ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ของหวงท่านอ๋องอำมหิต

ของหวงท่านอ๋องอำมหิต

เมื่อวิญญาณของฮองเฮาผู้ถูกตราหน้าว่าชั่วร้ายต้องข้ามภพมาสิงสถิตในร่างของหลินจื่อเว่ย คุณหนูผู้อาภัพที่สิ้นใจอย่างไม่เป็นธรรม นางจึงต้องงัดเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงจากชาติปางก่อนออกมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมและต่อกรกับแม่เลี้ยงใจโฉด ทว่าอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่กลับไม่ใช่เพียงคนในตระกูล เมื่อนางต้องรับมือกับท่านอ๋องคู่หมั้นผู้มีจิตใจเย็นชา วิปริต และหมกมุ่นในตัณหาอย่างคาดไม่ถึง การเดิมพันครั้งใหม่ในชีวิตที่เต็มไปด้วยอันตรายและความบ้าคลั่งจึงเริ่มต้นขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 3

รุ่งเช้าวันต่อมาหลินจื่อเว่ยก็ยังไม่ตื่นคงเป็นเพราะเมื่อคืนกว่าจะข่มตาหลับลงไปได้ก็ต้องใช้ความพยายามจนเกือบจะรุ่งสาง ในขณะที่จินเจาตื่นมาตั้งแต่เช้าด้วยความเคยชิน แม้จะรู้สึกหนาวยะเยือกก็ยังล้างหน้าล้างตาเดินไปที่เรือนครัวดั่งเช่นทุกวัน

ป้าเซิงเป็นแม่ครัวประจำจวน นางผู้นี้รูปร่างอ้วนท้วนได้จัดเตรียมอาหารเอาไว้ให้ท่านหญิงหลินจื่อเว่ยแล้ว จินเจาเปิดกล่องอาหารเช้าสำรวจดั่งเช่นทุกวัน เดิมทีคิดว่าวันนี้คงไม่มีสิ่งใดผิดแปลกไปจากทุกวันทว่าสิ่งที่เห็นนี้กลับทำให้นางมองป้าเซิงด้วยความไม่เข้าใจ

"ป้าเซิงอาหารท่านหญิงวันนี้ไยมีเพียงน้ำข้าว กระทั่งซุปบำรุงร่างกายยังไม่จัดเตรียมเอาไว้ให้"

จินเจาย่อมรู้ดีว่าป้าเซิงไม่อาจลืมอาหารของท่านหญิงไปได้ หญิงวัยกลางคนผู้นี้อยู่ที่จวนอ๋องมาได้มากกว่าอายุของท่านหญิงเสียอีก ป้าเซิงถอนหายใจยาว ใบหน้าราบเรียบเอ่ยราวกับคนไร้หัวใจ

"เป็นพระชายาที่สั่งมา ข้าเป็นเพียงบ่าวผู้หนึ่งจะขัดรับสั่งได้อย่างไร อีกอย่าง เจ้ายังจะเรียกนางว่าท่านหญิงอีก สตรีนางนั้นเป็นลูกชู้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย ในฐานะที่ข้าเห็นเจ้ามาตั้งแต่เด็กจะสั่งสอนเจ้าสักประโยค อย่ายึดมั่นถือมั่นให้มากในเมื่อคนเขาหมดอำนาจวาสนาเจ้าก็ต้องรีบถอยออกห่าง มิเช่นนั้นคงได้เดือดร้อนไปด้วย"

จินเจารู้สึกโกรธจนใบหน้าแดงก่ำ ตะโกนด้วยน้ำเสียงแหลมเล็ก

"ล้วนเป็นเรื่องใส่ร้ายป้ายสี ท่านก็เชื่อด้วยหรือ อดีตพระชายาเป็นคนเช่นใด ท่านหญิงเป็นคนเช่นใดทุกคนก็รู้ น้ำพระทัยของพระชายาหลิวพวกท่านลืมแล้วหรือ"

ในยามนั้นเสียงหัวเราะของบ่าวไพร่ในโรงครัวกลับดังขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน

