
ดีไซน์เนอร์สาว หลงยุค
ตอน 3
สิบวันผ่านไป ไวเหมือนโกหก(ก็โกหกนั้นล่ะอิอิ) ตอนนี้แผลของลีลี่แห้งสนิทแล้ว นางได้แต่นั่งๆนอนๆอยู่แต่ภายใบ้านจนตอนนี้แทบจะกลายร่างเป็นผีดูดเลือดไปแล้ว
"ท่านแม่วันนี้ข้าขอขึ้นเขากับท่านลุงสวีได้รึไม่ วันก่อนท่านลุงบอกจะขึ้นเขาไปหาสมุนไพรป่า"
ลีลี่กำลังอ้อนวอนมารดา นางเอาหัวน้อยๆของนางถูขึ้นถูลงกับแขนของมารดา ท่าทางคล้ายลูกแมวออดอ้อน "แม่มิให้ไปเจ้าตัวแค่นี้ ไปก็จะเป็นภาระท่านลุงได้ เที่ยวเล่นแต่ในหมู่บ้านก็พอแล้ว"
"แต่ท่านลุงบอกจะพาข้าไป ไม่เชื่อท่านลองถามท่านลุงดูซิ ใช่ไหมเจ้าค่ะท่านลุงสวีข้ากับพี่รองไปกับท่านด้วยได้รึไม่"
"น้องหลันฮวา พี่รับปากพวกนางแล้วจะพาไปหาสมุรไพร พี่เพียงแค่พาไปเดินเล่นช่วงตีนเขาเพียงเท่านั้นเอง "
"ท่านพี่สวีท่านจะตามใจพวกนางเช่นมิได้นะเจ้าค่ะ"
"ท่านแม่ข้าจะดูแลน้องเล็กเองเจ้าค่ะ ข้าอยากหาสมุนไพรไปขายช่วยท่านแม่กับพี่ใหญ่หาเงิน นะเจ้าค่ะให้พวกข้าไปเถอะ นานะ"
"ถ้าพวกเจ้าสัญญาว่าจะมิดื้อมิซน ฟังที่ท่านลุงบอกทุกอย่าง ตกลงรึไม่"
"เจ้าค่ะ//รับทราบเจ้าค่ะ"
"ข้าขอฝากพวกนางด้วย รบกวนท่านพี่สวีตลอดเลย"
"พวกนางคือหลานของพี่เบ่นกัน เจ้าอย่าได้คิดมาก "
เมื่อลีลี่ขออนุญาติท่านแม่ได้แล้ว นางก็รีบวิ่งไปหยิบย่ามสะพายใบเล็กๆ ที่นางให้พี่รองทำให้เมื่อหลายวันก่อน พวกนางมีย่ามคนละหนึ่งใบ ก่อนจะมุ่งหน้าเดินตามท่านลุงสวีไปขึ้นเขาในครั้งนี้
คงเป็นเพราะเลยยามเฉินมาแล้ว ทำให้พบเห็นชาวบ้านบางส่วนเดินลงเขามาบ้างแล้ว บางคนขึ้นเขาตั้งแต่ยามอิ๋นเลยก็ว่าได้ "ท่านลุงวันนี้ท่านลุงจะพาพวกข้าไปหาสมุนไพรอันใดเจ้าค่ะ"
"ลองหาดูก่อนเผื่อจะเจอสมุนไพรดีๆ ที่พอจะลับตาคนหลงเหลือยุบ้าง ลุงมิรู้ว่าจะเจอสมุนไพรชนิดใดเช่นกัน"
ทั้งสามมุงหน้าขึ้นเขา ตอนแรกสวีข่ายตั้งใจจะพาเด็กๆเดินแค่ช่วงตีนเขา แต่สมุนไพรล้วนถูกชาวบ้านเก็บไปจนหมดมิมีหลงเหลือให้เห็น เขาจึงต้องพาพวกนางขึ้นไปบนเขา แต่ก็เลือกบริเวณที่ไม่อันตรายมากนัก
"โอ๊ะ!!! นั้น!!!"
