
จอมมารอ้างสิทธิรัก
ตอน 3
ยังไม่ทันมีคำตอบ แต่วราพิชชาเร็วกว่า เธอก้าวเข้าไปในห้องน้ำแล้ว เพราะต้องการรีบทำงานให้เสร็จ เนื่องจากใกล้เวลาเลิกงานแล้ว เธอนำผ้าสะอาดมาชุปน้ำหมาดๆ เพื่อนำไปเช็ดเศษแก้วบนพื้น แต่ก่อนที่จะเดินออกไป ก็มีเสียงเรียกออกมาจากหลังผ้าม่านภายในห้องน้ำนั่นเอง
วราพิชชายืนตัวแข็งทื่อ สมองสั่งงานช้าลง
“หยิบผ้าเช็ดตัวให้หน่อยสิ” เสียงสั่งดังออกมาจากหลังผ้าม่านทึบผืนโต
วราพิชชาหันไปมองรอบตัว รีบเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ แล้วส่งให้คนหลังม่านทันที เธอรีบเดินออกจากห้องน้ำขาแทบพันกัน พลางสีหน้าตาเหยเก
แซมหัวเราะ”หึๆ…” ทันทีที่เห็นสีหน้าสาวน้อย
เมื่อวราพิชชาทำงานเสร็จเรียบร้อย กำลังเตรียมตัวจะกลับ
“แซม... ให้ใครหายาแก้ปวดให้หน่อยสิ ปวดหัวฉิบหายเลย...”
วราพิชชาอาปากค้างทันทีที่เงยหน้าขึ้นมอง เธอกำลังเก็บเศษแก้วอยู่แท้ๆ ผู้ชายตัวสูงใหญ่หุ่นล่ำมีกล้ามนิดหน่อยไม่ถึงกับเทอะทะ เขานุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวอย่างหมิ่นเหม่ มองดูแล้วน่าหวาดเสียว เพราะกลัวว่าผ้าผืนนั้นจะหลุดออกจากกัน ถ้าเขาขยับตัวแรงๆ ผมของชายหนุ่มมีสีน้ำตาลแดงยักโศกและยุ่งเหยิง ตาสีฟ้าน้ำทะเลเป็นประกาย จมูกโด่งเป็นสัน เมื่อรวมกับปากบางเฉียบได้รูป จึงทำให้รูปหน้าน่ามองยิ่งขึ้น ผิวเขาขาวๆมาก ขาวเสียจนจนสีผิวของวราพิชชาดำไปเลย ถ้าเทียบกับชายร่างใหญ่ที่ยืนโดดเด่นอยู่กลางห้อง เขาเป็นผู้ชายที่จัดอยู่ในกลุ่มหน้าตาดีมากๆ ถ้าตอนนี้นิสาได้เห็น คงต้องร้องกรี๊ดกราดอย่างสุดปลื้มใจแน่นอน
วราพิชชาคิดถึงสีหน้าของนิสาหากเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้นี้ เธอจึงเสก้มหน้าอมยิ้ม โดยลืมไปว่าเธอต้องรีบออกมาจากห้องเพื่อกลับบ้าน เมื่อใกล้ถึงเวลาเลิกงานเข้าไปทุกที
ปัง... เสียงประตูปิดตามหลัง ทันทีที่แซมเดินออกจากห้องไป เพื่อหายาแก้ปวดตามคำสั่งของเจ้านาย
“ใคร... เธอเป็นใคร แล้วเข้ามาทำไมในห้องฉัน” วราพิชชาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เสียงตวาดกับวงหน้ากระด้างจนเจ้าตัวนึกขยาด
หนุ่มเจ้าของห้องกำลังมองมาที่วราพิชชาที่ยืนอยู่กลางห้อง
วราพิชชาจึงตอบออกไป แล้วก็รีบขยับตัวเตรียมออกจากห้องของเขาทันที
“ดิฉันแม่บ้านค่ะ...เข้ามาทำความสะอาด เรียบร้อยแล้วขออนุญาตกลับเลยนะคะ”
