ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Move On ใจหมดรัก

Move On ใจหมดรัก

จากความรักที่เคยหวานซึ้งกลับกลายเป็นความเฉยชา เมื่อเขาเห็นเธอเป็นเพียงของตายที่ไม่มีวันไปไหน ไม่ว่าเขาจะทำตัวแย่แค่ไหนเธอก็ยังรออยู่ที่เดิมเสมอ ความเจ็บปวดที่สะสมมานานทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะหยุดโง่และหันกลับมารักตัวเองเสียที ในเมื่อเขาหมดใจและไม่เคยเห็นค่าของเธอเลย เธอควรจะพอและก้าวเดินต่อไป หรือยังคงติดอยู่ในวังวนแห่งการให้โอกาสที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้ต่อไปดี
ตอน
แชร์

ตอน 3

เราสองคนมาถึงคอนโดแล้ว ที่นี่เป็นคอนโดของฉันเอง หลังจากที่เราทะเลาะกันบนรถฉันก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเพราะไม่อยากทะเลาะด้วย ฉันเหนื่อย ฉันเบื่อ เบื่อที่ต้องมานั่งทะเลาะอะไรแบบนี้ ฉันเคยโทรปรึกษาแม่ของวาคีนนะคะ เรื่องที่วาคีนเริ่มมีคนอื่นแล้วแม่เขาก็มักจะชอบพูดกับฉันว่า

'ผู้ชายก็แบบนี้'

บ้างก็พูดว่า

'ที่นี่ก็เป็นแบบนี้ สังคมรอบตัวเป็นแบบนี้ ถ้าเฟิร์นไม่อยากมีแฟนที่เป็นแบบนี้ เฟิร์นต้องไปคบกับคนต่างชาติ เพราะคนต่างชาติเขาไม่เป็นแบบนี้กัน'

ฉันเองก็อึ้งไปเหมือนกันนะคะที่แม่เขาตอบมาแบบนี้แรกๆ ก็ดีกับฉันทำเหมือนกับว่ารักฉันเหมือนลูกหลาน แต่ตอนนี้ความคิดฉันเปลี่ยนแล้วค่ะ แม่ของเขาน่าจะเป็นประเภทลูกแม่เป็นคนดี

"อ่ะ! เจ็บนะ"

"ถึงแล้ว จะนั่งอีกนานไหม" วาคีนเดินมาเปิดประตูรถให้ฉันแล้วกระชากแขนของฉันลงไป เขาจูงมือฉันเดินเข้าไปในห้องพัก และทันทีที่ประตูเปิดออกเขาก็เงียบใส่ฉัน ไม่พูดกับฉัน ทำเอาฉันถึงกับต้องถอนหายใจออกมาเพราะความอึดอัด

ฉันตัดสินใจเดินไปอาบน้ำ แล้วทำความสะอาดห้องพักเล็กๆ น้อยๆ ไม่นานนักวาคีนก็เดินไปเข้าห้องน้ำ เขาเอาโทรศัพท์มือถือเข้าไปด้วยนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเอาโทรศัพท์มือถือเข้าไป และภายในห้องน้ำก็เงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงน้ำไหล

หัวใจของฉันมันเต้นแรงอีกแล้ว ราวกับว่าในห้องน้ำนั้นน่าจะมีอะไรที่ฉันไม่รู้ ฉันทำความสะอาดเล็กๆ น้อยๆ เสร็จ ก็มานั่งลงที่โซฟาแล้วดูโทรทัศน์อย่างใจไม่เป็นสุขนัก ครั้งนี้วาคีนอาบน้ำนานมาก เรียกว่ามากกว่าครึ่งชั่วโมงเสียอีก ฉันเองก็แอบหวั่นใจแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการเงียบและทำเป็นไม่รู้เรื่องไม่สนใจ

แกร๊ก!

เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกพร้อมกับวาคีนที่ดูอารมณ์ดีกว่าเดิม เขาเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วเดินออกมาอีกครั้งในชุดอยู่บ้าน นั่นคือใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นที่ใส่สบายๆ เดินมาถึงก็นั่งลงซ้อนหลังฉันวางโทรศัพท์มือถือของตัวเองลงแล้วคว่ำหน้าจอเอาไว้ ฉันเหลือบตามองนะคะเขาคว่ำหน้าจอจริงๆ ฉันชักจะสงสัยว่าในโทรศัพท์นั่นมีอะไรหรือเปล่า

ฉันกับวาคีนเราคบกันมาตั้งแต่มอ.5 มอ.4 เทอมหนึ่งเราเป็นเพื่อนกัน พอเข้าเทอมสองวาคีนก็ลงทุนจีบฉันตลอดทั้งเทอมจนมาถึงเราขึ้นมอ.5 ช่วงต้นเทอมแรกเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ฉันก็เริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้เขาบ้างแล้ว และเราเริ่มมาคบกันจริงจังก็ตอนช่วงสอบมิดเทอมของเทอมแรก

"ขอโทษ~"

วาคีนโอบกอดเอวของฉันเอาไว้ เขาวางปลายคางไว้ที่บ่าเล็กของฉัน พร้อมกับพูดคำพูดคุ้นหูที่ฉันได้ยินบ่อยๆ ออกมา และฉันเองก็ทำเหมือนเดิมเพราะอยากรักษาเขาเอาไว้ ฉันอยากรักษาความรักของเราเอาไว้ ฉันยกมือขึ้นลูบใบหน้าของเขา แล้วหันไปหอมแก้มสากของเขาเบาๆ เพียงเท่านี้เรื่องที่เราทะเลาะกันรุนแรงนั้นก็หายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยกเว้นเพียงแค่ความรู้สึกของฉันที่มันไม่ได้ดีขึ้นเลย

ฉันคบกับวาคีนมานานไม่เคยแม้แต่เช็กโทรศัพท์มือถือเขาเลยสักครั้งเดียวนะคะ มีแต่วาคีนที่คอยเช็กของฉันอยู่ตลอด แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องวาคีนไปมีคนอื่นครั้งแรก ฉันเองก็อดที่จะระแวงไม่ได้หลังๆ แม้จะยังไม่ได้เช็กจริงจังแต่ฉันก็มักจะเริ่มสังเกตพฤติกรรมของเขา

"พรุ่งนี้วันหยุดมึงอยากไปไหน"

"ไปวัดกันไหม ไหว้พระเสร็จก็ไปเดินตลาดน้ำกัน"

"ไม่เอาอะ กูไม่ชอบไปวัด ไปหาอะไรตลาดน้ำกินกันดีกว่า" เขายังกอดฉันทำราวกับเราไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน และฉันก็เห็นว่าถ้าฉันพูดอะไรออกไปมันอาจจะทำให้เราทะเลาะกันหนักกว่าเดิมก็ได้ ไม่นานนักวาคีนก็ปล่อยเอวฉัน เดินไปหยิบน้ำแล้วปิดไฟแต่เรายังนั่งดูหนังกันอยู่ที่ห้องรับแขก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเอนตัวลงนอนกอดกัน และดูหนังไปด้วยกัน

"เฟิร์น"

"อะไร"

"วันจันทร์กูไปเตะบอลนะ ช่วงเย็นมึงกลับเองได้เปล่า" เตะบอลอีกแล้วเหรอ ช่วงเย็นด้วย ฉันไม่ได้ตอบออกไปเป็นคำพูด แต่ฉันพยักหน้าเป็นคำตอบให้วาคีนแทน วาคีนกดจูบลงที่หน้าผากของฉันซ้ำๆ ก่อนจะค่อยๆ ผล็อยหลับไปแต่ฉันยังไม่หลับ

ฉันหันไปมองที่โทรศัพท์มือถือของเขาที่ตอนนี้มันสั่นอยู่ที่ข้างตัวเขาอีกฝั่งหนึ่ง ฉันอยากรู้มากว่าใครกันที่โทรมา ฉันพยายามยกตัวเองขึ้นอย่างเบาและเงียบที่สุด ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือของวาคีนขึ้นมาดู หน้าจอโทรศัพท์ของเขาแสดงชื่อ 'บอล' นั่นเป็นเพื่อนของเขา ฉันเองก็แอบโล่งใจก่อนจะวางโทรศัพท์มือถือของเขาลงตามเดิมเพราะฉันไม่เคยรับสายแทนเขานอกจากเขาจะอนุญาตเท่านั้นฉันถึงรับแทน

.

.

.

เช้าวันต่อมา...

"เฟิร์น มึงแต่งตัวให้มันดีๆ ดิ ไปวัดทำบุญนะ ไม่ได้ไปอ่อยพระ!"

