ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ชายาตัวร้ายของท่านอ๋องอำมหิต

ชายาตัวร้ายของท่านอ๋องอำมหิต

จากอดีตฮองเฮาผู้ทะเยอทะยานที่ต้องจบชีวิตลงด้วยข้อหากบฏจากน้ำมือสวามีตนเองอย่างไม่เป็นธรรม จิตวิญญาณของนางได้รับโอกาสให้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งเพื่อแก้ไขโชคชะตาที่เคยพังทลาย ในชาตินี้นางขอสาบานว่าจะไม่กลับไปเดินบนเส้นทางเดิมเพื่อเป็นหงส์คู่บัลลังก์ของฮ่องเต้ใจอำมหิตผู้นั้นอีกต่อไป แต่จะขอใช้ชีวิตใหม่ที่ได้รับมาเพื่อเป็นผู้กำหนดทิศทางและลิขิตความเป็นไปในอนาคตของตนเองด้วยหัวใจที่แกร่งกว่าเดิม
ตอน
แชร์

ตอน 3

“หากฝนยังตกเช่นนี้น้ำคงท่วมเป็นแน่” สาวใช้ขั้นหนึ่งนามว่าเหลียนฮวาเปิดหน้าต่าง สอดสายตามองออกไปที่นอกห้อง สายฝนกระหน่ำสาดลงจากท้องนภา ตั้งแต่สามวันที่แล้ว สามวันสามคืนแล้วที่ฝนยังคงตกไม่หยุด หากเป็นเช่นนี้ต่อไปน้ำคงท่วมในไม่ช้า

“ปิดหน้าต่างเดี๋ยวนี้! ไม่เห็นหรือว่าละอองฝนมันเข้ามาในห้อง หากคุณหนูตัวร้อนขึ้นมาอีกจะทำเช่นไร?” ถงเยว่วางอ่างน้ำลงบนโต๊ะ รีบเดินแทรกตัวดันเหลียนฮวาออกไป และดึงหน้าต่างปิดกลับเข้ามาอย่างเบามือ

“ตอนนี้ก็ใช่ว่าคุณหนูจะหายแล้วเสียเมื่อไร เจ้าไม่ได้ยินหรือว่าท่านหมอหานบอกไว้เช่นไร ไม่พ้นคืนนี้แน่”

เพียะ! ยังไม่ทันที่เหลียนฮวาจะพูดจบ ฝ่ามือหนัก ๆ ก็ฟาดลงมาที่ใบหน้าของนางอย่างเต็มแรง เหลียนฮวาเบิกตาขึ้น ครั้นเห็นว่าคนที่ตบตนเองเป็นเพียงสาวใช้ขั้นสอง มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในห้องเท่านั้นหากจะเทียบกันแล้ว ถงเยว่ลำดับต่ำกว่านางด้วยซ้ำ กล้าดีอย่างไรมาตบหน้านาง

“ถงเยว่เจ้ากล้าตบข้าหรือ เป็นเพียงสาวใช้ขั้นสองช่างบังอาจนัก ดูซิว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร” พูดจบเหลียนฮวาก็กระโจนเข้าใส่ ผลักถงเยว่ล้มลงไปกองที่พื้น ฝ่ามือหนัก ๆ ฟาดลงไปบนใบหน้าอีกฝ่ายทั้งซ้ายและขวา ทว่าถงเยว่รู้ตัวดีว่าตนเองเป็นสาวใช้ขั้นสองไม่สมควรที่จะมีเรื่องมีราวเช่นนี้ ทว่าเมื่อสักครู่นางยั้งตนเองเอาไว้ไม่ทัน ได้ยินคำพูดอัปมงคลเช่นนั้นไหนเลยจะทนฟังไหว ฝ่ามือจึงได้ตวัดออกไปเร็วกว่าความคิด

“พวกเจ้าทำอะไรกัน!...เหลียนฮวาหยุดมือ ถงเยว่เจ้าไหวหรือไม่ เหตุใดจึงทำเช่นนี้ ไม่เห็นหรือว่าคุณหนูกำลังพักผ่อน” กุ้ยฮวาได้ยินเสียงตั้งแต่อยู่นอกห้องก็รีบวิ่งเข้ามา จึงได้เห็นว่าสาวใช้เรือนฉางหลิงตบกันไม่เกรงใจผู้เป็นเจ้านายที่กำลังนอนหลับไม่ได้สติอยู่บนตั่ง

