
ทาสพิศวาสจวนโหวอำมหิต
ตอน 3
เหตุการณ์เมื่อหนึ่งเดือนก่อน
สำนักการสังคีตหวางเถียน
โคมไฟน้อยใหญ่ถูกแขวนประดับไว้โดยรอบสำนักการสังคีตหวางเถียน จนละลานตาไปหมด แสงไฟส่องสว่างแข่งกันสาดแสงเผยให้เห็นผู้คนมากมายกำลังหลั่งไหลเข้าไปภายในกันอย่างคับคั่ง ซึ่งถูกออกแบบอย่างวิจิตรสวยงาม ตกแต่งด้วยฝีมือการแกะสลักและเล่นโทนสีเข้ม ขับแสงไฟหลากสีสันในยามเย็นย่ำครั้นเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน
ผู้คนมากมายเดินทางเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย มาเป็นหมู่คณะหรือแม้กระทั่งฉายเดี่ยว เพื่อมาผ่อนคลายความน่าเบื่อกับชีวิตประจำวันที่แสนจะวุ่นวายชวนปวดหัวให้เบาลงไปได้บ้าง ลูกค้ามีมากมายหลายระดับ ซึ่งสำนักการสังคีตหวางเถียน ให้บริการลูกค้าเท่าเทียมกันทุกระดับชนชั้น นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวสำหรับต้อนรับลูกค้าชนชั้นเชื้อพระวงศ์ ขุนนางระดับสูงและคหบดีผู้มั่งคั่งทั้งในเมืองหลวงและจากต่างเมือง
“หลิงเอ๋อลูกค้าห้องโบตั๋น ต้องการฟังเสียงพิณกู่เจิ้ง”
“ได้เจ้าค่ะ...เดี๋ยวข้าไป” เสียงของสตรีสาววัยแรกรุ่นรับคำ ก่อนจะเอื้อมถ้วยชายกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
สาเหตุเพราะนางวิ่งเข้าวิ่งออกตั้งแต่ช่วงค่ำจนถึงตอนนี้แทบไม่ได้หยุดพักเลย นั่งบรรเลงกู่เจิ้งและร้องเพลงขับกล่อม ให้กับบรรดาแขกที่เข้ามาเยี่ยมชมและหาความสำราญภายในหอสังคีตของนาง ด้วยเพราะอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระของบิดาเพื่อลดค่าใช้จ่ายของนักแสดงหรืออาจจะทั้งหมดลงไปได้บ้างไม่มากก็น้อย เพราะสถานะทางการเงินของตระกูลหวางในเวลานี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
“ไหนดูหน่อย แต่งตัวให้เรียบร้อย ห้องโบตั๋นเป็นลูกค้าคนสำคัญของหวางเถียนเลยนะ”เสียงของสตรีวัยกลางคนพูดพร้อมกับจัดเผ้าจัดผมที่ยุ่งเหยิงให้กับหลานสาวคนงามของนาง
หวางเย่หลิงสวมอาภรณ์สูงค่าแตกต่างไปจากนางรำและนักดนตรีคนอื่นๆ ที่อยู่ภายในหอสังคีตดังกล่าวอย่างเห็นได้ชัด เสื้อคอปกตั้งสูงกลัดกระดุมบริเวณลำคอ ตัวเสื้อมีความยาวคลุมสะโพกบน ชายแขนเสื้อกว้างปักลวดลายด้วยไหมสูงค่าหลากสีสัน สวมทับกระโปรงยาวถึงข้อเท้าสีน้ำเงินเข้มแวววาวจับจีบด้านข้างทั้งซ้ายและขวาปักลวดลายอย่างวิจิตรงดงามตลอดทั้งผืนผ้า
อาภรณ์ดังกล่าวช่างขับกับเรือนร่างทรงนาฬิกาทรายอันแสนงดงาม ทำให้เจ้าของร่างช่างยั่วยวน และยิ่งทำให้นางแลดูโดดเด่นกว่าสตรีนางใดภายในหอสังคีตนั้นทั้งหมด ด้วยเพราะมีผิวกายที่ขาวเนียนละเอียดและดวงตากลมโต
ใบหน้าสวยถูกตกแต่งด้วยเครื่องสำอางบางเบา รับกับผมสีน้ำตาลเข้มที่ถูกเกล้าขึ้นและจัดแต่งอย่างสวยงามพรั่งพร้อมไปด้วยเครื่องประดับที่สูงค่า เพียงแค่พิศแรกก็ล่วงรู้ทันใดว่าเป็นสตรีจากชนชั้นสูง อาภรณ์ที่งดงามอยู่แล้วยิ่งมาอยู่บนเรือนร่างของหวางเย่หลิง จึงเต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจยิ่งนัก
“งาม!งามที่สุดๆ งามมากจริงๆเลยหลิงเอ๋อของอา รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณแบบนี้ ไปหลอกผู้คนว่าเป็นสตรีชาวบ้านธรรมดาทั่วไปไม่มีผู้ใดหลงเชื่อเจ้าหรอกนะรู้หรือเปล่า แค่แวบแรกก็รู้เลยว่าเจ้าแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางแบบนี้คุณหนูจากตระกูลชั้นสูงทั้งนั้นแหละ หาใช่นักดนตรีหรือนางรำที่จะมาคลุกอยู่ในหอสังคีตเช่นนี้ เฮ้อ! พี่ใหญ่นะพี่ใหญ่ไม่น่าเกิดเรื่องกับสำนักคุ้มกันของท่านเลย ลูกสาวแสนสวยของท่านและหลานสาวของข้าจึงต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้”ท่านอาสาวบ่น
