ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ของหวงท่านอ๋องอำมหิต

ของหวงท่านอ๋องอำมหิต

เมื่อวิญญาณของฮองเฮาผู้ถูกตราหน้าว่าชั่วร้ายต้องข้ามภพมาสิงสถิตในร่างของหลินจื่อเว่ย คุณหนูผู้อาภัพที่สิ้นใจอย่างไม่เป็นธรรม นางจึงต้องงัดเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงจากชาติปางก่อนออกมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมและต่อกรกับแม่เลี้ยงใจโฉด ทว่าอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่กลับไม่ใช่เพียงคนในตระกูล เมื่อนางต้องรับมือกับท่านอ๋องคู่หมั้นผู้มีจิตใจเย็นชา วิปริต และหมกมุ่นในตัณหาอย่างคาดไม่ถึง การเดิมพันครั้งใหม่ในชีวิตที่เต็มไปด้วยอันตรายและความบ้าคลั่งจึงเริ่มต้นขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

คืนนี้แม้จะเป็นยามจื่อ[1]แล้วหลิวฉูฉู่ในร่างของหลินจื่อเว่ยก็ยังนอนไม่หลับ นางขยับตัวอย่างเชื่องช้า ลุกขึ้นจากเตียงอุ่นเดินไปเปิดหน้าต่างบานเล็กบานหนึ่งแล้วนั่งลงที่ตั่งคนงามข้างหน้าต่างบานนั้น

ทันทีที่หน้าต่างบานเล็กถูกเปิดออกลมหนาวก็พัดโชยเข้ามาภายในกระทบร่างบอบบางและอ่อนแอของนางจนเกิดเป็นตุ่มขนเล็ก ๆ ไปทั้งร่างเพราะขนลุกชัน ทว่าแม้อากาศจะหนาวเพียงนั้นนางกลับนั่งนิ่ง สองมือวางบนกรอบหน้าต่างแล้วซบใบหน้าเล็กของตนเองลงมา

เรื่องราวในอดีตผุดขึ้นเบื้องหน้า หลายเรื่องที่นางได้ลืมไปแล้วด้วยเวลานั้นผ่านมาถึงสองร้อยปีตั้งแต่นางถูกกักขังอยู่ในร่างของแมวน้อย กลับยังมีสิ่งที่นางจำได้ดี ภาพอันสยดสยองที่นางฉีกทึ้งร่างกระต่ายน้อยจนเลือดไหลนองแล้วลอยออกมาจากซากศพสัตว์ตัวนั้นยังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ ก่อนที่นางจะหลบหนีและถูกไต้ซือเฒ่าจับนางได้อีกครั้ง

"เจ้าต้องอยู่ในร่างของแมวตนนี้และชดใช้เวรกรรมจนกว่าจะถึงเก้าชีวิต"

ผู้คนอาจจะคิดว่าอยู่ในร่างแมวนั้นแสนสบายนัก แต่หากไม่ใช่นางคงไม่รู้ว่าแสนทรมานเพียงใด การที่วิญญาณร้ายตนหนึ่งต้องฟังบทสวดทุกวันและถูกคุมขังอยู่ที่กรงเล็ก ๆ ตลอดสองร้อยปีที่ผ่านมานั้นทำอย่างไรก็ไม่เคยชินเสียที ทุกครั้งที่ฉีกงไต้ซือผู้นั้นสวดมนต์นางยังรู้สึกราวกับว่าบทสวดนั้นกำลังเชือดเฉือนจิตวิญญาณของนางจนเจ็บปวดจนต้องดิ้นทุรนทุรายแทบจะขาดใจตายอยู่ในกรงน้อย

แม้จะร้องขอความตาย นางก็ไม่อาจตายได้ คำกล่าวที่ว่าอยู่ไม่สู้ตายหลิวฉูฉู่รับรู้ได้ลึกซึ้งมากกว่าผู้ใด

