
แสนร้ายพ่ายเสน่หา
ตอน 3
“ขอผมคุยกับเธอเอง” คุณทรงพลเอ่ยขึ้นก่อนจะลุกยืนเดินนำลูกสาวคนเล็กออกมาที่สวนดอกไม้บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งอีกฝ่ายก็รีบลุกขึ้นเดินตามหลังบิดามาติดๆ ด้วยไม่อยากทำให้ท่านไม่พอใจตน ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่เธอจะมีโอกาสได้อยู่กับท่านตามลำพังเช่นนี้
แต่มันคงจะดีกว่านี้มากหากไม่ได้อยู่ด้วยกันในสถานการณ์ที่ทำให้เธอรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี
“ตั้งแต่เธอเกิดมาไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ฉันจะขออะไรเธอ แต่วันนี้ฉันคงต้องขอ…ขอให้ฐานะพ่อที่ให้เธอเกิดมา ถึงฉันจะไม่ใช่พ่อที่ดีเท่าไหร่ แต่เธอคงไม่คิดว่าฉันไม่มีบุญคุณกับเธอหรอกจริงไหม…” คำถามนั้นกรีดใจคนฟังจนน้ำตานองหน้า
มันเจ็บเสียยิ่งกว่าตอนที่สัมผัสด้วยตัวเองว่าพ่อแท้ๆ ไม่เคยรักเธอเลยสักครั้งตั้งแต่เกิดมาเสียอีก เจ็บมากกว่าครั้งไหนๆ ที่พ่อแท้ๆ กำลังไล่ต้อนให้เธอจนมุมด้วยการหยิบเอาคำว่าบุญคุณมาอ้าง
“อยู่ที่เธอแล้วปภาวรินทร์ว่าจะยอมทำเพื่อฉัน…หรือไม่ทำ!” คนที่ไม่เคยต้องอ้อนวอนขอร้องใครทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะหมุนตัวเตรียมจะเดินหนีบุตรสาวคนเล็กที่เขาไม่เคยเหลียวแลออกไปไกล ปล่อยให้อีกฝ่ายได้คิดตัดสินใจเอาเองว่าจะช่วยเขากับทุกคนหรือไม่
“คุณพ่อคะ” แต่เดินออกไปเพียงแค่ไม่กี่ก้าวชายชรากลับต้องหยุดชะงักเมื่อได้คำว่า ‘พ่อ’ หลุดออกมาจากปากของอีกคนเข้า
คำที่เขาเคยสั่งห้ามไม่ให้เธอเอ่ยมันออกมาเลยสักครั้งเดียว!
“รินจะทำค่ะ! เพราะฉะนั้นคุณพ่ออภัยให้รินสักครั้งได้ไหมคะ…ฮึก! รินขอโทษที่เกิดมาทำให้คุณพ่อต้องแปดเปื้อน ขอโทษที่บังอาจเรียกคุณว่าพ่อ…แต่ถ้ารินไม่เรียกวันนี้ ก็คงไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เรียกพ่ออีกรึเปล่า พ่อไม่ต้องรักรินก็ได้ รินขอแค่พ่อไม่เกลียดรินก็พอ…” เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ที่ทรงพลอยากจะหมุนตัวกลับไปคว้าตัวลูกสาวเข้ามากอด แต่แค่เพียงหมุนตัวกลับไปเขาก็ต้องพบเจอกับความผิดหวังอย่างหนักหน่วงเมื่อปภาวรินทร์พาตัวเองเดินจากไปแล้วไกลเกินว่าที่ประโยคนี้ของเขาจะดังไปถึงเธอ…
“พ่อขอโทษริน…พ่อขอโทษลูก”
ภาพคุณหนูคนเล็กของบ้านซึ่งกำลังเก็บเสื้อผ้าที่มีเพียงไม่กี่ชุดใส่กระเป๋าเดินทางใบย่อมนั้นทำเอานางแดงถึงกลับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เดือดร้อนปภาวรินทร์ที่ต้องหยุดมือก่อนจะขยับเข้ามาปลอบโยนแม่นม ที่เป็นคนเลี้ยงดูเธอมานับตั้งแต่วันแรกที่เธอเกิด
“ไม่ร้องไห้สิคะป้าแดง รินทำเพื่อทุกๆ คนนะคะ อีกอย่างแค่เชียงรายเอง เอาไว้รินจะหาเวลากลับมาเยี่ยมป้ากับทุกคนบ่อยๆ นะคะ” หญิงสาวพยายามพูดให้อีกคนรู้สึกดีขึ้นทั้งๆ ที่ตัวเธอเองก็บอบช้ำอย่างหนักที่จู่ๆ ต้องเดินทางไกลจากบ้านที่ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้อบอุ่นราวกับบ้านในฝันที่เคยคาดหวังแต่มันก็คือที่ที่เธออยู่มาตลอด
“โถคุณหนูของป้า…” นางแดงเอ่ยเพียงเท่านั้นจึงค่อยๆ ปาดน้ำตา ไม่อยากทำให้คุณหนูตัวน้อยของนางต้องพลอยร้องไห้ไปด้วยกัน แม้ว่านางจะไม่เห็นชอบกับสิ่งที่หญิงสาวต้องเสียสละในครั้งนี้สักเท่าไหร่ แต่คนที่มีสถานะเป็นเพียงแม่บ้านแก่ๆ จะไปทำอะไรได้