หวางเย่หลิงได้แต่ส่งยิ้มบางเบาเมื่อได้ยินท่านอาของนางกล่าวออกมาเช่นนั้น นางไม่ต้องการให้ผู้ใดล่วงรู้ว่าแท้จริงแล้วคือบุตรีเพียงคนเดียวของหวางเจี้ยนเฉิง ทั้งนี้เพื่อสามารถทำงานในหอสังคีตนี้ได้อย่างราบรื่น เพราะโดยปกติก็คอยดูแลสำนักการสังคีตนี้อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว นางเป็นเจ้าหอคอยดูแลความเรียบร้อยและบัญชีรายรับ รายจ่ายของที่นี่ทั้งหมด
แต่นางดูแลเฉพาะเรื่องเอกสารที่ถูกส่งไปรายงานที่จวนไม่เคยย่างกายเข้ามาในสำนักการสังคีตเช่นเดียวกับสำนักคุ้มกันที่นางก็มีหน้าที่ดูแลบัญชีรายรับรายจ่ายเช่นกัน
ครั้นเกิดเหตุการณ์เงินห้าหมื่นตำลึงทองสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสิบห้าวันก่อนทำให้หวางเจี้ยนเฉิงเป็นทุกข์ยิ่งนัก เพราะหลายร้อยชีวิตของตระกูลหวางจะต้องพบจุดจบด้วยโทษประหารกันทุกคนหากไม่สามารถหาเงินห้าหมื่นตำลึงทองนำส่งท้องพระคลังหลวงได้ตามกำหนด
ด้วยเหตุนี้จากที่ไม่เคยย่างกายเข้ามาในสำนักการสังคีต นางจึงจำเป็นต้องเข้ามาดูแลด้วยตัวเองเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวดและตัด ลด สิ่งใดที่ไม่จำเป็นออกไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
“ท่านอาก็พูดเกินไปเจ้าคะ หลิงเอ๋อก็แค่คนธรรมดาเท่านั้น ไม่เห็นจะแปลกและแตกต่างจากผู้อื่นตรงไหน อย่างไงก็อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้ว่าข้าแท้จริงแล้วเป็นเช่นไรก็เพียงพอ เพื่อความสะดวกในการทำงานของข้า และเพื่อช่วยท่านพ่อลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าตัวของเหล่านางรำและนักดนตรีรวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของที่นี่ อย่าลืมนะเจ้าคะท่านอา”นางตอบกลับไป
“ก็แหมพูดนะง่ายแต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีผู้ใดเชื่อเสียเท่าไรหรอกหลิงเอ๋อ ผู้หญิงที่งดงามมากถึงเพียงนี้ไม่มาอยู่ในสถานที่เช่นนี้หรอก ออกเรือนไปตั้งแต่ครบวัยปักปิ่นโน้นแล้ว นี่เจ้าปีนี้อายุก็ 17 แล้วนะ อยู่ในวัยที่จะต้องออกเรือนไปกับผู้ชายที่มาจากชาติตระกูลสูง มั่งคั่งหรือเป็นนักปราชญ์ที่มีความรู้มากมาย”นางพูดพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“และอีกอย่างนะส่วนใหญ่ก็เข้าวังถวายตัวเป็นนางสนมเพื่อหน้าตาและเกียรติยศของตระกูล ไม่มาทำงานให้ตัวเองต้องเหนื่อยแบบนี้หรอก อีกอย่างสถานที่แบบนี้อันตรายยิ่งนัก หากเกิดไปพบกับกลุ่มขุนนางที่มีอำนาจภายในราชสำนักละก็ มีหวังได้นำเจ้าไปเป็นนางบำเรอจะทำอย่างไง”คนเป็นอาอธิบายให้หลานสาวฟัง
“หลิงเอ๋อเข้าใจเจ้าค่ะท่านอา แต่พวกคนเหล่านั้นทำได้ก็แค่คิดเท่านั้น เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตามหลิงเอ๋อจะไม่มีทางตกอยู่ในสภาพแบบนั้นอย่างแน่นอน ท่านพ่อจะต้องพยายามปกป้องข้าอย่างสุดกำลัง ข้าเชื่อเช่นนั้น”นางตอบกลับไปพร้อมก้าวเดินออกจากห้องทำงานของเจ้าหอ โดยมีสายตาของอาสาวมองตามหลัง
พานหยวนอี้หรืออาห้า ยืนกอดอกมองตามร่างหลานสาวคนสวยด้วยความกังวล ด้วยเพราะไม่ว่านางจะเดินผ่านไปที่แห่งไหน หวางเย่หลิงสะกดสายตาของทุกคู่ให้หยุดมองมาที่นางเป็นจุดเดียวกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งสตรีด้วยกันเอง สายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมมองตามหลังหลานสาวของนางตาไม่กะพริบ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
“แย่แล้ว! ข้าลืมไปว่าห้องโบตั๋นจวิ๋นอ๋องเข้ามาหาความสำราญในวันนี้ ถ้าเห็นหลิงเอ๋อแล้วละก็ นางงดงามมากขนาดนั้นมีหวังโดนหมายตาเอาไว้แน่เลย”ท่านอาห้ารีบโกยอ้าววิ่งตามหลานสาวของนางไปอย่างรวดเร็ว
คุณอาจจะชอบ





