
สาปสิเน่หา
ตอน 3
วทัญญูอาการดีขึ้นจนแข็งแรงในเวลาอันรวดเร็ว ทว่ารถที่ถูกดินถล่มทับยังขุดขึ้นมาไม่ได้ แม้จะพยายามกันมากเท่าไหร่ แต่ยิ่งขุด ดินจากภูเขาก็ไสลด์ลงมาเรื่อยๆ อาจเพราะต้นไม้ใหญ่ด้านบนถูกโค่นไปมาก เมื่อฝนตกบ่อยจึงไม่มีรากไม้ช่วยยึดหน้าดินเอาไว้ นานวันเข้าพวกค้นหาก็ยอมแพ้ ครอบครัวของมุทิตาและวทัญญูจึงทำพิธีทางศาสนาอุทิศส่วนกุศลให้มุทิตาโดยที่ไม่มีร่างของเธอ
ในห้องทำงานวทัญญู กำลังนั่งดูรายละเอียดและบัญชีรายรับรายจ่ายของบ้าน โรงงานและกิจการของครอบครัว ที่เลขาของน้องชายต่างมารดานำมาให้ดูทุกสัปดาห์ สวนผสมของครอบครัวมีผลผลิตมาก และมีคนงานมาเพิ่มเรื่อยๆ โดยเขาวางใจให้น้องชายต่างมารดาเป็นผู้ดูแลงานทั้งหมด เพราะตนเองต้องเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับโรงพยาบาลส่วนตัวที่สร้างขึ้นมาใหม่ หลายปากพูดกันว่าวทัญญูทุ่มเทให้กับงานเพื่อจะให้ลืมเรื่องของมุทิตาหญิงสาวที่รักกันมานาน แต่กลับมาจากไปในวันวิวาห์ของทั้งสองนั่นเอง
“พี่หมอคะ” เสียงหวานกังวานดังมาก่อนตัว จากนั้นร่างสมส่วนในชุดสวยงามของวรัทยาก็ก้าวเข้ามา จูงมือชายหนุ่มหน้าตาคุ้นเคย เพราะเป็นเจ้าของสวนติดกันที่มีฐานะดีไม่แตกต่างจากครอบครัววทัญญูเท่าไหร่นักเข้ามา
หมอหนุ่มเงยหน้าจากเอกสาร มองน้องสาวและแขกที่มาเยือน สายตาเขากล้าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นมือของสองคนจับจูงกันอยู่ ก่อนจะส่งสายตาตำหนิไปที่วรัทยาเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แล้วเกลื่อนสีหน้าสีตากล่าวทักทายตามปกติ
“ยา วิวัฒน์ นั่งสิ”
วรัทยารีบปล่อยมือที่จับจูงกับวิวัฒน์เมื่อเห็นสายตาตำหนิของพี่ชาย แต่วิวัฒน์กลับยื้อแล้วกระชับไว้แน่น ไม่ใช่ไม่เห็นสายตาของวทัญญู แต่เขาไม่สนใจ ยังจับมือหญิงสาวเอาไว้ หนำซ้ำยังยกขึ้นมาแล้วใช้มืออีกข้างลูบหลังมือเธออีกด้วย เหมือนกับท้าทายสายตาของวทัญญู ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานของวทัญญูให้วรัทยานั่ง แล้วตนเองก็ยืนวางมือบนไหล่ ลูบไหล่ลูบต้นแขนเธออย่างไม่เกรงสายตาเจ้าของบ้านหนุ่มเอาเสียเลย
