ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย DarkZ [II] TRILOGY

DarkZ [II] TRILOGY

สำหรับฉันที่รักเขาจนหมดหัวใจ ไม่ว่าสิ่งตอบแทนจะเป็นอะไรฉันก็พร้อมสละให้ได้ทุกอย่าง หากการกระทำนั้นคือการช่วยปกป้องเกียรติยศ ความศรัทธา และความถูกต้องที่เขาพยายามรักษาเอาไว้ด้วยชีวิต ท่ามกลางอุปสรรคและการต่อสู้ที่ถาโถมเข้ามา ฉันยอมแลกทุกสิ่งที่มีเพื่อสนับสนุนอุดมการณ์และความยุติธรรมที่เขายึดถือ โดยไม่สนว่าผลลัพธ์จะลงเอยเช่นไร ขอเพียงได้ทำเพื่อคนที่รักก็เพียงพอแล้ว
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ตั้งใจเรียนนะเดีย!”

หลังกินกาแฟกันเสร็จ ฉันจ้องมองคนที่ไม่รู้ว่าตั้งใจโบกไม้โบกมือให้จริงๆ หรือแค่ทำมันเพราะเวทนาฉันอย่างที่ทำเป็นประจำตั้งแต่วันที่เธอแยกไป

ใช่...แยก

เชื่อว่าในทุกความสัมพันธ์พี่น้องต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่สำหรับเราแล้ว ถ้าให้ย้อนเวลากลับไป มันเลวร้ายยิ่งกว่านั้น และมันก็ยาก...เกินกว่าที่ฉันจะให้อภัยด้วย

'...พี่เฟรย์ เดียกลัว'

นั่นเสียงฉันเองแหละ เสียงสั่นๆตอนอายุไม่ถึงสิบขวบด้วยซ้ำ และพอสมองสั่งการให้หูได้ยินเสียงที่จำได้ไม่ลืมของตัวเอง ภาพเดิมๆก็ไหลย้อนกลับมา ทั้งที่ฉันพยายามจะลืมมัน

'เฟรย่ากับฟาเดีย ชื่อน่ารักทั้งคู่เลย คนนี้เป็นพี่ คนนี้เป็นน้องใช่มั้ยคะ?'

ใครบางคนในมูลนิธิเด็กกำพร้าพูดมา ขณะที่ฉันในตอนนั้นยืนหลบอยู่หลังพี่เฟรย์เนื้อตัวสั่น ไม่รู้ว่าฉันจะเรียกมันว่าความใจร้ายของโชคชะตาได้มั้ย ที่เราต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าในชั่วข้ามคืนแบบนั้น

พรึ่บ!

'อย่ามาจับน้องหนู!”

พี่เฟรย์ในตอนนั้นยกแขนขึ้นมาบังตัวฉันและตะโกนออกไปดังลั่น จะว่าไปแล้วเธอดูพึ่งพาได้ใช่มั้ยล่ะ นั่นสินะ... สมัยที่ยังอ่อนต่อโลกและไร้เดียงสามากๆ ฉันเองก็คิดแบบนั้น

แต่ทิ้งระยะไปไม่นาน จำไม่ได้ว่านานพอที่เราเริ่มจะคุ้นชินกับบ้านใหม่อย่างมูลนิธิเด็กกำพร้าบ้างรึยัง คนที่ดูเหมือนจะปกป้องฉัน กลับเป็นฝ่ายทอดทิ้งฉันซะเอง ในช่วงเวลาที่ครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่งวนเวียนมาแจกของขวัญ จัดงานเทศกาล พวกเขาขยันมาจัดอาหารดีๆหลายอย่างให้เด็กๆในมูลนิธิทุกวัน

ตอนนั้น...เรามีความสุขกันมาก ฉันกับพี่เฟรย์ เรารู้สึกดีกับการอยู่ในมูลนิธิมากขึ้นและไม่เคยร้องไห้อีกเลยยาวนานเป็นเดือน และหนึ่งในความรู้สึกดีๆที่ฉันได้รับและยังคงตราตรึงในใจเสมอ ก็คือการได้เจอเพื่อนใหม่อย่างเขาคนนั้น...

