ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แรดสลัดคาน (ซีรีส์ต้องแรด)

แรดสลัดคาน (ซีรีส์ต้องแรด)

เมื่อสาวอวบสุดมั่นตัดสินใจบอกลาความโสดด้วยการกำจัดไขมันส่วนเกินทิ้งไป ทว่าเธอกลับเกลียดการเข้ายิมเป็นที่สุด ทางออกเดียวที่คิดได้คือการนวดสลายไขมันที่เป็นทางลัดสู่หุ่นสวย แต่แผนการครั้งนี้กลับสั่นคลอนเมื่อได้พบกับมือนวดหนุ่มรูปงามที่มีเสน่ห์จนเกินห้ามใจ จากที่ตั้งใจจะมาดูแลรูปร่างกลับกลายเป็นบททดสอบหัวใจอันแสนวุ่นวายแทน งานนี้เธอจะยอมนอนให้นวดนิ่งๆ หรือจะเป็นฝ่ายรุกเข้าหาหนุ่มหล่อตรงหน้ากันแน่ พบกับเรื่องราวสุดหรรษาที่มาพร้อมภารกิจสลัดคาน
ตอน
แชร์

ตอน 2

เพลงรำวงที่ดังขึ้นไปทั่วโรงเรียนหนองปลาช่อน โรงเรียนที่ทิพย์ทิวาสาวอวบและสาวสวยเพื่อนสนิทอย่าง แม้นศรี ร่ำเรียนมาด้วยกัน และขณะนี้เธอสองคนก็มาอยู่ในบรรยากาศงานคืนสู่เหย้าแบบบ้านๆ ที่เปิดเพลงรำวงกันอย่างสนุกสนาน ดูครื้นเครง เฮฮา

แม้นศรีเป็นจุดเด่นและจุดสนใจอยู่กลางเวที นั่นเพราะสาวสวยของงานกลายเป็นดาวล้อมเดือน วันนี้แม้นศรีสวยพริ้งตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เล่นเอาคนทั้งงานตกตะลึงกำลังออกสเต็ปเต้นรำวงควงคนนั้นคนนี้อย่างสนุกสนาน

ขณะที่ทิพย์ทิวานั้นขออาสานั่งรอและกินอยู่ที่โต๊ะอย่างเมามัน แหม...ของกินแต่ละอย่าง เป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัดทั้งนั้น จะเลิกกินง่ายๆ ได้ยังไงเล่า นานๆ กลับมากินที ต้องฟาดให้พุงกาง แถมยังกระซิบบอกเพื่อนที่คุมเรื่องอาหาร ให้ห่อให้เธอกลับบ้านด้วยโดยเฉพาะกุ้งแม่น้ำ

แต่เพราะดื่มน้ำมากไป ทำให้อยากเข้าห้องน้ำเสียแล้ว จึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวที่นั่งอยู่ แล้วก้าวยาวๆ ตรงไปยังห้องน้ำของโรงเรียน

“โธ่…ตอนเด็กๆ อ้วนยังไง โตขึ้นก็ยังอ้วนเหมือนเดิม” ประโยคนี้ดังแว่วฝ่าเสียงเพลงรำวงมาเข้าหูให้ทิพย์ทิวาได้ยิน แม้จะไม่อยากสนใจนัก แต่ประโยคนี้ก็ดึงเหตุการณ์ในอดีตให้หวนเข้ามาตอกย้ำ

จำได้…ว่าเมื่อตอนประถม เธอเป็นเด็กใหม่ที่พึ่งย้ายมาเรียนที่โรงเรียนหนองปลาช่อน วันแรกที่เข้ามาเรียนก็ถูกรับน้อง ถูกแกล้งสารพัดอย่าง ความที่ยังเป็นเด็กใหม่ ไม่มีเพื่อน ทำให้ทิพย์ทิวาไม่มีพรรคพวกไปต่อกร

อย่าว่าแต่พรรคพวกเลย แม้แต่เพื่อนที่จะคุยด้วยเธอยังไม่มี

ขณะที่กำลังจะกินข้าวเที่ยงคนเดียว อยู่ๆ หัวโจกของห้องก็เข้ามาก่อกวน แย่งปิ่นโตที่แม่อุตส่าห์เตรียมมาให้ไปจากมือ ส่วนเธอถูกผลักจนตกเก้าอี้ ลงไปนั่งกองอยู่กับพื้น

