ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มนตร์ตาละวัน

มนตร์ตาละวัน

ชายหนุ่มนามว่า ‘จัน’ ผู้ต้องคำสาปมนตร์ตาละวัน นั่นก็คือเขาจะต้องกลายเป็นจระเข้ในเวลากลางคืน เป็นบุรุษรูปงามผู้โดดเดี่ยวเดียวดายในเวลากลางวัน เจ้าสาวจระเข้เท่านั้นที่จะทำให้หลุดพ้นจากคำสาป แน่นอนว่าความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของเขาไม่ใช่ความตาย ตัวเขาและบ่าวคนสนิทจึงใช้ชีวิตหลบ ๆ ซ่อน ๆ มาตลอดหลายร้อยปี จนได้พบเจ้าของพรหมลิขิตผู้ชี้ชะตาชีวิตอย่าง ‘กัญญาวีร์’ ทว่าเธอดันเป็นถึงพนักงานขายอันดับหนึ่งของโรงงานผลิตหนังจระเข้! เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป... จระเข้หน้ามึนอย่างนายจันจะต้องตายหรือไม่? ฤาจะโดนกุดหาง ถลกหนังไปเป็นกระเป๋าให้แม่แก้วตาดวงใจ ร้ายที่สุดคงได้กลายเป็นสเต๊กจระเข้ในยุคข้าวยากหมากแพง “เนื้ออิ่มอวบแนบเนื้อ นวลนาง ขยับถอดสอดแท่งกาม เข้าไซร้ เคลื่อนอีกท่าคว้าดารา ได้ต่อ หนอแม่ กี่ราตรีควบขี่ข้าง พี่นี้ ดุร้าย นำพา” “ลามกจกเปรต! ผู้ชายที่ไหนเขาแต่งกลอนแนว Sexual Harassment จีบสาวกัน” กระแทกเสียงบริภาษว่า ทั่วทั้งวงหน้าหวานเต็มไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด แก้มแดงก่ำเพราะโกรธและอับอาย หนุ่มใหญ่กลับยิ้มกรุ้มกริ่ม “แล้วน้องต้องการเยี่ยงไร?” “สายเปย์ค่ะ พ่อบุญทุ่มหมดตัวหมดใจ กลับบ้านตรงเวลา ไปไหนกับใครส่งข้อความบอก สำคัญที่สุดคือไม่เจ้าชู้มีหลายเมีย กันไม่ชอบ ไม่เอาเด็ดขาด กลัวโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ใช้ผัวร่วมกับใคร มีไม่ดีไม่มีดีกว่า...” กัญญาวีร์หน้าบึ้งตึงใส่คนข้างกายที่อยู่ในชุดโบราณ นุ่งโจงกระเบนสีดำ อกกว้างกำยำเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้าม ผิวเหลืองนวลทอประกายสีทองอ่อนราวสีสันของแสงอรุณยามเช้า สตรีนางไหนได้เห็นคงต้องตาต้องใจทันทีเว้นเพียงเธอ ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยสติสำนึกรู้ตน ไม่สบตา ไม่แม้แต่จะสนใจเส้นผมดำขลับมัดเกล้าแซมสีขาวเทาเป็นปอย ขนานไปกับกรามแกร่งราวม่านน้ำ บุรุษรูปงามราวกับว่าเป็นเทวดาบนสรวงสวรรค์ ทว่าคงไม่ใช่... ซีรีส์สาปอสุรา มนตร์ตาละวัน มนตร์ตาละวัน ภพคุณหลวง (ภาคพิเศษ) พันวาเสน่หา
ตอน
แชร์

ตอน 2

“แมรี่!”

เสียงตวาดของแม่ดังขึ้นอย่างรวดเร็วเท่ากับสองแขนที่วาดคว้าตัวลูกสาวขึ้นอุ้ม โอบร่างเล็กจิ๋วไว้แน่น ก่อนเงยหน้าว่าลูกสาว

“หนูมาทำอะไรตรงนี้ลูก! มัมบอกแล้วนะว่าห้ามออกมาคนเดียว ไปไหนต้องไปด้วยกัน ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรานะลูก”

“หนูกำลังคุยกับคุณลุงเกเตอร์ค่ะแม่”

“ไม่เห็นมี...” สิ้นคำเท่านั้น คุณแม่แทบเป็นลม! เมื่อเห็นบางอย่างในพุ่มหญ้า เร็วกว่าความคิด สาวร่างบางในกางเกงยีนทะมัดทะแมงรีบอุ้มลูกน้อยออกไปให้ไกลกว่าเดิม ในระยะที่วิ่งหนีทันหากเกิดเรื่องไม่คาดฝัน ก่อนตะโกนเรียกสามี

“Alanaa!”