“ก็ถงเยว่นังบ้านี่มาตีข้าก่อน” เหลียนฮวายังไม่ยอมแพ้ถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างมาดร้าย มิได้มีความเกรงกลัวหรือเกรงใจร่างไร้สติที่เป็นเจ้านายเลยสักนิด เพราะในใจคิดว่าคุณหนูใหญ่คงไม่ฟื้นขึ้นมาแล้ว

“พี่กุ้ยฮวาข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ” ถงเยว่รีบลุกขึ้นไปยืนก้มหน้ารับความผิดของตนเอง นางไม่ควรมีเรื่องมีราว หากมือนางไม่เร็วกว่าความคิดไหนเลยจะเกิดเรื่อง

“เอาละ พวกเจ้าแยกย้ายกันไปก่อน รอคุณหนูตื่นมาแล้วค่อยมารับโทษ”

“ไม่รู้คุณหนูจะตื่นเมื่อใด มิใช่เจ้าไม่รู้ท่านหมอหานบอกว่า…” เหลียนฮวายังไม่ทันจะพูดจบก็ต้องตกใจแข้งขาอ่อนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นเพราะเสียงที่ขัดคำพูดของนางนั้นเป็นเสียงของคนที่ไม่ควรจะฟื้นขึ้นมา

“บอกว่า...ข้าจะไม่รอดเช่นนั้นหรือเหลียน ฮวา”  เสียงแหบแห้งดังออกมาจากบนตั่ง สาวใช้ทั้งสามรีบขยับมายืนที่หน้าตั่งนอน น้ำตาพวกนางต่างก็ไหลออกมา ใบหน้าที่เคยกังวลพลันปรากฏรอยยิ้มกว้าง ยกเว้นก็เพียงเหลียนฮวาที่มีสีหน้าไม่สู้ดี

“คุณหนูฟื้นแล้ว บ่าวยินดียิ่งนัก จริงสิ...เหลียน ฮวาเจ้ารีบไปตามท่านหมอหานมาเร็วเข้า” เหลียน ฮวาใบหน้าซีดเผือดแต่กระนั้นก็รีบร้อนออกไป แต่ท่าทางของสาวใช้ไม่ได้หลุดรอดจากสายตาของคุณหนูใหญ่เลยแม้แต่น้อย

เพียงไม่นานหมอหานก็เข้ามาในห้องพร้อมกับหวังซื่อ และบรรดาคุณหนูในจวน ทว่าเสนาบดีผู้เป็นบิดาไม่ได้เข้ามาด้วย ตั้งแต่ที่จ้าวหลันอวี่ฟื้นขึ้นมาจนถึงตอนนี้ นอกจากถามเหลียนฮวาไปหนึ่งคำ นางก็ยังไม่ปริปากพูดสิ่งใดอีก แววตาที่มองผู้คนตรงหน้าว่างเปล่าและเจือไปด้วยความสับสน

“ฟื้นขึ้นมาก็ไม่เป็นอันใดแล้ว เพียงแต่ช่วงนี้คุณหนูใหญ่ยังพักรักษาตัวอยู่แต่ในห้องจะดีกว่า ดื่มยาให้ครบห้าเทียบก็กลับมาแข็งแรงดังเดิม” หมอหานดึงนิ้วมือออกจากจุดชีพจรของคุณหนูใหญ่สกุลจ้าว จากนั้นก็หันไปจดเทียบยาและให้สาวใช้ไปจัดยามาต้ม

“ขอบคุณท่านหมอหานมากเจ้าค่ะ” หมอหานรีบบอกหามิได้อยู่สองคำ แล้วก็รีบเดินออกไปข้างนอก ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นห้องของสตรี ต่อให้ตนเป็นหมอรักษาคนไข้ แต่ก็ไม่อาจเข้ามาอยู่นาน ๆ ได้