เด็กผู้ชายท่าทางใจดี ยิ้มหวาน ลูกชายของคุณป้าที่ทำอาหารอร่อยมากๆ ฉันคลุกคลีอยู่กับเขาใกล้ๆพื้นที่ทำอาหารที่เขาคอยช่วยคุณแม่ทุกวัน แม่ของเขาเป็นคนที่สองในชีวิตที่สอนทำเมนูอร่อยๆให้ฉัน ในขณะที่พี่เฟรย์มัวแต่ไปเล่นแผลงๆ เตะต่อยกับเด็กผู้ชายอีกคนที่มาด้วยกัน

และ 'DARK SHADOW' คือชื่อเรียกกลุ่มคนพวกนั้น…

“Weekend นี้ไปทะเลกันนะ”

เสียงเฮียเชนดึงฉันให้หลุดจากภวังค์ ในจังหวะที่เขาเดินแยกกับสองคนนั้นมาส่งฉันที่ตึก

ทะเลงั้นเหรอ...ฉันเคยชอบมันนะ พี่เฟรย์ก็ด้วย แต่เพราะความรู้สึกและทัศนคติที่เปลี่ยนไป ไม่รู้ทำไม...ฉันถึงได้เกลียดทะเลทั้งที่เคยรักมันซะได้

“ไอ้แม็คมันเบื่อๆ อีกไม่กี่วันต้องกลับญี่ปุ่น”

“เดียก็เหมือนกัน”

ฉันตอบเฮียเชนไป ไม่ใช่เบื่อเหมือนกัน เพราะถ้ามันเป็นความต้องการของใครคนนั้น แม้จะพูดเต็มปากว่าเกลียดทะเล ฉันก็ยินดีถ้ามันคือความสุขของเขา ส่วนที่บอกว่าเหมือนกัน เพราะฉันเองก็ถูกเรียกตัวกลับญี่ปุ่นเพื่อพบพ่อบุญธรรมของตัวเองเหมือนกัน และเป็นคนที่เฮียแม็ครู้จักดีซะด้วย

“ให้เฟรย์มันไปเป็นเพื่อนมั้ย?”

“ไม่! เดียโตแล้วนะ”

เสียงห้วนๆจากฉันพูดไป เพราะคิดว่าไม่ใช่กงการอะไรของเธอที่จะต้องมาคอยไปไหนมาไหนเป็นเพื่อน

ว่ากันตามตรง ต่อให้พี่เฟรย์ไปเป็นเพื่อน เรามันก็เดินแยกกันตั้งแต่พ้นประตูทางเข้าแล้วด้วยซ้ำ เพราะเธอคือลูกบุญธรรมของคนที่สูงศักดิ์มากมายยิ่งกว่าพ่อบุญธรรมของฉัน

ใช่...คนที่รับอุปถัมภ์พี่เฟรย์กับฉันเป็นคนละคนกัน แต่ความงี่เง่าของโชคชะตา ทำให้เราวนเวียนกลับมาพบกัน ทั้งที่เธอควรจะหายไปจากชีวิตฉันตั้งแต่หนึ่งปีก่อนหน้านั้น!

“แต่กลับคนเดียวมันเหงา...”

เฮียเชนยังคงเซ้าซี้ แต่ที่จริงมันก็มีนี่...วิธีที่จะทำให้ไม่เหงาน่ะ

“เดียจะกลับพร้อมเฮียแม็ค”

“นั่นสิ ลืมไปเลยว่าอยู่...”

“ส่งเดียแค่นี้ก็พอแล้ว เฮียสายละ”

ฉันเลือกจะตัดบทเพราะรู้ว่าเฮียเชนจะพูดอะไร และแน่นอน...เขาเองก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยพอใจ ฉันไม่ชอบ ที่เฮียเชนมาคอยทำเหมือนฉันยังเป็นเด็กน้อยที่ต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด และพยายามจะสานสัมพันธ์ให้ฉันกับพี่เฟรย์กลับมาคุยกันดีๆได้ ทั้งที่เฮียก็น่าจะรู้ ว่าเราไม่สามารถจะกลับไปยืนอยู่จุดนั้น

“อย่าเย็นชานักสิ เวลาเดียยิ้มน่ารักจะตาย”

“เย็นชาเหรอ?”

ฉันทวนคำถามนั้นนิ่งๆ เฮียเชนก็เอามือมาลูบหัวราวกับกำลังปลอบโยน และทำเหมือนเข้าใจว่าฉันรู้สึกยังไง

แต่ก็นั่นแหละ โลกนี้มีคนมากมายที่ทำเหมือนจะเข้าใจคุณ แต่เอาเข้าจริง...ไม่มีใครเข้าใจคนอื่นหรอก ตราบใดที่ยังไม่ได้ไปยืนอยู่ในจุดเดียวกับคนๆนั้น

“...เย็นชาไม่เท่าเพื่อนเฮียตอนทิ้งเดียไว้หรอกมั้ง”

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่หลุดจากปากฉัน ก่อนที่ฉันจะโดนเฮียเชนดึงเข้าไปกอดไว้ท่ามกลางสายตาคนรอบข้างมากมาย

พรึ่บ!