เรียวแขนกว้างกอดรัดร่างเล็กแน่น ปากจูบหน้าผากลูกสาวซ้ำ ๆ พร้อมแววตาเอ่อคลอ นึกโทษโกรธตัวเองไม่หาย เพราะถ้าหากว่าเด็กน้อยแสนไร้เดียงสาเป็นอะไรไป นั่นคือความผิดของแม่คนเดียว!

“ปริม! เจอแมรี่แล้วใช่ไหม...”

คุณพ่อหน้าตาตื่นตระหนกหลังจากที่ลูกสาวเดินหายไปจึงช่วยกันตามหา เข้าไปกอดทั้งลูกเมียอย่างเป็นห่วง อีกฝ่ายก็ขอโทษเขาน้ำตาคลอว่าคลาดสายตาจากลูก ก่อนจะชะโงกคอมองเงาดำไกล ๆ

“อะไรน่ะ?”

“จระเข้ค่ะ มันตัวใหญ่มาก ปริมไม่เคยเห็นตัวใหญ่เท่านี้มาก่อนเลยนะ เรียกพี่ ๆ ไกด์มาด้วยมาเซลฟี่กัน พี่อลัน ๆ เรียกเขามาเร็ว”

“มัม... คุณลุงบอกว่าเขาไม่ใช่จระเข้” เด็กน้อยขัดให้คุณแม่สงสัย เพราะจากตรงนี้คงมองไม่เห็นรายละเอียดชัดเจน คุณพ่อบอดี้การ์ดยืนข้างกันไม่ละวางตาจากเจ้าตัวใหญ่ในพุ่มหญ้า สองมือโอบลูกและภรรยาไว้

แน่นอนว่าถ้าเป็นเมืองไทยคงวิ่งป่าราบไปแล้ว แต่ที่นี่ผู้คนส่วนใหญ่พบจระเข้และแอลลิเกเตอร์เป็นประจำ ชาวเมืองท้องถิ่นก็ให้อาหารพวกมันจนอิ่มหนำสำราญ ที่นี่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว เขตป่าสงวนที่ผู้คนอยู่ร่วมกับธรรมชาติในเชิงอนุรักษ์ ทุกหย่อมหญ้าเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์หายากให้เที่ยวชมเช่นเหยี่ยว ปลาโลมา ลิง งูอนาคอนด้า แม้แต่ปลาปิรันย่า หากว่าพวกเขาเจอตัวอะไรก็จะเรียกไกด์ เรียกพรรคพวกมาถ่ายรูปพวกมัน

และถึงแม้ว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตกับโปรแกรมทัวร์สุขสันต์ ผู้คนละแวกนี้จะช่วยกันสอดส่องดูแลนักท่องเที่ยวเสมือนคนในครอบครัว

“พูดอะไรของลูกน่ะ? แม่รี่ ลูกรู้ได้ยังไงว่ามันไม่ใช่จระเข้”

“แอลลิเกเตอร์ [alligator] มาจากภาษาสเปน ‘Lagarto’ หมายถึงสัตว์เลื้อยคลาน ตัวนี้ปากเป็นโค้งทรงรูปตัวยู ไม่ใช่เจ้าตัวปากแหลม คุณลุงเขาเป็นแอลลิเกเตอร์ค่ะ”

“ปริม... ให้ลูกดูสารคดีสัตว์เหรอ?”

“ไม่เคยค่ะสาบานได้เลย ปริมไม่ให้แกดูเลยนะ ให้โตกว่านี้ก่อน”

แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็ถกเถียงกันเรื่องสารคดี อะไรที่ไม่ให้ลูกดู รับปากว่าจะไม่ผิดคำพูดกัน ยิ่งเดินทางมาทัวร์แอมะซอนอย่างนี้ด้วยคงได้คุยกันยาว

‘อายุเท่าไรก็เหมือนกันนั่นแหละ จะมาสอนกันตอนโต ดีนะไม่โดนงาบเข้าไปน่ะ แหม... แต่ละคนดูชิลล์กันเหลือเกิน’

“คุณลุงจะกินหนูเป็นอาหารค่ำไหมคะ?”