“คุณหนูใหญ่เจ้าฟื้นแล้ว แม่ร้อนใจจะแย่แล้ว หากเจ้ายังไม่ฟื้นข้ากับบิดาของเจ้าจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร เด็กดีเชื่อฟังข้านะ อีกประเดี๋ยวบิดาเจ้ากลับมาแล้ว เจ้าอย่าได้ดื้อรั้นอีกต่อไปเลย” จ้าวหลันอวี่ หลับตาลงช้า ๆ ในหูมิได้ยินเสียงเสแสร้งที่น่ารำคาญของหวังจิ่วเหมยอีก นางกำลังคิดว่านี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่

ก่อนหน้านี้นางเพิ่งดื่มสุราพิษอยู่ที่ตำหนักเย็นมิใช่หรือ แล้วเหตุใดนางจึงกลับมาอยู่ที่จวนสกุลจ้าวอีกเล่า และทำไมกุ้ยฮวาจึงได้มีชีวิตอยู่ มิใช่ถูกหวังซื่อขายออกไปแล้วหรือ

“คุณหนูใหญ่เจ้าได้ยินข้าอยู่หรือไม่” หวังจิ่วเหมยเห็นว่าคนบนตั่งนอนหลับตานิ่งไปแล้ว ไม่แม้แต่จะพูดจาโต้ตอบกับนาง จึงได้ชะโงกหน้าไปถาม ทว่าร่างอรชรบนตั่งกลับเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างกะทันหัน หวังซื่อจึงได้กรีดร้องด้วยความตกใจออกมา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโทสะสายหนึ่งอยู่กลางอก นังเด็กชั่วนี่ตั้งใจหลอกให้นางตกใจใช่หรือไม่

“ข้าเหนื่อยแล้วต้องการพักผ่อน หากฮูหยินไม่มีสิ่งใดก็กลับไปรอท่านพ่อเถอะ” พูดจบก็หลับตาลงไปอีก หวังซื่อถลึงตาใส่ ก่อนจะหันไปตวาดสาวใช้ในเรือนฉางหลิง และเดินกระแทกเท้าออกไป

“พวกเจ้าดูแลคุณหนูใหญ่ให้ดี หาไม่แล้วข้าจะโบยให้ตาย” บรรดาสาวใช้ต่างก็ก้มหน้ารับคำ รอจนกระทั่งฮูหยินของจวนออกจากห้องไปแล้ว จึงได้ขยับเข้ามายืนข้างตั่งรอรับใช้จ้าวหลันอวี่ตามเดิม

“เกิดอะไรขึ้นกับข้า” เสียงอ่อยระโหยโรยแรงถามออกมาอีกครั้ง กุ้ยฮวาและเหลียนฮวารีบขยับเข้ามาใกล้ตั่งนอน ส่วนถงเยว่ก็ออกไปเฝ้าที่หน้าห้องเช่นเดิม

“คุณหนูหลับไปถึงสามวันสามคืนแล้ว จำได้หรือไม่เจ้าคะ นายท่านสั่งให้คุณหนูคุกเข่าที่ศาลบรรพชน คุกเข่าอยู่สองวันแล้ว จนวันที่สามฝนก็ตกลงมาอย่างหนักคุณหนูจึงสลบไปจนถึงวันนี้”

“สลบไปสามวัน”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ อุ๊ย! ประเสริฐนักพอคุณหนูฟื้นฝนก็หยุดตกเลยเจ้าค่ะ” นี่มิใช่เป็นนิมิตที่ดีหรอกหรือ กุ้ยฮวาดีใจเป็นอย่างมาก

“ข้าเข้าใจแล้ว เหลียนฮวาเจ้าไปรอท่านพ่อของข้าที่หน้าโถงเถอะ หากท่านพ่อกลับมาแล้วก็บอกว่าข้าให้มาเพื่อแจ้งข่าวว่าข้าฟื้นแล้ว” เหลียนฮวาไม่อยากจะออกไป เพราะอยากจะรู้ว่าคุณหนูจะลงโทษนางหรือไม่ ที่นางบังอาจคิดว่าคิดหนูจะไม่ฟื้น ทว่าเมื่อเห็นสายตาที่มองมา ก็ทำได้เพียงแค่รีบก้มหน้าเดินออกไป กุ้ยฮวามองตามแผ่นหลังสหายตนเอง แล้วนางก็รีบเข้ามาประคองจ้าวหลันอวี่ ด้วยเห็นคุณหนูกำลังจะลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็รินน้ำชาส่งให้และยืนก้มหน้ารอรับใช้อยู่ที่เดิม