วาคีนบ่นฉันตั้งแต่เช้าตั้งแต่ฉันแต่งหน้าอ่อนๆ เขาก็พูดว่าไม่ชอบ พอแต่งตัวเข้าหน่อยเขาก็บอกว่าไม่ดี ส่วนตอนนี้ฉันใส่ขายาวรัดรูปกับเสื้อสายเดี่ยวสีดำ ก็เห็นบอกว่าจะไม่พาฉันไปวัดฉันก็เลยไม่ได้แต่งอะไรที่มันสุภาพ

"สรุปจะพาเฟิร์นไปวัดใช่ไหม"

"ก็มึงอยากไป"

"รอแป๊บนะเดี๋ยวเฟิร์นเปลี่ยนชุดแป๊บนึง"

"อืม" ฉันรีบไปเปลี่ยนชุด รอบนี้เป็นชุดที่ดูสุภาพขึ้นมาหน่อย แต่ดูเหมือนวาคีนก็จะไม่ชอบอีกนั่นแหละเพราะเสื้อตัวนี้เวลานั่งก็จะเห็นผิวเนื้อของฉันที่ช่วงเอว แต่ฉันมีเสื้อคลุมไปนี่คะ ไม่น่าจะเป็นอะไรหรอกมั้ง

"ดูแต่งหน้าเหมือนอุรังอุตังเลย"

"วาคีน!"

"ก็พูดจริง เนี่ย ปากก็แดงเกินไปไหม ไหนมาเอาออกหน่อยดิ" ว่าแล้วก็กดจูบฉันหนักๆ บดเบียดริมฝีปากลงมาราวกับจะลบมันออกให้หมด อันที่จริงฉันไม่ได้ทาปากแดงอย่างที่เขาพูดสักหน่อย ฉันทาลิปมันที่เปลี่ยนสีได้เท่านั้นเอง

"ค่อยดีขึ้นมาหน่อย ปะ"

นี่แหละค่ะ วาคีน ถ้าเขาไม่ได้มีใครเขาจะดีกับฉันเป็นปกติ แต่ถ้าเขามีใครเขาจะดีกับฉันเป็นพิเศษ หรือไม่ก็เลวกับฉันเป็นพิเศษไปเลย ไม่รู้เพราะอะไรที่ทำให้ฉันรักผู้ชายคนนี้นะคะ และบางทีฉันก็คิดนะคะว่าเพราะอะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป หรือแท้จริงแล้วเขาเป็นคนแบบนี้อยู่แล้วแต่ปิดบังฉันเอาไว้ หรือเพราะสังคมรอบข้างของเขามันเปลี่ยนไป

ติ๊ง~

เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือของวาคีนดังขึ้นในตอนที่เขากำลังขับรถอยู่ ฉันเหลือบตามองที่หน้าจอโทรศัพท์ของเขาก็เป็นชื่อเดิมที่โทรมาเมื่อคืนส่งเป็นข้อความมาหาเขา

'บอล'

