ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แสนร้ายพ่ายเสน่หา

แสนร้ายพ่ายเสน่หา

มัสรินพยายามร้องขออิสรภาพเมื่อถูกพันธนาการด้วยอ้อมแขนของเหมราช ชายหนุ่มผู้มีสถานะเป็นว่าที่สามีในอนาคตของเธอ ทว่าการเผชิญหน้ากันในครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เพราะเหมราชเคยลั่นวาจาประกาศกร้าวไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่ทั้งคู่ได้พบกันว่า เขาไม่เคยปรารถนาจะให้เธอเข้ามาก้าวก่ายหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในชีวิตของเขาเลยแม้แต่น้อย ท่าทีที่แสนเย็นชาและดุดันของเขาจึงกลายเป็นกำแพงสูงชันที่ขวางกั้นความสัมพันธ์ของคนทั้งสองเอาไว้
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ขอผมคุยกับเธอเอง” คุณทรงพลเอ่ยขึ้นก่อนจะลุกยืนเดินนำลูกสาวคนเล็กออกมาที่สวนดอกไม้บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งอีกฝ่ายก็รีบลุกขึ้นเดินตามหลังบิดามาติดๆ ด้วยไม่อยากทำให้ท่านไม่พอใจตน ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่เธอจะมีโอกาสได้อยู่กับท่านตามลำพังเช่นนี้

แต่มันคงจะดีกว่านี้มากหากไม่ได้อยู่ด้วยกันในสถานการณ์ที่ทำให้เธอรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี

“ตั้งแต่เธอเกิดมาไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ฉันจะขออะไรเธอ แต่วันนี้ฉันคงต้องขอ…ขอให้ฐานะพ่อที่ให้เธอเกิดมา ถึงฉันจะไม่ใช่พ่อที่ดีเท่าไหร่ แต่เธอคงไม่คิดว่าฉันไม่มีบุญคุณกับเธอหรอกจริงไหม…” คำถามนั้นกรีดใจคนฟังจนน้ำตานองหน้า

มันเจ็บเสียยิ่งกว่าตอนที่สัมผัสด้วยตัวเองว่าพ่อแท้ๆ ไม่เคยรักเธอเลยสักครั้งตั้งแต่เกิดมาเสียอีก เจ็บมากกว่าครั้งไหนๆ ที่พ่อแท้ๆ กำลังไล่ต้อนให้เธอจนมุมด้วยการหยิบเอาคำว่าบุญคุณมาอ้าง

“อยู่ที่เธอแล้วปภาวรินทร์ว่าจะยอมทำเพื่อฉัน…หรือไม่ทำ!” คนที่ไม่เคยต้องอ้อนวอนขอร้องใครทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะหมุนตัวเตรียมจะเดินหนีบุตรสาวคนเล็กที่เขาไม่เคยเหลียวแลออกไปไกล ปล่อยให้อีกฝ่ายได้คิดตัดสินใจเอาเองว่าจะช่วยเขากับทุกคนหรือไม่

“คุณพ่อคะ” แต่เดินออกไปเพียงแค่ไม่กี่ก้าวชายชรากลับต้องหยุดชะงักเมื่อได้คำว่า ‘พ่อ’ หลุดออกมาจากปากของอีกคนเข้า

คำที่เขาเคยสั่งห้ามไม่ให้เธอเอ่ยมันออกมาเลยสักครั้งเดียว!

“รินจะทำค่ะ! เพราะฉะนั้นคุณพ่ออภัยให้รินสักครั้งได้ไหมคะ…ฮึก! รินขอโทษที่เกิดมาทำให้คุณพ่อต้องแปดเปื้อน ขอโทษที่บังอาจเรียกคุณว่าพ่อ…แต่ถ้ารินไม่เรียกวันนี้ ก็คงไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เรียกพ่ออีกรึเปล่า พ่อไม่ต้องรักรินก็ได้ รินขอแค่พ่อไม่เกลียดรินก็พอ…” เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ที่ทรงพลอยากจะหมุนตัวกลับไปคว้าตัวลูกสาวเข้ามากอด แต่แค่เพียงหมุนตัวกลับไปเขาก็ต้องพบเจอกับความผิดหวังอย่างหนักหน่วงเมื่อปภาวรินทร์พาตัวเองเดินจากไปแล้วไกลเกินว่าที่ประโยคนี้ของเขาจะดังไปถึงเธอ…