"จับได้คาหนังคาเขาเช่นนั้นยังจะแก้ต่างอันใดได้อีก นางเองก็อยู่สู้หน้าไม่ได้ไม่ใช่หรือจึงได้หนีความผิดผูกคอตายไปเช่นนั้น"

ร่างเล็กของจินเจาสั่นระริก "พระชายาถูกคนทำร้ายจนสิ้นชีวิต ไม่ใช่ตายเพราะผูกคอเรื่องนั้นเป็นการจัดฉากของคนชั่ว"

ป้าเซิงรีบขยับมาใกล้ร่างเล็ก ยกมืออุดปากจินเจาทันใด

"เจ้าอย่าตะโกนไป หากไม่อยากเดือดร้อน ข้าวกินซี้ซั้วได้แต่วาจาไม่อาจกล่าวซี้ซั้วออกมาได้ ภัยอาจถึงตัว"

ถึงอย่างไรป้าเซิงก็ยังเอ็นดูจินเจาไม่น้อย ที่นางเอ่ยออกไปล้วนหวังดีกับจินเจาทั้งนั้น เพียงแต่เด็กคนนี้ดื้อดึงหากยังทำตัวเช่นนี้อาจจะถูกขับออกจากจวนในสักวัน ยามนั้นผู้ใดก็ไม่อาจช่วยได้แล้ว

ในโรงครัวไม่มีใครอยากพูดกับจินเจาอีกแล้ว นางจึงได้แต่ก้มหน้าเช็ดน้ำตาที่บังเกิดขึ้นมาอย่างอดสู แล้วยกน้ำข้าวไปให้คุณหนูกินปะทังหิว สองขาตรงไปที่เรือนยาประจำจวน เพื่อรับยาของท่านหญิง ทว่าวันนี้ที่เรือนยากลับเงียบเชียบ ไร้คนปรุงยารอเช่นทุกวัน นางมองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นผู้ใดสักคน

จินเจารู้สึกถึงความไม่ปกติ กระทั่งยาก็ยังไม่ต้มให้ พระชายาหว่านผู้นั้นจะบีบคั้นคนเกินไปแล้ว

จินเจาเตร่อยู่หน้าเรือนยาอยู่ครู่หนึ่ง จึงยอมล่าถอยและเดินกลับเรือนเล็กท้ายจวนด้วยน้ำตานองหน้าและเสียงสะอื้นที่พยายามอดกลั้นเอาไว้

เมื่อกลับมาถึงเรือนเล็กหลินจื่อเว่ยก็ยังไม่ตื่นนางเองก็ไม่ได้ปลุกจึงได้นั่งรออยู่เงียบเชียบด้วยหัวใจที่หดหู่ด้วยความรู้สึกสงสารท่านหญิงของตน

ทว่าเพียงไม่นานประตูเรือนเล็กก็ถูกเปิดออก สตรีนางหนึ่งในชุดคลุมสีแดงขนสัตว์ใบหน้าถูกแต่งแต้มงดงามก็เชิดใบหน้าเดินเข้ามาโดยไม่เกรงใจ

จินเจาลุกขึ้นทันใดนางยอบกายแล้วเอ่ยออกมาเบา ๆ

"คุณหนูหลินหลง"

หลินหลงตวัดสายตาเหี้ยมเกรียมมองจินเจา ส่งน้ำเสียงดุร้ายออกมา

"ข้ามีตำแหน่งเป็นท่านหญิงแล้ว ไยยังเรียกข้าว่าคุณหนูอีก คงเพราะมีนายเช่นนั้นจึงไม่ได้สั่งสอนให้ดี ผู้ใดก็ได้ช่วยสั่งสอนนางสักที"

ดวงตาเล็กของจินเจาเบิกกว้างขึ้นเมื่อถูกบ่าวของหลินหลงจับตัวของนางเอาไว้

"ท่านจะทำอะไรข้า"

