
ห้ามหย่า
ตอน 2
ค่ำคืนนั้น รถยนต์แล่นไปตามถนนอันว่างเปล่าไร้ผู้คน
“ปัง!”
จู่ ๆ เสียงปืนก็ดังสนั่นขึ้นอย่างกะทันหัน
กระจกหน้าต่างรถแตกกระจาย!
เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้น บรรดาร้านค้าประปรายข้างถนนรีบปิดร้านทันที
คนขับรถที่มาส่งเสิ่นเยวียนถึงกับตกใจจนวิญญาณแทบหลุด เขารีบหักพวงมาลัยหลบ แต่กลับพุ่งชนข้างทางจนสลบไปเสียอย่างนั้น
เสิ่นเยวียนเองก็ถูกแรงกระแทกจนอยู่ในสภาพมึนงงเช่นกัน
เธอพยายามพยุงศีรษะ มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเปลวไฟลุกโชติช่วงอยู่ไม่ไกล!
ให้ตายเถอะ!
ดันมาเจอเหตุการณ์ยิงปะทะเข้าแล้ว!
น่าจะเป็นพวกแก๊งมาเฟียที่กำลังแย่งชิงอาณาเขตกัน!
เสิ่นเยวียนพยายามตั้งสติ เธอเปิดประตูรถแล้วเดินลงไป โดยจะไปแอบอยู่ข้างทาง
แต่แล้วก็เห็นชายร่างสูงใหญ่ดูสง่างามคนหนึ่งพุ่งตรงมาทางเธอ เขามาพร้อมกับลาดไหล่ที่แผ่กว้างรับกับช่วงเอวสอบ เรียกได้ว่ารูปร่างดีเยี่ยม
เขาสวมหน้ากากปิดบังเอาไว้จึงมองไม่เห็นใบหน้า แต่ดวงตาสีดำลึกล้ำราวกับหินออบซิเดียนและสันจมูกที่โด่งคมที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
บริเวณหน้าท้องแกร่งมีคราบเลือดเปื้อนอยู่ เห็นได้ชัดว่าได้รับบาดเจ็บ
ชายคนนั้นวิ่งโซเซมาถึงตัวเสิ่นเยวียน ก่อนจะล้มหัวทิ่มลงหมดสติอยู่ตรงหน้าเธอ
ไม่นานนัก กลุ่มชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ที่มีรอยสักหัวกะโหลกบนแขนก็กรูกันเข้ามา
กลุ่มคนเหล่านี้เข้ามาล้อมรอบเสิ่นเยวียนและชายคนนั้นเอาไว้
“ดีเลย! มันสลบไปแล้ว รีบส่งมันไปลงนรกซะ!”
ชายหัวโล้นที่เป็นหัวหน้าแก๊งยกปืนขึ้น เตรียมจะลั่นไกใส่ชายร่างสูงใหญ่ที่นอนอยู่บนพื้น
แต่แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเสิ่นเยวียน
เป็นเพราะต้องส่งตัวไปทำให้คนอื่นมีความสุข เสิ่นเยวียนจึงถูกแต่งตัวให้ดูงดงามยั่วยวนอย่างยิ่ง
เธอสวมชุดเดรสรัดรูปสีแดงสด ซึ่งโอบรัดทรวดทรงอันเย้ายวนของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับปีศาจสาวจอมยั่วสวาท ผิวของเธอขาวราวหิมะ ผมยาวถูกดัดเป็นลอนปล่อยสยายลงบนเรือนร่าง
แต่ใบหน้าขาวผ่องของเธอกลับบริสุทธิ์งดงามราวกับตุ๊กตา ดูเธอไร้เดียงสามาก
ความไร้เดียงสาบนใบหน้าที่มาพร้อมกับเรือนร่างอันเย้ายวน ทำให้ใครก็ตามที่มองต่างต้องรู้สึกแห้งผากไปทั้งปากคอ
ชายหัวโล้นและสมุนของเขาถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ
พวกเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงที่สวยขนาดนี้มาก่อนเลย
สายตาของเขาฉายแววหื่นกระหายขึ้นมาทันที
“พวกแกฆ่ามันซะ ส่วนสาวสวยคนนี้ ฉันจะจัดการเอง!”
ชายหัวโล้นพุ่งเข้าหาเสิ่นเยวียนด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือ ก่อนกดร่างของเธอแนบลงกับกระจกหน้าต่างรถอย่างแรง......
“อย่า อย่านะ!”