“ไม่ว่ายังไง...เฮียอยู่นี่นะ”

ฝ่ามืออุ่นๆลูบหัวฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนใจอ่อนยวบลงไปไม่เบา บอกตามตรง ถึงในใจฉันจะมีใครนอกจากเฮียเชน แต่คำพูดเป็นห่วงเป็นใยกับอ้อมกอดอบอุ่นของเฮียเชน มันคือข้อดีที่หายากมากๆจากคนอื่นเลยนะ แต่ถึงเฮียเชนจะเป็นคนที่อ่อนโยนกับฉันเสมอ ฉันก็ละทิ้งความรู้สึกในส่วนที่ลึกที่สุดไม่ได้จริงๆ

ความรู้สึก…ที่ถามใจตัวเองกี่ครั้งก็บอกชัด ว่าฉันรักเขา...

ไม่ใช่เฮียเชน แต่เป็นเฮียแม็ค

ฉันหลงรักเด็กผู้ชายคนนั้น...เท่าระยะเวลาที่ได้รู้จักกัน

มันยาวนานมาเป็นสิบปีแล้ว...และไม่มีใครมาแทนที่เฮียแม็คได้ทั้งนั้น!

หลายวันต่อมา...

ออดดด~

ฉันลุกมาเปิดประตูห้องเพราะถึงเวลานัดพอดี ซึ่งก็ตามปกตินั่นแหละที่เฮียเชนจะมารับ แต่หลังจากเปิดประตูแล้วฉันก็รีบเดินกลับเข้ามาในห้องนอนเพราะตื่นสายเลยยังไม่ทันได้แพ็คกระเป๋าน่ะสิ

“เฮียเดียตื่นสายอ่ะ แพ็คเป๋าแป๊บนะ”

“อืม เอาเลยไม่รีบ”

เอ๊ะ?!

กึก...

เสียงที่ได้ยินทำเอาขาฉันชะงักและหมุนตัวหันกลับไปมองทันที และนั่น...ไม่ใช่เฮียเชนนี่ ???

“เฮียแม็ค O_O”

“ว่า?”

ฟุ้บ!

เสียงตอบกลับแบบชิลๆมาพร้อมกับเสียงทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาห้องรับแขก แถมเฮียยังหยิบรีโมทเปิดทีวีดูรออีก แต่ไม่สิ ไม่ใช่ ฉันไม่ได้เรียกเขา ฉัน...ฉันหมายถึง เขามาทำอะไรที่นี่

“ทำไมเป็นเฮีย?”

“สองคนนั้นต้องไปเคลียร์งานด่วนที่ ม. เลยให้เราไปกันก่อน”

ระ...เราเหรอ?

“หมายความไง...ให้ไป...กันก่อน?”

ฉันพูดออกไปแบบติดๆขัดๆ จริงอยู่เราเจอกันบ่อยอยู่แล้ว แต่ฉันยังไม่เคย...ต้องไปไหนมาไหนกับเขาสองต่อสอง

“ฟาร์ดาจองที่พักที่มีโปรพิเศษ ถ้าเช็คอินภายในบ่ายสองยี่สิบสองนาที จะแถมฟรีทริปดำน้ำ เห็นว่าพิเศษตรงที่เป็นจุดดำน้ำค้นพบใหม่ สวยมาก เป็นพื้นที่ส่วนตัว และไม่มีใครเคยไปมาก่อน”

พูดจบเฮียแม็คก็ชี้ไปที่ทีวี ซึ่งมีโฆษณาที่พักริมหาดสุดหรูพร้อมโปรพิเศษที่คนแย่งกันจองจนเต็มเอี๊ยดแสดงอยู่ เดาว่าน่าจะเป็นที่พักที่เรากำลังจะไปวันนี้ แต่...

“ตราด? ไม่ใช่ประจวบหรอกเหรอ?”

ฉันถามไปงงๆ เพราะปกติถ้าบอกว่าจะไปทะเล เฮียเชนก็จะเลือกไปประจวบตลอด เหตุผลหลักก็เพราะเขาเป็นทายาทเจ้าของโรงแรมหรูระดับต้นๆของที่นั่น

“หึ...ไปบ่อยไม่เบื่อเหรอ?”

