![หน้าปกนวนิยาย DarkZ [II] TRILOGY](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/78d6ed015001834806828251852/g1Hy3uMTREMA.webp!15491.webp)
DarkZ [II] TRILOGY
ตอน 2
“ตั้งใจเรียนนะเดีย!”
หลังกินกาแฟกันเสร็จ ฉันจ้องมองคนที่ไม่รู้ว่าตั้งใจโบกไม้โบกมือให้จริงๆ หรือแค่ทำมันเพราะเวทนาฉันอย่างที่ทำเป็นประจำตั้งแต่วันที่เธอแยกไป
ใช่...แยก
เชื่อว่าในทุกความสัมพันธ์พี่น้องต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่สำหรับเราแล้ว ถ้าให้ย้อนเวลากลับไป มันเลวร้ายยิ่งกว่านั้น และมันก็ยาก...เกินกว่าที่ฉันจะให้อภัยด้วย
'...พี่เฟรย์ เดียกลัว'
นั่นเสียงฉันเองแหละ เสียงสั่นๆตอนอายุไม่ถึงสิบขวบด้วยซ้ำ และพอสมองสั่งการให้หูได้ยินเสียงที่จำได้ไม่ลืมของตัวเอง ภาพเดิมๆก็ไหลย้อนกลับมา ทั้งที่ฉันพยายามจะลืมมัน
'เฟรย่ากับฟาเดีย ชื่อน่ารักทั้งคู่เลย คนนี้เป็นพี่ คนนี้เป็นน้องใช่มั้ยคะ?'
ใครบางคนในมูลนิธิเด็กกำพร้าพูดมา ขณะที่ฉันในตอนนั้นยืนหลบอยู่หลังพี่เฟรย์เนื้อตัวสั่น ไม่รู้ว่าฉันจะเรียกมันว่าความใจร้ายของโชคชะตาได้มั้ย ที่เราต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าในชั่วข้ามคืนแบบนั้น
พรึ่บ!
'อย่ามาจับน้องหนู!”
พี่เฟรย์ในตอนนั้นยกแขนขึ้นมาบังตัวฉันและตะโกนออกไปดังลั่น จะว่าไปแล้วเธอดูพึ่งพาได้ใช่มั้ยล่ะ นั่นสินะ... สมัยที่ยังอ่อนต่อโลกและไร้เดียงสามากๆ ฉันเองก็คิดแบบนั้น
แต่ทิ้งระยะไปไม่นาน จำไม่ได้ว่านานพอที่เราเริ่มจะคุ้นชินกับบ้านใหม่อย่างมูลนิธิเด็กกำพร้าบ้างรึยัง คนที่ดูเหมือนจะปกป้องฉัน กลับเป็นฝ่ายทอดทิ้งฉันซะเอง ในช่วงเวลาที่ครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่งวนเวียนมาแจกของขวัญ จัดงานเทศกาล พวกเขาขยันมาจัดอาหารดีๆหลายอย่างให้เด็กๆในมูลนิธิทุกวัน
ตอนนั้น...เรามีความสุขกันมาก ฉันกับพี่เฟรย์ เรารู้สึกดีกับการอยู่ในมูลนิธิมากขึ้นและไม่เคยร้องไห้อีกเลยยาวนานเป็นเดือน และหนึ่งในความรู้สึกดีๆที่ฉันได้รับและยังคงตราตรึงในใจเสมอ ก็คือการได้เจอเพื่อนใหม่อย่างเขาคนนั้น...
