หน้าปกนวนิยาย Move On ใจหมดรัก

Move On ใจหมดรัก

9.4 / 10.0
จากความรักที่เคยหวานซึ้งกลับกลายเป็นความเฉยชา เมื่อเขาเห็นเธอเป็นเพียงของตายที่ไม่มีวันไปไหน ไม่ว่าเขาจะทำตัวแย่แค่ไหนเธอก็ยังรออยู่ที่เดิมเสมอ ความเจ็บปวดที่สะสมมานานทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะหยุดโง่และหันกลับมารักตัวเองเสียที ในเมื่อเขาหมดใจและไม่เคยเห็นค่าของเธอเลย เธอควรจะพอและก้าวเดินต่อไป หรือยังคงติดอยู่ในวังวนแห่งการให้โอกาสที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้ต่อไปดี

Move On ใจหมดรัก ตอนที่ 1

มหาลัย A [11.28 น.]

"ใครมีคำถามอะไรไหม"

"ไม่มีนะ โอเค รายงานส่งวันศุกร์หน้าก่อนเข้าคาบเรียน วันนี้เลิกเรียนได้ค่ะ"

เสียงอาจารย์สาววัยกลางคนพูดขึ้นปล่อยคาบเรียน ฉันรีบหันไปหาลลินกับโรสลินเพื่อนรักของฉันที่นั่งอยู่ด้วยกันเราทั้งสามคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เข้าปีหนึ่ง หลังจากที่เราทั้งสามคนเก็บของเรียบร้อยก็เดินออกมาหน้าห้องเรียนเพื่อจะออกไปกินข้าวแล้วกลับมาเข้าเรียนอีกหนึ่งวิชาที่เหลือ ฉันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายข้างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาแฟนของฉัน

[วาคีน]

ตืด~ ตืด~ ตืด~

รอสายอยู่นานวาคีนก็ไม่รับ ฉันก็กดต่อสายไปใหม่เขาก็ยังไม่รับสายฉันเหมือนเดิม ฉันกับวาคีนเราคบกันมาหลายปีแล้วเราเรียนที่เดียวกันตั้งแต่อยู่ มอ.ปลาย ฉันกับเขาคบกันตั้งแต่อยู่ มอ.ห้า จนตอนนี้เราทั้งคู่ก็มาเรียนที่มหาลัยเดียวกัน เพียงแต่เรียนคนละคณะเท่านั้น

"โทรหาวาคีนเหรอ"

ลลินถามขึ้นเพราะว่านี่เป็นสิ่งที่ฉันทำทุกวันแม้ฉันกับวาคีนเราจะอยู่ด้วยกันแล้วโดยที่ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝั่งรับรู้ เวลาที่มาเรียนฉันกับวาคีนมาด้วยกันหากวันไหนพักเที่ยงตรงกันฉันก็อยากจะกินข้าวกับเขาเหมือนอย่างสมัยก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายวิ่งมารับฉันไปกินข้าวเอง

"ไม่เบื่อบ้างเหรอ ที่ต้องคอยตามอยู่ฝ่ายเดียวน่ะ"

โรสลินก็อีกคนฉันรู้นะว่าทั้งสองคนเป็นห่วงฉันมาก เพราะฉันกับวาคีนเราทะเลาะกันค่อนข้างบ่อย เขาไม่ใส่ใจฉันเหมือนเดิมเขาจะดีกับฉันแค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น เฮ้อ... ก็ฉันรักวาคีนนี่คะฉันจะทำอะไรได้ละ

"ฉันว่าแกไม่ต้องโทรแล้วละเฟิร์น"

ฉันหันไปหาเพื่อนทั้งสองคนที่พูดขึ้น พลางมองไปตามสายตาของเพื่อนทั้งสอง ในร้านข้าวขาหมูร้านหนึ่งหน้ามหาลัยฉันเห็นคนที่ฉันโทรหานั่งกินข้าวอยู่กับผู้หญิงหุ่นสวย หัวใจฉันสั่น แขนฉันสั่น ขาฉันสั่น มือยังกำโทรศัพท์มือถือเอาไว้แน่น จ้องมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ปวดร้าว วาคีนของฉันกับผู้หญิงคนนั้นนั่งด้วยกันอย่างใกล้ชิดสนิทสนมราวกับจะสิงกันอยู่แล้ว

ฉันหายใจไม่ค่อยออก เหมือนหัวใจฉันเต้นแรงเกินกว่าจะควบคุมได้ กดโทรศัพท์หาวาคีนอีกครั้งมองดูว่าเขาจะรับสายของฉันไหม ขณะที่รอสายน้ำตาของฉันเริ่มคลอเบ้าตาสวยอย่างห้ามไม่ได้ และ...