กว่าสองร้อยปีแห่งความทรมานนั้นจะผ่านมาได้จนถึงวันนี้นางลงแรงอดทนไปไม่น้อย กระทั่งชีวิตที่เก้าของนางจึงได้รับการปลดปล่อยชีวิตนี้นางยังคงกำเนิดมาในร่างแมวเช่นเคยเพียงแต่ได้รับของกำนัลล้ำค่า คือนางไม่ต้องถูกคุมขังแล้ว และยังได้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงของท่านหญิงผู้สูงศักดิ์ ใช้ชีวิตที่สุขสบายภายใต้แสงแดดอุ่นและความรักจากผู้เป็นนาย

ทว่านางใช้ชีวิตอย่างรื่นรมย์มาได้ไม่กี่ปีก็ต้องตกต่ำ เมื่อมารดาของเจ้านายถูกใส่ความว่าคบชู้และถูกลงโทษจนตาย ท่านหญิงหลินจื่อเว่ยแม้จะไม่ถูกลดฐานะทางสังคม แต่ฐานะในจวนกลับตกต่ำ บิดาของนางเลื่อนฐานะพระชายารองเป็นพระชายาเอก ลูกอนุทั้งหลายต่างได้ดิบได้ดี ตรงกันข้ามกับหลินจื่อเว่ยที่ถูกตราหน้าว่าอาจเป็นลูกชู้ จึงถูกจับโยนไว้ที่ท้ายจวนมีเพียงบ่าวที่ซื่อสัตย์คนเดียวคอยรับใช้

หลินจื่อเว่ยถูกพี่น้องรังแกสารพัด เดิมร่างกายอ่อนแออยู่แล้วก็ยิ่งทำให้นางเหมือนศพที่เดินได้ กระทั่งถูกผลักให้จมน้ำตาย เรื่องมันกำลังซ้ำซ้อน ชาติก่อนหลิวฉูฉู่ก็ตกน้ำเพื่อเรียกร้องความสนใจคน แต่กลับจมจริง ๆ และวิญญาณออกจากร่างถูกผู้อื่นสวมแทน

ชาตินี้คนที่ดูแลนางกลับจมน้ำอีก คนเราจะจมน้ำอะไรได้บ่อยครั้งเช่นนี้ หลิวฉูฉู่ย่อมคิดว่ามันไม่ปกติ

ในยามที่นางกำลังนั่งมองอย่างเกียจคร้านอยู่ที่หัวสะพาน ร่างแมวของนางกลับถูกคนผู้หนึ่งจับเอาไว้และในยามที่นางไม่ทันตั้งตัวก็ได้ยินคนผู้นั้นเอ่ยว่า

"ทุกอย่างที่เกี่ยวกับท่านหญิงจื่อเว่ยต้องสังหารทิ้งให้หมด"

หลิวฉูฉู่คิดว่าตนเองอาจถูกวางยา คงจะตายไม่ทรมานนักอย่างไรนางก็ตายมาหลายครั้งชักจะเคยชินแล้ว ทว่าคนที่จับนางกลับเหี้ยมโหดนัก ไม่ยอมวางยากลับใช้มีดแทงจนร่างนางพรุน ยังผ่าท้องลากไส้นางออกมาอีก

หลิวฉูฉู่จำหน้าคนผู้นั้นได้อย่างแม่นยำ นางต้องเอาคืนคนผู้นี้แม้จะผิดกฎที่นางรับปากไต้ซือไว้แล้วก็ตาม นางแค้นจนแทบจะทึ้งผมตนเองให้หลุดออกมาอยู่แล้ว

ทว่าหลังจากตายอย่างทรมานวิญญาณหลุดออกจากร่าง นางกระโจนเข้าหาคนผู้นั้นสิ่งที่ทำได้คือไม่สามารถแตะต้องผู้ใดได้ ให้ตายเถอะแล้วอย่างนี้จะให้นางอยู่มาจนสองร้อยปีเพื่อเหตุใดกัน วิชาอาคมอันใดล้วนไม่มีทั้งสิ้น