เด็กผู้ชายท่าทางใจดี ยิ้มหวาน ลูกชายของคุณป้าที่ทำอาหารอร่อยมากๆ ฉันคลุกคลีอยู่กับเขาใกล้ๆพื้นที่ทำอาหารที่เขาคอยช่วยคุณแม่ทุกวัน แม่ของเขาเป็นคนที่สองในชีวิตที่สอนทำเมนูอร่อยๆให้ฉัน ในขณะที่พี่เฟรย์มัวแต่ไปเล่นแผลงๆ เตะต่อยกับเด็กผู้ชายอีกคนที่มาด้วยกัน
และ 'DARK SHADOW' คือชื่อเรียกกลุ่มคนพวกนั้น…
“Weekend นี้ไปทะเลกันนะ”
เสียงเฮียเชนดึงฉันให้หลุดจากภวังค์ ในจังหวะที่เขาเดินแยกกับสองคนนั้นมาส่งฉันที่ตึก
ทะเลงั้นเหรอ...ฉันเคยชอบมันนะ พี่เฟรย์ก็ด้วย แต่เพราะความรู้สึกและทัศนคติที่เปลี่ยนไป ไม่รู้ทำไม...ฉันถึงได้เกลียดทะเลทั้งที่เคยรักมันซะได้
“ไอ้แม็คมันเบื่อๆ อีกไม่กี่วันต้องกลับญี่ปุ่น”
“เดียก็เหมือนกัน”
ฉันตอบเฮียเชนไป ไม่ใช่เบื่อเหมือนกัน เพราะถ้ามันเป็นความต้องการของใครคนนั้น แม้จะพูดเต็มปากว่าเกลียดทะเล ฉันก็ยินดีถ้ามันคือความสุขของเขา ส่วนที่บอกว่าเหมือนกัน เพราะฉันเองก็ถูกเรียกตัวกลับญี่ปุ่นเพื่อพบพ่อบุญธรรมของตัวเองเหมือนกัน และเป็นคนที่เฮียแม็ครู้จักดีซะด้วย
“ให้เฟรย์มันไปเป็นเพื่อนมั้ย?”
“ไม่! เดียโตแล้วนะ”
เสียงห้วนๆจากฉันพูดไป เพราะคิดว่าไม่ใช่กงการอะไรของเธอที่จะต้องมาคอยไปไหนมาไหนเป็นเพื่อน
ว่ากันตามตรง ต่อให้พี่เฟรย์ไปเป็นเพื่อน เรามันก็เดินแยกกันตั้งแต่พ้นประตูทางเข้าแล้วด้วยซ้ำ เพราะเธอคือลูกบุญธรรมของคนที่สูงศักดิ์มากมายยิ่งกว่าพ่อบุญธรรมของฉัน
ใช่...คนที่รับอุปถัมภ์พี่เฟรย์กับฉันเป็นคนละคนกัน แต่ความงี่เง่าของโชคชะตา ทำให้เราวนเวียนกลับมาพบกัน ทั้งที่เธอควรจะหายไปจากชีวิตฉันตั้งแต่หนึ่งปีก่อนหน้านั้น!
“แต่กลับคนเดียวมันเหงา...”
เฮียเชนยังคงเซ้าซี้ แต่ที่จริงมันก็มีนี่...วิธีที่จะทำให้ไม่เหงาน่ะ
“เดียจะกลับพร้อมเฮียแม็ค”
“นั่นสิ ลืมไปเลยว่าอยู่...”
“ส่งเดียแค่นี้ก็พอแล้ว เฮียสายละ”
ฉันเลือกจะตัดบทเพราะรู้ว่าเฮียเชนจะพูดอะไร และแน่นอน...เขาเองก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยพอใจ ฉันไม่ชอบ ที่เฮียเชนมาคอยทำเหมือนฉันยังเป็นเด็กน้อยที่ต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด และพยายามจะสานสัมพันธ์ให้ฉันกับพี่เฟรย์กลับมาคุยกันดีๆได้ ทั้งที่เฮียก็น่าจะรู้ ว่าเราไม่สามารถจะกลับไปยืนอยู่จุดนั้น
“อย่าเย็นชานักสิ เวลาเดียยิ้มน่ารักจะตาย”
“เย็นชาเหรอ?”
ฉันทวนคำถามนั้นนิ่งๆ เฮียเชนก็เอามือมาลูบหัวราวกับกำลังปลอบโยน และทำเหมือนเข้าใจว่าฉันรู้สึกยังไง
แต่ก็นั่นแหละ โลกนี้มีคนมากมายที่ทำเหมือนจะเข้าใจคุณ แต่เอาเข้าจริง...ไม่มีใครเข้าใจคนอื่นหรอก ตราบใดที่ยังไม่ได้ไปยืนอยู่ในจุดเดียวกับคนๆนั้น
“...เย็นชาไม่เท่าเพื่อนเฮียตอนทิ้งเดียไว้หรอกมั้ง”
นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่หลุดจากปากฉัน ก่อนที่ฉันจะโดนเฮียเชนดึงเข้าไปกอดไว้ท่ามกลางสายตาคนรอบข้างมากมาย
พรึ่บ!