“พ่อขอโทษริน…พ่อขอโทษลูก”

ภาพคุณหนูคนเล็กของบ้านซึ่งกำลังเก็บเสื้อผ้าที่มีเพียงไม่กี่ชุดใส่กระเป๋าเดินทางใบย่อมนั้นทำเอานางแดงถึงกลับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เดือดร้อนปภาวรินทร์ที่ต้องหยุดมือก่อนจะขยับเข้ามาปลอบโยนแม่นม ที่เป็นคนเลี้ยงดูเธอมานับตั้งแต่วันแรกที่เธอเกิด

“ไม่ร้องไห้สิคะป้าแดง รินทำเพื่อทุกๆ คนนะคะ อีกอย่างแค่เชียงรายเอง เอาไว้รินจะหาเวลากลับมาเยี่ยมป้ากับทุกคนบ่อยๆ นะคะ” หญิงสาวพยายามพูดให้อีกคนรู้สึกดีขึ้นทั้งๆ ที่ตัวเธอเองก็บอบช้ำอย่างหนักที่จู่ๆ ต้องเดินทางไกลจากบ้านที่ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้อบอุ่นราวกับบ้านในฝันที่เคยคาดหวังแต่มันก็คือที่ที่เธออยู่มาตลอด

“โถคุณหนูของป้า…” นางแดงเอ่ยเพียงเท่านั้นจึงค่อยๆ ปาดน้ำตา ไม่อยากทำให้คุณหนูตัวน้อยของนางต้องพลอยร้องไห้ไปด้วยกัน แม้ว่านางจะไม่เห็นชอบกับสิ่งที่หญิงสาวต้องเสียสละในครั้งนี้สักเท่าไหร่ แต่คนที่มีสถานะเป็นเพียงแม่บ้านแก่ๆ จะไปทำอะไรได้

นอกจากอวยพรให้ปภาวรินทร์เลือกเส้นทางที่ดีกว่าที่เคยเป็น ชีวิตของหญิงสาวต้องเจอเรื่องหนักๆ มามากพอแล้ว นางก็คงได้แต่หวังว่านับจากนี้ต่อไปชีวิตของคุณหนูผู้แสนจะจิตใจดีคนนี้จะดีขึ้นอย่างที่มันควรจะเป็น อย่างน้อยขอแค่ให้เธอได้เจอคู่ชีวิตที่ดีก็พอ

“ป้าแดงต้องดูแลตัวเองดีๆ นะคะ รินเองก็จะดูแลตัวเองเหมือนกันค่ะป้าไม่ต้องเป็นห่วง รินฝากคุณพ่อด้วยนะคะป้าแดง ท่านเป็นโรคหัวใจแต่ก็ดื้อไม่ชอบทานยาเท่าไหร่” นางแดงคงทำได้เพียงแค่รับปาก อยากให้นายผู้ชายได้มาเห็นเหลือเกินว่าลูกสาวที่ท่านไม่เคยเหลียวแลทุกลมหายใจเข้าออกมีเต็มไปด้วยความห่วงหาอาทรบิดาอยู่เต็มไปหมดเผื่อว่าท่านจะแบ่งปันความรักมาให้เธอบ้าง

แม้เพียงสักเล็กน้อยของเศษเสี้ยวใจที่ด้านชาก็ยังดี…

“คุณหนูไม่ต้องห่วงนะคะ ป้าสัญญาว่าจะดูแลคุณท่านให้ดีเองค่ะ คุณหนูเองไปอยู่ที่นู้นก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ ป้าล่ะห่วงจริงๆ” ปภาวรินทร์ยิ้มรับให้กับทางเดินที่เธอได้เลือกแล้วว่าจะขอเป็นคนไปเพื่อทดแทนบุญคุณบิดา ชีวิตของเธอมันผิดพลาดตั้งแต่วันแรกที่เกิดมาแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นจากนี้ไม่ว่าดีหรือร้ายก็คงไม่แตกต่างกับที่เป็นอยู่สักเท่าไหร่ นั่นคือความจริงที่แม้อยากจะหนีก็คงทำไม่ได้อยู่ดี

