![หน้าปกนวนิยาย DarkZ [II] TRILOGY](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/78d6ed015001834806828251852/g1Hy3uMTREMA.webp!15491.webp)
DarkZ [II] TRILOGY
ตอน 3
หลายชั่วโมงต่อมา...
“หิวแล้วล่ะสิ”
คำถามจากเฮียแม็คดังขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงที่คลออยู่บนรถ พอเห็นฉันหันไปมองร้านอาหารละลานตาที่อยู่ก่อนถึงที่พัก
“เราไปเช็คอินกันก่อนก็ดะ...”
พรึ่บ!
แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ เฮียแม็คก็หักพวงมาลัยเข้ามาที่ลานจอดรถของร้านที่ใกล้ที่สุดทันที ก่อนจะก้มมองนาฬิกาและหันข้อมือมา
“เหลือเวลาอีกตั้งนาน”
13.12 PM คือเวลาที่โชว์บนหน้าปัดนาฬิกาหรูบนข้อมือนั้น แล้วพอพูดจบเฮียก็ดับเครื่องรถเดินลงไปเลย ฉันเองก็คว้ากระเป๋าสะพายแต่ดันทำมันหลุดมือจนข้าวของหล่นกระจัดกระจาย
โธ่เอ๊ย มันใช่เวลามั้ยเนี่ย - -^
ก๊อกๆ กึก!
เฮียแม็คเคาะกระจกเบาๆ พอเห็นฉันเงียบไปนาน ฉันเลยเปิดมันออกไป
“แป๊บนึงเฮีย เดียทำของหล่นอ่ะ”
แต่แทนที่เขาจะช่วย เฮียกลับยืนมองแบบแอบขำ ส่วนฉันก็รีบก้มเก็บของใช้ส่วนตัวที่หล่นเกลื่อนบนรถพัลวัน
“นี่มาเปิดท้ายขายของรึเปล่า?”
“หึ...แป๊บนึงสิ หรือเฮียจะเข้าไปก่อน”
และคงเพราะฉันพูดคำว่าแป๊บนึงมาตลอดตั้งแต่ที่เจอกัน พอได้ฟังเฮียแม็คก็ส่ายหัว
“จะแป๊บนึงถึงค่ำเลยมั้ย”
“เฮียแม็ค! อย่ามาแซวน่า”
“ซุ่มซ่าม”
คำพูดสั้นๆทำฉันหันไปลอยหน้าลอยตาใส่เขา ก่อนจะรีบโกยทุกอย่างลงกระเป๋าแบบเดิมเสร็จสรรพ
“แค่นี้ก็เรียบร้อย”
“อ๋อเมื่อเช้าก็ทำอย่างนี้”
พูดจบเขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินนำเข้าร้านอาหารไปทันที ทิ้งให้ฉันเดินอมยิ้มตามหลังอย่างเคย
หึ...ขอให้มันเป็นวันที่ดีด้วยเถอะนะ
ขอให้เราได้ใกล้กัน...ให้นานที่สุด...ใกล้กันจนนาทีสุดท้ายเลย :)
“เดี๋ยวสิ เมื่อกี๊เฮียว่าไงนะ?!”
“เปล่าาา...”
สิ้นสุดคำอธิษฐานในใจ ฉันก็แกล้งตะโกนตามหลังเฮียแม็คที่ลากเสียงตอบกลับมาเหมือนกัน ก่อนเราจะกวาดสายตาหาโต๊ะเพราะวันนี้คนแน่นมากๆ
“เฮียกินไรเหรอ?”
พอเลือกโต๊ะได้ เราก็นั่งเปิดเมนูกันไปเรื่อยๆ แต่ถ้าให้เดามันต้องมี...
“ทอดมันกุ้ง”
ใช่ด้วย! :)
'ลองกินสิ แม่เราทำทอดมันกุ้งอร่อยมาก’
“หึ...”
ฉันหลุดยิ้มออกมาอย่างลืมตัว พอนึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมาที่ยังคงจำมันได้ดี รู้ตัวอีกทีเฮียแม็คก็จ้องมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม
“???”
“ปะ...เปล่า ไม่มีไร”
“ชื่อเมนูที่ดูมันตลก?”