ยามนั้นโกรธมากนัก เห็นแจกันใบใหญ่ตั้งอยู่บนโต๊ะ จึงออกแรงสุดกำลังพุ่งชนแจกันจนหล่นลงมาทับหัวคนผู้นั้นแตกและร้องลั่น แม้จะไม่สาสมกับความผิดที่เขาฆ่าคน แต่ก็ยังพอบรรเทาความโกรธลงได้เล็กน้อย

วิญญาณกอดอกอย่างเย่อหยิ่ง เพียงนางออกจากร่างฉีกงไต้ซือก็ปรากฏกายทันใด

หลิวฉูฉู่ทำความเคารพเขาอย่างเสียไม่ได้ ใบหน้างามงอง้ำเมื่อมองเห็นร่างแมวของตนเอง

"ท่านจะให้ข้าตายดีสักชาติจะได้หรือไม่ ไยต้องให้แมวน้อยเช่นข้าต้องทรมานตายทุกชาติด้วยเล่า"

ฉีกงไต้ซือยกมือกล่าวถึงพระโพธิสัตว์แล้วเอ่ยว่า

"เป็นไปตามลิขิตสวรรค์ เพื่อให้เจ้าชดใช้บาปที่ก่อเอาไว้"

หลังจากนั้นนางก็ได้พบวิญญาณของหลินจื่อเว่ยที่ออกจากร่างเช่นกัน สองคนมองสบตากัน หลินจื่อเว่ยไม่รู้ว่านางคือแมวน้อยตัวนั้นเห็นนางอยู่กับไต้ซือที่อาคมแก่กล้าก็นึกว่านางเป็นเทพเซียน และร้องไห้อ้อนวอนทั้งน้ำตา

"ท่านเซียนขอร้องท่าน เข้าร่างของข้าคืนความเป็นธรรมให้ข้าหากเป็นท่านต้องทำสำเร็จแน่"

ฉีกงไต้ซือกล่าวอมิตาพุทธ เอ่ยอีกสองสามประโยค

"โอกาสแทนคุณและทำความดีเพื่อปลดปล่อยตนเองอยู่ในมือเจ้าแล้ว ชะตาเจ้าอย่างไรก็ผูกพันกับนางไม่อาจหลีกเลี่ยงได้"

"หากข้าทำความดีนี้ ข้าจะถูกปลดปล่อยหรือไม่"

หลิวฉูฉู่ย่อมไม่ยอมเสียเปรียบ นางต้องได้รับคำตอบแน่ชัดก่อนที่จะยื่นมือเข้าไปสอด

ผ่านมาสองร้อยปี นางก็คือนางไร้ความเห็นใจผู้อื่น เห็นประโยชน์เป็นสำคัญ เพียงแต่ลดความโหดเหี้ยมลงไปแล้ว บัดนี้หากจะสอดเรื่องผู้อื่นย่อมต้องลงมือเพื่อให้ตนเองรอดและได้ประโยชน์สูงสุด

นางไม่คิดทำชั่วอีกขอเพียงทำความดีแล้วนางไม่ต้องลงนรกนางก็ยินดีทำสุดชีวิต

ฉีกงไต้ซือพยักหน้า

"ผู้ทำความดีย่อมได้รับผลตอบแทน โอกาสนี้เป็นของเจ้าแล้ว"

หลิวฉูฉู่หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ตัดสินใจแน่วแน่

"ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่บังอาจใส่ร้ายพระชายาและทำร้ายหลินจื่อเว่ยจนถึงแก่ความตาย ข้าในฐานะพี่สาวสองร้อยปีจะจัดการมันและเรียกร้องความยุติธรรมให้เจ้าเอง ต่อไปข้าคือหลินจื่อเว่ย หลินจื่อเว่ยคือข้าทุกเรื่องปล่อยให้พี่สาวสะสางแทนเจ้าเอง"

