
ดีไซน์เนอร์สาว หลงยุค
ตอน 2
หลังจากสวีข่ายกลับไปเกณฑ์ชาวบ้านให้มาช่วยซ่อมบ้านให้กับนางหลันฮวา ไม่ถึงครึ่งชั่วยามเขาก็กลับมาพร้อมชาวบ้านสามสี่คน ทุกคนล้วนเป็นชายฉกรรจ์ เหมาะแก่การรื้อถอนเป็นอย่างมาก
"น้องหลันฮวาอยู่ด้านในรึไม่" สวีข่ายตะโกนส่งเสียงร้องถาม
"ท่านแม่มีคนเรียกท่านอยู่ด้านนอกเจ้าค่ะ"
"เดียวแม่ออกไปดูเอง พวกเจ้าอยู่กันแต่ในบ้านรอแม่กลับมา"
นางหลันฮวาเดินออกมาด้านนอก ก็เจอเข้ากับท่านพี่สวีและคนอีกจำนวนหนึ่ง ที่มือทุกคนมีเครื่องมือรื้อถอนติดมือมาด้วย "มีอันใดเจ้าค่ะท่านพี่สวี"
"อ่อ..พี่พาคนมาช่วยกันซ่อมแซมบ้านเจ้า อีกประเดียวท่านพ่อท่านแม่พี่ก็จะมาช่วยอีกแรง ยังมีท่านป้าเหยาด้วย
"พวกท่านมิน่าลำบากเลย ข้าละอายใจนัก"
"เจ้าก็ทำเหมือนพวกข้าเป็นคนอื่นคนไกล เมื่อก่อนข้ายังวิ่งเล่นกับเจ้าบ่อยๆ" ลิ่วลู่เพื่อนสมัยเด็กของนางหลันเอ่ยขึ้น
นางหลันโค้งคำนับอยู่หลายรอบ "ขอบคุณทุกๆท่านมาก ข้ามิรู้จะเอ่ยคำใดได้อีก"
"เอาล่ะอย่ามั่วแต่พากันเอ่ยย้อนความเก่ากันเลย ลงมือกันเถอะเดียวจะสายซะก่อน"
เมื่อทุกคนได้ยินก็พากันแยกย้ายรื้อถอนพวกเศษกิ่งไม้ที่หักร่วงหล่นเต็มลานบ้าน บางส่วนก็ถอนวัชพืช นางหลันได้แต่กล่าวขอบคุณซ้ำๆ ไม่นานเฒ่าสวีกับยายเฒ่าหลิวก็มาถึง "นั้นใช้อาหลันรึไม่ตาเฒ่า"
"คราวะท่านลุงท่านป้าสวีเจ้าค่ะ นี้คือบุตรสาวของข้าเจ้าค่ะ " นางหลันเข้าไปเรียกลูกๆออกมาพอดีที่ท่านลุงกับท่านป้าสวีมาถึงพอดี
"หลานคราวะท่านปู่ท่านย่าเจ้าค่ะ//เจ้าค่ะ"
"มีเพียงสองคนรึ"
"ข้ามีบุตรสามคนเจ้าค่ะ แต่อีกคนล้มป่วยนอนอยู่ด้านในเจ้าค่ะ" อยู่ๆน้ำตาของนางหลันก็เรื้อขึ้นมา พร้อมที่จะไหล นางรู้สึกอ่อนแอขึ้นมาซะอย่างนั้น จนท่านป้าหลิวมารดาของสวีข่ายต้องเดินเข้ามาสวมกอด และตบหลังนางเบาๆเพื่อปลอบโยน นางผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก มองเพียงแค่นี้ก็รู้ถึงความทุกข์ใจของหญิงสาวตรงหน้า
"พวกเจ้าเข้าไปคุยกันด้านในก่อนเถอะ ด้านนอกไว้ให้เป็นงานของบุรุษทำกัน พวกเจ้าคงมีเรื่องได้พูดคุยกันอีกเยอะ ไปเถอะ"
เฒ่าสวีเอ่ยไล่ยายแก่ของตน เรื่องของสตรีคงต้องให้สตรีเช่นกันปลอบโยนถึงจะดี เฒ่าสวีหลุนเดินสำรวจพื้นที่รอบๆบ้าน ก่อนจะกลับมาพูดคุยกับบุตรชาย มินานบุตรชายของเขาก็รีบจากไป เหมือนจะไปหาอะไรสักอย่าง
นางหลันผายมือให้กับท่านป้าหลิว "เชิญท่าป้าหลิวด้านในก่อนเจ้าค่ะ"
