
ชายาตัวร้ายของท่านอ๋องอำมหิต
ตอน 3
“หากฝนยังตกเช่นนี้น้ำคงท่วมเป็นแน่” สาวใช้ขั้นหนึ่งนามว่าเหลียนฮวาเปิดหน้าต่าง สอดสายตามองออกไปที่นอกห้อง สายฝนกระหน่ำสาดลงจากท้องนภา ตั้งแต่สามวันที่แล้ว สามวันสามคืนแล้วที่ฝนยังคงตกไม่หยุด หากเป็นเช่นนี้ต่อไปน้ำคงท่วมในไม่ช้า
“ปิดหน้าต่างเดี๋ยวนี้! ไม่เห็นหรือว่าละอองฝนมันเข้ามาในห้อง หากคุณหนูตัวร้อนขึ้นมาอีกจะทำเช่นไร?” ถงเยว่วางอ่างน้ำลงบนโต๊ะ รีบเดินแทรกตัวดันเหลียนฮวาออกไป และดึงหน้าต่างปิดกลับเข้ามาอย่างเบามือ
“ตอนนี้ก็ใช่ว่าคุณหนูจะหายแล้วเสียเมื่อไร เจ้าไม่ได้ยินหรือว่าท่านหมอหานบอกไว้เช่นไร ไม่พ้นคืนนี้แน่”
เพียะ! ยังไม่ทันที่เหลียนฮวาจะพูดจบ ฝ่ามือหนัก ๆ ก็ฟาดลงมาที่ใบหน้าของนางอย่างเต็มแรง เหลียนฮวาเบิกตาขึ้น ครั้นเห็นว่าคนที่ตบตนเองเป็นเพียงสาวใช้ขั้นสอง มีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในห้องเท่านั้นหากจะเทียบกันแล้ว ถงเยว่ลำดับต่ำกว่านางด้วยซ้ำ กล้าดีอย่างไรมาตบหน้านาง
“ถงเยว่เจ้ากล้าตบข้าหรือ เป็นเพียงสาวใช้ขั้นสองช่างบังอาจนัก ดูซิว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร” พูดจบเหลียนฮวาก็กระโจนเข้าใส่ ผลักถงเยว่ล้มลงไปกองที่พื้น ฝ่ามือหนัก ๆ ฟาดลงไปบนใบหน้าอีกฝ่ายทั้งซ้ายและขวา ทว่าถงเยว่รู้ตัวดีว่าตนเองเป็นสาวใช้ขั้นสองไม่สมควรที่จะมีเรื่องมีราวเช่นนี้ ทว่าเมื่อสักครู่นางยั้งตนเองเอาไว้ไม่ทัน ได้ยินคำพูดอัปมงคลเช่นนั้นไหนเลยจะทนฟังไหว ฝ่ามือจึงได้ตวัดออกไปเร็วกว่าความคิด
“พวกเจ้าทำอะไรกัน!...เหลียนฮวาหยุดมือ ถงเยว่เจ้าไหวหรือไม่ เหตุใดจึงทำเช่นนี้ ไม่เห็นหรือว่าคุณหนูกำลังพักผ่อน” กุ้ยฮวาได้ยินเสียงตั้งแต่อยู่นอกห้องก็รีบวิ่งเข้ามา จึงได้เห็นว่าสาวใช้เรือนฉางหลิงตบกันไม่เกรงใจผู้เป็นเจ้านายที่กำลังนอนหลับไม่ได้สติอยู่บนตั่ง
“ก็ถงเยว่นังบ้านี่มาตีข้าก่อน” เหลียนฮวายังไม่ยอมแพ้ถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างมาดร้าย มิได้มีความเกรงกลัวหรือเกรงใจร่างไร้สติที่เป็นเจ้านายเลยสักนิด เพราะในใจคิดว่าคุณหนูใหญ่คงไม่ฟื้นขึ้นมาแล้ว
“พี่กุ้ยฮวาข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ” ถงเยว่รีบลุกขึ้นไปยืนก้มหน้ารับความผิดของตนเอง นางไม่ควรมีเรื่องมีราว หากมือนางไม่เร็วกว่าความคิดไหนเลยจะเกิดเรื่อง
“เอาละ พวกเจ้าแยกย้ายกันไปก่อน รอคุณหนูตื่นมาแล้วค่อยมารับโทษ”
“ไม่รู้คุณหนูจะตื่นเมื่อใด มิใช่เจ้าไม่รู้ท่านหมอหานบอกว่า…” เหลียนฮวายังไม่ทันจะพูดจบก็ต้องตกใจแข้งขาอ่อนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้นเพราะเสียงที่ขัดคำพูดของนางนั้นเป็นเสียงของคนที่ไม่ควรจะฟื้นขึ้นมา
