ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรัก หัวใจซาตาน

เพลิงรัก หัวใจซาตาน

ปาณิสราหญิงสาวผู้อ่อนโยนตั้งใจเพียงจะหาของขวัญวันเกิดให้พี่ชาย แต่โชคชะตากลับพลิกผันทำให้เธอต้องตกกระไดพลอยโจนรับภาระทำงานชดใช้หนี้สินมหาศาลแทนเพื่อนสนิท โดยมีเจ้าหนี้คืออรรถนนท์ ชายหนุ่มรูปงามผู้ทรงอิทธิพลและเป็นเจ้าของกิจการท่าเรือข้ามฟากรายใหญ่แห่งเกาะสมุยและเกาะพะงัน ท่ามกลางบรรยากาศของท้องทะเลที่สวยงาม ความสัมพันธ์ระหว่างลูกหนี้สาวกับซาตานหนุ่มสุดเย็นชาจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความขัดแย้งที่ยากจะสลัดพ้น
ตอน
แชร์

ตอน 3

ส่วนหญิงสาวตรงหน้าก็มองชายหนุ่มในเครื่องแบบผู้มาใหม่เหมือนกัน เรียกได้ว่าไล่มองลงมาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สีหน้าแสดงออกว่าไม่ชอบนิดหน่อยด้วยซ้ำ แต่เพราะความจำเป็นหรอกเธอถึงยอมมาอยู่ที่เมืองไทย ไม่อย่างนั้นเธอไม่มีวันมาแน่นอน แถมยังต้องมาแบบไม่ให้ใครรู้อีก ทั้งๆ ที่แฟนคลับในเมืองไทยของเธอก็มีตั้งมาก

“นั่งก่อนสิ” ชายหนุ่มนั่งลงตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่วันนี้มาแปลก เหมือนจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ

“นี่เฮริมหลานฉัน ส่วนนี่ผู้กองชนาธิป” คำแนะนำตัวให้ทั้งสองคนได้รู้จักกันของพันตำรวจโทอานนท์ ทำให้ชนาธิปค่อนข้างแปลกใจ ฟังจากชื่อเหมือนเธอจะไม่ใช่คนไทย แต่ชายหนุ่มก็ดูจะไม่ค่อยสนใจเสียด้วย ถึงเธอจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจแต่ชายหนุ่มก็พูดทักทายเป็นภาษาไทยไปก่อน

“สวัสดีครับ”

“สวัดดีค่ะ” ปาร์คเฮริมเอ่ยทักแบบเสียงตึงๆ กลับไป ตามมารยาทเท่านั้น สำเนียงภาษาไทยเวลาพูดคุยของเธอนั้นถือว่าดี ครั้งแรกชนาธิปยังคิดว่าเธอจะตอบเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นเสียอีก แต่กลับผิดคาด

“เข้าเรื่องเลยแล้วกัน เฮริมเขาถูกแฟนคลับขู่ทำร้าย งานของผู้กองคือมาเป็นบอดี้การ์ดให้เธอ ตามติดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่ว่าเฮริมจะไปไหน ผู้กองต้องไปด้วย”

“บอดี้การ์ด งานแบบนั้นท่านรองก็รู้ว่าผม...” ชนาธิปทำท่าจะเอ่ยค้าน เพราะงานแบบนี้เขาไม่รับทำและหลีกเลี่ยงมาตลอด โดยที่ผู้บังคับบัญชาก็รู้ดี แต่ทำงานแบบนี้ถึงมาหาเขาอีก

“ผมรู้ว่าผู้กองไม่รับงานแบบนั้น แต่ตอนนี้ไม่มีใครว่าง ทุกคนออกนอกพื้นที่กันหมด อีกอย่างเฮริมคือหลานสาวผม ผมไม่ไว้ใจให้คนอื่นทำงานนี้” แววตาของพันตำรวจโทอานนท์ดูแน่วแน่ ถึงคนอื่นจะว่างแต่สำหรับงานนี้คนที่เหมาะสมที่สุดคือชนาธิป