ลีลี่วิ่งตรงไปหาบางอย่าง นางเห็นบางอย่างที่คุ้นเคยเป็นอย่างมาก นั้นคือพริกชี้ฟ้าที่ตอนนี้กำลังสุกแดงเต็มต้น
"เจ้าเห็นสิ่งใดกันน้องสาม" อี๋นั่วถามอย่างสงสัย
"ท่านลุงรู้จักมันรึไม่เจ้าค่ะ"
"ลุงเห็นมันมีขึ้นเต็มชายเขา แต่มิมีผู้ใดเคยนำไปทำอาหารนะ"
"ฮ่าๆๆๆ นี้คือเครื่องปรุงชนิดหนึ่ง พวกท่านช่วยข้าเก็บไปก่อน ไว้ข้าจะทำอาหารรสจัดจ้านให้ทานเจ้าค่ะ"
"น้องสามเจ้ามิเคยทำอาหาร อย่ามาปด"
"เถอะน่าเชื่อข้า ข้าเรียนมาฮ่าๆๆๆ"
สวีข่ายกับอี๋นั่วได้แต่ส่ายหน้า พวกเขามิอยากห้ามปรามลองให้นางได้เก็บไปก่อน เดียวมารดานางก็คงจัดการเองเมื่อลงเขาไป
หลังจากเก็บจนหมดต้นทั้งเขียวทั้งแดงแล้ว ลีลี่ก็เปลี่ยนเป้าหมาย นางเดินนำขึ้นเขาไปซะอย่างงั้น ทั้งๆที่ตนเองมิได้รู้จักทางแต่อย่างใด ใดๆคือนางคิดว่าถ้ายิ่งขึ้นเขาลึกเท่าใดนางก็จะเจอ กับเจ้าหมาตัวใหญ่ที่ท่านตาเทพชะตาบอกเพียงเท่านั้น
เรื่องสมุนไพรนางมิรู้จักหรอก ถ้าเครื่องปรุงอย่างพริก ข่า ตะไคร้พอว่าไป ระหว่างทางที่เดินขึ้นเขามา สวีข่ายก็พาพวกนางเก็บผักป่าบ้าง เก็บสมุนไพรบ้าง แล้วแต่จะเจออันใดที่พอรู้จักและพอจะนำไปขายได้
"ระวัง!!!"
อยู่ๆสวีข่ายก็กระโดดมายืนกั้น เบื้องหน้าเด็กทั้งสอง เขาเห็นบางอย่างอยู่ในพุ่มไม้ ท่าทางคล้ายสัตว์ดุร้าย มันกำลังจ้องมองมาที่พวกเขา
"มีอะไรเจ้าค่ะท่านลุง"
อี๋นั่วจับชายเสื้อของท่านลุงไว้แน่น นางขึ้นเขาครั้งแรกก็เจอเข้ากับสัตว์ป่าที่หิวกระหายแล้วหรืออย่างไร ต่างจากลีลี่ ที่ตอนนี้นางชะเง้อคอมองดู ว่ามีอะไรอยู่ตรงพุ่มไม้ข้างหน้า นางรู้สึกได้ว่ามันจะมิทำร้ายนางอย่างแน่นอน
"ลีลี่ ถอยออกมาเดียวนี้"
สวีข่ายรีบดึงนางให้ถอยหลัง เขาต้องพาพวกนางถอยออกจากตรงนี้ก่อนให้ได้ แต่ในระหว่างที่เขามิทันได้ตั้งตัวอยู่นั้น กลับมีบางอย่างกระโดดพุ่งออกมาจากพุ่มไม้
กรี๊ด!!! ตุ๊บ!!!