หลินหลงสาดสายตาเย็นเยียบ

"ยังต้องถามอีกหรือ สั่งสอนเจ้าอย่างไรเล่า"

ก่อนที่ฝ่ามือของบ่าวคนหนึ่งจะเงื้อขึ้นมาแล้วตบลงบนใบหน้าของจินเจา เสียงเย็นของสตรีนางหนึ่งพลันดังขึ้น

"ผู้ใดกล้า"

ยามนี้ไม่รู้ว่าหลินจื่อเว่ยเอาแรงมาจากที่ใด นางลุกขึ้นจากเตียงคว้าร่างจินเจาเอาไว้แล้วดึงออกจากการเกาะกุมของบ่าวนางนั้น จินเจาไม่ได้หลบอยู่ข้างหลังหลินจื่อเว่ย แต่มายืนเคียงข้างประคองผู้เป็นนายเอาไว้

เห็นได้ชัดเจนว่าท่านหญิงของนางได้ใช้แรงทั้งหมดที่มีไปจนสิ้นแล้ว

หลินหลงส่งรอยยิ้มชั่วร้าย ยกมือห้ามบ่าวของตนเองเมื่อเห็นสภาพของคนใกล้ตายเช่นหลินจื่อเว่ย วันนี้นางแค่อยากมาดูว่าหลินจื่อเว่ยมีสภาพเช่นใด และจะทนได้นานเท่าใดกันเมื่อไร้อาหารและยาที่ใช้รักษาตนเองเช่นนี้

ทุกสิ่งที่สตรีนางนี้มีบัดนี้หลินหลงได้ครอบครองทั้งหมดแล้ว แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใดหลินจื่อเว่ยจึงยังเป็นเสี้ยนหนามตำใจของนางเช่นนี้ คล้ายทำอย่างไรก็ไม่อาจบ่งมันออกจากใจได้จนกว่าหลินจื่อเว่ยจะตาย

นั่นคงเป็นเพราะคนผู้หนึ่งกระมัง บุรุษที่หลินหลงใฝ่ฝันถึงมาตั้งแต่เยาว์วัย ตั้งแต่วันนั้นที่ได้เห็นภาพวาดของเขาในเรือนของหลินจื่อเว่ย

หลินจื่อเว่ยสูดลมหายใจเข้าลึก จินเจาประคองให้นางนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง หญิงสาวยืดอกขึ้นมา สายตากวาดสำรวจไปทั่วร่างของหลินหลง แล้วยิ้มน้อย ๆ ดูสูงส่งทั้งยังลำพองไม่แยแสผู้ใด

เรี่ยวแรงของหลินจื่อเว่ยพอฟื้นคืนมาบ้างแล้ว สาเหตุเพราะเมื่อคืนก่อนรุ่งสางหลินจื่อเว่ยได้ฝันว่า ฉีกงไต้ซือได้ปรากฏกายต่อหน้านางอีกครั้ง

"อาตมาช่วยเจ้าได้เท่านี้ เรื่องอื่นไม่อาจยื่นมือช่วยเหลือได้ เคราะห์กรรมนี้อย่างไรเจ้าก็ต้องปลดปล่อยด้วยตนเอง"

ฉีกงไต้ซือได้สอนให้นางสกัดจุดลั่วเสวียด้วยตนเอง จึงทำให้บัดนี้อาการไอของนางทุเลาลงไปมาก เพียงแต่ช่วยยับยั้งได้ชั่วคราวอย่างไรนางต้องหาสมุนไพรที่เหมาะสมมารักษาอยู่ดี

หลินหลงมองทุกอิริยาบถของหลินจื่อเว่ย พี่สาวต่างมารดาของนางคนนี้ก่อนหน้านี้ที่ได้พบเจอ ล้วนรู้จักหวาดกลัวยังทำตัวประดุจเต่าที่เอาแต่หดหัวอยู่ในกระดอง ทว่าวันนี้ไยจึงได้ดูยโสโอหังเช่นนี้