คงเป็นเพราะอากาศเย็นเสียดแทงกระดูกภายนอกกำลังไหลเข้ามาทางหน้าต่าง สาวใช้ที่ซื่อสัตย์ของหลินจื่อเว่ยนามจินเจาที่นอนเฝ้าอยู่ปลายเตียงจึงตื่นขึ้นมา นางขยี้ตาและมองไปยังทิศทางของลมเย็นที่พัดโชย กระทั่งสายตาปะทะเข้ากับร่างเล็กของผู้เป็นนาย

"ท่านหญิง"

เสียงเรียกของจินเจาดึงความคิดฟุ้งซ่านของหลิวฉูฉู่ให้กลับมา นางหันมามองสาวใช้ที่เห็นเป็นเงามืดกำลังลุกขึ้นจากที่นอนพร้อมกับเดินมาหานาง

"ท่านหญิงนอนไม่หลับหรือเจ้าคะ ร่างกายท่านยังอ่อนแอทั้งยังไม่หายดีเปิดหน้าต่างเช่นนี้ไข้จะกลับเอาไว้นะเจ้าคะ พวกเราตอนนี้ไม่อาจเรียกท่านหมอได้ทุกเวลาเช่นเคย"

หลิวฉูฉู่ผินใบหน้างามไปมอง ปล่อยให้จินเจาปิดหน้าต่างอย่างเร่งร้อนพลางถูฝ่ามือตนเองแล้วจับมือของท่านหญิงของตน มือเรียวเล็กขาวผ่องนุ่มนิ่มนั้นเย็นเยียบคล้ายน้ำแข็งก้อนหนึ่ง

หลิวฉูฉู่รู้สึกสงสารตนเองอยู่เล็กน้อยที่ต้องมาอยู่ในร่างของหลินจื่อเว่ยผู้อ่อนแอ ยามนี้แม้แต่จะเอ่ยปากยังไม่อาจพูดได้ เพราะหากพูดเพียงไม่กี่คำนางก็จะไอออกมา หากไอเฉย ๆ ก็ไม่เท่าไหร่ทว่าทุกครั้งที่นางเริ่มไอจะหยุดไม่ได้กระทั่งมีเลือดติดออกมา อาการไอนี้หลินจื่อเว่ยนั้นเป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว

ทั้งภูมิแพ้ หอบหืด หลินจื่อเว่ยล้วนเป็นทั้งหมดและอาการยังรุนแรงอีกด้วย

ที่ผ่านมาหลินจื่อเว่ยก็เลี้ยงแมวน้อยเช่นนางห่าง ๆ ไม่เคยได้สัมผัสเลยสักครั้ง แต่หลิวฉูฉู่กลับชอบยิ่งนัก นางเป็นคนยโสจะให้คนอื่นสัมผัสร่างกายได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร ดังนั้นการเป็นสัตว์เลี้ยงของหลินจื่อเว่ยจึงไม่นับว่าลดศักดิ์ลงแต่ประการใด

ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่อง หลินจื่อเว่ยอยู่ในฐานะท่านหญิงมีมารดาคอยดูแล เรื่องยาและการรักษาอันดีเลิศจึงไม่ได้ขาด

บัดนี้อยู่ในช่วงตกต่ำยาที่ได้รับจึงขาดคุณภาพไปมาก กระทั่งหมอในจวนยังไม่อาจจ่ายยาราคาแพงให้นางได้เช่นเดิม ช่างน่าอดสูนัก  แต่หลิวฉูฉู่ไม่เกรงกลัว นางเก่งกาจเรื่องการรักษาและการวางยาคนยิ่งนัก สองร้อยปีที่ผ่านมานี้นอกจากฟังบทสวดแล้วทั้งวันก็เอาแต่จดจ้องไต้ซือผู้นั้นปรุงยารักษาคน