‘เธอตัวเล็กนิดเดียว เขมือบเข้าไปไม่ถึงค่อนกระเพาะลุงหรอก ถ้าจะกิน... พ่อแม่เธอดูอร่อยกว่าเยอะ แต่ว่าลุงเป็นมังสะวิรัต ไม่ชอบบริโภคมนุษย์เท่าไร กินไก่ทอดกินป๊อปคอร์นอร่อยกว่า’

“คุณเกเตอร์กินป๊อปคอร์นด้วยหรือคะ?”

‘กิน... ชอบเลยล่ะ มันกรุบกรอบเคี้ยวมันดี น่าเสียดายที่ลิ้นลุงไม่รู้รส’

“พ่อหนูก็ชอบกินไก่ทอดค่ะลุง แต่ว่าพ่อหนูชอบออกกำลังกาย คุณพ่อหนูเป็นบอดี้การ์ดค่ะ หล่อล่ำบึ้ก! เห็นมะ”

‘อ้อ... นั่นพ่อแม่เธอหรือ? พูดภาษาไทย แปลว่าเป็นคนไทย ลูกครึ่ง? เป็นคนที่ไหนล่ะ’

“พ่อหนูชื่ออลัน แบรดฟอร์ด แม่หนูชื่อปริม หนูชื่อแมรี่ค่ะลุงเกเตอร์”

เด็กน้อยพูดจ้อย ๆ จนคุณแม่ก้มหน้าลงตักเตือนว่า

“ไม่เอานะแมรี่ ลูกไม่ควรจะคุยกับจระเข้ อย่าไปเข้าใกล้มันด้วย อยู่ไกล ๆ พอนะลูก มันไม่เหมือนที่หนูดูในการ์ตูนนะลูก เชื่อมัมนะคะ”

“จริงด้วยลูก... คือแด๊ดว่าเรา... ไปตามคนอื่นมาเซลฟี่กับเจ้ายักษ์นี้ด้วยดีไหม? เอ่อ... มันตัวใหญ่จริง ๆ นะ”

“ก็ได้ค่ะ บายนะคะลุงเกเตอร์ แด๊ดดี้บ่นแล้วค่ะ”

‘จัน... เรียกลุงจัน ลุงเป็นคนพิจิตร เมืองชาละวัน ไว้เจอกันน่ะ ออ... แถวนี้มีอีกตัวนะ กำลังหิวโซเชียวล่ะ บอกพ่อแม่เธอกับพวกที่นี่ด้วย มันคงไม่ใจดีเหมือนลุง มันลากลงน้ำไปขย้ำอย่างเดียวอีหนู’

“ขอบคุณค่ะลุงจัน ไว้หนูจะชวนแด๊ดกับมัมไปเที่ยวเมืองชาละวัน พิจิตรนะคะ”

แมรี่เป็นเด็กความจำดีมาแต่ไหนแต่ไร แต่นั่นทำให้พ่อและแม่มองหน้ากันตกใจเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่มีทางที่เด็กฝรั่ง นาน ๆ กลับกรุงเทพฯ จะรู้จักจังหวัดพิจิตร

พอดีกับที่ฝูงชนคน หนูน้อยคงไม่ลืมเพื่อนใหม่ ส่งยิ้มกว้างแฉ่งเห็นไรฟันขาวครบทุกซี่ โบกมือบ๊ายบาย

“Oh, Meu Deus! ”

[โอ้วว พระเจ้า!]

ชายสูงวัยตาแทบถลนจากเบ้า จากการคาดเดาของคนชำนาญงาน เขาแน่ใจว่าแค่ลำตัวของมันอาจใหญ่เกือบสิบเมตร! ไม่ลืมหันไปบอกนักท่องเที่ยวให้ถอยออกไปอีก เพราะไม่เคยพบเอลิเกเตอร์ตัวใหญ่ขนาดนี้ ยังไม่มีใครที่นี่เคยเห็นมันมาก่อน

หลายตัวที่มาขออาหารจากพวกเขา บางตัวมาทุกวันจนได้รับการตั้งชื่อ ซึ่งชาวบ้านคนท้องถิ่นจำมันได้ แนะนำเจ้าจระเข้ให้กับนักท่องเที่ยวอย่างคุ้นเคย

น่าเสียดายที่เจ้าตัวหลงถิ่นสะบัดหางโอฬารหนีลงน้ำไปอย่างรวดเร็ว

‘ฝันไปเถอะ ไม่ให้เซลฟี่หรอกชิส์!’