เพียงหลินจื่อเว่ยปรายตามองมาที่นางในใจของหลินหลงพลันรู้สึกอึดอัดคล้ายมีผู้ใดเอาผ้ามาอุดจมูกนางเอาไว้

แปลก ประหลาด คล้ายกับไม่ใช่หลินจื่อเว่ยคนเดิม

หลินหลงตกอยู่ในความเงียบงันชั่วครู่ เห็นท่าทางไม่ทุกข์ร้อนของหลินจื่อเว่ยแล้วในใจพลันร้อนรุ่ม กระทั่งริมฝีปากซีดเซียวดุจดอกสาลี่ของหลินจื่อเว่ยเอ่ยขึ้น

"น้องรองเจ้ามาที่นี่มีธุระอันใดหรือ"

หลินหลงเชิดใบหน้าขึ้นมา ในใจคิดหาทางเล่นงานหลินจื่อเว่ย

"ข้าเพียงแต่มาดูท่านเสียหน่อย พี่สาวผู้อ่อนแอของข้า อ๊ะ ข้าต้องขอโทษที่อาจจะเรียกพี่สาวไม่สะดวกปากแล้ว ด้วยไม่แน่ใจว่าท่านกับข้ายังเป็นพี่น้องกันอยู่หรือไม่ โอกาสที่ท่านจะเป็นลูกชู้นั้น รู้สึกว่าจะมีมากเต็มสิบส่วน"

จู่ ๆ หลินจื่อเว่ยก็หัวเราะขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่โอหังยิ่งนัก แน่นอนว่าวาจาส่อเสียดนี้ไม่มีผลกระทบกับนางเท่าใด บัดนี้หลินจื่อเว่ยมิใช่คนเดิม แต่เป็นวิญญาณที่หนังหนายิ่งนัก ไม่ใช่ว่าเด็กเมื่อวานซืนอย่างหลินหลงจะสามารถล่วงเกินได้ง่าย ๆ

"หลินหลง เรื่องของข้านั้นให้เป็นเรื่องของข้าเจ้าอย่ายื่นมือเข้ามาสอดจะดีกว่า ห่วงตัวเองเถิดว่าจะจัดการเช่นใด ที่มาหาข้าวันนี้คิดจะมาขอคำชี้แนะจากข้าใช่หรือไม่"

หลินหลงรู้สึกประหลาดใจในคำพูดหลินจื่อเว่ย นางเม้มปากแล้วเอ่ยถาม

"คำพูดของเจ้าหมายความว่าอย่างไร"

"อืม ไม่รู้สินะ ความจริงข้าก็ไม่อยากยุ่งเพียงแต่ความสงสัยมันล้นอก"

"เจ้าสงสัยสิ่งใด"

หลินหลงร้อนตัวแล้ว หลินจื่อเว่ยจึงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเล็กเสียงน้อย

"สงสัยว่าบทกลอนนั้นที่เจ้าเขียนให้คุณชายแซ่เฉิน ยังมีอีกผู้หนึ่ง รู้สึกจะแซ่อี้ใช่หรือไม่ ข้าคิดว่ามันยังไม่ดีพอเท่าที่ควรอยากให้ข้าชี้แนะหรือไม่ เรื่องกลอนโต้ตอบข้ามีฝีมือเหนือกว่าเจ้านัก ดูเหมือนว่ากระดาษสองแผ่นนั้นเขียนกลอนตอบไปเหมือนกันทุกประการ แต่ส่งให้บุรุษสองคนเช่นนั้นได้ด้วยหรือ ให้ตายเถิดน้องรองเจ้าจะสมองหมู[1]และขี้เกียจเกินไปแล้ว"

หลินหลงรู้สึกร้อนไปทั่วแผ่นหลัง นามของคุณชายทั้งสองที่เอ่ยขึ้นมานั้นนางย่อมรู้จักดี แต่ว่าเหตุใดหลินจื่อเว่ยสตรีขี้โรคนางนี้จึงได้รู้เรื่องนี้กัน

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้ารู้สิ่งใดมาบอกข้ามานะ"