เพียงแต่ตอนนี้บ่าวของนางยังไม่อาจออกไปนอกจวนได้ คนที่ไว้ใจได้ก็ไม่มี ตอนนี้ต้องรักษาตนด้วยยาไร้ประสิทธิภาพพวกนี้ไปก่อน จนกว่าจะหาโอกาสออกนอกจวนและหาซื้อสมุนไพรมารักษาตนเองได้

เพียงแต่ยามนี้เงินติดตัวหลินจื่อเว่ยก็ไม่มีติดตัว เครื่องประดับล้ำค่าที่พอจะขายได้ก็ถูกพระชายาคนใหม่ยึดไปเสียหมด

เมื่อไม่มีเงินจึงเหมือนถูกตัดแขนตัดขา หลิวฉูฉู่จึงต้องคิดหาทางอย่างหนักเพื่อหาเงินก้อนใหญ่มารักษาร่างกายนี้ของตนเอง

อย่างน้อยยังมีเรื่องน่าดีใจอย่างหนึ่ง คนที่นางต่อสู้ด้วยร้ายกาจไม่น้อย ค่อยสมน้ำสมเนื้อที่จะสู้รบกับคนชั่วเช่นนางหน่อย

สิ่งแรกที่หลิวฉู่ฉี่คิด คือต้องหาคนหนุนหลังสักคน ทำศึกต้องหาทหารคอยคุ้มกัน หากไม่มีแล้วก็เท่ากับเอาชีวิตไปทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ ว่าแต่ว่าคนที่พอจะพึ่งพาได้ยามนี้ จะมีผู้ใดกันนะ นางไม่เชื่อว่าท่านหญิงหลินจื่อเว่ยจะไร้ที่พึ่งพาจริง ๆ

น้ำเสียงของจินเจายังเอ่ยด้วยความรู้สึกเป็นกังวล ในขณะที่ปากอ้ากว้าง หาวจนน้ำตาเล็ด

"ถึงนอนไม่หลับก็กลับไปที่เตียงเถิดนะเจ้าคะ อย่างน้อยเตียงยังคงเป็นเตียงอุ่นบ่าวจะถือมือถูเท้าให้ท่านด้วย"

อีกโรคหนึ่งที่สตรีนางนี้เป็นก็คือโรคมือเท้าเย็น ให้ตายเถิด โรคคุณหนูพวกนี้หลินจื่อเว่ยผู้นี้ไม่พลาดเลยแม้แต่โรคเดียว

หลิวฉูฉู่ชี้ไปที่โคม จินเจาจึงรีบไปจุดโคมตามคำสั่ง หลิวฉูฉู่นอนไม่หลับคงเป็นเพราะนางเป็นแมวมาถึงสองร้อยปีจึงติดนิสัยไม่หลับไม่นอนตอนกลางคืนมามาก อย่างไรก็แก้ไม่หายยามนี้จึงพลอยทรมานจินเจาสาวใช้ผู้นี้ไปด้วย

จินเจาถือโคมมาวางใกล้ ๆ แล้ววางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง สองมือของนางเริ่มถูมือถูเท้าให้ท่านหญิงที่ตนเองรักยิ่งกว่าชีวิตอย่างเบามือ คงเพราะได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กไม่นานจินเจาก็สามารถทำให้มือและเท้าของท่านหญิงอุ่นขึ้นมาได้

หลิวฉูฉู่ไม่เคยรักผู้ใดมาก่อน ยิ่งเป็นสาวใช้แล้วยิ่งคิดว่าเป็นคนที่อยู่คนละชั้นกับนาง แต่คงเพราะอยู่ในร่างสัตว์เดรัจฉานมาเนิ่นนานจึงทำให้ความรู้สึกระหว่างชนชั้นลดน้อยถอยลงไปมาก อีกทั้งยามที่เจ้าของร่างเดิมมีชีวิต จินเจาก็เป็นคนที่เลี้ยงดูแมวน้อยหลิวฉูฉู่ด้วยความรักใคร่แทนผู้เป็นนาย นางจึงมองจินเจาด้วยสายตาอ่อนแสงและขอบใจอย่างไม่ปิดบัง