“ไม่ว่ายังไง...เฮียอยู่นี่นะ”
ฝ่ามืออุ่นๆลูบหัวฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนใจอ่อนยวบลงไปไม่เบา บอกตามตรง ถึงในใจฉันจะมีใครนอกจากเฮียเชน แต่คำพูดเป็นห่วงเป็นใยกับอ้อมกอดอบอุ่นของเฮียเชน มันคือข้อดีที่หายากมากๆจากคนอื่นเลยนะ แต่ถึงเฮียเชนจะเป็นคนที่อ่อนโยนกับฉันเสมอ ฉันก็ละทิ้งความรู้สึกในส่วนที่ลึกที่สุดไม่ได้จริงๆ
ความรู้สึก…ที่ถามใจตัวเองกี่ครั้งก็บอกชัด ว่าฉันรักเขา...
ไม่ใช่เฮียเชน แต่เป็นเฮียแม็ค
ฉันหลงรักเด็กผู้ชายคนนั้น...เท่าระยะเวลาที่ได้รู้จักกัน
มันยาวนานมาเป็นสิบปีแล้ว...และไม่มีใครมาแทนที่เฮียแม็คได้ทั้งนั้น!
หลายวันต่อมา...
ออดดด~
ฉันลุกมาเปิดประตูห้องเพราะถึงเวลานัดพอดี ซึ่งก็ตามปกตินั่นแหละที่เฮียเชนจะมารับ แต่หลังจากเปิดประตูแล้วฉันก็รีบเดินกลับเข้ามาในห้องนอนเพราะตื่นสายเลยยังไม่ทันได้แพ็คกระเป๋าน่ะสิ
“เฮียเดียตื่นสายอ่ะ แพ็คเป๋าแป๊บนะ”
“อืม เอาเลยไม่รีบ”
เอ๊ะ?!
กึก...
เสียงที่ได้ยินทำเอาขาฉันชะงักและหมุนตัวหันกลับไปมองทันที และนั่น...ไม่ใช่เฮียเชนนี่ ???
“เฮียแม็ค O_O”
“ว่า?”
ฟุ้บ!
เสียงตอบกลับแบบชิลๆมาพร้อมกับเสียงทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาห้องรับแขก แถมเฮียยังหยิบรีโมทเปิดทีวีดูรออีก แต่ไม่สิ ไม่ใช่ ฉันไม่ได้เรียกเขา ฉัน...ฉันหมายถึง เขามาทำอะไรที่นี่
“ทำไมเป็นเฮีย?”
“สองคนนั้นต้องไปเคลียร์งานด่วนที่ ม. เลยให้เราไปกันก่อน”
ระ...เราเหรอ?
“หมายความไง...ให้ไป...กันก่อน?”
ฉันพูดออกไปแบบติดๆขัดๆ จริงอยู่เราเจอกันบ่อยอยู่แล้ว แต่ฉันยังไม่เคย...ต้องไปไหนมาไหนกับเขาสองต่อสอง
“ฟาร์ดาจองที่พักที่มีโปรพิเศษ ถ้าเช็คอินภายในบ่ายสองยี่สิบสองนาที จะแถมฟรีทริปดำน้ำ เห็นว่าพิเศษตรงที่เป็นจุดดำน้ำค้นพบใหม่ สวยมาก เป็นพื้นที่ส่วนตัว และไม่มีใครเคยไปมาก่อน”
พูดจบเฮียแม็คก็ชี้ไปที่ทีวี ซึ่งมีโฆษณาที่พักริมหาดสุดหรูพร้อมโปรพิเศษที่คนแย่งกันจองจนเต็มเอี๊ยดแสดงอยู่ เดาว่าน่าจะเป็นที่พักที่เรากำลังจะไปวันนี้ แต่...
“ตราด? ไม่ใช่ประจวบหรอกเหรอ?”
ฉันถามไปงงๆ เพราะปกติถ้าบอกว่าจะไปทะเล เฮียเชนก็จะเลือกไปประจวบตลอด เหตุผลหลักก็เพราะเขาเป็นทายาทเจ้าของโรงแรมหรูระดับต้นๆของที่นั่น
“หึ...ไปบ่อยไม่เบื่อเหรอ?”