หญิงสาวก็ได้แต่หวังว่าชีวิตเธออาจจะเจอแสงสว่างในสักวัน

สามวันต่อมา

ภาพของว่าที่ลูกสะใภ้คนสวยที่กำลังยืนร่ำลาแม่นมของตัวเองไร้ซึ่งแม่เลี้ยงหรือแม้แต่พี่สาวที่น่าจะออกมาส่งยิ่งสร้างความรู้สึกสงสารขึ้นภายในของคุณมานพเมื่อได้เห็น เขาเองก็หลังจากที่กลับไปก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ด้วยสงสัยถึงท่าทีของเพื่อนรักและภรรยาที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบพอใจตัวของเด็กสาวตรงหน้าเท่าไหร่ จนเมื่อความจริงเปิดเผยถึงได้เข้าใจในหลายๆ เรื่องมากขึ้น

ที่แท้หนูปภาวรินทร์ก็เป็นลูกคนใช้ที่ไอ้ทรงพลเพื่อนเขาเผลอไปหลับนอนด้วยจนแม่ของเธอตั้งท้องเธอขึ้นมา มิน่าเล่าสายตาของเพื่อนเวลาที่มองลูกสาวคนเล็กมันถึงได้มีแต่ความเย็นชา ไร้ซึ่งความรัก ความรักที่เด็กควรได้รับจากพ่อซึ่งเป็นญาติคนสุดท้ายที่เหลืออยู่

เด็กสาวต้องอยู่ในบ้านของผู้เป็นพ่อแท้ๆ แต่ทว่าสถานะนั้นกลับเทียบได้แค่คนใช้ที่ต้องทำงานทุกอย่างตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่ได้ต่างอะไรจากคนใช้เลยสักนิด แต่กระนั้นความเป็นมาของเธอมันก็ไม่ได้ทำให้เขานึกอยากที่จะเปลี่ยนใจรับเธอมาเป็นสะใภ้แม้แต่น้อย

กลับกันเขากลับรู้สึกอยากพาเธอไปจากที่นี่ ไปมีชีวิตใหม่ที่ทุกๆ คนจะให้เกียรติ ให้ความเคารพเธอในฐานะที่เธอสมควรจะได้รับ ว่าที่สะใภ้ที่เขาเลือกแล้วว่าเหมาะสมกับลูกชายเขามากที่สุด!

“ฉันฝากยัยรินด้วยนะไอ้นพ”

คุณทรงพลที่ยืนเงียบอยู่นานตัดสินใจเอ่ยขึ้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากลากันจริงๆ เสียที หากจะไม่ลงมาส่งเลยก็เกรงว่าจะถูกเพื่อนรักตำหนิเอาได้ว่าละเลยต่อลูกสาวคนเล็ก แม้ว่าความจริงแล้วที่อุตส่าห์ตื่นนอนแต่เช้าเพื่อลงมาส่งปภาวรินทร์ด้วยตัวเองมันจะเป็นความต้องการของเขาในฐานะพ่อก็ตามที!