ลีลี่ล้มลงเพราะถูกบางอย่างกระโจนเข้าใส่ "มนุษย์โง่นี้ข้าเองจำมิได้รึ" เสียงบางอย่างดังขึ้นในหัวของลีลี่ ทำให้นางกล้าลืมตาดู ว่าสิ่งใดที่ทับนางอยู่ตอนนี้
"ว้าว!! ลูกเสือ ฮ่าๆๆๆๆ มันคือลูกเสือกำลังน่ารักเลย"
สวีข่ายกับอี๋นั่วตอนนี้ตัวแข็งเป็นหินไปแล้ว พวกเขามิทันได้ตั้งตัวก็เจอกับเสือเป็นๆ ถ้าลูกมันอยู่แถวนี้มิแน่แม่มันอาจอยู่ด้วยก็ได้ "ลีลี่เจ้าวางมันลง เราต้องไปกันแล้วเดียวแม่มันตามมาจะแย่"
"ท่านลุงเจ้านี้ข้าขอเอากลับบ้านด้วยได้รึไม่เจ้าค่ะ ดูซิมันน่ารักมากเลยข้าชอบเสือ"
"เหลวไหลน้องสามเจ้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ท่านแม่ตีเจ้าตายแน่ หากเจ้านำมันกลับไป"
ลีลี่อุ้มเจ้าลูกเสือขึ้นมา ก่อนจะเดินเข้าไปหาพี่สาวและท่านลุงสวี "พวกท่านลองจับดูซิเจ้าเสี่ยวไป๋มันออกจะน่ารัก"
"เสี่ยวไป๋" สวีข่ายกับอี๋นั่วพูดพร้อมกัน ถึงขั้นตั้งชื่อให้พร้อมเอากับนางซิ
"ถ้าข้าสามารถสั่งมันได้พวกท่านจะยินยอมให้ข้าพามันกลับไปด้วยได้รึไม่เจ้าค่ะ"
"เช่นนั้นก็ได้" สวีข่ายคิดในใจใครจะสั่งเสือสิงห์ให้ทำตามได้ในครั้งเดียว
เมื่อทุกคนเห็นพ้องลีลี่จึงวางเสี่ยวไป๋ลง ก่อนจะสั่งให้มันทำตาม "เสี่ยวไป๋นั่งลง เสี่ยวไปยืนขึ้น เสี่ยวไปไปคาบมันมา....บลาๆๆๆ"
สวีข่ายกับอี๋นั่วได้แต่ยืนอ้าปากค้าง เจ้าลูกเสือโคร่งตัวนี้ฟังที่นางพูดรู้เรื่อง แปลกเหลือเกิน พวกเขาลองสั่งดูบ้าง ปรากฎว่าเสี่ยวไป๋ยอมทำตามทุกอย่าง ไม่นานสวีข่ายเริ่มคุ้นชินกับมัน "แล้วหากเกิดว่าแม่มันตามหาเจ้านี้อยู่เล่า ลีลี่เจ้าจะพรากแม่พรากลูกมันมิได้เจ้ารู้รึไม่"
"เสี่ยวไป๋เจ้ามีบิดามารดารึไม่"
ผลปรากฎว่ามันส่ายหัวไปมาจนหัวเล็กแทบหลุดออกมา "ท่านแม่ต้องลงโทษเจ้าแน่ เรื่องนี้พี่จะมิช่วยเจ้าแน่นอน"
"วางใจเถอะเจ้าค่ะ ท่านแม่ต้องชอบมันแน่อิอิ"
ลีลี่อุ้มลูกเสือโคร่งขาวขึ้นมา นางฝันอยากเลี้ยงเสือมานานแล้ว นางดูตามยูทูปเห็นดาราบางคนเลี้ยงเสือเลี้ยงสิงโต ต้องคนรวยจริงๆถึงจะเลี้ยงได้ สมหวังล่ะ "เจ้ามนุษย์โง่เง่า เดินไปทางนั้นจะมีสมุนไพรอยู่ วางข้าลงข้าใจดีจะพาไปถือเป็นการให้ของขวัญครั้งแรกที่พบกันฮึ"
โอ๊ะ !!!