“งั้นมั้ง นี่จริงในนี้มีหนังสือขายหัวเราะซ่อนอยู่ :)”
ฉันตอบกลับไปขำๆ เฮียก็ทำหน้างงๆ ก่อนจะสั่งเมนูต่างๆที่เขาชอบอีกหลายอย่าง เช่น ปูนิ่มผัดพริกไทยดำ ห่อหมกทะเล กุ้งเผา...
“แล้วเรา?”
สงสัยใครบางคนเพิ่งจะนึกได้ว่าสั่งเพลินเลยหันมาถามฉัน ซึ่งก็... อืมมม มีอีกอย่างนะ ที่เฮียแม็คน่าจะลืมสั่ง
'อันนี้ห้ามลืมเลย เราชอบมากๆ ฝึกทำไว้ด้วย...'
“เดีย”
“หะ...ฮะ? อ๋อ กรรเชียงปูผัดพริกเหลืองค่ะ”
ฉันหันไปบอกพนักงานหลังได้ยินเสียงเฮียแม็คดึงให้หลุดจากภวังค์ แล้วเฮียแม็คก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที
“ใช่ นี่ทีเด็ดเลย”
อ่าฮะ อีกแล้วล่ะ อีกแล้วที่ฉัน...เฝ้ามองรอยยิ้มเล็กๆของเขาด้วยความปลาบปลื้มแบบนี้ :)
หึ...ทีเด็ดเหรอ? ก็ต้องอย่างงั้นอยู่แล้ว เพราะทุกเมนูที่เขาพูดมา ป้ามาร์ธาแม่ของเขาสลับกันทำให้เฮียทานในช่วงนั้นตลอดเลยนี่นา ขนาดบอกว่ามันเผ็ด เฮียแม็คก็ยังชอบมาก เขากินเผ็ดเก่งตั้งแต่เด็กๆแล้วนะรู้มั้ย แล้วก็จะชอบกินไอติมวานิลลาตบท้าย ถ้าไม่ได้กินจะมีคนปวดท้องเอาง่ายๆ :)
“เอาอย่างเดียว?”
“อื้ม ก็เฮียสั่งหลายอย่างแล้วนี่นา” ฉันพยักหน้าตอบไป แล้วเฮียแม็คอยู่ๆก็ทำท่าจะ Cancel เมนูพวกนั้นขึ้นมา
“เปลี่ยนได้ น้อง...”
“ไม่นะ!”
เห็นแบบนั้นฉันก็โพล่งออกไปทันที ก่อนจะตัดบทรวบรัดให้พนักงานรีบเดินออกจากไปโต๊ะตอนนี้
“เอาตามนั้นเลยค่ะ รีบหน่อยนะเราหิวมากเลย ^_^”
“ครับคุณลูกค้า” แล้วพนักงานก็เดินออกไป ส่วนเฮียแม็ค...
“โทษที”
“เรื่องเล็กน้อยน่าเฮีย เดียชอบทุกเมนูที่เฮียสั่งนั่นแหละ”
“ชอบ?”
แย่ละ ฉันหลุดปากพูดออกไป แล้วเฮียแม็คก็จ้องมา
“ก็...มาทะเลไม่กินซีฟู้ด มันก็แปลกๆนะว่ามั้ย”
แล้วพอตอบกลับไปแบบนั้นเฮียก็พยักหน้า
“ใช่ งั้นเดี๋ยวชดเชยให้ด้วย...”
เฮียแม็คเว้นช่วงคำพูดนิดนึง และชี้ไปที่คาเฟ่ริมหาดไม่ใกล้ไม่ไกลที่มองเห็นจากตรงนี้
“จริงนะ”
“จริงดิ แต่หลังจากเช็คอิน เดี๋ยวมีคนโวยวาย”
“อื้ม”
ฉันตอบรับอย่างว่าง่าย แม้ลึกๆจะจุกนิดหน่อยตอนเห็นเฮียยิ้มกว้างเวลาพูดใครที่ยังมาไม่ถึงไง
ไม่กี่นาทีต่อมา...
“นี่แรร์โลเคชั่นเลยป่ะ”
หลังจากเช็คอินและได้โปรพิเศษมาตอน 14.22 PM เรียบร้อย เฮียแม็คก็พาฉันมาคาเฟ่น่ารักริมหาดตามสัญญา ส่วนที่เขาพูดเมื่อกี๊ก็เพราะที่ร้านนี้ลูกค้าเยอะมาก และมีมุมถ่ายรูปยอดฮิตที่ลูกค้าต่อแถวรอถ่ายมุมนี้หลายสิบคน แต่ฉันไม่ใช่หนึ่งในนั้นหรอกนะ
“เอาด้วยมั้ย?”