หลิวฉูฉู่ยังคิดถึงหนทางหาเงินมารักษาตนเอง กระทั่งจู่ ๆ ก็คิดถึงใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา ของคนผู้หนึ่งที่นางเคยเห็นอยู่ในภาพวาดยามที่หลินจื่อเว่ยแอบดูในยามค่ำคืนอยู่เสมอ

นางกระแอมเล็กน้อยแล้วเอ่ยคำหนึ่งออกมา

"หลินจื่อเว่ยมีคู่หมั้นใช่หรือไม่ เมื่อไหร่จะถึงกำหนดแต่งงาน"

กล่าวจบนางก็ไอจนสำลัก จินเจารีบส่งผ้าให้นางปิดปาก ใบหน้าซีดเผือด เอ่ยเพียงสั้น ๆ นายสาวก็ไอแทบเป็นแทบตายนานต่อเนื่องถึงหนึ่งก้านธูปกว่าจะดีขึ้น

แน่นอนว่ามีเลือดสีแดงติดอยู่ที่ผ้าสีขาวสะอาดด้วย อาการนี้ทำเอาเจาจินแทบจะหัวใจวายตายอยู่แล้วด้วยความกังวลใจ

"ท่านหญิง ท่านคงจมน้ำจนสติไม่ดีแล้ว ท่านคือท่านหญิงหลินจื่อเว่ยนะเจ้าคะ ไยพูดเหมือนคนผู้นั้นไม่ใช่ตนเอง"

หลิวฉูฉู่ไอออกมาอีกหลายคำ พยักหน้าพลางสูดหายใจ น้ำหูน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ในใจคิดว่า

ใช่ ข้าคือหลินจื่อเว่ย มิใช่หลิวฉูฉู่อีกต่อไป!

จินเจาเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

"ท่านหญิงล้มป่วยหลายวัน บ่าวเองก็ไม่กล้าบอกเจ้าค่ะ ความจริงบ่าวได้ข่าวมาว่าท่านอ๋องไม่ต้องการให้คุณหนูแต่งให้โม่อ๋องแล้วเจ้าค่ะ บัดนี้ตำแหน่งคู่หมั้นจึงกลายเป็นของคุณหนูรองหลินหลงไปแล้วเจ้าค่ะ"

นางเงยหน้ามองเจาจินดวงตาแข็งกร้าว ไอสังหารแผ่ออกจากร่างของนางโดยไม่รู้ตัว จินเจาเองไม่เคยเห็นท่าทางเช่นนี้ของหลินจื่อเว่ยมาก่อนจึงรู้สึกขนลุกชันและหายใจอึดอัดไม่ใช่น้อย

หลิวฉูฉู่ยามนี้ยอมรับแล้วว่าตนเองคือหลินจื่อเว่ย สายตาที่แสดงออกไปนั้นช่างอำมหิตนัก ในใจคิดอย่างเหี้ยมโหด

คู่หมั้นผู้นั้นคือทางรอดเดียวของข้าที่จะผงาดกลับมาดังเดิม สตรีหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ทั้งนั้น!