“แล้วที่บอกว่าตามติดยี่สิบสี่ชั่วโมงมันคืออะไรครับ” นายตำรวจหนุ่มคิ้วขมวด หวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่คิดเอาไว้

“ผู้กองต้องบินกลับไปเกาหลีพร้อมเฮริม อยู่ดูแลเธอจนกว่าสายสืบที่นั่นจะจับคนร้ายได้” พันตำรวจโทอานนท์นั้น ได้ให้น้องสาวซึ่งเป็นมารดาของปาร์คเฮริม จัดการเรื่องนี้อย่างลับๆ ด้วยการเข้าแจ้งความให้ตำรวจที่เกาหลีตามสืบหาตัวคนร้าย แต่จะให้ตำรวจที่นั่นมาคอยตามติดปาร์คเฮริม ตลอดก็คงผิดสังเกต กลัวคนร้ายจะรู้ทันจึงต้องโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือจากพี่ชายอย่างตนถึงเมืองไทย

“เกาหลี!!” ชนาธิปเอ่ยทวนสิ่งที่ได้ยินจากพันตำรวจโทอานนท์ สุดท้ายสิ่งที่คิดก็เป็นจริงแถมยังเกินไปเสียด้วย ให้ตายสิ งานแบบที่เขาไม่ต้องการพุ่งเข้าหาแบบปฏิเสธไม่ได้เสียด้วย

“ใช่…เพราะเฮริมอยู่ที่นั่น”

“แล้วทำไมเธอถึงไม่ให้ตำรวจของที่นู่นให้คุ้มกัน” นายตำรวจหนุ่มเอ่ยถามอย่างสงสัย เขาเป็นตำรวจที่เมืองไทย ให้ไปทำงานที่เกาหลีจะทำอะไรได้

“ขืนเป็นข่าว ฉันก็แย่น่ะสิ” ปาร์คเฮริมเอ่ยขึ้น เพราะไม่อยากให้เรตติ้งของตัวเองตกนั่นเอง ขืนสมาชิกในวงอีกสามคนรู้ว่าเธอเป็นตัวอันตรายพวกเขาก็ต้องหวาดระแวงเป็นแน่ เธอไม่อยากให้เรื่องมันเลวร้ายแบบนั้น

“แค่เนี้ย แล้วมันจะคุ้มกันไหมกับชีวิตของเธอ กลัวอะไรไม่เข้าท่า” ชนาธิปส่ายหน้าให้กับความคิดตื้นๆ ของหญิงสาวตรงหน้า

“คุณ...” คนฟังกำหมัดแน่น กัดฟันดังกรอดๆ ท่าทางของปาร์คเฮริม ทำให้ชนาธิปรู้ว่าเธอเข้าใจภาษาไทยได้ดีทีเดียว บิดาหรือมารดาของเธอคงสอนมาดีก็เป็นได้ว่าการเป็นลูกครึ่งมันต้องได้ทั้งภาษาพ่อและแม่ ซึ่งก็ดีไม่น้อยเพราะถ้าขืนทำงานกับคนที่พูดคนละภาษาเขาก็คง ปวดหัวตาย

“เฮริม...หลานอย่าใจร้อน” พันตำรวจโทอานนท์เอ่ยปรามหลานสาว

“แต่ถ้าเขาไม่เต็มใจทำงานนี้ หนูก็ไม่ต้องการค่ะคุณลุง” ปาร์คเฮริมเอ่ยขึ้น ก่อนจะมองไปยังชนาธิป เพราะเธอเองก็ไม่อยากเห็นหน้าคนที่ไม่เต็มใจทำงานใกล้ชิดเธอเหมือนกัน อุตส่าห์หลบมาที่เมืองไทยหวังให้คนเป็นลุงช่วยแท้ๆ แต่สุดท้ายเหมือนเธอกลับเกาหลีมือเปล่า