หลินจื่อเว่ยหัวเราะดังขึ้นด้วยน้ำเสียงที่น่าฟัง ท่าทางสง่างามทั้งสูงส่งเย็นชา ใบหน้าขาวซีดนั้นดูจะมีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อย ส่งผลให้ยิ่งดูงดงามเจิดจ้าจนคนมองต้องหรี่ดวงตามอง หลินจื่อเว่ยคิดว่าหลินหลงช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน เช่นนี้จะเป็นนางผู้ชั่วร้ายได้อย่างไร ช่างน่าสงสารโดยแท้

หลินจื่อเว่ยรู้ว่าหลินหลงกำลังใจร้อนราวกับไฟ ต้องอยากรู้ว่านางรู้อะไรมาบ้างแต่หลินจื่อเว่ยกลับถ่วงเวลาเอาไว้ เติมเชื้อไฟแห่งความอยากรู้ให้ยิ่งลุกโพลงจนไม่อาจหนีไปที่ใดได้ บัดนี้ดูเหมือนว่าหลินหลงจะขาดสติ เมื่อขาดสติแล้วก็ย่อมต้องตกเป็นรองโดยไม่รู้ตัว

หลินจื่อเว่ยมองอาภรณ์งดงามและของล้ำค่าในตัวของหลินหลงอารมณ์พลันดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จู่ ๆ ก็มีคนมาส่งของกำนัลให้ถึงมือช่างดียิ่งนัก น้ำเสียงของหลินจื่อเว่ยจึงอ่อนลงหลายส่วน

"เจ้ามารบกวนข้ายังไม่แปรงฟันล้างหน้า เช่นนั้นข้าก็ยังไม่มีอารมณ์พูดถึงคุณชายทั้งสองแล้ว"

"นี่เจ้า อวดดีนักนะ คอยดูเถิดว่าข้าจะสั่งสอนเจ้าอย่างไร"

หลินจื่อเว่ยยักไหล่ "ข้ามีของดีจะอวดก็แล้วกัน ว่าแต่เจ้าเถิดอยากดูหรือไม่ ไม่รู้ว่าเจ้ากับข้าผู้ใดจะต้องได้รับการสั่งสอนกันแน่"

แน่นอนว่าหลินหลงย่อมอยากรู้ เมือเอ่ยถึงบุรุษทั้งสองคนนั้นทำให้นางคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา ของสำคัญที่หายไปจากโต๊ะลับของนางอย่างไร้ร่องรอย และไม่รู้ว่าหายไปได้อย่างไร หรือว่าของสิ่งนั้นจะอยู่ในมือของหลินจื่อเว่ยกัน

เมื่อความสงสัยล้นอก ทำให้หลินหลงยอมรออย่างเชื่อฟัง หลินจื่อเว่ยจึงสั่งให้จินเจาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ตนเอง และบ้วนปากแปรงฟันจนเรียบร้อย ก่อนจะเอ่ยว่า

"จินเจาข้าหิวแล้ว"

หลินหลงยิ้มเยาะ นั่งลงข้างกายผู้เป็นพี่สาวต่างมารดาแม้ไม่ได้รับเชิญ นางย่อมรู้ว่าวันนี้หลินจื่อเว่ยได้กินสิ่งใด และตกต่ำแค่ไหน ทว่าหลินจื่อเว่ยกลับมีท่าทางสงบ แม้จะเห็นน้ำข้าวในชามอันจืดชืด ในขณะที่จินเจาน้ำตาคลอหน่วยเมื่อเห็นสายตาของหลินหลงที่มองท่านหญิงของตนอย่างเหยียดหยาม

หลินจื่อเว่ยย่อมไม่สะทกสะท้าน สองร้อยปีที่ผ่านมาอยู่ในร่างแมวขาวของผู้บำเพ็ญเพียร ข้าวปลาอาหารนั้นนางไม่สนใจมานานแล้ว มีใครเคยเห็นแมวกินมังสวิรัติบ้าง หลินจื่อเว่ยคิดว่าตัวนางนี้ คงเป็นแมวตัวแรกของโลกใบนี้ที่จำใจต้องกินมังสวิรัติเพื่อประทังชีวิตกระมัง