(ฮัลโหล) เขารับสายฉัน แถมยังจ้องหน้ากับผู้หญิงคนนั้นอมยิ้มอย่างมีความสุขอยู่ด้วยทั้งๆ ที่ฉันอยู่ในสาย

"อยู่ไหนวาคีน"

(กินข้าวอยู่ มีไร) เขาตอบฉันน้ำเสียงห้วน

"เฟิร์นถามว่าอยู่ไหน"

(กูบอกว่ากินข้าวอยู่ไง มึงพูดไม่รู้เรื่องเหรอ)

ฉันเงียบ ไม่รู้จะพูดอะไรออกไป มันจุกอยู่ที่อกจนพูดแทบไม่ออก ฉันกดตัดสายยังจ้องมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ร้าวราน ด้วยความที่ฉันกับเขาเรารุ่นเดียวกัน อาจจะเพราะเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนตั้งหนึ่งเทอมมันเลยทำให้เขาชินที่จะพูดกับฉันแบบนี้ ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนะคะ

"ไปเถอะเฟิร์น"

ลลินเรียกสติฉันให้กลับมา ในขณะที่ฉันกำลังจะเดินไปสายตาของฉันกับวาคีนก็ประสานกันอย่างไม่ตั้งใจ เขามองฉันมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย ส่วนฉันก็น้ำตาร่วงแหมะลงมาที่พื้นถนน ฉันเดินออกมาจากจุดนั้น ไม่นานนักก็ได้ยินเสียง

ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ

เท้าหนักของใครบางคนวิ่งเข้ามาใกล้ คว้าแขนเรียวของฉันเอาไว้ด้วยน้ำหนักมือที่คุ้นเคย กลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ฉันรู้ทันทีว่าใครเป็นคนวิ่งมาคว้าแขนของฉัน

"มึงจะไปไหน"

"กินข้าวอร่อยไหมวาคีน"

ฉันถามวาคีนทั้งน้ำตา เขาก็จ้องฉันอยู่อย่างนั้นด้วยอาการเหนื่อยหอบเพราะวิ่งมา ไม่นานนักผู้หญิงคนนั้นก็เดินมายกมือขึ้นไหว้ฉัน แต่รอยยิ้มนั่นมันแปลกๆ

"สวัสดีค่ะพี่ใบเฟิร์น หนูชื่อต้นอ้อนะคะเป็น..."

"เพื่อนพี่ไม่ได้อยากรู้หรอกค่ะ ว่าน้องเป็นอะไร" โรสลินพูดแทรก

"เพราะไม่บอกก็รู้ว่าคงเป็นผู้หญิงหน้าด้าน ที่จ้องแต่จะแย่งผัวชาวบ้าน" ลลินพูดต่อ ทั้งสามคนจ้องหน้ากันนิ่งโดยที่วาคีนไม่ได้ทำอะไรเลย เขาลากฉันออกมาจากตรงนั้น พาฉันไปที่ซอยเล็กๆ ข้างมหาลัยแล้วพูดขึ้น

"เป็นอะไร"

"ทำไมวาคีนไม่รับสายเฟิร์น" ฉันถามออกไปทั้งน้ำตา เขาก็ตอบฉันกลับมาน้ำเสียงเรียบๆ

"ก็ไม่ว่าง กินข้าวอยู่"

"กับใครเหรอ"

"น้อง" น้องไหนล่ะ ตอนนี้เป็นน้อง แล้วอนาคตจะเป็นอะไรละ

"น้องงั้นเหรอ น้องไหนละ เรียนคณะไหน คณะเดียวกันรึไง"

วาคีนไม่ตอบฉัน เอาแต่ยืนนิ่งจับแขนฉันอยู่อย่างนั้น เขาชักสีหน้าเล็กน้อยราวกับรำคาญที่ฉันถามเขามากมายขนาดนี้ ก่อนจะกุมมือฉันแล้วดึงฉันเข้าไปกอด พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเหมือนเดิม

"มันไม่มีอะไร น้องมันอาสาช่วยกูทำรายงาน"