“ขอบคุณที่เข้าใจ ผมเองก็ขอปฏิเสธ” ชนาธิปเองก็ได้ทีไม่ขอรับงานนี้เหมือนกัน พอเห็นสีหน้าของชายหนุ่มที่เมินใส่เธอแบบนั้นปาร์คเฮริมก็แทบกรี๊ด นี่เขาไม่รู้เลยใช่ไหมว่าเธอเป็นใคร เธอนั้นโด่งดังในฐานะเกิร์ลกรุ๊ปของเกาหลี มีแต่คนอยากเข้าใกล้ แล้วทำไมอีตาตำรวจทึ่มๆ คนนี้ถึงไม่อยากทำงานด้วย เธอนั้นดังมากเชียวนะ คิดแล้วก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที

“นี่คือคำสั่งของผมผู้กอง” ในเมื่อชนาธิปปฏิเสธ พันตำรวจโทอานนท์ ก็ต้องใช้คำว่าผู้บังคับบัญชามาใช้ให้เป็นประโยชน์ นายตำรวจหนุ่มถึงกับพูดไม่ออกทันที

“ท่านครับ”

“ไม่มีข้อแม้ใดๆ งานนี้ผู้กองต้องรับไปทำ” คำพูดแบบมัดมือชกดังออกมาจากพันตำรวจโทอานนท์อีกครั้ง เพราะนี่คือชีวิตของหลานสาว เขาไม่อยากเสี่ยง

“แล้วงานของผมที่นี่ล่ะครับ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจัดการเอง” พันตำรวจโทอานนท์ตอบอย่างมั่นใจ เพราะงานนี้เขาเตรียมทุกอย่างไว้รอแล้วนั่นเอง

“ผมต้องทำงานนี้ไปนานแค่ไหน”

“จนกว่าทางเกาหลีจะตามสืบหาตัวคนร้ายและจับได้” คำพูดของพันตำรวจโทอานนท์ไม่สามารถกำหนดเป็นจำนวนวันได้ ถ้ายังจับคนร้ายไม่ได้เขาก็ต้องอยู่กับผู้หญิงคนนี้ต่อไปเรื่อยๆ เนี่ยเหรอ สงสัยเขาต้องเร่งสืบอีกแรงให้มันจบๆ งานนี้จะได้ยุติลงเสียที

“ถ้ามันลำบากนัก คุณก็ไม่ต้องทำ” ปาร์คเฮริมเอ่ยด้วยเสียงห้วนๆ มองมายังชนาธิป เพราะเธอไม่อยากทำงานกับคนที่ไม่เต็มใจเหมือนกัน

“นั่นคือสิ่งที่ผมอยากทำเหมือนกัน แต่ในเมื่อมันคือคำสั่งผมก็คงปฏิเสธไม่ได้ ตกลง ผมรับงานนี้” ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นและเป็นคำสั่ง ชนาธิปก็ต้องรับทำ แม้จะไม่ต้องการก็ตามที

ได้ยินแบบนี้ พันตำรวจโทอานนท์ยิ้มออกมาอย่างพอใจ ถ้าปาร์คเฮริมไม่ใช่หลานเขา งานนี้ก็คงไม่ลงมายุ่งด้วย แต่น้องสาวที่แต่งงานกับปาร์ค ฮยอง นักธุรกิจเกาหลีกลับโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือเรื่องนี้ ใครจะไปนั่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไหว

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JMM” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JMM
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย  พันธะร้ายนายคู่หมั้น | มายู x มิวนิค
8.8
เมื่อความสัมพันธ์ถูกผูกมัดด้วยสถานะที่ไม่อาจเลี่ยง มิวนิคจึงประกาศกร้าวต่อหน้ามายูอย่างดุดันว่าเขาไม่ใช่แค่ว่าที่คู่หมั้นตามคำสั่งผู้ใหญ่เท่านั้น แต่เขายังเป็นชายเพียงคนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวเธอทั้งทางนิตินัยและพฤตินัยอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางความขัดแย้งและพันธะร้ายที่บีบคั้น ความรู้สึกของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไรในวังวนแห่งความเป็นเจ้าของที่เขาขีดเส้นตายเอาไว้ให้เธอเดินตามแต่เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย เพื่อนร้ายกลายรัก
9.2
ความสัมพันธ์ระหว่างมีนและตาร์ต้องสั่นคลอนเมื่อมีนสงสัยว่าแฟนหนุ่มวิศวะแอบนอกใจ เธอตัดสินใจเผชิญหน้าถามความจริงเรื่องคืนที่ผ่านมา แม้ตาร์จะยืนยันหนักแน่นว่าติดงานกลุ่มที่มหาวิทยาลัยจนแทบไม่ได้พัก แต่หลักฐานมัดตัวทั้งรูปถ่ายและข้อความจากหญิงอื่นที่ชื่อกีกี้กลับฟ้องชัดเจน ท่ามกลางความเสียใจและหวาดกลัวต่อท่าทีของอีกฝ่าย ตาร์กลับดึงเธอเข้าไปสวมกอดพร้อมคำขอโทษที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดในสิ่งที่เขาได้ทำลงไป
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์เสน่หาพญามาร
8.7
โมกข์พยายามสื่อความปรารถนาอันเร่าร้อนที่อยากจะครอบครองร่างนุ่มนวลของหญิงสาว เขาต้องการเห็นเธอแสดงความต้องการและอ้อนวอนให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หา สายตาที่จ้องมองทำให้เธอเขินอายจนหน้าแดงก่ำดั่งผลทับทิม ขณะที่สัมผัสจากมือหนาปลุกเร้าความปั่นป่วนและสั่นสะท้านไปทั่วทั้งกาย ความสัมพันธ์ที่แสนหวานนี้เปลี่ยนค่ำคืนอันเงียบเหงาให้กลายเป็นกองเพลิงที่แผดเผาอยู่บนเตียงนอนด้วยความเสน่หาที่มากล้นจนยากจะหยุดยั้ง
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
หน้าปกนวนิยาย แผนรักบุรุษร้าย
8.8
มหาเศรษฐีหนุ่มเคลวินไม่เคยเชื่อเรื่องโชคชะตา จนกระทั่งเขาได้พบกับลัลน์นาราอีกครั้งที่เมืองไทย เขาจึงเริ่มวางแผนการร้ายเพื่อล่อลวงเธอให้มาติดกับ แต่กลับกลายเป็นว่าหัวใจของเขากลับถูกเธอสยบเสียเอง แม้หญิงสาวจะพยายามหนีจากผู้ชายจอมยียวนที่เคยสร้างความอับอายให้เธอในอดีต แต่กงล้อแห่งพรหมลิขิตกลับหมุนวนพาให้ทั้งคู่ต้องมาใกล้ชิดกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ จากการเผชิญหน้าอันดุเดือดแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันอันเร่าร้อนที่จะตราตรึงใจพวกเขาไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สิ้นสุดเส้นทางของความรัก
9.0
ความภักดีที่พร้อมพรมอบให้รัฐศาสตร์ รุ่นพี่ที่เธอรักมานานจนสร้างครอบครัวและมีลูกชายด้วยกัน กลับพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า เมื่อสามีที่เคยแสนดีและให้เกียรติเธอมาตลอด กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ความห่างเหินเริ่มก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นบาดแผลลึกในใจ และในวันที่ลูกน้อยอายุเพียงสามขวบ เขากลับเอ่ยปากขอหย่าอย่างเยือกเย็น โดยอ้างว่าได้พบผู้หญิงคนใหม่ที่เติมเต็มชีวิตได้ดีกว่าเธอ ทิ้งให้เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการถูกทรยศในชีวิตคู่ที่เคยเชื่อว่ามั่นคง