ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย

จอมขวัญเจ้าบัลลังก์ทราย

เมื่อมกุฎราชกุมารีผู้สูงศักดิ์ต้องเข้าพิธีอภิเษกสมรสอย่างกะทันหันเพื่อลี้ภัยอันตราย เธอจึงต้องมุ่งหน้าสู่พระราชวังของพระสวามีเพื่อความปลอดภัย ทว่าชีวิตในดินแดนทะเลทรายกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเธอต้องเผชิญกับแรงริษยาของเหล่านางห้ามและแผนร้ายจากพระญาติที่ร่วมมือกับศัตรูภายนอกเพื่อหวังชิงบัลลังก์และปลิดชีพเธอ ท่ามกลางสมรภูมิแห่งอำนาจและการลอบประทุษร้าย มีเพียงความรักและการปกป้องอย่างใกล้ชิดจากพระสวามีเท่านั้นที่จะช่วยให้เธอรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ทำไมคะ ...ทำไมหนูต้องไป..." สาวน้อยถามขึ้นเหลือบมองไปยังแขกสูงศักดิ์ที่เข้าใจว่าเขาคือตัวปัญหาที่จะมาพรากเธอไปจากที่ที่เคยอยู่อาศัยมาตั้งแต่เยาว์วัย

“หนูจะไม่ไปไหนทั้งนั้น และจะถวายตัวแก่พระเจ้าเป็นแม่ชีเหมือนคุณแม่อธิการโมนาที่โบสถ์แห่งนี้”

“ดาริยาห์ ลูกคือ เจ้าหญิง ดาริยาห์ บินติ ราฮิม บินติ สุลต่าน อัล-ธูมไทมาห์ ที่ได้รับการสถาปนาพระยศเป็นมกุฎราชกุมารีแห่งราชรัฐสุลต่านอัล-ธูมไทมาร์เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว นี่ไงลูก”

ผู้กล่าวหยิบกระดาษสีขาวนวลแผ่นหนาออกมาจากซองสีแสดสลับดำและน้ำเงินมีตรายูงทองรำแพนบนบัลลังก์สัญลักษณ์ของราชวงศ์สุลต่านอัล-ธูมไทมาห์เห็นเด่นชัดวางลงตรงหน้าหญิงสาวผู้เป็นพระธิดา เธอจึงเห็นรูปของตนปรากฏอยู่บนมุมด้านขวา และลายอักษรสวยงามสีทองจารไว้ด้วยอักขระภาษาอารบิกกับภาษาอังกฤษเต็มหน้า และมีตราประจำพระราชวงศ์และตราลัญจกรประทับไว้พร้อมสรรพ

“ดาริยาห์ ลูกเป็นลูกของพ่อนะ”

“...ลูก...ทรงเข้าพระทัยผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ชื่อดาริยาห์ แต่ชื่อ...เดหลี มัลโลลีย์...เพคะ”

สาวน้อยมองบุรุษตรงหน้าด้วยสีหน้างงงัน พลางยืดกายบอกชื่อตัวเองที่ปรากฏชัดว่าเธอไม่ได้เกี่ยวดองอะไรกับผู้สูงศักดิ์ที่มาบอกว่าเธอเป็นธิดาของเขา

“นั่นเป็นชื่อและนามสกุลที่ใช้ขณะอยู่ที่นี่ เอาละ พ่อจะบอกลูกทุกอย่างก่อนที่เราจะไป" พระราชาธิบดีราฮิมรับสั่ง พลางทอดพระเนตรใบหน้าพระธิดาด้วยแววตาฉายประกายแห่งความรักห่วงใย

“แต่หม่อมฉันไม่อยากรับรู้หรือรับฟังอะไร และจะไม่ไปจากที่ที่เป็นบ้านของหม่อมฉันมาตั้งแต่เกิด”

สาวน้อยตอบด้วยน้ำเสียงห่างเหิน พลางมองเมินจากใบหน้าบุรุษผู้สูงศักดิ์ไปยังพี่เลี้ยงที่ยืนห่างออกไปใกล้ทางออกประตู แล้วหันกลับมามองสองผู้ใหญ่ใจดีที่อุปการะเลี้ยงดูตนมาจนเติบใหญ่ โดยรับรู้เพียงว่าเธอเป็นเด็กกำพร้าคนหนึ่งเท่านั้น

“เดหลี นี่เป็นเรื่องจริงนะ ลูกต้องฟังองค์ราฮิมรับสั่งก่อน" บาทหลวงฟรานซิสบอกอย่างไม่สบายใจนัก

“ฟังพ่อก่อนเถอะลูก เรามีเวลาไม่มากนัก จะต้องรีบออกเดินทางไปจากที่นี่”

น้ำเสียงอ่อนนุ่มซึมซับเข้าสู้ห้วงความรู้สึกของสาวน้อยจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในใจ แม้อยากจะฟังคำบอกเล่าเรื่องราวของตนใจจะขาด แต่ความรู้สึกน้อยใจทำให้กล่าวคำปฏิเสธ

“ไม่เพคะ หม่อมฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”