เสิ่นเยวียนเผยสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด น่าสงสารจนใครเห็นก็ต้องเวทนา “ฉันขอร้องล่ะ อย่าทำร้ายฉันเลย”
“คนสวย ฉันจะทำร้ายเธอได้ยังไง ฉันจะทำให้เธอมีความสุขต่างหาก!” ชายหัวโล้นหัวเราะอย่างวิปริต มองใบหน้าอันหวาดกลัวของเธอด้วยความตื่นเต้น สมุนที่อยู่ด้านหลังก็มองมาด้วยสายตาหื่นกระหายเช่นกัน รอชมภาพเจ้านายของพวกมันปู้ยี่ปู้ยำหญิงงาม
แต่ทันใดนั้นเอง จู่ ๆ มือเรียวของเสิ่นเยวียนกลับคว้าปากกาสแตนเลสด้ามหนึ่งขึ้นมา แล้วเสียบมันเข้าที่ลำคอของชายหัวโล้นอย่างแรง
ร่างใหญ่โตของชายหัวโล้นชะงักค้าง เลือดสด ๆ พลันไหลทะลักออกมาจากแผลบนลำคอ เขายกมือขึ้นกุมลำคอขณะจ้องมองเสิ่นเยวียนด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
เวลานี้เสิ่นเยวียนไม่มีเค้าความหวาดกลัวเหมือนที่เธอแสดงออกเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย ดวงตาใสประดุจคริสตัลฉายแววเย็นเยียบ
เมื่อครู่เธอยังเป็นหญิงสาวอ่อนหวานงดงามราวกับนางฟ้าอยู่เลย แต่ตอนนี้ใบหน้านั้นกลับแปดเปื้อนด้วยรอยเลือด นี่มันกุหลาบแห่งนรกชัด ๆ !
“นังสารเลว แกรนหาที่ตายแล้ว!”
เหล่าลูกสมุนที่เหลือต่างอึ้งกันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพุ่งเข้ามาหมายจะฆ่าเสิ่นเยวียนทิ้งเสีย
แต่เธอตวาดเสียงเฉียบคม
“อย่าขยับ ไม่อย่างนั้นฉันจะดึงปากกานี้ออกเดี๋ยวนี้! แล้วเขาจะตายในทันที!”
ทุกคนต่างพากันชะงัก
ไม่กล้าเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
แต่แล้วในขณะนั้นเอง
ชายร่างสูงที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นมาตลอด กลับยกปืนขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลั่นไกใส่พวกมันจนเลือดสาดกระเซ็น ตายหมดสิ้นในพริบตา!
เห็นได้ชัดว่าอาการบาดเจ็บเมื่อครู่เป็นเพียงการเสแสร้งเท่านั้น
แม้แต่ชายหัวโล้นที่เสิ่นเยวียนควบคุมอยู่ก็ถูกยิงเข้าที่ศีรษะจนเนื้อสมองกระจายเกลื่อน
เสิ่นเยวียนมีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็ว รีบเบี่ยงหน้าหลบทันที
แต่ก็หลบได้เพียงใบหน้าเท่านั้น
เลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าและเส้นผมของเธอเต็มไปหมด
“แหวะ!”
กลิ่นคาวเลือดรุนแรงทำให้เสิ่นเยวียนทนไม่ไหวอีกต่อไป ปฏิกิริยาทางกายสั่งให้เธอรีบหันหน้าหนีไปสะอิดสะเอียนทันที
ขาของเธออ่อนแรงลงในพริบตา จนทั้งร่างของเธอถึงกับล้มลงไปด้านข้าง
แต่ขณะที่ร่างบอบบางกำลังจะร่วงลงถึงพื้นนั้น
ชายคนนั้นกลับคว้าเอวของเสิ่นเยวียนไว้ โอบทั้งร่างเธอเข้าสู่อ้อมแขน ก่อนจะยกยิ้มบางเบา
“ตัวเล็ก เมื่อกี้เธอยังปกป้องตัวเองได้อยู่เลยไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ถึงหมดแรงซะแล้วล่ะ?”
เสิ่นเยวียนขวัญผวาจนตัวสั่น รีบผลักเขาออกไปด้วยสีหน้าระแวดระวัง
“ปล่อยฉัน!”
แต่แล้วในตอนนั้นเอง บนถนนที่เคยว่างเปล่า จู่ ๆ ก็มีชายชุดดำจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นนับไม่ถ้วน
แม้แต่บนยอดตึกสูงโดยรอบก็ยังมีเหล่านักแม่นปืนระยะไกลยืนประจำอยู่เต็มไปหมด
พวกเขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบราวกับได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี พร้อมกับมีอาวุธครบมือ
บนร่างของพวกเขาแต่ละคนเต็มไปด้วยรังสีสังหารที่แผ่ซ่าน ดูก็รู้ว่าเคยผ่านการคร่าชีวิตมาไม่น้อย
เสิ่นเยวียนยังเห็นอีกว่า ในมือของบางคนถึงกับมีทั้งปืนกลและเครื่องยิงจรวดเลยทีเดียว!
นี่มันไม่ต่างจากกองทัพที่ได้รับการฝึกฝนจากรัฐบาลเลยสักนิด!
แต่เหล่าชายชุดดำที่น่าหวาดกลัวอย่างยิ่งเหล่านี้ กลับคุกเข่าลงราวกับอันเชิญเทพเจ้าเมื่อเห็นชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
ผู้คนมากมายเหล่านั้นก้มโค้งศีรษะลงโดยพร้อมเพรียงกัน
ชายชุดดำที่เป็นหัวหน้าเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเคารพอย่างถึงที่สุด “คุณชายเซียว โปรดสั่งการครับ”
เสิ่นเยวียนถึงกับตกตะลึงจนเผลอหลุดปากออกมาอย่างอดไม่ได้
“คุณชายเซียว? คุณคือเซียวเป่ยหานงั้นเหรอ? !”
คุณอาจจะชอบ