จ้าวหลันอวี่รับจอกชามาถือเอาไว้ ในหัวกำลังคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา นางฝันเช่นนั้นหรือ เหตุใดจึงฝันเป็นเรื่องเป็นราวเช่นนี้ แต่จะเป็นไปได้อย่างไร เรื่องราวมากมายถึงเพียงนี้จะเป็นเพียงฝันหนึ่งตื่นไปได้อย่างไร ไม่มีทาง

“ปีนี้ปีอะไรรึ” กุ้ยฮวารีบเงยหน้าขึ้น ครั้นเห็นสายตาที่เหม่อมองออกไปของคุณหนูใหญ่ ก็พลันขมวดคิ้วขึ้น หรือว่าตากฝนนานเสียจนความจำของคุณหนูจะเลือนหายไป ใบหน้าเริ่มร้อนใจ น้ำตาที่หยุดไหลก็ไหลออกมาอีกครั้ง

“จะร้องไห้ทำไมกัน ข้ายังไม่ตายมิใช่หรือ”

“คุณหนู ฮึก...ฮึก...อย่าทำให้บ่าวตกใจได้หรือไม่ เจ็บปวดตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ? บอกบ่าวมาเถิด” สาวใช้คนสนิทรีบเข้ามาคุกเข่าที่หน้าตั่ง ซบหน้าลงที่ปลายเท้าของจ้าวหลันอวี่ มือเล็กยกไปวางบนเส้นผมอีกฝ่าย

“ข้าไม่เป็นอะไร เพียงแต่นอนนานไปสักนิดในหัวจึงมึนงงไปบ้าง เจ้าบอกข้ามาเถอะว่าปีนี้เป็นปีอะไร ผู้ใดเป็นฮ่องเต้หรือ?” แม้กระทั่งนามของฮ่องเต้คุณหนูของนางก็จำไม่ได้แล้วหรือ ในใจสาวใช้จวนเจียนจะขาด

“ปีนี้เป็นรัชศกตงมู่ที่สามสิบหก ฝ่าบาทมีพระนามว่าตวนมู่เฟยหลงเจ้าค่ะ”  ดวงตาเรียวเบิกขึ้นรัชศกตงมู่ที่สามสิบหก นางย้อนกลับมาถึงสามปี หรือนางฝันไปสามปีกันแน่ ภาพเรื่องราวต่าง ๆ บีบรัดอัดแน่นเข้ามาในหัว ความเจ็บปวดยามที่นางดื่มสุราพิษยังคงแสบร้อนอยู่ในช่องอก จ้าวหลันอวี่กรีดร้องออกมาหนึ่งคำ กระอักเลือดออกมา ก่อนจะสลบไปอีกครั้ง

“โอ๊ย!...”

“คุณหนู ใครก็ได้ตามหมอเร็วเข้า!”