“ไม่อ่ะ เฮียรอไม่ไหวหรอก”
ฉันตอบไปขำๆ วิวรอบข้างที่เค้าแย่งกันถ่ายอยู่มันก็สวยแหละ แต่ฉันไม่ได้มีความอดทนยืนรอนานขนาดนั้น
“ที่จริงตรงนั้นสวยกว่าอีก”
เฮียแม็คชี้ไปตรงระเบียงไม้ที่ยื่นออกจากร้านไปนิดหน่อย แต่มันค่อนข้างจะเก่าและสูงมาก แถมไม่มีอะไรกั้นเลย ยิ่งเวลาลมทะเลแรงๆพัดมานี่น่ากลัวจัด
“นั่นดิ แต่มันจะเสียวหน่อยก็แค่นั้น”
ฉันพยักหน้าเห็นด้วย เฮียแม็คก็ขำๆ แถมยังเดินนำไปที่ระเบียงแล้วเอียงคอชะเง้อมองข้างล่าง
“ถ้าตกลงไปไม่ต้องเรียกใครเลย”
“อื้อ ภาวนาให้เฮียคว้าเดียทัน”
ที่พูดแบบนี้เพราะข้างล่างมันเป็นโขดหินทั้งนั้นเลย ลำพังลุ้นระทึกตอนตกน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เปอร์เซ็นต์ที่หัวจะไม่กระแทกโขดหินตายนี่มีน้อยมาก
“แล้วถ้าคว้าไม่ทัน?”
เฮียแม็คหันมาเลิกคิ้วตั้งคำถาม พอฉันหยิบมือถือขึ้นมาเซลฟี่แบบคนอื่นเค้าบ้าง แต่อย่างเฮียแม็คเนี่ยนะจะคว้าไม่ทัน เขาไม่มีทางอืดอาดเป็นเต่าล้านปีหรอกมั้ง
“นี่เดียมากับมือวางอันดับหนึ่งของ Dark Shadow เลยนะ”
ใช่... Dark Shadow
ภายนอกอาจดูธรรมดา แต่ใครจะไปคิดว่าคนที่ยืนอมยิ้มกับคำพูดของฉันตอนนี้ จะเป็นถึง Top One แห่งการต่อสู้ของแก๊งค์มาเฟียที่กระจายอำนาจทั้งในและต่างประเทศ โดยมีศูนย์บัญชาการใหญ่อยู่ที่ญี่ปุ่น ทุกคนอยู่กันเป็นครอบครัวมาเฟีย ใช้นามสกุลเดียวกัน ตราประทับเดียวกัน ที่อยู่ปัจจุบันคือปราสาทใหญ่โตมโหฬารอย่าง Dark Shadow Castle!
และโดยข้อมูลคร่าวๆที่กล่าวไปนั่นหมายถึง...
ฉัน! คือลูกบุญธรรมของสมาชิกระดับสูงท่านหนึ่งในแก๊งค์ หากนับตามความสัมพันธ์ในฐานะลูกบุญธรรม ฉันอยู่สังกัดสภากฎ สังกัดที่เป็นผู้ควบคุมข้อบังคับต่างๆของแก๊งค์ ให้เป็นไปตามความเห็นชอบทางกระบวนการของเรา
ส่วนเขา...เฮียแม็ค!
เฮียแม็คเป็นหนึ่งในสมาชิกของแก๊งค์ ที่ ณ ตอนนี้วนเวียนอยู่ในสังกัดสภาเช่นกัน เขาเป็นที่นับหน้าถือตาของใครต่อใคร เป็นบุคคลที่ได้รับการชื่นชมและยกย่องจากท่านเซนจิ พ่อบุญธรรมของฉันจนออกนอกหน้า นั่นทำให้เฮย์โซ ลูกบุญธรรมอีกคนของท่านไม่ค่อยชอบหน้าเขาเท่าไหร่นัก
และคนสุดท้าย พี่เฟรย์!