‘ยัยอ้วน ยัยหมูตอน’

ทิพย์ทิวาโกรธคำๆ นี้มาก โกรธจนเลือดขึ้นหน้า แต่แรงเดียวหรือจะสู้สามแรง กระทั่งถูกแกล้งจนพอใจ แก๊งหัวโจกจึงเดินไปพร้อมกับปิ่นโตที่เป็นมื้อเที่ยงของเธอ

ขณะที่ก้มหน้ามองพื้น อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีคนมานั่งด้วย พอเงยหน้าขึ้นมอง จึงเห็นว่าเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ผอมๆ ที่กำลังส่งยิ้มจนตาหยี แล้วตักข้าวสวยพร้อมกับไข่พะโล้แบ่งใส่จานยื่นมาให้เธอ

‘อร่อยนะ แม่เราทำเอง’ เสียงสดใสเอ่ยบอก ทิพย์ทิวาก้มมองไข่ไก่ฟองใหญ่สีน้ำตาลแล้วเงยหน้าขึ้นมองแม้นศรี เพื่อนรัก เพื่อนแท้ และเพื่อนตายของเธอตั้งแต่วันนั้น จนกระทั่งวันนี้

ทิพย์ทิวาดึงสติกลับมาสู่ร่างอวบๆ ก่อนจะเดินตรงไปเข้าห้องน้ำ พยายามไม่สนสายตาของใครต่อใครที่จ้องมอง เมื่อเห็นทิพย์ทิวาเข้าห้องน้ำไปแล้ว

สายตาที่มองเธอเมื่อครู่ ก็หันไปเพ่งยังแม้นศรีที่ตอนนี้ยังออกสเต็ปรำวงอย่างสนุกสนานตลอดเวลาอย่างอาฆาต

“หมั่นไส้นังแม้นมาก” กิรณากระซิบกับบัณฑิตา เธอมองภาพที่แม้นศรีกำลังเต้นกับอดีตหนุ่มฮอตที่สุดของชั้นเรียน ที่ตอนนี้แม้จะผมบางๆ ไปนิด แต่ก็ยังหล่อพอดูได้

“มากอะ”

“จะทำยังไงกับมันดี ว่ามันเรื่องศัลยกรรมก็ไม่เห็นมันจะสะท้านเลย”สีหน้าของกิรณาครุ่นคิด หาทางเล่นงานแม้นศรี

“มันยังโสด ไม่มีคนมาจีบ เล่นงานข้อนี้เลยมะ สามสิบแล้วก็จองคาน น่าอายขายหน้าจะตาย ถึงมันจะสวยก็เหอะ”บัณฑิตายิ้มเย้ย อริหมายเลขหนึ่งของแม้นศรีและทิพย์ทิวาส่งยิ้มให้กันและกัน

“ลุยปะ”กิรณายิ้มกริ่มถามคนข้างๆ

“ลุยสิ” ว่าแล้วสองสาวก็ทำหน้าเชิด เดินสวยๆ เข้าไปหาแม้นศรี ที่ตอนนี้เดินเซน้อยๆ เพราะเริ่มมึน

จังหวะนั้น ทิพย์ทิวาจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินออกมา สายตาก็มองเห็นศึกที่กำลังเกิดตรงหน้า แม้นศรีถูกรายล้อมด้วยกิรณาและบัณฑิตา แก๊งหัวโจกที่เป็นอริกันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงยันตอนนี้ นั่นทำให้ทิพย์ทิวารีบเดินเข้าไปหาทันที

ส่วนแม้นศรี เมื่อเห็นสองสาวเดินมาเธอก็ทำหน้าเชิด แล้วโบกมือให้

“เฮลโหล ว่ายังไงจ๊ะ”

“สนุกมากเลยนะเมนี่ เธอสวยขึ้นจริงๆ นั่นแหละ” กิรณาโปรยยาหอมก่อน แม้นศรียิ้มด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ

“ก็จะได้เลิกขี้เหร่ยังไงล่ะ ความขี้เหร่น่ะ มันเลิกได้ด้วยเงิน พอดีว่า ฉันน่ะร้วย รวย ฮี่ๆ”

“จ้ะ รวย รวยจริงๆ นั่นแหละ แต่ว่าขี้เหร่ใช้เงินซื้อได้ แต่อย่างอื่น เงินซื้อไม่ได้นะ ฉันว่าคงจะมีคนเห็นว่าเธอมีอะไร...” กิรณามองแม้นศรีแบบหัวจรดเท้า พลางเบ้ปากและยักไหล่

“ก็เลยยังเก๋ๆ อยู่บนคาน”

“คนอย่างฉันน่ะ เลือกย่ะ จะได้ไม่เป็นแม่ม่ายวัยสาวยังไงล่ะ” เมื่อโดนแม้นศรีย้อนเข้ากิรณาก็หน้าตึงไปนิด แล้วหัวเราะหยันๆ

“แต่ก็ยังเคยได้มีผัว ได้ลองใช้ชีวิตคู่นะเมนี่ ไม่ใช่ว่าไม่เค้ย ไม่เคยมีใครมาจีบเลย มันน่าอับอายนะ เกิดมาทั้งทีไม่เคยมีแฟน”

“อย่างฉันน่ะมีเยอะแยะ มีให้เลือกไม่หวาดไม่ไหวต่างหากล่ะ” แม้นศรีทำปากยื่น เริ่มโมโหแล้วตุ่ยๆ เธอเท้าเอวฉับ เข้าทางกิรณาและบัณฑิตาเลยทันที

“พิสูจน์สิ ว่าเธอน่ะ มีเสน่ห์แล้วก็มีผู้ชายมารุมจีบจริงๆ เมนี่”

“พิสูจน์ยังไงล่ะ” เลือดบ้าเริ่มเดือดปุดๆ ทิพย์ทิวากำลังแทะน่องไก่ทอดอยู่ เห็นเพื่อนรักกำลังยืนคุยกับสองสาว ท่าทางไม่ชอบมาพากล เลยวางของกินลง แล้วเดินไปทางสาวๆ

“ก็หาคู่ควงมางานนี้ให้ได้ ฉันให้เวลาปีหนึ่งเลย ทำได้ปะล่ะ หาแฟนให้ได้แล้วเอามาประกาศ ฉันอยากจะรู้ว่า อย่างหล่อนน่ะ จะหาผู้ชายได้ดีขนาดไหน ดีกว่าฉันรึเปล่า เพราะระดับฉันน่ะ ทิ้งผู้ชายย่ะ ที่เป็นแม่ม่ายก็เพราะทิ้งผู้ชาย ถ้าหล่อนควงมา ฉันก็จะควงมาเหมือนกัน จะหาผู้ชายใหม่มาประชันกับเธอ ดูสิว่า ของใครจะดีกว่าใคร”

“อ๋อ...ท้าเหรอ เธอมาท้าฉันเรื่องปัญญาอ่อน คิดว่าจะไม่กล้ารับคำท้าเหรอ”

“พนันกันด้วยก็ยังไหวนะยะ” เสียงนี้มาจากบัณฑิตา ทิพย์ทิวาที่เดินเข้าไปใกล้ได้ยินแว่วๆ ว่าท้าพนันอะไรกัน ก็ตาโต รีบก้าวเท้าให้เร็วอีกหน่อย