โดมินิคมองมาที่วราพิชชาอย่างสำรวจ ผู้หญิงคนนี้ตัวเล็กมากถ้าเทียบกับเขาเอง แต่อะไรในตัวไม่เล็กตามไปด้วยแฮะ...คะเนได้จากสายตาแล้วไม่น่าจะพลาด เมื่อเขากวาดตาสำรวจจนทั่วทั้งด้านบนและด้านล่าง ดูๆ แล้วหน้าอกน่าใจก็น่าจะซักประมาณสามหกอัพ ขนาดเกินตัวไปหน่อย แถมหน้าตายังดูเด็กมากๆถึงยี่สิบเหรอเปล่าก็ไม่รู้ได้ ปากแดงๆ ตาโตๆ โดมินิคเจอมาเยอะ ทั้งเนื้อนมไข่ แต่หากลองเด็กสาวอ่อนเยาว์ดูบ้างก็ไม่ติด เขาขี้เกียจเรียกแซม ดูแล้วลักษณะแล้วน่าจะสะอาดพอใช้ โดมินิคคิดพลาง เดินตรงเข้าไปยังจุดที่วราพิชชายืนอยู่อย่างสำรวม
“ต้องการเงินเท่าไร ถ้าเธอต้องค้างที่นี่คืนนี้ บอกแซมนะแล้วตามฉันเข้ามาในห้อง ฉันจะเข้าไปรออย่าให้นานล่ะ...ฉันไม่ชอบรออะไรนานๆ”
บอกจบโดมินิคก็หมุนตัวกลับเข้าไปในห้องนอนทันที เขาไม่เคยคิดว่าตนเองจะโดนปฏิเสธ
วราพิชชากำมือเรียวจนปลายเล็บจิกเข้าไปในเนื้ออุ้งมือ เธอกัดริมฝีปากล่างจนแน่น เพื่อข่มกลั้นความโกรธ ผู้ชายมักจะมองเพศหญิงเป็นที่ระบายอารมณ์ ผู้ชายคนนี้คงใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอด ผู้หญิงที่เขาเจออาจจะเต็มใจสนองอารมณ์กลัดมันให้เขา แต่ไม่ใช่เธอ
เธอรีบเดินออกไปจากห้องทันทีอย่างฉุนเฉียว และอารมณ์โกรธที่เริ่มเดือดปุดๆ
ผ่านไปพักใหญ่ๆ ปัง… เสียงประตูเปิด ก่อนจะมีเสียงเดินย้ำเท้าเข้ามาหาเบาๆ
“ฉันคอยนานแล้วนะ เธอนั่งคำนวนเงินค่าจ้างนานไปนะ ถ้านานมากไปกว่านี้ ฉันก็ไม่ต้องการแล้วล่ะ”น้ำเสียงเย็นเฉียบตามอารมณ์กรุ่นๆ เขาเริ่มอารมณ์ไม่ดีที่สาวน้อยใช้เวลาคิดนานเกินควร
“ร้านขายยาปิดแล้วครับ เลยต้องวนรถหลายรอบ กว่าจะหาร้านขายยาที่ยังเปิดขายอยู่เจอ เลยใช้เวลานานไปหน่อยครับ” แซมรายงาน พร้อมทั้งยื่นถุงที่บรรจุยาแก้ปวดหัวให้ตามที่โดมินิคต้องการ
โดมินิคลืมตาขึ้นมอง พลางถามแซมคนสนิททันที
“ตอนเดินเข้ามาเห็น ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างนอกหรือเปล่าละ”
“...ไม่เห็นมีใครนี่ครับ”
“ฉิบ...” เสียงสบถดังรอดไรฟัน สีหน้าโดมินิคบึ้งตึงกว่าเก่า อาการปวดหัวก่อนหน้านี้หายเป็นปลิดทิ้ง เขาปวดข้างขมับ จนต้องรีบยกมือขึ้นคลึงไปมา
“แซม ผู้หญิงที่เข้ามาในห้องฉัน หล่อนทำงานอะไร ...อยู่ที่ไหน... กับใคร...” แซมขมวดคิ้วสีหน้างุนงงกับคำถามของเจ้านาย ที่ถามออกมารัวเร็วฟังแทบไม่ทัน เลยจำเป็นต้องถามย้ำกลับไป
คุณอาจจะชอบ