หึ... เธอเป็นลูกบุญธรรมของท่านผู้นำสูงสุดของแก๊งค์นี้ พ่วงตำแหน่งรักษาการแทนท่านผู้นำที่ดูสูงศักดิ์เกินใครซะไม่มี รักษาการเป็นตำแหน่งที่มีสังกัดเป็นของตัวเองและไม่อยู่ในกฎ หากว่ากันตามหลักการ เธอคือจุดบอดที่สภากฎกำลังหาทางให้กลับเข้ามาอยู่ภายใต้การควบคุมเดียวกันกับสมาชิกทุกคน แต่รายละเอียดทางความสัมพันธ์ของเราค่อนข้างซับซ้อน เอาไว้ถ้ามีเวลา ฉันจะสาธยายเรื่องพวกนั้นให้ฟังอีกที
“...ถ้าคว้าไม่ทันเฮียก็เป็นคนสุดท้ายที่เดียอยู่ด้วยก่อนตายล่ะมั้ง”
หลังจากยืนเงียบอยู่นาน ฉันก็พูดไปแบบทีเล่นทีจริง แต่ถ้าเป็นเขาที่ฉันได้เห็นหน้าเป็นคนสุดท้ายจริงๆ มันก็เป็นสิ่งดีที่สุดแล้วนี่ :)
“ไม่ฝึกไว้บ้าง”
ถึงปกติเราจะไม่ได้คุยกันแบบโจ่งแจ้งต่อหน้าใครๆ แต่อย่างที่บอก เราวนเวียนอยู่ในสังกัดเดียวกัน เลยเจอกันบ่อย ก่อนที่ฉันจะย้ายมาเรียนที่ประเทศไทย และฝึกที่ว่า...หมายถึงการฝึกใช้อาวุธและสกิลการต่อสู้ต่างๆที่สมาชิกทุกคนเขาทำกัน นั่นรวมถึงเฮียแม็คและพี่เฟรย์ แต่มันเป็นข้อยกเว้นสำหรับฉัน
“เดียชอบอยู่แบบสงบมากกว่า”
และที่ๆสงบที่สุดของฉัน คือหลังกระจกที่ได้มองเขาวาดลวดลายการต่อสู้อยู่ทุกวัน จนเห็นใครต่อใครยกธงขาวยอมแพ้ให้กับความสามารถนั้น
“ถึงคราวจวนตัวเราก็ต้องออกรบบ้าง”
“อะไรเนี่ยเฮีย นี่กำลังปลุกใจกันว่างั้น?” เป็นฉันที่เลิกคิ้วถามไปบ้าง แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกเฮียแม็คใช้คำพูดทำนองนั้น
“ถ้าว่างเมื่อไหร่ เชิญที่ห้องซ้อม”
อีกละ! ถ้าให้นับกันตามจริง นี่น่าจะเป็นครั้งที่สี่หรือห้าแล้วล่ะ แต่ที่ผ่านมาเฮียจะชวนฉันเวลาที่ตัวเองซ้อมอยู่กับพี่เฟรย์ และเพื่อนเขา...คิระ
“กลัวเฮียจะหนวกหูเปล่าๆ เดียตกใจง่าย แล้วก็กรี๊ดดังใช้ได้เลยนะ”
“หึ...”
พอจบบทสนทนาฉันก็ส่งมือถือตัวเองให้เฮียแม็ค เป็นเชิงบอกนัยๆให้เขาถ่ายรูปให้ เขาเองก็รับไป แต่แค่ฉันก้าวถอยหลังเอามือไปค้ำกับระเบียงไม้ เนื้อไม้ที่คงตากแดดตากลมมานานเกินไปก็เกิดเปราะและหักทันทีจนฉันเสียหลักเกือบหงายท้องลงไป
แกร๊ก!
“ว๊าย!”
หมับ!
“เฮีย O_O!”
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันกำลังจะตกลงไปแล้ว ถ้าเฮียแม็คไม่พุ่งเข้ามาคว้าไว้ ทะ...ที่สำคัญ เขาถึงตัวฉันก่อนซะอีก ถึงก่อนที่ฉันจะเรียกด้วยซ้ำ
“เฮียแม็ค...”