เชิงอรรถ

1.^ ยามจื่อ คือ เวลาประมาณเที่ยงคืน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หมื่นฝันพันคะนึง
9.1
ท่ามกลางกาลเวลาที่ผันผ่านนับหมื่นราตรี ซุนหลวนคุนยังคงเฝ้าคะนึงหาเพียงสตรีผู้เป็นที่รัก จนกระทั่งเขาได้พบกับนางอีกครั้งในสภาพที่ไร้ซึ่งความทรงจำ หญิงสาวจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตนเองหรืออดีตที่เคยมีร่วมกัน ท่ามกลางความสับสนและสิ่งแปลกใหม่รอบกาย แม่ทัพหนุ่มจึงยัดเยียดฐานะภรรยาให้นางพร้อมตั้งชื่อใหม่ว่าหรูซื่อ เพื่อผูกมัดนางไว้ข้างกายในฐานะฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของเขาตลอดไป แม้ความจำจะสูญสิ้นแต่พันธะหัวใจระหว่างเขากับนางกลับเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ข้าไม่ใช่คนดีท่านอย่าได้หวัง
9.7
จางลี่หญิงสาวผู้เติบโตท่ามกลางความชิงชังของครอบครัวและถูกสามีทำร้ายจนสิ้นใจในอดีตชาติ ได้รับโอกาสหวนคืนมามีชีวิตใหม่อีกครั้งเพื่อชำระแค้นที่ฝังลึก นางสาบานว่าจะไม่ยอมให้คนเหล่านั้นอยู่อย่างสงบสุขและจะตอบแทนความเจ็บปวดให้อย่างสาสม ท่ามกลางการล้างแค้นที่ดุเดือดกลับมีบุรุษลึกลับคอยติดตามนางอย่างใกล้ชิด แม้จางลี่จะประกาศชัดว่าตนไม่ใช่คนดีเหมือนชาติก่อนและเตือนไม่ให้เขาคาดหวังในตัวนาง แต่บทสรุปของความสัมพันธ์และการทวงคืนความยุติธรรมครั้งนี้จะเป็นเช่นไร
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
9.4
อดีตยมทูตผู้ทรงพลังกลับชาติมาเกิดใหม่ในฐานะผู้นำแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ พร้อมภารกิจสุดเพี้ยนในการแผ่ขยายอิทธิพลและทะเยอทะยานยึดครองดินแดนกะลาแลนด์โดยใช้กลยุทธ์สุดกาวที่ไม่มีใครคาดคิด ผลงานภาคต่อของ 'เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต' ที่นำเสนอเรื่องราวบทใหม่แบบจบในตัว ให้คุณได้สัมผัสความมันส์จากการปะทะและแผนการสุดล้ำในการสร้างอาณาจักรอาชญากรรมเหนือจินตนาการ แม้ไม่เคยอ่านภาคแรกมาก่อนก็สามารถสนุกไปกับการผจญภัยสุดระทึกและตลกขบขันนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม
หน้าปกนวนิยาย เอื้อมหัวใจเทพบุตรแบดบอย
9.5
เมื่อเอื้อมพัฒน์ เชฟหนุ่มสุดฮอตเจ้าของฉายาพ่อเสือร้ายผู้รักสนุกและไม่เคยคิดผูกมัดกับใคร กลับมาสะดุดตาเด็กฝึกงานสาวอย่างศุรตาจนเกิดเป็นความสนใจที่ยากจะถอนตัว ทว่าเส้นทางความรักของเพลย์บอยตัวฉกาจครั้งนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะอดีตที่ขมขื่นและเบื้องหลังอันดำมืดของเขากำลังตามหลอกหลอน อีกทั้งปมความขัดแย้งที่แฝงไปด้วยอันตรายยังพร้อมจะปะทุขึ้นทุกเมื่อเพื่อทำลายความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวนี้ให้พังทลายลง
หน้าปกนวนิยาย เขาจมฉัน ฉันเผาโลกของเขา
8.5
อคินขังฉันไว้ในโลกเสมือน 'พิมานเมฆ' ขณะที่ชีวิตจริงเขาลอบวางยาเพื่อสกัดการรักษาขาของฉัน เขาทรยศความรักไปหาดาลิน มอบทุกอย่างที่เป็นของฉันให้เธอ และทำลายชื่อเสียงฉันจนย่อยยับ ฟางเส้นสุดท้ายคือการสั่งให้คนโยนฉันลงน้ำพุอย่างโหดเหี้ยมเพื่อกำจัดทิ้ง แต่ฉันรอดตายและรักษาตัวจนหายดี บัดนี้ฉันจะกลับเข้าสู่ระบบเพื่อทวงคืนตำนานวาลคีรีและเผาทำลายอาณาจักรจอมปลอมของเขาให้สิ้นซาก
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