วรัทยารู้สึกอึดอัดอยากปัดมือยุบยับของเขาออก ทั้งยังกลัวสายตาดุๆ ของพี่ชายที่มองมาอย่างชัดแจ้ง แต่ทำไม่ได้ เหมือนวิวัฒน์จะแกล้งพี่ชายของเธอก็ไม่ปาน เพราะสองคนเคยเป็นคู่แข่งในการจีบมุทิตา สุดท้ายฝ่ายหญิงก็เลือกที่จะแต่งงานกับวทัญญู วิวัฒน์เสียใจหายหน้าไปพักใหญ่ ก่อนกลับมาสร้างสัมพันธ์กับเธอเมื่อไม่นานมานี่เอง
“บอกพี่ชายคุณสิจ้ะ ยา” เขายื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างแก้ม
วรัทยาหน้าม้าน แต่วทัญญูกลับนิ่งสนิท ไม่มีแววอันใดในดวงตาอีก
“มีอะไรหรือ” วทัญญูข่มความรู้สึกไม่ชอบใจเอาไว้ เขาไม่ชินกับการแสดงความรักกันอย่างเปิดเผย ไม่ชอบผู้หญิงที่ปล่อยตัว แต่น้องสาวกลับทำให้เห็นอยู่ตรงหน้า
“ยาจะมาบอกว่า...เอ่อ..ยา...” วรัทยาพูดตะกุกตะกักขยาดกับท่าทีนิ่งสนิทของพี่ชาย เพราะการได้รับคำสั่งสอนจากวทัญญูแทนมารดาที่เสียชีวิตไปตั้งแต่เธอเล็กๆ มาตลอด ให้รักนวลสงวนตัว อย่าปล่อยตัวสนิทสนมกับผู้ชายจนกว่าจะแต่งงานกัน แต่สายตาพี่ชายที่มองมาคงรู้แล้วว่าเธอไม่ค่อยเชื่อฟังคำสั่งสอนเท่าไหร่นัก
“คือ ฉันกับยาจะแต่งงานกัน” วิวัฒน์ชิงบอกเสียเอง และดูเหมือนเป็นการมาบอกกล่าว ไม่ใช่เป็นการขออนุญาตอย่างที่ควรจะเป็นตามมารยาทนัก
วทัญญูปิดแฟ้มรายงานทั้งหลายของกิจการทั้งหมดลง ยืดตัวขึ้นนั่งตรง มองน้องสาวตนเองนิ่ง ไม่สนใจมองวิวัฒน์ สายตาทีมีรอยตำหนิ เหมือนจะมีคำถามมากมายเอาไว้ ยิ่งทำให้คนถูกมองเหมือนถูกบีบให้ตัวหดสั้นลงไปอีก
“ยาไปรอพี่ข้างบน” เสียงพูดนั้นราบเรียบ แต่แฝงอำนาจเหนือน้องสาวเอาไว้
วรัทยาหน้าเสีย เหลือบตามองวิวัฒน์แฟนหนุ่มเหมือนขอความเห็น เพราะรู้ดีสองคนไม่ถูกกัน แต่ไม่คิดว่าจะเป็นอุปสรรคสำหรับความรักของตนเอง หญิงสาวอ้าปากจะประท้วง วทัญญูรีบชิงตัดบท ออกคำสั่งอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น
“ขึ้นไป” แล้วหันมาพูดกับวิวัฒน์เสียงเข้มไม่แพ้กัน
“นายกลับไปก่อน”
“นี่วทัญญู เรื่องนั้นมันจบไปแล้ว อย่าเอามาเป็นอารมณ์สิ”
“กลับไป” วทัญญูพูดเสียงลอดไรฟัน
“นายไม่ยุติธรรมนะ ฉันกับยารักกันอยากแต่งงานกัน ก็เหมือนที่นายอยากแต่งงานกับตา แล้วไงก็ได้แต่งสมใจ..” วิวัฒน์พูดไม่ทันจบ ก็ต้องหยุดลงกลางคัน
โครม!