“บอกว่า...ข้าจะไม่รอดเช่นนั้นหรือเหลียน ฮวา” เสียงแหบแห้งดังออกมาจากบนตั่ง สาวใช้ทั้งสามรีบขยับมายืนที่หน้าตั่งนอน น้ำตาพวกนางต่างก็ไหลออกมา ใบหน้าที่เคยกังวลพลันปรากฏรอยยิ้มกว้าง ยกเว้นก็เพียงเหลียนฮวาที่มีสีหน้าไม่สู้ดี
“คุณหนูฟื้นแล้ว บ่าวยินดียิ่งนัก จริงสิ...เหลียน ฮวาเจ้ารีบไปตามท่านหมอหานมาเร็วเข้า” เหลียน ฮวาใบหน้าซีดเผือดแต่กระนั้นก็รีบร้อนออกไป แต่ท่าทางของสาวใช้ไม่ได้หลุดรอดจากสายตาของคุณหนูใหญ่เลยแม้แต่น้อย
เพียงไม่นานหมอหานก็เข้ามาในห้องพร้อมกับหวังซื่อ และบรรดาคุณหนูในจวน ทว่าเสนาบดีผู้เป็นบิดาไม่ได้เข้ามาด้วย ตั้งแต่ที่จ้าวหลันอวี่ฟื้นขึ้นมาจนถึงตอนนี้ นอกจากถามเหลียนฮวาไปหนึ่งคำ นางก็ยังไม่ปริปากพูดสิ่งใดอีก แววตาที่มองผู้คนตรงหน้าว่างเปล่าและเจือไปด้วยความสับสน
“ฟื้นขึ้นมาก็ไม่เป็นอันใดแล้ว เพียงแต่ช่วงนี้คุณหนูใหญ่ยังพักรักษาตัวอยู่แต่ในห้องจะดีกว่า ดื่มยาให้ครบห้าเทียบก็กลับมาแข็งแรงดังเดิม” หมอหานดึงนิ้วมือออกจากจุดชีพจรของคุณหนูใหญ่สกุลจ้าว จากนั้นก็หันไปจดเทียบยาและให้สาวใช้ไปจัดยามาต้ม
“ขอบคุณท่านหมอหานมากเจ้าค่ะ” หมอหานรีบบอกหามิได้อยู่สองคำ แล้วก็รีบเดินออกไปข้างนอก ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นห้องของสตรี ต่อให้ตนเป็นหมอรักษาคนไข้ แต่ก็ไม่อาจเข้ามาอยู่นาน ๆ ได้
“คุณหนูใหญ่เจ้าฟื้นแล้ว แม่ร้อนใจจะแย่แล้ว หากเจ้ายังไม่ฟื้นข้ากับบิดาของเจ้าจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร เด็กดีเชื่อฟังข้านะ อีกประเดี๋ยวบิดาเจ้ากลับมาแล้ว เจ้าอย่าได้ดื้อรั้นอีกต่อไปเลย” จ้าวหลันอวี่ หลับตาลงช้า ๆ ในหูมิได้ยินเสียงเสแสร้งที่น่ารำคาญของหวังจิ่วเหมยอีก นางกำลังคิดว่านี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่
ก่อนหน้านี้นางเพิ่งดื่มสุราพิษอยู่ที่ตำหนักเย็นมิใช่หรือ แล้วเหตุใดนางจึงกลับมาอยู่ที่จวนสกุลจ้าวอีกเล่า และทำไมกุ้ยฮวาจึงได้มีชีวิตอยู่ มิใช่ถูกหวังซื่อขายออกไปแล้วหรือ
“คุณหนูใหญ่เจ้าได้ยินข้าอยู่หรือไม่” หวังจิ่วเหมยเห็นว่าคนบนตั่งนอนหลับตานิ่งไปแล้ว ไม่แม้แต่จะพูดจาโต้ตอบกับนาง จึงได้ชะโงกหน้าไปถาม ทว่าร่างอรชรบนตั่งกลับเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างกะทันหัน หวังซื่อจึงได้กรีดร้องด้วยความตกใจออกมา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโทสะสายหนึ่งอยู่กลางอก นังเด็กชั่วนี่ตั้งใจหลอกให้นางตกใจใช่หรือไม่
“ข้าเหนื่อยแล้วต้องการพักผ่อน หากฮูหยินไม่มีสิ่งใดก็กลับไปรอท่านพ่อเถอะ” พูดจบก็หลับตาลงไปอีก หวังซื่อถลึงตาใส่ ก่อนจะหันไปตวาดสาวใช้ในเรือนฉางหลิง และเดินกระแทกเท้าออกไป
“พวกเจ้าดูแลคุณหนูใหญ่ให้ดี หาไม่แล้วข้าจะโบยให้ตาย” บรรดาสาวใช้ต่างก็ก้มหน้ารับคำ รอจนกระทั่งฮูหยินของจวนออกจากห้องไปแล้ว จึงได้ขยับเข้ามายืนข้างตั่งรอรับใช้จ้าวหลันอวี่ตามเดิม