“ได้เลย พนันอะไรล่ะ” แม้นศรีตอนนี้ชักหน้ามืดแล้ว เพราะทั้งเมา ทั้งโมโห

“เงินล้านหนึ่ง ถ้าใครไม่มีคนควงมางานคืนสู่เหย้าปีหน้า ว่าไง” กิรณาว่า

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก)
9.3
ราเฟเอล มาเฟียหนุ่มทรงอิทธิพลจากอิตาลีเดินทางมาไทยเพื่อทำภารกิจสำคัญเกี่ยวกับอัฐิของมารดาพร้อมวางแผนสร้างเครือข่ายธุรกิจฟอกเงิน กีณรินที่ต้องการเจรจาเรื่องที่ดินของลุงจึงตัดสินใจปลอมตัวเป็นหญิงบริการเพื่อเข้าหาเขา แต่กลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเป้าหมายไม่ใช่ชายแก่แต่เป็นมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ศรัทธาในรัก แม้ราเฟเอลจะพยายามควบคุมเกมความสัมพันธ์นี้เพียงใด ทว่าเขากลับติดบ่วงหัวใจตัวเองเสียเองท่ามกลางพันธะที่ถูกใช้เป็นเพียงเครื่องมือต่อรองทางธุรกิจ
หน้าปกนวนิยาย นิยายรักฉบับสาวคลับ S
9.6
นิรัติศัย&นันทภัค “ปล่อยนะ” เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง “ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ” พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง “เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป” นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา “คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ” นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ “นัน...ฉัน” หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด “ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน” นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา “รักจัง รักที่สุดเลย” เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน “รักเหมือนกันค่ะ” เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก “อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม “ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด “ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี” หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที “เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ “ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ” เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ ‘กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย’ นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา “จ๋ากลัว” เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน “ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ” เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ “มันสวยงามจริงหรือคะ” เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม “จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา “ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน” เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย
หน้าปกนวนิยาย รักที่ซ่อนแค้น
9.4
โชคชะตานำพาเฮเลน่ามาพบกับชาร์ลีผู้ทรงอิทธิพล แม้ฉากหน้าเธอจะดูเป็นสาวน้อยผู้อ่อนโยน แต่แท้จริงกลับซ่อนตัวตนที่แข็งแกร่งและอำนาจลึกลับไว้มากมาย ชาร์ลีคอยปกป้องเธออย่างดุดันจนไม่มีใครกล้าขัดใจ แม้แต่ตระกูลใหญ่ที่เคยพ่ายแพ้ต่อเธอก็ต้องยอมศิโรราบ เมื่อเฮเลน่าพยายามหนีไป ชาร์ลีจึงเริ่มออกตามล่าเธอไปทั่วทุกมุมโลกเพื่อพาเธอกลับมา โดยเขามุ่งมั่นที่จะเป็นแรงผลักดันสำคัญเพื่อให้เธอได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในฐานะหงส์ผู้สง่างาม
หน้าปกนวนิยาย ใช้ความรักเพื่อแสวงหา: ฉันได้กลับคืนมรดกด้วยแฟนเก่า
9.6
หลังสูญเสียครอบครัว ฉันตัดสินใจแต่งงานกับพี่ชายของรักแรก แม้แฟนเก่าจะอ้อนวอนเพียงใดฉันก็ไม่เคยใยดี จนกระทั่งสี่ปีผ่านไป สามีจากไปด้วยโรคร้าย ทิ้งให้ฉันและลูกถูกแม่เลี้ยงใจยักษ์ขับไล่จนไร้ที่ซุกหัวนอน ในสถานการณ์บีบคั้น ฉันจึงต้องกลับไปหาเขาอีกครั้ง เขาทักทายด้วยคำเยาะเย้ยเรียกฉันว่าพี่สะใภ้ แต่คราวนี้ฉันจะไม่ถอยหนี ฉันยอมก้าวเข้าสู่กรงขังแห่งความสัมพันธ์เดิมเพื่อทวงคืนมรดกที่ถูกพรากไป และจะทำให้ลูกของฉันได้รับทุกอย่างที่เป็นของพวกเรากลับคืนมาให้ได้
หน้าปกนวนิยาย เกมส์บังคับรัก [ A love game ]
8.7
ชีวิตของขวัญชนกเปลี่ยนไปทันทีที่อายุครบสิบแปดปี เมื่อเธอต้องเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นของดีแลน ฟง นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบผู้เคร่งขรึมในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงในนามเท่านั้น ท่ามกลางเกมการประมูลที่ร้อนแรง ขวัญชนกตัดสินใจใช้ตัวเองเป็นเดิมพันเพื่อดึงดูดให้เขาก้าวออกมาจากเงามืด แม้ราคาจะพุ่งสูงถึงห้าล้านบาทจนสร้างความตกตะลึงไปทั่วงาน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบในเกมรักที่เขาและเธอต่างเดิมพันด้วยหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