เฮียแม็คหลุดขำพอได้ฟัง แล้วเขาก็ตอบกลับฉันด้วยคำถาม แต่นั่นสินะ... ฉันไปบ่อยจนแทบจะรู้ทุกซอกทุกมุมของที่นั่นละ แต่นี่มันสายแล้วนี่นา เราจะไปทันโปรพิเศษอะไรนั่นมั้ยอ่ะ

“งั้นเฮียรอเดียแป๊บนึงนะ”

“แป๊บนี่กี่นาที เมื่อกี๊ก็บอกว่าแป๊บ”

พูดจบเขาก็แกล้งทำท่ายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูพอเห็นฉันลุกลี้ลุกลนทำท่าจะวิ่งเข้าห้องมา หึ...นี่เขาจะรู้มั้ยนะ ว่าฉันกลั้นยิ้มกับท่าทางจอมกวนแบบนั้นอยู่น่ะ :)

“ก็...แป๊บนึงอ่ะเฮีย เฮียกินข้าวยังอ่ะ~!”

บ้าเอ๊ย! นี่มันเป็น Weekend ที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ อยู่ๆก็มีใครบางคนมาเซอร์ไพรส์ที่ห้องอ่ะ >_<

ฉันตะโกนกลับไปแล้ววิ่งเข้าห้องนอนโกยของทุกอย่างลงกระเป๋าแบบไม่ต้องเลือกอะไรอีก เฮียก็ตอบกลับมา

“ยัง”

“อื้ม แล้วเฮียหิวป่าว~!”

หึ...ไปกันก่อนงั้นเหรอ มือฉันเก็บกระเป๋า ปากก็ชวนเขาคุย ซึ่งเฮียแม็คที่วันนี้ดูท่าทางอารมณ์ดี ก็ตอบกลับมาแบบกวนๆน่าดูเลย

“ถ้าแป๊บคือสองชั่วโมงก็น่าจะหิว...”

“ป่ะ! งั้นไปกันเลย เดียเก็บเป๋าเสร็จแล้ว”

ครืดดด กึก!

พูดจบฉันก็ลากกระเป๋าออกมายืนตรงหน้าโซฟารับแขกแบบรวดเร็วทันใจ เฮียแม็คก็มองมานิดนึง แต่เอาจริงๆเขาดูอึ้งๆ

“นี่ไปสองวัน?”

คนตรงหน้าเลิกคิ้วนิดหน่อยและมองมาที่กระเป๋าเดินทางของฉัน กะ...ก็แหม ไม่อยากให้เฮียรอนาน เลยรวบมันมาทั้งกองยัดใส่กระเป๋าใหญ่ซะเลย =_=^

“...ผู้หญิงกับทะเลสินะ”

เฮียแม็คชิงพูดมาพอเห็นฉันไม่ตอบอะไร ถึงความจริงอยากจะบอกว่าไม่ใช่ และระยะหลังมานี้ฉันไม่ได้อินกับทะเลสักเท่าไหร่ แต่เฮียว่าไงก็ว่างั้น

“อื้ม :)”

ฉันพูดแล้วเหลือบตามองพื้นมองเพดาน ถ้าว่ากันตามตรง ฉันไม่กล้าสบตาเขาตอนนี้เลย แค่คิดว่าจะมีเวลาอยู่ด้วยกันบ้าง มันก็...

พรึ่บ!

“หมวกไปด้วย แดดร้อน”

รู้ตัวอีกที เฮียแม็คก็ปิดทีวีและลุกขึ้นมาคว้ากระเป๋าจากมือฉันไป แถมยังชี้ไปที่เสาแขวนหมวก ในจังหวะที่กำลังเดินนำออกฉันจากห้อง

“อื้ม :)”

ฉันพยักหน้าตอบกลับอย่างว่าง่าย มือเอื้อมไปหยิบหมวก ส่วนตาก็จ้องมองแผ่นหลังของร่างสูงที่มีกระเป๋าเดินทางของฉันในมือ แล้วก็ต้องหลุดยิ้มกว้างอย่างเลี่ยงไม่ได้...

หึ...วันนี้มันวันอะไรกันนะ

พระเจ้าใจดีผิดปกติแบบนี้ เพราะย่ำยีใจกันจนพอใจแล้วรึเปล่านะ?