"นี้มันเรื่องอันใดอาหลัน ทำไมบุตรสาวเจ้าถึงได้เจ็บหนักเยี่ยงนี้เล่า "
ยายเฒ่าหลิวมองดูเด็กร่างเล็กตรงหน้า ใบหน้าที่ซีดขาว เนื้อตัวเต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกเฆียนตีเต็มไปหมด คนเช่นใดถึงทำกับเด็กได้ถึงเพียงนี้กัน เมื่อนางคาดคั้นจนได้ฟังความก็รู้สึกเวทนาขึ้นมา
เดิมที่นางหลันฮวาสมควรได้ผู้วาสนากับบุตรชายของนาง หากตาเฒ่ามู่มิไปตกลงยกบุตรสาวให้กับตระกูลต้วนเสียก่อน ชีวิตของนางหลันฮวาคงมิเป็นเช่นนี้ เดิมที่ยายเฒ่าหลิวรักและเอ็นดูนางหลันฮวาอยู่แล้ว พอได้มาฟังเรื่องราวทั้งหมดยายเฒ่ากลับรักและสงสารนางเพิ่มอีกเป็นสิบเท่า
เฒ่าสวีเดินเข้ามายังในบ้าน "ลุงจะให้คนมาซ่อมแซมหลังคาบ้านให้เจ้าด้วย อีกประเดี๋ยวอาสวีคงพาคนมาถึง ช่วยๆกันจะได้เสร็จเร็วขึ้น"
"ขอบคุณท่านลุงท่านป้ามากเจ้าค่ะ ข้ากับลูกๆมิมีอันใดตอบแทนเลย ตอนนี้แม้แต่เสื้อผ้ายังมิมีติดตัวมา " ว่าพลาดร้องไห้ออกมา นางอัดอั้นตันใจเสียเหลือเกิน
เฒ่าสวีมองดูเด็กๆที่นั่งอยู่ใกล้ๆนางหลันแล้วรู้สึกเวทนาซะเหลือเกิน พวกนางล้วนแต่เป็นเด็กและสตรี คนพวกนั้นโหดเหี้ยมเกินคนไปแล้ว
พวกชาวบ้านที่มาช่วยงาน พากันทำงานจนเกือบถึงยามอู่ จึงพากันแยกย้ายกลับไปทานอาหารเที่ยง แต่พวกเขาก็ยังบอกกับนางหลันว่าจะกลับมาหลังยามอู่ไปแล้ว งานซ่อมแซมยังคนเหลือมิมาก ก่อนเซินก็แล้วเสร็จ
"ข้าละอายใจต่อพวกท่านนัก ข้ามิมีอันใดตอบแทนเลย" นางและลูกๆยืนโค้งคำนับอยู่หลายรอบลำพังพวกนางยังมิมีอันใดจะประทังท้องเลย แล้วจะเอาอันใดมาเลี้ยงขอบคุณ
"ป้าจะกลับไปทำอาหารที่บ้าน เจ้ากับลูกๆอยู่รอทานด้วยกัน ป้าจะกลับมาพร้อมอาสวี"
"ท่านป้าอย่าได้ลำบากเลยเจ้าค่ะ พวกข้ามีแผ่นแป้งแห้งอยู่"
"หลานๆของข้าคงมิอิ่ม เจ้ารอสักประเดี๋ยวแล้วกัน"
ครอบครัวสวีจากไปแล้วพร้อมชาวบ้านที่มาช่วยงาน นางหลันรู้สึกรื้นตันใจเป็นอย่างมาก ตอนนี้บุตรสาวคนเล็กจับไข้จนแทบมิได้สติ นางพะวงไปเสียทุกอย่าง ดีที่ได้ท่านพี่สวีพาคนมาช่วย
"ท่านแม่น้องสามจะเป็นอันใดมากรึไม่ นางตัวร้อนเยี่ยงไฟ" ซีฮั่นเอ่ยถามารดา
"แม่จะไปต้มยามาป้อนเพิ่ม พวกเจ้าคอยเช็ดตัวให้น้อง ระวังแผลที่หลังของน้องด้วยรู้รึไม่"
"เจ้าค่ะ//เจ้าค่ะ"