นอกจากอวยพรให้ปภาวรินทร์เลือกเส้นทางที่ดีกว่าที่เคยเป็น ชีวิตของหญิงสาวต้องเจอเรื่องหนักๆ มามากพอแล้ว นางก็คงได้แต่หวังว่านับจากนี้ต่อไปชีวิตของคุณหนูผู้แสนจะจิตใจดีคนนี้จะดีขึ้นอย่างที่มันควรจะเป็น อย่างน้อยขอแค่ให้เธอได้เจอคู่ชีวิตที่ดีก็พอ
“ป้าแดงต้องดูแลตัวเองดีๆ นะคะ รินเองก็จะดูแลตัวเองเหมือนกันค่ะป้าไม่ต้องเป็นห่วง รินฝากคุณพ่อด้วยนะคะป้าแดง ท่านเป็นโรคหัวใจแต่ก็ดื้อไม่ชอบทานยาเท่าไหร่” นางแดงคงทำได้เพียงแค่รับปาก อยากให้นายผู้ชายได้มาเห็นเหลือเกินว่าลูกสาวที่ท่านไม่เคยเหลียวแลทุกลมหายใจเข้าออกมีเต็มไปด้วยความห่วงหาอาทรบิดาอยู่เต็มไปหมดเผื่อว่าท่านจะแบ่งปันความรักมาให้เธอบ้าง
แม้เพียงสักเล็กน้อยของเศษเสี้ยวใจที่ด้านชาก็ยังดี…
“คุณหนูไม่ต้องห่วงนะคะ ป้าสัญญาว่าจะดูแลคุณท่านให้ดีเองค่ะ คุณหนูเองไปอยู่ที่นู้นก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ ป้าล่ะห่วงจริงๆ” ปภาวรินทร์ยิ้มรับให้กับทางเดินที่เธอได้เลือกแล้วว่าจะขอเป็นคนไปเพื่อทดแทนบุญคุณบิดา ชีวิตของเธอมันผิดพลาดตั้งแต่วันแรกที่เกิดมาแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นจากนี้ไม่ว่าดีหรือร้ายก็คงไม่แตกต่างกับที่เป็นอยู่สักเท่าไหร่ นั่นคือความจริงที่แม้อยากจะหนีก็คงทำไม่ได้อยู่ดี
หญิงสาวก็ได้แต่หวังว่าชีวิตเธออาจจะเจอแสงสว่างในสักวัน
สามวันต่อมา
ภาพของว่าที่ลูกสะใภ้คนสวยที่กำลังยืนร่ำลาแม่นมของตัวเองไร้ซึ่งแม่เลี้ยงหรือแม้แต่พี่สาวที่น่าจะออกมาส่งยิ่งสร้างความรู้สึกสงสารขึ้นภายในของคุณมานพเมื่อได้เห็น เขาเองก็หลังจากที่กลับไปก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ด้วยสงสัยถึงท่าทีของเพื่อนรักและภรรยาที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบพอใจตัวของเด็กสาวตรงหน้าเท่าไหร่ จนเมื่อความจริงเปิดเผยถึงได้เข้าใจในหลายๆ เรื่องมากขึ้น
ที่แท้หนูปภาวรินทร์ก็เป็นลูกคนใช้ที่ไอ้ทรงพลเพื่อนเขาเผลอไปหลับนอนด้วยจนแม่ของเธอตั้งท้องเธอขึ้นมา มิน่าเล่าสายตาของเพื่อนเวลาที่มองลูกสาวคนเล็กมันถึงได้มีแต่ความเย็นชา ไร้ซึ่งความรัก ความรักที่เด็กควรได้รับจากพ่อซึ่งเป็นญาติคนสุดท้ายที่เหลืออยู่
เด็กสาวต้องอยู่ในบ้านของผู้เป็นพ่อแท้ๆ แต่ทว่าสถานะนั้นกลับเทียบได้แค่คนใช้ที่ต้องทำงานทุกอย่างตั้งแต่เช้าจรดเย็น ไม่ได้ต่างอะไรจากคนใช้เลยสักนิด แต่กระนั้นความเป็นมาของเธอมันก็ไม่ได้ทำให้เขานึกอยากที่จะเปลี่ยนใจรับเธอมาเป็นสะใภ้แม้แต่น้อย
กลับกันเขากลับรู้สึกอยากพาเธอไปจากที่นี่ ไปมีชีวิตใหม่ที่ทุกๆ คนจะให้เกียรติ ให้ความเคารพเธอในฐานะที่เธอสมควรจะได้รับ ว่าที่สะใภ้ที่เขาเลือกแล้วว่าเหมาะสมกับลูกชายเขามากที่สุด!
“ฉันฝากยัยรินด้วยนะไอ้นพ”
คุณทรงพลที่ยืนเงียบอยู่นานตัดสินใจเอ่ยขึ้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากลากันจริงๆ เสียที หากจะไม่ลงมาส่งเลยก็เกรงว่าจะถูกเพื่อนรักตำหนิเอาได้ว่าละเลยต่อลูกสาวคนเล็ก แม้ว่าความจริงแล้วที่อุตส่าห์ตื่นนอนแต่เช้าเพื่อลงมาส่งปภาวรินทร์ด้วยตัวเองมันจะเป็นความต้องการของเขาในฐานะพ่อก็ตามที!
คุณอาจจะชอบ