สาวน้อยพูดในอาการเชิดหน้ามองสบตาสีเดียวกันอย่างไม่เกรงกลัว แต่ไม่อาจจะปิดบังแววตัดพ้อและหวั่นกลัวจากสายตามากประสบการของพระบิดาได้

“แต่หนูทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกนะ เดหลีจ๊ะ ฟังแม่อธิการนะ ที่นี่ไม่ใช่บ้านของหนู มันก็ไม่ได้เป็นมาตั้งแต่แรก ท่านพ่อของหนูนำหนูมาฝากให้พวกเราดูแลแค่ชั่วคราวเท่านั้น”

แม่อธิการโมนาไม่อาจทนเฉยต่อความดื้อรั้นของสาวน้อยที่ตนเลี้ยงดูมา ปกติเดหลีจะเป็นเด็กหัวอ่อนว่าง่าย และเข้าใจอะไรง่ายดาย นี่คงจะน้อยใจพระบิดาจึงพาลพาโลไม่ยอมรับฟังอะไร

“ดูแลชั่วคราวหรือคะ หนูอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดแล้วนะ เวลายี่สิบกว่าปีที่ไม่รู้ว่าตัวเองยังมีพ่อหรือแม่อยู่เลยสักคน นี่หรือคะการฝากให้ดูแลชั่วคราว มันไม่นานไปหน่อยหรือคะ ที่จะมาแสดงตัวเอาป่านนี้”

เสียงหวานสั่นพร่าด้วยความสะเทือนใจ เธอมองหน้าผู้ปกครองของเธอทีละคนแล้วไปหยุดจับจ้องอยู่ที่พระราชาธิบดีราฮิมด้วยแววตัดพ้อ

“ดาริยาห์ ลูกพ่อ พ่อมีเหตุผลสำคัญที่ไม่อาจเปิดเผยฐานะแท้จริงของลูกได้ เพราะถ้ามีคนรู้ว่าลูกเป็นใคร ชีวิตลูกจะตกอยู่ในอันตราย พ่อไม่ได้คิดจะทอดทิ้งอย่างที่ลูกเข้าใจ" พระราชาธิบดีราฮิมรู้สึกเจ็บปวดกับน้ำเสียงและคำพูดของพระธิดา แต่พยายามอธิบายให้เธอเข้าใจ

“รับฟังรับสั่งของท่านพ่อก่อนเถอะเดหลี ลูกจะได้รู้ความจริงว่าเป็นอย่างไร”

บาทหลวงฟรานซิสมองความสับสนบนใบหน้าและดวงตาหมองเศร้าของสาวน้อยด้วยความเห็นใจ เดหลีหรือดาริยาห์เติบโตมาในโบสถ์หลังนี้ โดยมีแต่เขากับแม่อธิการและมาเรียมาตั้งแต่แบเบาะจึงไม่เข้าใจ

“แม่ของลูกชื่อคราดิยาห์หรือครอเดียห์ มัลโลลีย์ เป็นสตรีเชื้อสายอังกฤษ เธอแต่งงานกับพ่ออย่างถูกต้องตามกฎหมายของพลเมืองอังกฤษและประเพณีของราชรัฐสุลต่านอัล-ธูมไทมาห์ แต่มาเสียชีวิตหลังจากคลอดลูกได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง" พระราชาธิบดีราฮิมทอดพระเนตรอาการนิ่งงันของพระธิดาก็เริ่มเล่าความหลังด้วยน้ำเสียงเจือเศร้า

“แม่...จริงหรือเพคะ แม่ของหม่อมฉันตายแล้ว แม่ตายเพราะคลอดหม่อมฉันใช่ไหมเพคะ”

พอได้ยินคำว่า แม่ น้ำตาที่เก็บกลั้นมาก็พรั่งพรู เธอไม่เคยได้เห็นหน้ามารดาผู้ให้กำเนิด แต่คำว่า...แม่...มิได้เคยห่างหายจากจิตใจ ยามใดท้องฟ้าเกลื่อนดาราดารดาษ เธอมักจะคิดฝันเอาว่ามารดาเป็นดวงดาวดวงหนึ่งที่กะพริบพราวอยู่บนท้องฟ้า เพราะรับรู้จากมาเรียตั้งแต่จำความได้ว่ามารดาตายหลังจากคลอดเธอแล้ว แต่พอซักถามอะไรต่อ มาเรียก็รีบตัดบทเปลี่ยนเรื่องคุยเสียทุกที การไม่เคยเห็นหน้ามารดาหรือการรู้ว่ามารดาตายหลังจากคลอดเธอเป็นความเจ็บปวดใจนักหนา แต่ก็ยังน้อยกว่าที่รู้ว่า...บิดาของเธอยังมีชีวิตอยู่...บิดาที่ไม่เคยมาเยี่ยมมาหาหรือมาให้เห็นหน้าจนวันนี้...