ไม่ถึงครึ่งชั่วยามยายเฒ่าหลิวก็กลับมาพร้อมกับอาหารหลายอย่าง ถึงจะเป็นอาหารแบบบ้านๆ แต่มันช่างอร่อยเหลือเกินสำหรับครอบครัวของนาง เมื่อนางหลันป้อนยาให้แก่บุตรสาวคนเล็กเสร็จ ก็ได้มานั่งล้อมวงทานอาหารเที่ยงด้วยกัน
สวีข่ายเมื่อได้ฟังเรื่องราวจากปากมารดาตอนที่กลับไปบ้าน ตอนแรกที่ได้ฟังเขาอยากจะไปฆ่าคนแซ่ต้วนนั้นให้ตายคามือ ตระกลูต้วนมิใช่คนแล้วโหดเหี้ยมเกินคน บิดาที่คิดฆ่าได้แม้แต่บุตรของตน สามีที่ทอดทิ้งภรรยาได้ เพียงแค่มิสามารถให้กำเนิดบุตรชาย นี้มันเรื่องเหลวไหลอันใดกัน
ระหว่างนั่งทานอาหารเขาก็แอบมองหญิงอันเป็นที่รักของเขา นางต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใดกันนะ เขาขอสัญญาต่อจากนี้เขาจะมิยอมให้ใครมาพรากพวกนางไปได้อีก เขารู้รักเด็กๆทั้งสามมาก นี้เพียงแค่เห็นกันมิถึงวันก็ว่าได้
ด้านของลีลี่ รึขวัญยิกา ตอนนี้นางกำลังท่องดินแดนแห่งสรวงสรรค์อยู่ ในฝันนางไปเจอกับเทพชะตาท่านหนึ่ง ข้างกายมีสุนัขตัวใหญ่ตัวหนึ่ง กำลังนั่งทำท่าสำนึกผิดอยู่ นางเห็นเทพชะตาต่อว่าและด่าทอสุนัขตัวนั้นต่างๆนานนา "อ้าวนางหนูเจ้ามาแล้ว"
"ท่านตารอหนูอยู่เหรอค่ะ"
"ใช่ๆ เรามาเข้าเรื่องกันเลยนะ ข้ามิค่อยมีเวลางานยุ่งนะ เหตุที่เจ้าต้องมายังดินแดนแห่งนี้ และตายก่อนถึงอายุขัยนั้น เหตุก็เกิดจากจากสุนัขชั่วตัวนั้น"
ขวัญยิกามองไปยังสุนัขสีดำที่ขนาดตัวใหญ่กว่าตัวของเธอหลายเท่ามาก เรียกว่าหมายักษ์ก็ว่าได้ "มันยังไงเหรอค่ะ แล้วหนูสามารถกบับไปยังยุคเดิมได้ไหม?"
"ก็มิมีอันใดมากมายหรอกแค่เจ้าสุนัขชั่วตัวนี้มันเอาลูกแก้ววิญญาณไปกัดเล่น มันก็ไม่มีอะไรถ้ามันไม่ทำลูกแก้วตกบ่อแห่งโชคชะตา ทำให้วิญญาณของเจ้าถูกดูดมายังภพนี้แทนภพที่เจ้าอยู่ แต่ข้าได้ลงโทษเจ้านี่แล้ว ข้าจะยกมันให้เจ้า เจ้าจะเอามันไปต้มยำทำแกงที่ใดก็เชิญตามสบายเลยแม่หนู"
ขวัญยิกาถึงไปไม่เป็นเลย เธอจะเอาหมาตัวนี้ไปทำอะไร มันใช้ให้ไปซื้อของได้ไหมเล่า "หนูไม่เอาหรอกค่ะหนูไม่ชอบหมา หนูชอบเลี้ยงเสือมากกว่าอิอิ"
ขวัญยิกาปลงตกกับชีวิตได้แล้ว ภพที่จากมาเธอไม่ได้มีใครคอยอยู่แล้ว พ่อแม่ของเธอท่านเสียไปนานหลายปีแล้ว ถ้าจะกลับไปไม่ได้ก็ขอใช้ชีวิตใหม่ให้ดีที่สุด "ว่าแต่หนูจะได้รับพลังวิเศษอะไรไหมค่ะ รึมีมิติกาลเวลาอะไรประมาณนั้นไหมค่ะ"