“เกิดอะไรขึ้นกับข้า” เสียงอ่อยระโหยโรยแรงถามออกมาอีกครั้ง กุ้ยฮวาและเหลียนฮวารีบขยับเข้ามาใกล้ตั่งนอน ส่วนถงเยว่ก็ออกไปเฝ้าที่หน้าห้องเช่นเดิม
“คุณหนูหลับไปถึงสามวันสามคืนแล้ว จำได้หรือไม่เจ้าคะ นายท่านสั่งให้คุณหนูคุกเข่าที่ศาลบรรพชน คุกเข่าอยู่สองวันแล้ว จนวันที่สามฝนก็ตกลงมาอย่างหนักคุณหนูจึงสลบไปจนถึงวันนี้”
“สลบไปสามวัน”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ อุ๊ย! ประเสริฐนักพอคุณหนูฟื้นฝนก็หยุดตกเลยเจ้าค่ะ” นี่มิใช่เป็นนิมิตที่ดีหรอกหรือ กุ้ยฮวาดีใจเป็นอย่างมาก
“ข้าเข้าใจแล้ว เหลียนฮวาเจ้าไปรอท่านพ่อของข้าที่หน้าโถงเถอะ หากท่านพ่อกลับมาแล้วก็บอกว่าข้าให้มาเพื่อแจ้งข่าวว่าข้าฟื้นแล้ว” เหลียนฮวาไม่อยากจะออกไป เพราะอยากจะรู้ว่าคุณหนูจะลงโทษนางหรือไม่ ที่นางบังอาจคิดว่าคิดหนูจะไม่ฟื้น ทว่าเมื่อเห็นสายตาที่มองมา ก็ทำได้เพียงแค่รีบก้มหน้าเดินออกไป กุ้ยฮวามองตามแผ่นหลังสหายตนเอง แล้วนางก็รีบเข้ามาประคองจ้าวหลันอวี่ ด้วยเห็นคุณหนูกำลังจะลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็รินน้ำชาส่งให้และยืนก้มหน้ารอรับใช้อยู่ที่เดิม
จ้าวหลันอวี่รับจอกชามาถือเอาไว้ ในหัวกำลังคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา นางฝันเช่นนั้นหรือ เหตุใดจึงฝันเป็นเรื่องเป็นราวเช่นนี้ แต่จะเป็นไปได้อย่างไร เรื่องราวมากมายถึงเพียงนี้จะเป็นเพียงฝันหนึ่งตื่นไปได้อย่างไร ไม่มีทาง
“ปีนี้ปีอะไรรึ” กุ้ยฮวารีบเงยหน้าขึ้น ครั้นเห็นสายตาที่เหม่อมองออกไปของคุณหนูใหญ่ ก็พลันขมวดคิ้วขึ้น หรือว่าตากฝนนานเสียจนความจำของคุณหนูจะเลือนหายไป ใบหน้าเริ่มร้อนใจ น้ำตาที่หยุดไหลก็ไหลออกมาอีกครั้ง
“จะร้องไห้ทำไมกัน ข้ายังไม่ตายมิใช่หรือ”
“คุณหนู ฮึก...ฮึก...อย่าทำให้บ่าวตกใจได้หรือไม่ เจ็บปวดตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ? บอกบ่าวมาเถิด” สาวใช้คนสนิทรีบเข้ามาคุกเข่าที่หน้าตั่ง ซบหน้าลงที่ปลายเท้าของจ้าวหลันอวี่ มือเล็กยกไปวางบนเส้นผมอีกฝ่าย
“ข้าไม่เป็นอะไร เพียงแต่นอนนานไปสักนิดในหัวจึงมึนงงไปบ้าง เจ้าบอกข้ามาเถอะว่าปีนี้เป็นปีอะไร ผู้ใดเป็นฮ่องเต้หรือ?” แม้กระทั่งนามของฮ่องเต้คุณหนูของนางก็จำไม่ได้แล้วหรือ ในใจสาวใช้จวนเจียนจะขาด
“ปีนี้เป็นรัชศกตงมู่ที่สามสิบหก ฝ่าบาทมีพระนามว่าตวนมู่เฟยหลงเจ้าค่ะ” ดวงตาเรียวเบิกขึ้นรัชศกตงมู่ที่สามสิบหก นางย้อนกลับมาถึงสามปี หรือนางฝันไปสามปีกันแน่ ภาพเรื่องราวต่าง ๆ บีบรัดอัดแน่นเข้ามาในหัว ความเจ็บปวดยามที่นางดื่มสุราพิษยังคงแสบร้อนอยู่ในช่องอก จ้าวหลันอวี่กรีดร้องออกมาหนึ่งคำ กระอักเลือดออกมา ก่อนจะสลบไปอีกครั้ง
“โอ๊ย!...”
“คุณหนู ใครก็ได้ตามหมอเร็วเข้า!”
************************
คุณอาจจะชอบ