บอล : เมื่อวานมึงคุยกับน้องพัดปะ กูเห็นแม่งเอามาพูดใหญ่เลยว่ามึงหลงมันนักหนา

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักซาตานร้าย (Love devils)
9.8
ความประทับใจตั้งแต่แรกพบนำไปสู่การค้นพบความลับที่เปลี่ยนทุกอย่าง เมื่อเขาตัดสินใจใช้หญิงสาวผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องมือในการชำระแค้นศัตรูอย่างเลือดเย็น เธอจึงต้องตกอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์และยอมรับผลกรรมที่ตนเองไม่ได้เป็นคนก่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งภาระจากครอบครัวและแรงกดดันจากซาตานร้ายในคราบคนรักที่บีบคั้นหัวใจเธอจนเกินจะแบกรับไหว ในเกมการแก้แค้นที่เดิมพันด้วยความรักและหยาดน้ำตาครั้งนี้เธอจะหาทางออกได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ตรวนรักโซ่สวาท
8.8
กัญชพรจำต้องจากนวินวรรษมาด้วยความเจ็บปวดร้าวราน แม้จะพยายามสลัดภาพเขาออกจากใจแต่ก็ทำได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อพบว่าเธอกำลังตั้งครรภ์พยานรักที่เป็นสายใยผูกพันระหว่างเขากับเธอไว้ ความสัมพันธ์ที่เคยเร่าร้อนและลึกซึ้งในอดีตยังคงตามหลอกหลอน สัมผัสอันวาบหวามที่เคยเติมเต็มกายและใจกลายเป็นตรวนที่ล่ามเธอไว้ไม่ให้ลืมเลือน แม้จะพยายามหนีเพียงใดแต่ความผูกพันทางกายและพยานรักในครรภ์กลับทำให้การลบเขาออกจากชีวิตเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย เพียงรัก
8.5
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นจากความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายหนึ่งทุ่มเทมอบความรักและความภักดีให้จนหมดหัวใจ แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมามีเพียงความว่างเปล่าไร้ค่า ในขณะที่อีกฝ่ายกลับมองเห็นเพียงแค่ความใคร่และความปรารถนาทางกาย โดยไม่เคยมอบความจริงใจหรือใส่ใจความรู้สึกของคนข้างกายแม้แต่น้อย เมื่อทิศทางของหัวใจสวนทางกันตั้งแต่ก้าวแรก บทสรุปสุดท้ายของความรักที่เต็มไปด้วยรอยร้าวครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร มีเพียงพวกเขาทั้งสองคนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ให้คำตอบใน เพียงรัก
หน้าปกนวนิยาย รับผมเป็นพ่อของลูกนะครับ[Mpreg]
9.7
ในยุคที่ผู้ชายบางกลุ่มสามารถตั้งครรภ์ได้ นภัทร เดือนคณะสุดฮอตดันพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับสิงหา หนุ่มหล่อมาดนิ่งเพราะความเมามาย เรื่องราวควรจะจบลงทว่านภัทรกลับหายตัวไปและกลับมาพร้อมกับ น้องณดา เด็กหญิงตัวน้อยที่สิงหามั่นใจว่าเป็นลูกสาวของตน แม้นภัทรจะพยายามปฏิเสธความจริงเพียงใด แต่สิงหาก็ไม่ยอมแพ้ เขาตัดสินใจเริ่มแผนการพิชิตใจลูกสาวตัวจิ๋วเพื่อทวงคืนตำแหน่งคุณพ่อและพิสูจน์ความจริงให้ได้ว่าเด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย สามีที่ (ไม่) รัก
9.4
เมื่อคู่แค้นที่ชิงชังกันสุดขีดต้องเข้าพิธีวิวาห์อย่างไร้ความเต็มใจ บ้านที่เคยเป็นที่พักพิงจึงกลายเป็นสมรภูมิเดือด ทว่าจุดเปลี่ยนกลับเกิดขึ้นในสถานที่อโคจร เมื่ออุบัติเหตุทำให้น่านได้เห็นจิดาภาในสภาพไร้อาภรณ์ปกปิด จากที่เคยพ่นคำดูถูกเขากลับเงียบงันและส่งเสียงครางประหลาดด้วยสายตาหิวกระหาย แทนที่จะรังเกียจเหมือนเก่า เขากลับจู่โจมเข้าหาอย่างคุกคามจนเธอตั้งตัวไม่ติด สัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกขึ้นทำให้สามีจอมร้ายกาจเปลี่ยนไปเป็นคนละคนในค่ำคืนที่ความลับใต้ร่มผ้าถูกเปิดเผย
หน้าปกนวนิยาย หวงรักแฟนเก่า
7.9
ความรักครั้งแรกที่พังทลายลงกลายเป็นบทเรียนอันขมขื่น เมื่อชายหนุ่มตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับแฟนสาวอย่างไม่ใยดี เพราะเขารู้สึกระอาและหมดความอดทนกับพฤติกรรมขี้หึงที่ล้ำเส้นเกินไปจนกลายเป็นความรำคาญใจ ในขณะที่ฝ่ายหญิงต้องกลายเป็นเพียงแฟนเก่าที่ถูกตราหน้าว่างี่เง่าและไร้เหตุผล แม้เธอจะยังฝังใจกับอดีต แต่เขากลับเลือกที่จะเดินจากไปเพียงเพราะต้องการหลุดพ้นจากพันธนาการที่เขามองว่าน่าเบื่อหน่ายและไร้ซึ่งอิสระในชีวิตคู่ที่เคยมีร่วมกัน