ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรัก หัวใจซาตาน

เพลิงรัก หัวใจซาตาน

ปาณิสราหญิงสาวผู้อ่อนโยนตั้งใจเพียงจะหาของขวัญวันเกิดให้พี่ชาย แต่โชคชะตากลับพลิกผันทำให้เธอต้องตกกระไดพลอยโจนรับภาระทำงานชดใช้หนี้สินมหาศาลแทนเพื่อนสนิท โดยมีเจ้าหนี้คืออรรถนนท์ ชายหนุ่มรูปงามผู้ทรงอิทธิพลและเป็นเจ้าของกิจการท่าเรือข้ามฟากรายใหญ่แห่งเกาะสมุยและเกาะพะงัน ท่ามกลางบรรยากาศของท้องทะเลที่สวยงาม ความสัมพันธ์ระหว่างลูกหนี้สาวกับซาตานหนุ่มสุดเย็นชาจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความขัดแย้งที่ยากจะสลัดพ้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

“มีน ปีนี้จะออกค่ายอีกหรือเปล่า?” เสียงทุ้มน่าฟังของร้อยตำรวจเอกชนาธิป ชายหนุ่มในเครื่องแบบเอ่ยถามน้องสาวบนโต๊ะอาหารเช้าของวันที่อากาศสดใส ทั้งสองเป็นพี่น้องที่อายุห่างกันเกือบเจ็ดปี ชนาธิปนั้นเป็นนายตำรวจอนาคตไกล ส่วนปาณิสราคือสาวน้อยน่ารักของพี่ชนาธิป ปีนี้เธอก็จะจบการศึกษาเป็นนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาปิโตรเคมีของมหาวิทยาลัยชื่อดัง คณะและสาขาที่เธอเรียนดูจะไม่ค่อยเข้ากับสาวสวยน่ารัก บอบบางในสายตาทุกคนที่เห็นสักเท่าไหร่นัก

“ไปค่ะ” ปาณิสราหันมาตอบพี่ชายที่หาเงินส่งเธอเรียนตั้งแต่ไร้ซึ่งผู้เป็นบิดามารดา เพราะมารดานั้นเสียชีวิตไปแล้ว ส่วนบิดาก็แยกไปมีครอบครัวใหม่ สองพี่น้องก็อาศัยเพิ่งพากันและกันมาตลอด ยังดีหน่อยที่มีบ้านให้พักอาศัยแม้จะไม่ใหญ่โต แต่มันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น

“กี่วัน เป็นเดือนอีกหรือเปล่า” คนเป็นพี่หันมามองน้องสาว ปาณิสราดูจะมีเค้าโครงรูปหน้าเหมือนมารดา ดวงตาคมโต ใบหน้าเรียวสวย จมูกโด่งเป็นสันที่ชอบย่นใส่เขายามไม่พอใจ คิ้วแทบไม่ต้อง จัดแต่งก็สวยได้รูป ริมฝีปากหยักที่ชอบเม้มเข้าหากันในยามขบคิด

ผมยาวดำขลับที่บางวันก็เป็นยายเพิ้งเพราะไม่ค่อยชอบหวีผมสักเท่าไหร่ แต่ถ้าวันไหนมีเรียนก็จะเป็นสาวเรียบร้อยกับเขาได้เหมือนกัน มองดูกี่ทีปาณิสราก็ยังเป็นเด็กสาวตัวน้อยในสายตาของชนาธิปเสมอ เด็กผู้หญิงที่ต้องมีพี่ชายดูแล แม้จะเรียนในสาขาวิชาที่ดูห้าวไปหน่อยก็ตามที

“อืม…มีนยังไม่เห็นกำหนดการเลยพี่มัตต์” คนถูกถามทำท่าคิด ก่อนจะเอ่ยตอบ เพราะตอนนี้เธอยังไม่มีข้อมูลในมือเลยว่าการออกค่ายอาสาพัฒนาชนบทของเธอต้องไปที่ไหน อะไรยังไงบ้าง ซึ่งปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้ว เธอต้องไปช่วยอย่างแน่นอน

“จะไปเมื่อไหร่ก็บอกพี่ด้วยแล้วกัน” ชนาธิปเอ่ยขึ้น ก่อนจะยกกาแฟดำในแก้วทรงสวยขึ้นดื่ม จะว่าไปปีนี้ปาณิสราก็กำลังจะเรียนจบแล้ววันเวลาช่างผ่านไปเร็วเสียจริง

“เจ้าค่ะ”

“เราจะเรียนจบแล้วนี่ คิดเอาไว้หรือยังว่าอยากไปสมัครงานที่ไหน”

“คิดแล้วค่ะ แต่บริษัทที่ตรงกับสายงานของมีนและเป็นบริษัทที่อยากร่วมงานด้วย ล้วนอยู่ต่างจังหวัดทั้งนั้นเลย” พูดจบก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ มือก็แกว่งช้อนทรงสูงไปบนถ้วยที่ตอนนี้คอนเฟลกดูดนมสดจนมันชักจะอืดแล้ว

“ไม่เห็นเป็นไร ไปทำงานต่างจังหวัดก็ดีออก”