เพียงแค่ใบหน้าของฉันสัมผัสเข้าที่อกอุ่นของเขาที่ฉันคุ้นเคย ฉันก็ปล่อยหยาดน้ำตาออกมามากมายจนเปียกเสื้อเชิ้ตสีขาวของวาคีน ร่างกายของฉันราวกับไม่มีแรงเลยแม้แต่น้อย ยืนร้องไห้ที่อกอุ่นของวาคีนอยู่นานสองนานจนรู้สึกดีขึ้น

"ทำไมต้องให้เขาช่วยด้วยละ"

"ก็มันอาสา มึงอย่าคิดมากเลยมันไม่มีอะไร"

"วาคีน เฟิร์นรักวาคีนมากนะไม่รู้เหรอ" ฉันบอกวาคีนตอนที่เขาจับมือของฉันเอาไว้ แล้วเรากำลังจะเดินออกไปจากซอยเล็กๆ ตรงนี้

"กูก็รักมึง มึงไม่รู้เหรอ"

ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันก็รู้ แต่ตอนนี้ฉันไม่แน่ใจฉันมองตามแผ่นหลังกว้างของวาคีนแม้ว่ามือของเราจะจับประสานกันอยู่แน่น แต่ฉันกลับรู้สึกหนาวขึ้นมาที่หัวใจ เราใกล้กันถึงขนาดนี้ แต่ฉันเหมือนกับคนที่อยู่ห่างไกลกับเขานับพันไมล์

"หิวไหม กูพาไปกินข้าว"

"หิว แต่กินไม่ลง"

วาคีนยิ้มกว้างให้ฉัน หันมาลูบหัวฉันนิดหน่อยแล้วก้มลงหอมแก้มของฉัน เขาพาฉันเดินออกไปจากซอยเล็กๆ นี้ เลี้ยวไปทางซ้ายเดินตรงไปอีกสองซอยก็ถึงร้านข้าวต้มโต้รุ่งที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

"กินอะไร สั่งสิ"

"ไม่อยากกิน" ฉันพูดออกไป วาคีนก็ไม่ได้ว่าอะไรหยิบเอาเมนูออกมาแล้วสั่งเองทุกอย่าง รอไม่นานอาหารที่วาคีนสั่งก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ

"ยังไม่หายคิดมากอีกเหรอ กูรักมึงคนเดียวเข้าใจบ้างดิ"

"รักเฟิร์นแล้วไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นทำไม"

"กูไม่ได้คิดอะไรกับมัน กูแค่เลี้ยงข้าวที่มันช่วยกูทำรายงาน" ฉันพยักหน้าตอบรับ แต่ใจของฉันเหมือนกับมีรอยร้าวฉันไม่ได้โง่ถึงกับขนาดไม่รู้ว่าคำพูดพวกนั้นเป็นเรื่องโกหก แต่เพราะฉันรักวาคีนมากจนเกินไปฉันเลยยอมเงียบและเชื่อฟัง

"รีบกิน เดี๋ยวหมดเวลาพักกูไม่ไปส่งที่ห้องเรียนนะ"

อ่านต่อ

สารบัญ Move On ใจหมดรัก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
ห้าปีก่อนซางหว่านยอมสละชีวิตปกป้องเผยจี๋จนเธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกตลอดไป แม้เขาจะเคยลั่นวาจาว่าไม่ต้องการมีทายาท แต่สุดท้ายเขากลับเปลี่ยนใจและเลือกใช้ซูเซวี่ยนักศึกษาสาวที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับซางหว่านมาเป็นแม่อุ้มบุญเพื่อผลิตทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าข้อเสนอที่แสนเห็นแก่ตัวในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ซางหว่านตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและไม่หวนกลับมาหาเขาอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
ตระกูลชอว์นคือกลุ่มซาตานผู้ทรงอิทธิพล เคนพี่ใหญ่ไร้หัวใจตราหน้าหลิวหลิวหัวขโมยสาวว่าเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าแม้เธอจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น ขณะที่คิ้วท์พี่รองจอมเจ้าเล่ห์พยายามสยบความหยิ่งยโสของเมษา สาวสวยผู้ไม่ยอมสยบให้ใคร และเคเจ้านายคนเล็กผู้ใช้ความรักเป็นกรงขังมดแดงไว้เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความรุนแรงและตัณหา พวกเธอต่างเผชิญกับสภาวะจำยอมที่เปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว ในวังวนแห่งอันตรายที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
ตอน
อ่านเลย
แชร์