"พลังวิเศษข้าคงให้ไม่ได้ แต่ตัวช่วยโกงข้าพอหาให้ได้ เจ้าสุนัขตัวนี้เห็นแต่มันซุกซนไปวันๆแบบนี้ แต่มันก็เป็นสุนัขเทพ เจ้าสามารถใช้มันได้ในบางเรื่อง เอาเป็นว่าข้ามอบมันให้เจ้า เมื่อใดที่เจ้าตื่นจากความฝันให้เดินขึ้นไปบนเขา ไปรับเจ้าตัวนี้ลงมาเลี้ยงดูแล้วกัน เอาล่ะข้าต้องไปขึ้นเครื่องเพื่อไปสัมนาเรื่องดวงชะตาของมนุษย์ต่อแล้ว"
ขวัญยิกาเริ่มรู้สึกตัวตื่นในวันที่สาม แผลที่แผ่นหลังเริ่มแห้งตึงแล้ว เวลาขยับตัวจะเจ็บเล็กน้อยแต่ก็ไม่หนักเท่าวันแรกที่โดน "น้องสามเจ้าตื่นแล้ว หิวรึไม่"
อี๋นั่วที่ได้รับหน้าที่ให้นั่งเฝ้าน้องสาวคนเล็ก หลังจากวันนั้นที่ท่านลุงสวีพาชาวบ้านมาช่วยซ่อมบ้าน ก็ผ่านมาสามวันแล้ว ตอนนี้ท่านแม่ไปรับจ้างซักผ้าให้กับจวนของเศรษฐีหลู่ ส่วนพี่ใหญ่ก็ไปรับจ้างเลี้ยงเป็ด ส่วนนางได้รับหน้าที่ดูแลน้องเล็กอยู่ที่บ้าน
"หิวเจ้าค่ะ"
อี๋นั่วรีบเข้าไปในครัวก่อนจะตักโจ๊กข้าวฟางมาป้อน " เดียวพี่ป้อน เจ้าค่อยๆกินนะ"
"แล้วท่านแม่กับพี่ใหญ่ล่ะเจ้าค่ะไปไหน"
"อ่อไปรับจ้างทำงานนะ เจ้าอยากลุกเดินไหม"
"พี่รองข้าอยากอาบน้ำเจ้าค่ะ"
"แต่แผลเจ้ายังมิหายดีเช็ดตัวก็พอ"
อี๋นั่วยกอ่างน้ำอุ่นเข้ามา ก่อนจะช่วยน้องเล็กเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้า โชคดีที่มีคนเมตตานำเสื้อผ้าที่มิได้ใช้มาให้พวกนางพี่น้อง ถึงจะเป็นชุดเก่าแต่ก็ดีกว่ามิมีให้เปลี่ยน มารดาของนางมีเงินเหลือไม่กีตำลึง วันก่อนท่านลุงสวีพาไปซื้อพวกข้าวสารอาหารแห้ง และเครื่องปรุงรสและแป้งสาลีมาไว้ในบ้าน
"ข้ากินยาแล้ว รู้สึกว่าแผลมิค่อยเจ็บแล้ว ข้าอยากช่วยท่านแม่ทำงานเจ้าค่ะ"
"ใครเขาจะจ้างเด็กเยี่ยงเจ้ากันฮึ" อี๋นั่วยิ้มให้กับความคิดของน้องสาว
"งั้นเราทำของไปขายดีรึไม่เจ้าค่ะ"
"ก็น่าสนไว้เจ้าหายดีกว่านี้ก่อนนะ เอาล่ะเดินเล่นมาสักพักแล้วเจ้าควรกลับไปนอนพัก พี่จะไปเตรียมมื้อค่ำรอท่านแม่กับพี่ใหญ่"
ลีลี่นางพยายามคิดหาทางหาเงินมาเลี้ยงคนในครอบครัว นางไม่อยากให้ท่านแม่และพี่สาวต้องออกไปรับจ้าง พี่สาวคนโตชอบทำขนม นางรู้สูตรขนมจากยุคอนาคตเยอะเลย ส่วนพี่รองชอบเย็บปักถักร้อย นางก็พอจะวาดแบบได้แตกต่างจากยุคนี้ แถมยังมีชุดที่นางสามารถวาดออกมาได้อยู่หลายแบบ
"ฮ่าๆๆๆ แค่คิดก็มีความสุขแล้ว รอก่อนนะเงินจ๋า รอพี่หายดีก่อนแล้วพี่จะไปรับพวกเจ้าอิอิ"
เสียงของน้องสามที่หัวเราะอยู่เพียงคนเดียว สร้างความประหลาดใจแก่อี๋นั่วยิ่งนัก แต่นางก็ตั้งใจทำอาหารต่อไปโดยมิได้เดินไปดูนางแต่อย่างใด
คุณอาจจะชอบ