“แต่มีนอยากอยู่กับพี่มัตต์นี่” ความที่ยังไม่เคยห่างพี่ชายและยังไม่เคยใช้ชีวิตคนเดียว ทำให้ปาณิสรารู้สึกกลัวไม่ได้ ถึงจะโตจนอายุย่างเข้ายี่สิบเอ็ดปีแล้ว แต่สำหรับเธอโลกใบนี้ดูกว้างเสียจนไม่รู้ว่าการอยู่คนเดียวนั้น เธอจะทำได้แค่ไหน

“เด็ก...จะอยู่กินนมพี่หรือไง”

“เปล่าสักหน่อย ก็แค่กลัวว่าจะอยู่ได้หรือเปล่า” คนถูกสบประมาททำเสียงอ่อยๆ ให้ ก่อนจะย่นจมูกและตักคอนเฟลกเข้าปาก

“ไม่ลองไม่รู้ จริงไหม”

“ก็จริง แต่มันก็อดกลัวไม่ได้นี่คะ” ปาณิสราพยักหน้าให้คำพูดของพี่ชาย แต่ก็ยังไม่ข้อโต้แย้งเล็กๆ กลับมาอยู่ดี ชนาธิปจึงส่ายหน้าให้ แต่จะว่าไปเขานั้นก็เป็นห่วงปาณิสรามากอยู่เหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องปล่อยให้น้องสาวก้าวต่อไปด้วยตัวเอง ล้มลุกคลุกคลานบ้างก็ถือซะว่าเป็นรสชาติของชีวิต

“อย่ากลัวตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม จำไว้”

“ค่ะ” คนเป็นน้องสาวเอ่ยรับเสียงใส แต่ในใจนั้นก็แอบหวั่น แต่ก็ไม่อยากให้ชนาธิปมาคอยห่วงเธอแบบนี้เหมือนกัน เดี๋ยวจะหาว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโตเสียที

“รีบกินเข้า เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งที่มหาวิทยาลัย วันนี้จะใช้รถ”

“เหรอคะ นึกว่าจะขับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่นั่นไปส่งมีนซะอีก” หญิงสาวหันไปยังรถมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิ้ลยูสีดำคันใหญ่ของพี่ชายที่จอดอยู่ข้างๆ รถเก๋งของเธอที่หาซื้อมาเพราะเงินเดือนของชนาธิป เนื่องจากชายหนุ่มเห็นว่าน้องสาวต้องใช้ขับไปเรียนจะได้สะดวกขึ้น

“ก็อยากทำ แต่วันนี้นายเรียกประชุมบอกให้สร้างภาพหน่อย”

“อ้อ” ปาณิสราเอ่ยตอบเสียงสูง ก่อนจะตักคอนเฟลกใส่นมเข้าปาก เพราะนี่คืออาหารเช้าของเธอที่จะกินทุกวันแทนข้าว เพราะนั่นจะหนักท้องไปสำหรับเธอ ส่วนชนาธิปมีแค่กาแฟดำกับขนมปังปิ้งสองแผ่นก็เพียงพอแล้วเหมือนกัน

เมื่อกินข้าวเช้ากันเรียบร้อย ชนาธิปก็ขับรถไปส่งน้องสาวที่มหาวิทยาลัย ก่อนจะขับรถไปยังสถานที่นัดหมาย ซึ่งมันไม่ใช่กองปราบสถานที่ทำงานของเขาแต่อย่างใด ไม่รู้ว่านายมีอะไรสำคัญนักหนา ถึงให้เขามาหาที่นี่แถมยังต้องให้เขาสร้างภาพทำตัวเนี๊ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าแบบนี้อีก ชนาธิปขับรถไปตามแผนที่ที่ พันตำรวจโทอานนท์ให้มา ชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้าไปยังคอนโดมิเนียมสุดหรูติดแม่น้ำเจ้าพระยา

นายตำรวจหนุ่มก้าวลงจากรถ ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา เพราะชนาธิปนั้นถือว่าเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี แม้ผิวจะคล้ำแดดก็ตาม แต่ใบหน้าก็ดูหล่อเข้ม นัยน์ตาสีน้ำตาล คิ้วดกหนา จมูกโด่งรับกับริมฝีปาก โดยรวมก็มีเสน่ห์แต่กลับไร้ซึ่งคนรักเพราะมัวแต่ทุ่มเทให้กับงาน

ชนาธิปเดินตรงไปยังลิฟต์ก่อนจะกดขึ้นไปยังชั้นยี่สิบห้า พอประตูลิฟต์เปิดออกก็มองหาห้องหมายเลข 2509 ซึ่งมันเป็นห้องที่อยู่ริมสุดของตัวตึกด้านซ้ายนั่นเอง แต่ที่ดูจะไม่ธรรมดาก็เพราะหน้าห้องมีตำรวจยศน้อยยืนอยู่ถึงสองคน พอเห็นหน้าชายหนุ่ม ตำรวจนายหนึ่งก็รีบเคาะประตูเป็นสัญญาณ ก่อนจะผายมือให้เขาเดินเข้าไปข้างใน ซึ่งชนาธิปก็เดินเข้าไปแบบระวังตัว