เฮียแม็คหลุดขำพอได้ฟัง แล้วเขาก็ตอบกลับฉันด้วยคำถาม แต่นั่นสินะ... ฉันไปบ่อยจนแทบจะรู้ทุกซอกทุกมุมของที่นั่นละ แต่นี่มันสายแล้วนี่นา เราจะไปทันโปรพิเศษอะไรนั่นมั้ยอ่ะ
“งั้นเฮียรอเดียแป๊บนึงนะ”
“แป๊บนี่กี่นาที เมื่อกี๊ก็บอกว่าแป๊บ”
พูดจบเขาก็แกล้งทำท่ายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูพอเห็นฉันลุกลี้ลุกลนทำท่าจะวิ่งเข้าห้องมา หึ...นี่เขาจะรู้มั้ยนะ ว่าฉันกลั้นยิ้มกับท่าทางจอมกวนแบบนั้นอยู่น่ะ :)
“ก็...แป๊บนึงอ่ะเฮีย เฮียกินข้าวยังอ่ะ~!”
บ้าเอ๊ย! นี่มันเป็น Weekend ที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ อยู่ๆก็มีใครบางคนมาเซอร์ไพรส์ที่ห้องอ่ะ >_<
ฉันตะโกนกลับไปแล้ววิ่งเข้าห้องนอนโกยของทุกอย่างลงกระเป๋าแบบไม่ต้องเลือกอะไรอีก เฮียก็ตอบกลับมา
“ยัง”
“อื้ม แล้วเฮียหิวป่าว~!”
หึ...ไปกันก่อนงั้นเหรอ มือฉันเก็บกระเป๋า ปากก็ชวนเขาคุย ซึ่งเฮียแม็คที่วันนี้ดูท่าทางอารมณ์ดี ก็ตอบกลับมาแบบกวนๆน่าดูเลย
“ถ้าแป๊บคือสองชั่วโมงก็น่าจะหิว...”
“ป่ะ! งั้นไปกันเลย เดียเก็บเป๋าเสร็จแล้ว”
ครืดดด กึก!
พูดจบฉันก็ลากกระเป๋าออกมายืนตรงหน้าโซฟารับแขกแบบรวดเร็วทันใจ เฮียแม็คก็มองมานิดนึง แต่เอาจริงๆเขาดูอึ้งๆ
“นี่ไปสองวัน?”
คนตรงหน้าเลิกคิ้วนิดหน่อยและมองมาที่กระเป๋าเดินทางของฉัน กะ...ก็แหม ไม่อยากให้เฮียรอนาน เลยรวบมันมาทั้งกองยัดใส่กระเป๋าใหญ่ซะเลย =_=^
“...ผู้หญิงกับทะเลสินะ”
เฮียแม็คชิงพูดมาพอเห็นฉันไม่ตอบอะไร ถึงความจริงอยากจะบอกว่าไม่ใช่ และระยะหลังมานี้ฉันไม่ได้อินกับทะเลสักเท่าไหร่ แต่เฮียว่าไงก็ว่างั้น
“อื้ม :)”
ฉันพูดแล้วเหลือบตามองพื้นมองเพดาน ถ้าว่ากันตามตรง ฉันไม่กล้าสบตาเขาตอนนี้เลย แค่คิดว่าจะมีเวลาอยู่ด้วยกันบ้าง มันก็...
พรึ่บ!
“หมวกไปด้วย แดดร้อน”
รู้ตัวอีกที เฮียแม็คก็ปิดทีวีและลุกขึ้นมาคว้ากระเป๋าจากมือฉันไป แถมยังชี้ไปที่เสาแขวนหมวก ในจังหวะที่กำลังเดินนำออกฉันจากห้อง
“อื้ม :)”
ฉันพยักหน้าตอบกลับอย่างว่าง่าย มือเอื้อมไปหยิบหมวก ส่วนตาก็จ้องมองแผ่นหลังของร่างสูงที่มีกระเป๋าเดินทางของฉันในมือ แล้วก็ต้องหลุดยิ้มกว้างอย่างเลี่ยงไม่ได้...
หึ...วันนี้มันวันอะไรกันนะ
พระเจ้าใจดีผิดปกติแบบนี้ เพราะย่ำยีใจกันจนพอใจแล้วรึเปล่านะ?
คุณอาจจะชอบ