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น
9.7
เมื่อสวรรค์เมตตาให้โอกาสครั้งที่สอง นางผู้เคยถูกความรักบังตาจนพบจุดจบอันน่าเวทนาด้วยน้ำมือชายที่รักที่สุด จึงได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้ง ในชาตินี้สตรีที่เคยโง่งมได้ตายจากไปแล้ว เหลือเพียงหัวใจที่เต็มไปด้วยบทเรียนล้ำค่า นางสาบานกับตนเองว่าจะไม่ยอมเป็นหมากให้เขาหลอกใช้หรือก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวดซ้ำรอยเดิมอีกต่อไป แม้เขาจะพยายามลวงล่อเพียงใด นางจะขอลิขิตชีวิตใหม่ด้วยมือของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่คราวนี้ฮูหยินแสนดีเช่นข้า
8.7
ลู่เหยาต้องจบชีวิตอย่างน่าเวทนาหลังถูกสามีทอดทิ้งนานถึงสามปี ทิ้งให้บุตรชายต้องเผชิญโชคชะตาเพียงลำพัง ทว่าสวรรค์ให้โอกาสนางเกิดใหม่ในร่างอนุของสกุลจางคนเดิม แม้ฐานะจะเปลี่ยนไป แต่นางยอมหวนคืนสู่ขุมนรกนี้เพื่อปกป้องลูกรักและชำระแค้นทุกคนที่เคยทำลายชีวิตนางในชาติก่อน จากฮูหยินแสนดีที่เคยถูกเหยียดหยาม สู่การเป็นอนุสายสตรองที่พร้อมฟาดฟันและเอาคืนอย่างสาสม บทสรุปของความแค้นและสายใยแม่ลูกครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เชลยรักพิทัก์บัลลังก์
9.6
แม้เขาจะถูกเหยียดหยามว่าไร้ค่าและต่ำต้อยเพียงใด แต่ในสายตาของนาง เขายังคงเป็นยอดบุรุษที่สง่างามเหนือใครเสมอ ความเจ็บปวดและความอัปยศที่เขาเคยถูกกระทำในอดีตกำลังจะสิ้นสุดลง เพราะต่อจากนี้นางจะเป็นผู้ลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องเกียรติยศให้เขาเอง ใครก็ตามที่กล้าข้ามเส้นเข้ามาทำร้ายชายผู้นี้ จะต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของนางอย่างถึงที่สุด นางพร้อมเดิมพันทุกอย่างเพื่อพิทักษ์บุรุษเพียงคนเดียวที่นางรักและเทิดทูนไว้ด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้
หน้าปกนวนิยาย เสี้ยวอสูร
7.8
เมื่อเหล่าแม่ทัพสวรรค์ต้องโทษถูกเนรเทศสู่โลกมนุษย์ ร่างเทพกลับถูกเพลิงเผาผลาญจนกลายเป็นเทพอสูรกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ที่น่าเกรงขาม ซิ่นเฉิง นักรบหนุ่มผู้รักศักดิ์ศรีโกรธแค้นอย่างมากเมื่อรู้ว่าน้องสาวฝาแฝดถูกบิดาขายให้เป็นภรรยาของเทียนอี้ แม่ทัพอสูรผู้ยิ่งใหญ่เพื่อแลกกับน้ำ เขาจึงบุกไปช่วยเธอถึงจวน แต่กลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าศัตรูคือมนุษย์หมาป่า พร้อมข้อเสนอสุดบีบคั้นที่เขาต้องเลือกว่าจะยอมสละน้องสาว หรือจะยอมเป็นฮูหยินของเทพอสูรตนนี้เสียเอง
หน้าปกนวนิยาย เสวี่ยอี้ หมอยาสาวเจ้าเสน่ห์
8.1
เมื่อความรักที่เคยมีให้กลับกลายเป็นความเจ็บปวดจากการกระทำของท่านอ๋องผู้เป็นสามี เสวี่ยอี้ หมอยาสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถและเสน่ห์ล้นเหลือจึงไม่ยอมทนอยู่ใต้เงาของความเสียใจอีกต่อไป นางตัดสินใจประกาศกร้าวอย่างเด็ดเดี่ยวว่าหากเขายังคงทำร้ายความรู้สึกของนางเช่นนี้ การหย่าขาดจากกันคงเป็นทางออกเดียวที่เหลืออยู่ เพื่อทวงคืนอิสระและศักดิ์ศรีของตนเองกลับมาในฐานะสตรีผู้ไม่ง้อความรักที่ไร้ค่าอีกต่อไป