“มาแล้วเหรอผู้กอง” พันตำรวจโทอานนท์เอ่ยทักลูกน้อง

“ครับท่าน” ชนาธิปเอ่ยรับ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย อันที่จริงเขาเห็นเธอเป็นคนแรกตั้งแต่เดินเข้ามาแล้วด้วยซ้ำ หญิงสาวที่นั่งอยู่ถือว่าหน้าตาดีใช้ได้ ตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อย แต่ใบหน้าสวยๆ นั้นกลับบึ้งตึงน่ากลัวและไม่น่าคบดี แต่จะว่าไปใบหน้าเธอดูคุ้นๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย  พันธะร้ายนายคู่หมั้น | มายู x มิวนิค
8.8
เมื่อความสัมพันธ์ถูกผูกมัดด้วยสถานะที่ไม่อาจเลี่ยง มิวนิคจึงประกาศกร้าวต่อหน้ามายูอย่างดุดันว่าเขาไม่ใช่แค่ว่าที่คู่หมั้นตามคำสั่งผู้ใหญ่เท่านั้น แต่เขายังเป็นชายเพียงคนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวเธอทั้งทางนิตินัยและพฤตินัยอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางความขัดแย้งและพันธะร้ายที่บีบคั้น ความรู้สึกของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไรในวังวนแห่งความเป็นเจ้าของที่เขาขีดเส้นตายเอาไว้ให้เธอเดินตามแต่เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย เพื่อนร้ายกลายรัก
9.2
ความสัมพันธ์ระหว่างมีนและตาร์ต้องสั่นคลอนเมื่อมีนสงสัยว่าแฟนหนุ่มวิศวะแอบนอกใจ เธอตัดสินใจเผชิญหน้าถามความจริงเรื่องคืนที่ผ่านมา แม้ตาร์จะยืนยันหนักแน่นว่าติดงานกลุ่มที่มหาวิทยาลัยจนแทบไม่ได้พัก แต่หลักฐานมัดตัวทั้งรูปถ่ายและข้อความจากหญิงอื่นที่ชื่อกีกี้กลับฟ้องชัดเจน ท่ามกลางความเสียใจและหวาดกลัวต่อท่าทีของอีกฝ่าย ตาร์กลับดึงเธอเข้าไปสวมกอดพร้อมคำขอโทษที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดในสิ่งที่เขาได้ทำลงไป
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์เสน่หาพญามาร
8.7
โมกข์พยายามสื่อความปรารถนาอันเร่าร้อนที่อยากจะครอบครองร่างนุ่มนวลของหญิงสาว เขาต้องการเห็นเธอแสดงความต้องการและอ้อนวอนให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หา สายตาที่จ้องมองทำให้เธอเขินอายจนหน้าแดงก่ำดั่งผลทับทิม ขณะที่สัมผัสจากมือหนาปลุกเร้าความปั่นป่วนและสั่นสะท้านไปทั่วทั้งกาย ความสัมพันธ์ที่แสนหวานนี้เปลี่ยนค่ำคืนอันเงียบเหงาให้กลายเป็นกองเพลิงที่แผดเผาอยู่บนเตียงนอนด้วยความเสน่หาที่มากล้นจนยากจะหยุดยั้ง
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
หน้าปกนวนิยาย แผนรักบุรุษร้าย
8.8
มหาเศรษฐีหนุ่มเคลวินไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา จนกระทั่งเขาได้พบกับลัลน์นาราอีกครั้งที่เมืองไทย เขาจึงเริ่มวางแผนการร้ายเพื่อล่อลวงเธอให้มาติดกับ แต่กลับกลายเป็นว่าหัวใจของเขากลับถูกเธอสยบเสียเอง แม้หญิงสาวจะพยายามหนีจากผู้ชายจอมยียวนที่เคยสร้างความอับอายให้เธอในอดีต แต่กงล้อแห่งพรหมลิขิตกลับหมุนวนพาให้ทั้งคู่ต้องมาใกล้ชิดกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ จากการเผชิญหน้าอันดุเดือดแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันอันเร่าร้อนที่จะตราตรึงใจพวกเขาไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สิ้นสุดเส้นทางของความรัก
9.0
ความภักดีที่พร้อมพรมอบให้รัฐศาสตร์ รุ่นพี่ที่เธอรักมานานจนสร้างครอบครัวและมีลูกชายด้วยกัน กลับพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า เมื่อสามีที่เคยแสนดีและให้เกียรติเธอมาตลอด กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ความห่างเหินเริ่มก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นบาดแผลลึกในใจ และในวันที่ลูกน้อยอายุเพียงสามขวบ เขากลับเอ่ยปากขอหย่าอย่างเยือกเย็น โดยอ้างว่าได้พบผู้หญิงคนใหม่ที่เติมเต็มชีวิตได้ดีกว่าเธอ ทิ้งให้เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการถูกทรยศในชีวิตคู่ที่เคยเชื่อว่ามั่นคง