่วฉิงด้วยอารมณ์เดือดดาล ปลายสายกลับตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงและบอกใบ้ถึงเรื่องประหลาดใจ หญิงสาวหารู้ไม่ว่าความโกรธของสามีกำลังพุ่งถึงขีดสุด เขากำลังเตรียมชำระความกับความลับมหึมาที่เธอซุกซ่อนไว้ เด็กแฝดต่างตกตะลึงกับท่าทีเกรี้ยวกราดของพ่อ แผนของแม่กำลังจะกลายเป็นชนวนเหตุให้ใครบางคนต้องรับกรรม
หน้าปกนวนิยาย ห้ามหย่า
9.1
ในวันวิวาห์ เสิ่นเยวียนกลับถูกคู่หมั้นและน้องสาวทรยศจนต้องรับโทษจำคุกนานสามปีอย่างทุกข์ทรมาน เมื่อได้รับอิสรภาพเธอยังถูกบีบให้ขายตัวแก่ชายชราโดยมีชีวิตแม่เป็นเดิมพัน ทว่าโชคชะตาพลิกผันเมื่อเธอได้พบกับเซียวเป่ยหาน ผู้ทรงอิทธิพลที่แสนเย็นชาแต่กลับคอยปกป้องและดูแลเธอเป็นอย่างดีดั่งสมบัติล้ำค่า ด้วยอำนาจของเขา เสิ่นเยวียนจึงเริ่มต้นการทวงแค้นแม่เลี้ยงและคนลวงโลกที่เคยทำร้ายเธอ พร้อมเปลี่ยนชีวิตใหม่ที่ไม่ยอมให้ใครมารังแกได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย รักร้าวต้องห้าม
8.7
มะลิจำต้องทำงานรับใช้ในคฤหาสน์หรูเพื่อล้างหนี้สิน แต่เธอกลับถูกตาม ลูกชายเจ้าของบ้านขืนใจและตราหน้าเป็นเพียงเครื่องบำเรอความใคร่ ท่ามกลางความเกลียดชังจากคุณหญิงวงแหวนผู้เป็นแม่ของเขา เมื่อโอกาสแห่งอิสรภาพมาถึงเธอจึงหนีไปพึ่งพิงเพื่อนสนิทเพื่อเริ่มต้นใหม่ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอพบว่าตนเองตั้งครรภ์ แม้จะปรารถนาใช้ชีวิตที่สงบสุขพร้อมลูกในท้องเพียงใด แต่เงาแค้นและพันธะลับในอดีตกลับตามหลอกหลอนจนเธอไม่อาจหลบหนีความวุ่นวายที่คืบคลานเข้ามาได้พ้น
หน้าปกนวนิยาย เมียบำเรอมาร
9.2
ฟ้าลดาพยายามอ้อนวอนขอความเมตตาและยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าเธอมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น ทว่าความโกรธแค้นกลับบดบังใจของชายหนุ่มจนหมดสิ้น เขาตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงแพศยาที่ไม่รู้จักพอ พร้อมสาดคำพูดดูถูกเหยียดหยามใส่เธออย่างรุนแรงด้วยความหึงหวงที่เห็นเธอนัดแนะกับพี่ชายนอกคอก ความเชื่อใจที่เคยมีพังทลายลงทันทีเมื่อเขาปักใจเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นมากกว่าคำอธิบายใดๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและแรงแค้น
หน้าปกนวนิยาย Myboss ที่รักครับบริหารหัวใจให้ผมที
9.7
เมื่อหญิงสาวที่เขาแอบรักมีกำหนดการเข้าพิธีหมั้นกับชายคนอื่นเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งจึงตัดสินใจอำพรางตัวตนที่แท้จริงและแฝงตัวเข้าไปทำงานในบริษัทของเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว แผนการพิชิตใจเจ้านายสาวเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคด้านหน้าที่การงานและความรับผิดชอบต่อครอบครัว เขาต้องพยายามอย่างหนักเพื่อให้เธอหันมามองและเลือกเขา แทนที่จะยอมจำนนต่อพันธะสัญญาทางธุรกิจที่ปราศจากความรักในใจ