ดังนั้นน้ำข้าวนี้จึงไม่เลวนัก

หลินหลงยิ่งเห็นยิ่งรู้สึกประหลาดใจนัก ทำไมหลินจื่อเว่ยไม่สะทกสะท้านอันใดเลยสักอย่าง แล้วนางจะคิดหาวิธีการเหล่านี้มาทรมานคนให้ลำบากทำไมกัน

กว่าจะอ้อยอิ่งซดน้ำข้าวต้มหมด ก็กินเวลาไปเนิ่นนาน นางหันไปหาจินเจาเพื่อถามหายา จินเจาส่ายหน้าด้วยความรู้สึกผิด เพียงเท่านี้หลินจื่อเว่ยก็รู้แล้ว คนต่ำช้าเหล่านี้ยังคงใช้วิธีการรังแกคนแบบเดิม ๆ ที่ไม่พัฒนาเสียทีสินะ

หลินหลงหัวเราะเยาะ เอาเถิดร่างกายอ่อนแอเช่นนี้หากขาดยาอย่างไรคงได้ตายในไม่ช้า วันนี้นางจะอดทนอีกสักหน่อยก็แล้วกัน

"เจ้าอิ่มแล้วไม่ใช่หรือ เรื่องที่เจ้าจะพูดคงไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อใส่ความข้าใช่หรือไม่"

หลินจื่อเว่ยป้องปากหัวเราะ ท่าทางทุกกระเบียดนิ้วดูสูงส่งน่าเกรงขาม สตรีทั้งสองสบตากันไม่ลดละ จู่ ๆ หลินหลงพลันรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา

"ใส่ความหรือ ข้าเลิกใส่ความคนมาเป็นร้อยปีแล้ว ยามนี้ทุกอย่างว่ากันตามจริง อีกอย่างข้าไม่เชื่อว่าเจ้าไม่เข้าใจคำของข้า เราพี่น้องมีสิ่งใดค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จากันได้มิใช่หรือ หากว่าเรื่องนี้เราพูดคุยไม่ได้เช่นนั้นก็ให้หลินอ๋อง เอ๊ย ท่านพ่อเป็นคนตัดสินแล้ว"

เส้นเลือดที่ขมับของหลินหลงพลันเต้นขึ้นตุบ ๆ นางตั้งใจมาหาเรื่องคนขี้โรคนี้แท้ ๆ ทว่ายามนี้กลับดูเหมือนว่านางจะเดินมาให้หลินจื่อเว่ยหาเรื่องนางแทน

บุรุษผู้หนึ่งในชุดขององครักษ์ประจำตัวของหลินหลงยืนอย่างสงบนิ่งทว่าหูของเขานั้นกำลังเงี่ยฟังสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเรือนโดยไม่กระดิกแม้แต่น้อย สตรีที่อยู่ด้านในเรือนหลังเล็กพูดคุยกันมิได้เบาเสียง และผนังเรือนก็บางจนไม่เก็บเสียงเช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่สตรีทั้งสองตอบโต้กันองครักษ์ผู้นั้นจึงได้ยินเต็มสองหู

ดูเหมือนว่ายามนี้คนที่เสียเปรียบจะกลายเป็นคุณหนูรองหลินหลง และหลังจากนั้นเสียงพลันเบาลง คุณหนูหลินหลงกระทืบเท้าออกมาจากเรือนเล็ก ที่น่าสงสัยคือปิ่นปักผมล้ำค่าที่นางใส่มาเต็มศีรษะบัดนี้ไม่มีเหลือแม้แต่ชิ้นเดียว

ที่แท้เกิดเรื่องอันใดขึ้น

เรื่องราวระหว่างหลินจื่อเว่ยและหลินหลงถูกถ่ายทอดออกจากปากขององครักษ์ผู้นั้นโดยไม่มีตกหล่น  คนผู้หนึ่งนั่งฟังด้วยใบหน้าเฉยชา ในมือของเขายังยกน้ำชาขึ้นดื่มช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า