“ไม่ใช่ แม่ของลูกตายเพราะถูกผู้ปองร้ายฆ่าตาย..." พระราชาธิบดีราฮิมจำต้องบอกความจริงแก่พระธิดา เพื่อเธอจะไม่เข้าใจผิดต่อการเสียชีวิตของมารดา

“...โอ...แม่...”

เสียงอุทานร้าวรานใจของพระธิดา เหมือนคมมีดกรีดลงบนพระหทัยของพระราชาธิบดีราฮิม ทรงลุกดำเนินเข้าโอบร่างสั่นเทาที่กำลังยกมือปิดหน้าร่ำไห้กับข่าวการตายของพระมารดา แล้วกอดเข้าแนบพระอุระอย่างปลอบปะโลม แม้จะสัมผัสรู้ถึงอาการขืนตัวเล็กน้อยที่แสดงการต่อต้านของคนถูกกอดแต่ไม่ทรงใส่ใจ และเล่าเรื่องราวต่อไป

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซ่อนรักปถวี
9.1
ฟาสต้องเผชิญกับโทสะของปถวีอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลังเธอถูกเขากระชากตัวมาเค้นความจริงเพราะบังเอิญไปล่วงรู้ความลับที่ไม่ควรได้ยิน แม้เธอจะพยายามปฏิเสธท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยช้ำจากการถูกใช้กำลัง แต่เขากลับยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ปถวีในวันนี้เปลี่ยนไปจนฟาสแทบไม่เหลือเค้าลางของคนที่เคยรู้จัก เขาประกาศกร้าวตัดความสัมพันธ์และข่มขู่เอาชีวิตอย่างไร้ความปราณี เพียงเพื่อปกปิดสิ่งที่เขาต้องการเก็บเป็นความลับตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย เด็กในโอวาท
9.5
คิง พชร หนุ่มจอมพยศผู้มั่นใจว่าไม่มีใครสยบเขาได้ กลับต้องเผชิญหน้ากับความบ้าบิ่นและอำนาจมืดของ ภาค พิเภก ชายผู้แสนเย็นชาและโหดเหี้ยมเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด แม้คิงจะเคยลั่นวาจาว่าเกลียดชังคนอย่างภาคเข้าไส้และขอไม่พบเจอกันอีกตลอดชีวิต แต่โชคชะตากลับเล่นตลกอย่างร้ายกาจ เมื่อเขากลับต้องวนเวียนมาติดกับและตกเป็นคนในโอวาทของภาคอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งและอันตรายที่บีบคั้นให้คิงต้องหาคำตอบว่าทำไมชีวิตเขาถึงต้องมาสยบอยู่ใต้เงื้อมมือของชายคนนี้
หน้าปกนวนิยาย บ่วงซ่อนรัก Love of the Devil
9.0
เมลดา นางแบบสาวระดับอินเตอร์ตัดสินใจกลับมาทำงานที่ไทย แต่ชีวิตต้องพลิกผันเมื่อเธอพลาดมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับชานนท์ นายตำรวจหนุ่มเพื่อนสนิทของพี่ชายที่ต้องการแสดงความรับผิดชอบ ทว่าในขณะที่ความรักกำลังเบ่งบาน โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องสูญเสียลูกและสูญเสียความทรงจำจนลืมสิ้นทุกความผูกพัน ชานนท์จึงต้องทำทุกทางเพื่อรื้อฟื้นความรักครั้งนี้กลับมาอีกครั้ง แม้ต้องเริ่มใหม่กี่รอบแต่พรหมลิขิตยังคงนำพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันในวังวนแห่งรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ความลับของสามีนักแข่งรถถูกเปิดโปงผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีมโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่น ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนทิ้งไป ก่อนจะหยิบถุงมือสีดำคู่เดิมกลับมาสวมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วที่เขาเคยขู่ว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
หน้าปกนวนิยาย ชายาอสรพิษ
9.1
หลี่หลิงเฟิ่ง ยอดอัจฉริยะจากองค์กรฝึกสายลับลับของจีนต้องจบชีวิตลงอย่างปริศนาขณะทำภารกิจสุดท้าย ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามมิติมาสวมร่างคุณหนูห้าบุตรสาวอนุภรรยาผู้ต่ำต้อยในจวนเจ้าเมือง ท่ามกลางสายตาดูแคลนจากผู้คนที่ตราหน้าว่าเธอเป็นเพียง 'ตัวไร้ค่า' แห่งยุคสมัย เมื่อได้รับโอกาสให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย อดีตสายลับมือหนึ่งจึงตัดสินใจทิ้งความอ่อนแอไว้เบื้องหลัง เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าคนอย่างเธอจะไม่ยอมถูกกดขี่หรือเป็นขยะให้ใครรังแกได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง
9.7
Li Mengyao is reborn into the body of a twelve-year-old girl just as her mother, a naive concubine, is framed and banished from the Li estate for causing a miscarriage. Armed with the Purgatory Jade Bracelet that followed her from death, she must navigate a new life in exile. While the Li family sacrifices them to appease a powerful clan, Mengyao’s arrival with a mystical artifact changes everything. No longer a timid child, she faces the harsh reality of her abandonment with newfound power.