เพราะหันมองตามเศษไม้ที่ร่วงลงจากระเบียงลงไปที่โขดหินและกระเด็นเกลื่อน ทำให้ฉันเผลอกำเสื้อเฮียแม็คที่กำลังโอบเอวล็อคฉันไว้กับตัวเขาแทนอย่างตกใจพอกัน
“เป็นไรมั้ย?”
“มะ...ไม่”
ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะนะ แต่แค่แว๊บเดียวเหมือนความหวิวพวกนั้นดูดพลังฉันไปหมดเลย มือขาอ่อนลงจนฉันทิ้งตัวไปหาเฮียแม็ค แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร
“เหมือนเราจะพลาดอะไรไป”
ในระหว่างที่ประคองฉัน สายตาเฮียแม็คก็มองไปยังบางอย่างที่น่าจะสู้แรงลมทะเลไม่ไหวจนปลิวหล่นไปอยู่ที่พื้น มันคือป้าย 'งดใช้บริการ' และ 'ปิดปรับปรุง' พื้นที่ระเบียงบริเวณนี้ ก่อนที่เราจะต่างคนต่างสอดส่องสายตาไปรอบๆเพื่อความแน่ใจอีกที ถึงรู้ว่าตัวเองโชคดีกันขนาดไหนที่จุดที่ยืนกันอยู่ มันคือจุดที่แข็งแรงที่สุดแล้วบนระเบียงสูงนี้
“เฮียนั่นแหละ บอกว่าตรงนี้สวยกว่า”
“ทีแบบนี้ล่ะจำแม่น แล้วตอนบอกว่าถ้าตกลงไปไม่ต้องเรียกใครล่ะ”
เราเถียงกันเบาๆแต่ยังไม่กล้าขยับตัวมาก เลยกลายเป็นยืนกอดกันกลมอยู่ตอนนี้ ส่วนที่บอกว่าไม่ต้องเรียกใคร จะเป็นงั้นได้ไง ก็ฉันอยากเรียกเขานี่ แต่ชั่ววูบนึงก็ได้เห็นแล้ว ว่าใครบางคนมีสัญชาตญาณที่ดีมากๆ เหมือนตอนนั้นเลยจริงๆ
'ว๊ายยย!'
หมับ!
'ก็บอกแล้วไง ให้ระวังสายเตาแก๊ส!'
เสียงดุของเด็กผู้ชายในความทรงจำที่คว้าฉันได้ทัน ตอนเข้าไปวิ่งเล่นในครัวเพื่อแอบดูคุณป้ามาร์ธาทำกับข้าวน่ากินหลายอย่างดังขึ้น และใช่...เด็กคนนั้นคือเขา ที่ยืนตรงหน้าฉันตอนนี้
'แหะๆ โทษที'
'ยังจะมายิ้มอีก' / “ยังจะมายิ้มอีก”
เสียงเฮียแม็คในพาร์ทปัจจุบัน ทับซ้อนด้วยประโยคเดียวกันกับที่เขาเคยพูดในวัยเด็กก่อนหน้านั้น ฉันเลยจ้องลึกเข้าไปในตา แล้วส่งเสียงล้อเลียนไปซะเลย
“ก็ไหนว่าคว้าไม่ทัน”
“หน้าซีดขนาดนี้ยังต่อปากต่อคำได้อีกนะ”
ปากพูดกับฉัน แต่สายตาเฮียแม็คดูเหมือนกำลังหาทางพาฉันออกไปจากซากไม้เก่าๆที่อีกนิดจะกลายเป็นซากปรักพัง แต่ยิ่งขยับ เราก็ยิ่งใกล้ และมันใกล้มากซะจน...
“มั่วแล้วเฮีย ความจริงเดียกำลังกลบเกลื่อนความหวิวอยู่อ่ะ”
“เหรอ”
หึ...ก็ใช่น่ะสิ แต่ไม่ใช่เพราะหวิวจากวิวข้างล่างแล้วนะ มันหวิวในใจ เวลาใกล้เขามากๆต่างหากล่ะ :)
'ออกไปเล่นข้างนอกดีกว่า เดินตามเรามาเลยนะ เอามือมาด้วย เราจะจับไว้เอง'
'แต่ว่า...'
หมับ!
'เชื่อใจเราเถอะน่า'
แล้วก็นะ...เพราะเชื่อใจเขา เวลาจวนตัวฉันถึงเรียกหาเขาไงล่ะ :)
คุณอาจจะชอบ