"เจ้ากลับไปเถิด จนกว่าจะมีเรื่องสำคัญจริง ๆ ค่อยนำมารายงานต่อไปเรื่องเพียงเล็กน้อยเจ้าไม่จำเป็นต้องเก็บมาเล่า"

"พ่ะย่ะค่ะ"

หลังคนผู้นั้นกลับไปแล้ว บุรุษผู้หนึ่งในชุดสีดำทั้งตัวจึงเอ่ยขึ้น

"ท่านอ๋อง ท่านไม่สนใจแล้วหรือ ท่านหญิงหลินจื่อเว่ยอ่อนแอเช่นนั้นจะรับมืออย่างไรไหว"

ดวงตาคมยังจับจ้องอยู่ที่ถ้วยน้ำชาของตนเอง เอ่ยด้วยน้ำเสียงบางเบา

"เจ้าก็ได้ยินทั้งหมดแล้ว สตรีนางนั้นหาได้อ่อนแออย่างที่เจ้าคิด ไม่ต้องห่วงนางจนเกินไป"

"แต่ว่า ร่างกายของนางไม่สู้ดีเช่นนั้น จะเอาแรงที่ใดไปสู้คนเล่า ท่านจะใจดำเกินไปหรือไม่"

เขาผู้นั้นเงยใบหน้าขึ้นมององครักษ์คู่ใจ ใบหน้าหล่อเหลาดูเย็นชาชวนให้ขนลุก

"สตรีที่อ่อนแอสำหรับข้าแล้วคือคนไร้ประโยชน์ หากนางเอาตัวรอดไม่ได้ก็นับว่าไม่คู่ควร"