"ท่านลุงท่านพี่ทางนี้มาดูซิ เสี่ยวไป๋มันพบบางอย่าง"
"นั้นมัน!! โสม โสมพันปี"
สวีข่ายเข่าแทบทรุด เจ้าลูกเสือน้อยกำลังขุยดินที่ทับโสมรูปคนออก เผยให้เห็นบางส่วนอย่างชัดเจน เขาอยู่มาจนจะ40ปีแล้ว ยังไม่เคยพบโสมทีสมบูรณ์ขนาดนี้
"มันคืออะไรเจ้าค่ะ" อี๋นั่วสงสัยนางเห็นแค่รากบางส่วนเอง
"โสมเจ้าค่ะ ท่านลุงบอกมันเป็นโสมพันปี"
"เสี่ยวไป๋ของเราช่างรู้ความ" อี๋นั่วรีบย้ายข้างอย่างไว
สวีข่ายรับช่วงต่อจากเสี่ยวไป๋ เขาค่อยๆขุดเอาดินออกทีละนิด ก่อนจะยกโสมตรงหน้าขึ้นมา โสมรูปคน ขนาดใหญ่กว่าฝามือของเขาอีก หากขายคงได้ได้ตำลึงเงิน "ขอบคุณเสี่ยวไป๋ เด็กดีไว้ข้าจะนำอาหารมาตอบแทน"
เสี่ยวไป๋หาได้สนใจสวีข่าย มันเอาแต่เลียขนตัวเองเล่นไปมา "เทพเยี่ยงข้ามิกินเนื้อดิบ อย่าได้นำมันมาให้ข้าเล่า"
"ตกลงๆท่านเทพ"
ลีลี่สื่อสารผ่านความคิดของนาง จะว่าไปตัวช่วยโกงของนางก็มีค่านะ รู้จักช่วยทำมาหากินตั้งแต่วันแรกเลย "เราลงเขากันก่อนเถอะเจ้าค่ะ นี้ก็สายมากแล้ว"
อี๋นั่วร้องเตือน ตอนนี้ในย่ามของพวกนางเต็มไปด้วยผักป่า หอมป่า ผักหนาม และยังมีสมุนไพรยาอย่างเช่นเง็กเต็ก สมุนไพรอาหารยา สรรพคุณช่วยลดร้อนใน เป็นไข้ มันยังนำมาทำอาหารบำรุงร่างกายได้ดี ท่านลุงบอกว่าเก็บมาให้ท่านแม่ของนาง มิได้เอาไว้ขาย
"เช่นนั้นก็รีบกลับกันเถอะ ไว้มารดาเจ้ากลับมาลุงจะมาปรึกษาเรื่องโสม"
สวีข่ายรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก มิว่าจะขายได้เท่าใดเขาจะให้กับน้องหลันฮวาทั้งหมด นางจะได้มิลำบากต้องออกไปทำงานรับจ้างตามบ้านเยี่ยงนี้ หวังว่าโสมตัวนี้จะพอขายได้สักสิบยี่สิบตำลึงเงิน ไม่ค่อยมีใครพบโสมและนำไปขายเท่าใดนัก
เขามิรู้ราคาของโสม ที่รู้ว่าเป็นโสมพันปีก็ฟังปู่ย่าล่ามาอีกที เต็มที่พวกเขาหาเจอแต่ต้นโสมน้อยๆที่มีเพียงรากเล็กเท่านั้น ราคาก็มิได้มากมายอันใด น้อยคนที่จะยึดอาชีพหาสมุนไพรขาย ส่วนมากล้วนแต่ล่าสัตว์ รึทำอาชีพอื่นๆ สมุนไพรที่หามาได้ส่วนมากชาวบ้านมักเก็บไว้กินเอง
"เจ้าควรซ่อนเจ้าเสี่ยวไป๋ให้ดี หากชาวบ้านเห็นมันเข้าจะแตกตื่นได้"
ลีลี่รีบเอาเสี่ยวไป๋ซุกเข้าด้วนในเสื้อ โพล่ออกมาเพียงก้นและหาง หากใครถามว่านางอุ้มสิ่งใดอยู่นางมักจะบอกกับชาวบ้านที่ถามมาว่า "ข้าเก็บลูกแมวมาเลี้ยงเจ้าค่ะ"
คุณอาจจะชอบ