วทัญญูทุบโต๊ะทำงานตนเองเสียงดังลั่น วรัทยาสะดุ้งโหยงยกมือทาบอก ก่อนหันมาทางคู่รัก
“คุณกลับไปก่อนเถอะ ถือว่ายาขอร้อง” เธอลุกขึ้นลากมือแฟนหนุ่มออกไป รู้ดีว่าพี่ชายโกรธมาก ไม่อย่างนั้นวทัญญูที่สุภาพเงียบขรึมจะไม่แสดงอาการเกรี้ยวกราดแบบนี้ออกมาเป็นอันขาด
“โธ่ยา กลัวอะไรนักหนา ชีวิตคุณ ความรักของเราจะให้พี่ชายของคุณมาตัดสินได้ยังไงกัน” วิวัฒน์เสียงเครียดขึ้น อย่างไม่ค่อยพอใจนัก ทั้งยังหันไปสบตาวทัญญูอย่างท้าทาย
“นะคะ กลับไปก่อนแล้วยาจะไปหานะคะ ขอร้อง” เธอรุนหลังเขาจนออกไปนอกห้องทำงานของพี่ชาย มองจนเขาเดินออกไปนอกประตูบ้านแล้วหันกลับ สะดุ้งโหยงเมื่อวทัญญูมายืนอยู่ข้างหลัง เธอรีบก้มหน้างุดไม่กล้าสบตา วทัญญูลากมือน้องสาวเดินขึ้นไปชั้นบน เข้าห้องนอนแล้วปิดประตูเสียงดัง
ร่างสมส่วนของวรัทยาถูกเหวี่ยงไปที่เตียง ส่วนหมอหนุ่มพี่ชายเดินไปหยุดยืนริมหน้าต่าง มองลงไปเห็นรถของวิวัฒน์เคลื่อนตัวออกไปแล้ว จึงหันกลับมามองน้องสาวที่นั่งหน้างออยู่บนเตียงอีกครั้ง
“ทำไมต้องวิวัฒน์” เขาถามสั้นๆ จ้องตาน้องสาวนิ่ง
“แล้วทำไมต้องไม่ใช่เขา ก็เรารักกัน” วรัทยาไม่ชอบถ้าพี่ชายจะเอาเรื่องบาดหมางเก่าๆ ของตนเองมาบังคับจิตใจ ไม่ยินยอมให้เธอแต่งงานกับวิวัฒน์ผู้ชายที่เธอรัก
“เพิ่งคบหากันไม่เท่าไหร่ ยาเรียกว่ารักแล้วหรือ”
“ความรักไม่จำเป็นว่าจะช้าหรือเร็วหรอกพี่หมอ รักคือรัก ยายืนยันจะแต่งงานกับคุณวัฒน์” เธอลุกขึ้น มายืนจ้องตาพี่ชาย ความรักทำให้เธอกล้าหือกับคนที่เลี้ยงดูส่งเสียเธอมาตลอด จนอายุเลยวัยเบญจเพสมาแล้ว เรียนจบมานานแล้ว วรัทยายังไม่คิดจะหางานทำ แม้แต่กิจการของครอบครัวเธอยังไม่คิดจะเข้าไปดูแล
“น่าจะดูกันให้นานกว่านี้ ยาก็รู้ผู้ชายอย่างวิวัฒน์หยิบโหย่งจนตาสลัดทิ้งมาแล้ว” เมื่อเอ่ยถึงมุทิตา ดวงตาของเขาก็ฉายแววร้าวลึก แต่ก็เป็นเพียงชั่วครู่เท่านั้น
วรัทยาเหยียดริมฝีปาก ก่อนจะพูดใส่หน้าพี่ชาย “ตาสลัดคุณวัฒน์เพราะหวังฮุบสมบัติบ้านเรานะสิ ตารู้นี่ว่าพี่หมอรวยกว่า แต่ว่าตอนนี้ครอบครัวคุณวัฒน์เขาขยับฐานะขึ้นมาแล้ว รวยไม่แพ้เราหรอกนะพี่หมอ”
“พี่ไม่ได้หมายถึงฐานะการเงินของเขา พี่หมายถึงนิสัยใจคอ วิวัฒน์เป็นคนพาลนะยา คิดดีๆ” น้ำเสียงหมอหนุ่มประนีประนอมมากขึ้น เพราะรู้ดีความรักอาจทำให้น้องหุนหันพลันแล่นได้
“หมายความว่า พี่หมอไม่กีดกัน แต่ให้ยาดูเขานานกว่านี้หน่อยเหรอคะ” วรัทยาก็ไม่อยากทุ่มเถียงกับพี่ชาย อันจะทำให้บรรยากาศในบ้านเสียไป และเพราะไม่ค่อยมีปากเสียงกันเท่าไหร่ หญิงสาวจึงซบหน้าลงแนบอกพี่ชายอย่างประจบ
“ขอแค่ดูกันนานๆ กว่านี้ แล้วอย่าชิงสุกก่อนห่าม พี่ก็ไม่ว่าอะไร”
คุณอาจจะชอบ