เชิงอรรถ

1.^ สมองหมู คือ โง่เขลา

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FMF” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FMF
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คุณผัวเถื่อนที่รัก ชุด พ่อทูนหัว
8.3
แม็กซิมัส หนุ่มลูกครึ่งมาดแบดบอยยอมติดคุกแทนน้องชายด้วยความลับบางอย่าง เมื่อได้รับอิสรภาพ เขาจึงกลับมาทวงคืนสิ่งที่ปรารถนาที่สุดนั่นคือ เดือนกันยา หญิงสาวที่ถูกพ่อแม่ตีค่าเป็นเพียงสินค้าและส่งตัวมาเป็นเจ้าสาวของน้องชายเขา ทว่าในคืนวิวาห์เธอกลับถูกเปลี่ยนมือมาสู่แม็กซิมัสแทน แม้ชีวิตของเธอจะเหมือนตกนรกที่มืดมิด แต่สัมผัสอันเร่าร้อนจากชายที่แอบรักเธอมานานกลับทำให้หัวใจสั่นคลอนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในความป่าเถื่อนนั้นกลับมีความลับและความรู้สึกที่ซ่อนเร้นมานานแสนนาน
หน้าปกนวนิยาย เรา ร่วมกัน ผงาด จาก เถ้าถ่าน
8.7
ขณะที่ฉันตั้งท้องแปดเดือนและติดอยู่บนถนนที่เงียบสงัดพร้อมพี่สาว รถบรรทุกปริศนาก็พุ่งชนเราอย่างจงใจจนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ฉันพยายามติดต่อ คิน ผู้เป็นสามีเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยและเลือกไปดูแลน้องสาวต่างมารดาแทนเพียงเพราะเธอปวดหัว เมื่อฉันฟื้นขึ้นมาจึงพบว่าลูกในครรภ์จากไปแล้ว และพี่สาวที่เป็นนักเปียโนต้องพิการตลอดกาล ในเมื่อเขาเลือกทอดทิ้งครอบครัวเพื่อผู้หญิงคนนั้น พวกเขาจะได้รู้ว่าความแค้นของเราจะเผาผลาญชีวิตที่สมบูรณ์แบบของพวกเขาให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอแม่ทัพปีศาจ
9.3
ท่ามกลางบรรยากาศเร่าร้อนในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเสียงครวญครางของหญิงสาวหลายคน สตรีหน้าใหม่ผู้ไร้เดียงสาจำต้องทนดูภาพแม่ทัพปีศาจร่วมอภิรมย์กับหญิงอื่นต่อหน้าต่อตา เสียงอันน่าหวาดหวั่นสร้างความสับสนจนนางทำตัวไม่ถูก ทว่าหากนางยังคงนิ่งเฉยและไม่แสดงฝีมือออกมาให้ประจักษ์ในตอนนี้ เกรงว่าพรุ่งนี้จะไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนอีกต่อไป เมื่อความกดดันบีบคั้นถึงที่สุด นางจึงต้องงัดทุกกลเม็ดที่มีเพื่อปรนเปรอเขาและรักษาตำแหน่งของตนเอาไว้ให้ได้
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักนายเลขาฯเถื่อน
7.8
ปริม ทายาทสาวสุดเอาแต่ใจต้องมารับมือกับ อลัน แบรดฟอร์ด เลขาหนุ่มลูกครึ่งมาดเถื่อนที่มาพร้อมเสน่ห์เหลือร้าย แม้เขาจะขี้หงุดหงิดและอายุห่างจากเธอถึงสิบปี แต่เขากลับยอมสยบกลายเป็นทาสรักให้คุณหนูจอมวีนอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นเมื่อความใกล้ชิดปลุกปั่นอารมณ์ให้เตลิดเปิดเปิง ท่ามกลางการยั่วยวนและความดิบเถื่อนที่ปะทะกันอย่างดุเดือด เธอจะจัดการกับหัวใจตัวเองอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบอดี้การ์ดหนุ่มที่ทั้งดุดันและน่าหลงใหลขนาดนี้
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักจอมทมิฬ
8.2
ลลนาหรือนุ่มถูกสิงหาชายหนุ่มรูปงามแต่ใจร้ายจับตัวมาเพราะความเข้าใจผิด เธอต้องเผชิญกับคำพูดทำร้ายจิตใจท่ามกลางความกังวลถึงคนใกล้ชิดที่บาดเจ็บ นุ่มจึงบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ตนหลุดพ้นจากอำนาจเถื่อนของเขา พร้อมหวังจะมีชีวิตใหม่ที่รวยทางลัดเพื่อเลิกทำงานกลางคืนและพบสามีที่ดี แม้สิงหาจะยอมรับความผิดพลาดที่จับตัวคนผิดมาและกล่าวขอโทษอย่างหัวเสีย แต่ท่าทีพยศและรอยยิ้มยียวนของหญิงสาวกลับทำให้เขาหมั่นไส้จนสถานการณ์ระหว่างทั้งคู่ยิ่งวุ่นวาย
หน้าปกนวนิยาย ชายาแพทย์แห่งยุครุ่งโรจน์
7.2
วิญญาณหนานกงมั่ว ยอดนักฆ่าสาวได้สวมรอยในร่างหนานกงชิง คุณหนูใหญ่ผู้อาภัพที่สิ้นใจอย่างเดียวดาย นางตั้งใจใช้ชีวิตใหม่เป็นหมอเทวดาผู้รักสันโดษและรับงานลอบสังหารบ้าง ทว่าความสงบสุขกลับพังทลายเมื่อมีราชโองการประทานสมรสให้แต่งกับเว่ยจวินมั่ว จวิ้นอ๋องนัยน์ตาสีม่วงที่ถูกสังคมเหยียดหยามเรื่องชาติกำเนิด แม้คนภายนอกมองว่านี่คือการจับคู่ที่ตกต่ำสุดขีด แต่สำหรับอดีตมือสังหาร บุรุษผู้นี้กลับมีปริศนาที่น่าดึงดูดใจ นางจึงพร้อมก้าวเข้าสู่สมรภูมิแห่งอำนาจเพื่อไขความลับและลิขิตชะตากรรมของตนเอง