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HAE” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HAE
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย 1978 ฉันกลายเป็นสะใภ้ปากร้าย
8.8
เฉินซือหยู่ นักวิทยาศาสตร์สาวอัจฉริยะหลุดมาอยู่ในร่างสะใภ้สามผู้อ่อนแอแห่งบ้านสกุลจางในปี 1978 เธอถูกครอบครัวสามีรังแกสารพัดจนต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนปากร้ายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง เมื่อจางซือหยวนสามีของเธอตัดสินใจพาแยกบ้านมาอยู่ในค่ายทหาร เธอจึงต้องใช้ความสามารถที่มีสร้างอาชีพและฐานะใหม่ท่ามกลางยุคสมัยที่ยากลำบาก เพื่อพิสูจน์ว่าเธอสามารถสร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์ให้ครอบครัวได้ด้วยสองมือของตนเองแม้จะต้องเผชิญอุปสรรคมากมายเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย สัญญารักร่ายพิศวาส
9.2
เมื่อสาวน้อยท่าทางจืดชืดตัดสินใจเซ็นสัญญาเสน่หาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ฝ่ายชายจึงเกิดความสงสัยในแรงจูงใจที่แท้จริงของเธอ ว่าเป็นเพราะเงินทองหรือความต้องการแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่กันแน่ แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนบทรักอันหนักหน่วงเพียงใด แต่ความอยากรู้อยากลองกลับทำให้เธอเผลอใจไปกับสัมผัสที่เขามอบให้จนยากจะถอนตัว ท่ามกลางการปะทะคารมที่กล่าวหาว่าเขาคืออสูรร้าย เธอกลับตอบสนองต่อการรุกรานที่แสนวาบหวามนั้นด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านและโหยหาในทุกค่ำคืน
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักพญามังกร
8.7
เพื่อปกป้องครอบครัวจากอันตราย สรัญรัตน์จำต้องยอมพลีกายให้แก่หยางโจวหมิง มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งเกาะฮ่องกง ชายหนุ่มผู้มีแววตาเย็นชาและพร้อมบงการทุกชีวิตตามใจปรารถนา ภายใต้แรงกดดันมหาศาล เธอถูกบังคับให้เปลื้องผ้าต่อหน้าเขาอย่างช้าๆ ท่ามกลางความอัปยศและหยาดน้ำตา ขณะที่พญามังกรดำจ้องมองเรือนร่างใต้อาภรณ์กี่เพ้าด้วยความเสน่หาที่ปนเปไปด้วยความดูแคลน แม้หัวใจจะเจ็บปวดเพียงใด แต่เธอก็ไม่อาจหลีกหนีพันธนาการร้ายที่เขาจงใจสร้างขึ้นเพื่อตีตราจองในตัวเธอได้เลย
หน้าปกนวนิยาย Sweet Sense สัมผัสรัก เกี่ยวหัวใจยัยจอมป่วน
8.7
เมื่อคริสตัลถูกทักว่าโดนคุณไสยและต้องแต่งงานแก้เคล็ดด่วน เธอจึงหนีมาพึ่งพี่ชายจนพบกับฮาเร็มชายหนุ่มที่เป็นรักแรก เพื่อมัดใจเขาเธอจึงขอให้เยลล์เพื่อนชายคนสนิทช่วยแปลงโฉมและวางแผนพิชิตใจ แต่แผนการกลับยุ่งเหยิงเมื่อหัวใจเจ้ากรรมดันเริ่มหวั่นไหวกับตัวช่วยอย่างเยลล์แทน ท่ามกลางความสับสนเธอยังต้องคอยหลบหนีการตามล่าจากแม่ที่พยายามจับเธอแต่งงานให้ได้ คริสตัลจะจัดการกับความวุ่นวายและปัญหาหัวใจที่ซับซ้อนนี้อย่างไรดี
หน้าปกนวนิยาย จับนายไว้ในอ้อมกอดฉัน
9.2
เมื่อกลุ่มเพื่อนเริ่มระแคะระคายถึงความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ ศรวัณและยอดจึงถูกกดดันให้เปิดเผยความจริงเรื่องชายหนุ่มปริศนาสองคน ศรวัณพยายามเลี่ยงที่จะระบุสถานะที่ชัดเจนกับคาย พี่ชายคนสนิทที่เขาไปอาศัยอยู่ด้วยและช่วยดูแลซีโร่ เพราะความกังวลว่าเพื่อนจะยอมรับความรักในรูปแบบนี้ไม่ได้ แต่คำถามที่โพล่งออกมาอย่างไม่อ้อมค้อมว่าตกลงแล้วชายคนนั้นคือแฟนหรือคนรักกันแน่ กำลังบีบให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ปกปิดไว้ท่ามกลางสายตาที่รอคอยคำตอบจากเพื่อนสนิท
หน้าปกนวนิยาย พยศรักพญามาร
9.5
เมื่อความรักกลายเป็นความขมขื่น เหมียวจึงพยายามดิ้นรนให้พ้นจากพันธนาการของพี่วิน ชายหนุ่มผู้ไร้ความปรานีที่ใช้กำลังบังคับและข่มขู่จะลงโทษเธออย่างทารุณ แม้จะเจ็บปวดจากการถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ แต่เธอก็ยังกล้าตัดพ้อที่เขาไม่เคยมอบความเห็นอกเห็นใจให้แก่คนไร้ที่พึ่งอย่างเธอเลย ท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น เหมียวเผลอประกาศกร้าวว่าจะหนีไปจากชีวิตคนใจร้ายคนนี้ให้ได้ โดยไม่รู้เลยว่าคำพูดนั้นอาจนำมาซึ่งบทลงโทษที่หนักหนากว่าเดิมในเงื้อมมือของพญามาร