************************

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GZB” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GZB
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
9.5
ลู่ฉางกัง ทายาทผู้มั่งคั่งที่เคยใช้ชีวิตอย่างเย่อหยิ่งจนสูญเสียสิ่งสำคัญ ได้รับโอกาสครั้งที่สองเมื่อกล่องไม้โบราณนำพาเขาย้อนสู่อดีตในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ มิติคู่ขนานแห่งนี้ เขาได้พบกับบุคคลในความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน การเดินทางเพื่อแก้ไขความผิดพลาดและปกป้องครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อแท้เขาจะไม่ใช่คนดีเพียบพร้อมและเต็มไปด้วยกิเลส แต่บททดสอบแห่งการเอาตัวรอดจะค่อยๆ ขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์ให้รู้จักความหมายของชีวิตและการนำพาคนรักไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงพิศวาส
9.7
จันยาวีร์ถูกรัฐภูมิจองจำไว้ด้วยความแค้นหลังเธอพยายามลักลอบขโมยของล้ำค่าจากเขา ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตัดสินใจลงทัณฑ์สิบแปดมงกุฎสาวด้วยยาปลุกอารมณ์ชนิดรุนแรงจากตลาดมืดเพื่อดัดนิสัย แม้เธอจะพยายามขัดขืนเพียงใดก็ไม่อาจต้านทานฤทธิ์ยาที่ทำให้ร่างกายร้อนรุ่มและกระหายในกามารมณ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางความทรมานจากแรงปรารถนาที่พลุ่งพล่าน รัฐภูมิเฝ้ามองเหยื่อสาวด้วยความสะใจก่อนจะเริ่มบทเรียนพิศวาสอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนที่เธอริอ่านมากระตุกหนวดเสืออย่างเขา
หน้าปกนวนิยาย ข้ามีสามีคือสมุหนายกใหญ่
9.5
สายลับสาวข้ามมิติมาสวมร่างกู้เจียว สตรีชนบทอัปลักษณ์สติฟั่นเฟือนที่เคยบังคับเซียวลิ่วหลัง ชายหนุ่มรูปงามให้แต่งงานด้วยจนเขาเกลียดชังนางเข้ากระดูกดำ ทว่าความฝันบอกเหตุกลับเผยความลับว่าสามีผู้เย็นชาคนนี้จะกลายเป็นขุนนางใหญ่ที่กุมอำนาจสูงสุดในราชสำนัก เพื่อความอยู่รอดและอนาคตที่มั่นคง กู้เจียวคนใหม่จึงสลัดคราบเดิมทิ้ง นางใช้ไหวพริบปกป้องเขาจากภยันตรายและศัตรูรอบด้าน มุ่งมั่นขจัดทุกขวากหนามเพื่อผลักดันและปูทางให้เซียวลิ่วหลังก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอำนาจตามลิขิตสวรรค์อย่างสมบูรณ์แบบ
หน้าปกนวนิยาย หลิวซือเย่
8.4
โศกนาฏกรรมจากการสังหารโดยแม่เลี้ยงใจโฉดพรากชีวิตของหลิวซือเย่และสามีไปพร้อมลูกในครรภ์ เพียงเพราะความโลภในมรดกที่พวกเขาเคยสละสิทธิ์เพื่อแลกกับความสงบสุขไปแล้ว เมื่อโชคชะตาพาเธอย้อนอดีตกลับมาอีกครั้ง หลิวซือเย่จึงสาบานว่าจะปกป้องเกาฉิงหมิงและครอบครัวให้พ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว เธอจะพาสามีหนีไปให้ไกลเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปลอดภัย โดยไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายความรักและพรากชีวิตของพวกเขาได้เป็นครั้งที่สองในนิยายรักล้างแค้นย้อนเวลาสุดเข้มข้น
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักนายเลขาฯเถื่อน
7.8
ปริม ทายาทสาวสุดเอาแต่ใจต้องมารับมือกับ อลัน แบรดฟอร์ด เลขาหนุ่มลูกครึ่งมาดเถื่อนที่มาพร้อมเสน่ห์เหลือร้าย แม้เขาจะขี้หงุดหงิดและอายุห่างจากเธอถึงสิบปี แต่เขากลับยอมสยบกลายเป็นทาสรักให้คุณหนูจอมวีนอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นเมื่อความใกล้ชิดปลุกปั่นอารมณ์ให้เตลิดเปิดเปิง ท่ามกลางการยั่วยวนและความดิบเถื่อนที่ปะทะกันอย่างดุเดือด เธอจะจัดการกับหัวใจตัวเองอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบอดี้การ์ดหนุ่มที่ทั้งดุดันและน่าหลงใหลขนาดนี้
หน้าปกนวนิยาย สยบแค้นรักซาตาน
9.0
กฤษณะจำต้องปกป้องนักโทษสาวที่พัวพันกับกลุ่มค้ายาจากอันตรายรอบด้าน ทว่าเธอกลับเป็นน้องสาวของฆาตกรที่สังหารแฟนสาวของเขาอย่างทารุณ เมื่อพี่ชายเธอชิงตายหนีความผิด กฤษณะจึงมุ่งระบายความแค้นทั้งหมดลงที่เธอเพียงคนเดียว แต่การฝ่าฟันอุปสรรคและความใกล้ชิดในยามวิกฤตกลับค่อยๆ หลอมละลายความเกลียดชังให้กลายเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความขัดแย้งและฝีปากที่ปะทะกันอย่างไม่ลดละ หัวใจของเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปในแบบที่เจ้าตัวไม่เคยคาดคิด