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถ้าเปรียบรักเป็นดั่ง...สารเสพติด
8.7
เมื่อชีวิตบีบคั้นจนกลายเป็นหมาจนตรอก หญิงสาวผู้ไม่สนผิดชอบชั่วดีจึงเลือกเส้นทางสายมืดในฐานะเด็กส่งยาเพื่อความอยู่รอด แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของใครเธอก็พร้อมจะทำ จนกระทั่งได้พบกับ ปืน ชายหนุ่มปากร้ายผู้ทรงอิทธิพลที่เปรียบความรักเป็นดั่งสารเสพติดและปรารถนาจะครอบครองเธอเพียงผู้เดียว ท่ามกลางอันตรายและการปะทะคารมที่ดุเดือด เธอผู้ไม่เคยเกรงกลัวความตายกลับต้องเผชิญหน้ากับข้อเสนอที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาลในเกมรักที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและเดิมพันด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย โฉมงามของอ๋องอสูร
8.9
หลังจบชีวิตด้วยโรคร้าย วิญญาณของเธอกลับตื่นขึ้นในร่างองค์หญิงผู้ต้องกลายเป็นพระชายาของชินอ๋องโหย่วเฉาบุรุษผู้ถูกขนานนามว่านักรบปีศาจแห่งต้าถัง แม้เขาจะขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและมีอนาคอนดายักษ์เป็นอาวุธคู่กายที่น่าเกรงขาม ทั้งยังเคยปิดตายเรื่องความรักไปแล้ว ทว่าความดื้อเงียบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีอ่อนแอของพระชายาคนใหม่กลับสั่นคลอนหัวใจท่านอ๋องผู้เอาแต่ใจให้ปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในนิยายรักแฟนตาซีสุดฟินเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย Into the Nightmare สู่แดนฝันร้าย
8.0
วิญญาณของแจ็ค เวลลิงตันหลุดเข้าสู่โลกฝันร้ายหลังอุบัติเหตุประหลาด พร้อมรับพลังพิเศษและภารกิจเสี่ยงตายที่ยากจะเอาชนะ เพื่อหาทางกลับสู่โลกเดิม เขาต้องเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายที่ซ่อนเร้นในสังคม โดยเริ่มจากการต่อกรกับฆาตกรวิปริตผู้ดัดแปลงสิ่งมีชีวิตเข้ากับจักรกล แจ็คจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งเพื่อความอยู่รอด ทว่าอุปสรรคสำคัญคือพลังที่เขาได้รับมานั้นกลับไม่สามารถใช้ทำร้ายใครได้เลย เขาจะเอาชีวิตรอดจากดินแดนสยองขวัญแห่งนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตหงส์ฟ้าชะตารัก ภาค แคว้นจ้าว NC20+
8.1
หลี่เหมยลี่นักธุรกิจสาวเก่งหลุดมิติมาอยู่ในร่างองค์หญิงปัญญาอ่อนผู้ไร้ค่าในนิยายที่เคยอ่าน แม้จะเป็นเพียงตัวประกอบที่ต้องตายตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่เธอกลับได้รับพรสวรรค์พิเศษทั้งวิชาแพทย์ การต่อสู้ และการแปลงโฉม เพื่อใช้ปกป้องตนเองและพี่น้องให้รอดพ้นจากการเป็นหมากทางการเมืองในแคว้นจ้าว ท่ามกลางอันตรายเธอยังต้องเผชิญกับความฝันอันเร่าร้อนกับบุรุษลึกลับนัยน์ตาหงส์ผู้เข้ามาสั่นคลอนหัวใจและเปลี่ยนโชคชะตาของเธอไปตลอดกาลในภาคต่อสุดเข้มข้นนี้
หน้าปกนวนิยาย ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
8.1
ซูเยว่ซีหวนคืนสู่อดีตหลังถูกอวิ๋นถังยวี่ทรมานจนสิ้นใจ ชาตินี้นางสาบานจะปกป้องครอบครัวและทำลายศัตรูที่เคยทำร้ายนางให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อผู้ชั่วช้าหรือหญิงแพศยาที่จอมปลอม นางใช้สติปัญญาเปิดโปงความชั่วร้ายและกำจัดคนทรยศในราชสำนักเพื่อความปลอดภัยของท่านตา ท่ามกลางแผนการล้างแค้นที่สั่นคลอนเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่พร้อมจะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของนาง
หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องบัดซบ!!! «王爷! 您是昏庸人。»
8.9
จากอ๋องน้อยผู้แสนน่ารักกลับกลายเป็นคนเสเพลที่เลื่องชื่อว่าบัดซบที่สุดในแผ่นดิน ทว่าเบื้องหลังความไร้แก่นสารนี้คือความลับของพ่อมดจากต่างมิติที่ต้องดิ้นรนในโลกแห่งลมปราณ ซึ่งมองว่าเวทมนตร์เป็นเพียงพลังสวะไร้ค่า เขาจึงจำเป็นต้องแสร้งทำตัวเหลวแหลกเพื่อหลีกหนีจากภาระหน้าที่และการแย่งชิงบัลลังก์อันวุ่นวาย พลิกผันชีวิตจากยอดจอมเวทสู่การเป็นท่านอ๋องจอมลวงโลกเพื่อเอาตัวรอดในดินแดนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยกำลังภายใน