
ห้ามหย่า
ตอน 3
เซียวเป่ยหานรับผ้าเช็ดหน้าที่เหยียนหุยคนสนิทของเขายื่นให้
เขาค่อย ๆ เช็ดคราบเลือดบนมืออย่างไม่รีบร้อน ท่วงท่าดูสง่างามมาก
จากนั้นก็ถอดหน้ากากออกอย่างเชื่องช้า
ภายใต้หน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาชวนให้ตกตะลึง
นัยน์ตาของชายหนุ่มประกายแววลุ่มลึกดำสนิท คล้ายห้วงเหวที่ดึงดูดให้คนจมดิ่งไม่มีที่สิ้นสุด
ถัดจากสันจมูกสูงโด่งโดดเด่นลงมา คือริมฝีปากบางที่มีรูปทรงงดงาม
ใบหน้าคมคายราวกับรูปสลักของชาวกรีกโบราณเปี่ยมไปด้วยพลังและเสน่ห์อันงามสง่า จนดูราวกับไม่ใช่มนุษย์อย่างแท้จริง
นี่คือใบหน้าที่ราวกับถูกสวรรค์บรรจงสร้างขึ้นมาอย่างแน่แท้ งดงามสะกดใจยิ่งกว่าดาราระดับท็อปในวงการบันเทิงหลายเท่าตัวเสียด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่ทรงอำนาจกว่าความงาม คือออร่าอันแข็งแกร่งของชายหนุ่ม
นั่นเป็นอำนาจของผู้ที่อยู่เหนือผู้คน ผู้ที่นั่งอยู่บนจุดสูงสุดมาโดยตลอด และสามารถกำหนดชะตาชีวิตของคนมากมายได้ในพริบตา
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม?” เซียวเป่ยหานยิ้มบาง แววตาสีดำขลับฉายแววอันตรายเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะจางหายไป
เสิ่นเยวียนเบิกตากว้างทันที
ชื่อนี้เปรียบเสมือนตัวแทนของตำนาน
เซียวเป่ยหานเดิมเป็นเพียงคนจากสายรองของตระกูลเซียว ออกไปต่อสู้ดิ้นรนเพียงลำพังและหายสาบสูญไปสิบปี
ทว่าเมื่อเขาหวนกลับมา เขาสามารถใช้เพียงพลังของตัวเองกวาดล้างอำนาจมืดของประเทศนี้ได้ และกลายเป็นราชาแห่งโลกมืดได้สำเร็จ!
แม้แต่ประธานาธิบดีก็ยังต้องเกรงใจเขา
อดีตคู่หมั้นของเสิ่นเยวียน......
ตระกูลเซียวที่อยู่เบื้องหลังเซียวอี้ ก็เพราะมีเซียวเป่ยหานอยู่
ทำให้สามารถก้าวกระโดดจากตระกูลธรรมดาขึ้นไปเป็นตระกูลชั้นสูงได้
ว่ากันตามลำดับเครือญาติแล้ว เซียวอี้เป็นหลานชายของเซียวเป่ยหาน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากไม่มีเรื่องวุ่นวายในงานแต่งงาน เสิ่นเยวียนก็คงได้เป็นหลานสะใภ้ของเซียวเป่ยหานไปแล้ว
แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตระกูลหลี่ที่เสิ่นเมิ่งน้องสาวของเธอ ข่มขู่ให้เธอไปถวายตัวนั่นต่างหาก
แม้ว่าจะเป็นผู้ควบคุมเมืองซูรา แต่เมื่อเทียบกับอำนาจมืดของเซียวเป่ยหานแล้ว ก็เทียบอะไรไม่ได้เลย!
ก็ไม่ต่างอะไรกับ......
แมลงตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ใต้เท้าช้างเท่านั้น!
จู่ ๆ เสิ่นเยวียนก็เกิดความคิดหนึ่งแวบขึ้นมา
ถ้าหากเธอขอความช่วยเหลือจากผู้ชายคนนี้ เช่นนั้นเธอก็จะไม่ต้องเสียตัว และแม่ของเธอก็อาจจะได้รับการช่วยเหลือด้วยใช่หรือไม่?
เสิ่นเยวียนสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนลองถามหยั่งเชิง “เมื่อครู่ฉันก็ถือว่าช่วยคุณไปแล้ว คุณก็พอจะช่วยฉันสักเรื่องได้ไหมล่ะ”
แววตาสีดำขลับของชายหนุ่มฉายประกายความสนใจขึ้นมาวาบหนึ่ง
นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้หญิงสามารถรักษาความสงบนิ่งต่อหน้าเขาได้เช่นนี้ แถมเพิ่งเห็นเขาฆ่าคนไปหมาด ๆ ด้วยซ้ำ
เซียวเป่ยหานเกิดความสนใจขึ้นมาแล้ว
เขาก้าวเดินเข้าไปหาเสิ่นเยวียนด้วยท่าทีสงบนิ่งและแฝงไปด้วยความเกียจคร้าน
ปลายนิ้วยาวเรียวที่มีข้อกระดูกเด่นชัดยื่นมาบีบปลายคางเล็กแสนละเอียดอ่อนของเสิ่นเยวียน
ดวงตาคมเข้มหรี่ลง จ้องมองเธอด้วยสายตาเจือแววหยอกเย้า
สุ้มเสียงของเขาทุ้มลึกเปี่ยมเสน่ห์เหลือแสน
“เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังต่อรองกับใครอยู่? ไม่กลัวว่าฉันจะฆ่าเธอเหรอ”
หัวใจของเสิ่นเยวียนเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ อำนาจและแรงกดดันจากชายคนนี้หนักหน่วงราวกับซาตานจากขุมนรกไม่มีผิด บดขยี้เธอจนแทบหายใจไม่ออก
ผู้ชายคนนี้ อันตรายถึงขีดสุด
การต่อรองกับเขาก็ไม่ต่างจากการเดินเข้าไปในถ้ำเสือ!
แต่นอกจากเซียวเป่ยหาน เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้วจริง ๆ
“ฉันเคยเรียนปริญญาเอกด้านเคมีและการแพทย์ ได้รับสิทธิบัตรดีเด่นมากมาย ถ้าคุณช่วยฉัน ฉันสามารถทำเงินให้คุณได้นะ!”
ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
“ฉันไม่ขาดเหลือเรื่องเงิน”
ปลายนิ้วของเขาเลื่อนไปสัมผัสแก้มนุ่ม ๆ ของเสิ่นเยวียน
เสิ่นเยวียนรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่ติดอยู่บนมือของเขาอย่างชัดเจน
บรรยากาศเย็นยะเยือกและแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวยังคงโอบล้อมเธอไม่สร่างคลาย
แม้ว่าสีหน้าของชายหนุ่มจะดูอ่อนโยน แต่เสิ่นเยวียนไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย
เธอเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง
“คุณ…… ต้องการอะไร ขอแค่ฉันสามารถให้ได้ ฉันยินดีแลกทุกอย่างค่ะ”
คำพูดเหล่านี้ทำให้แววตาของเซียวเป่ยหานเปลี่ยนไปทันที
ในที่สุด ดวงตาสีดำลึกล้ำราวกับเหวลึกของชายหนุ่มก็สะท้อนภาพของเสิ่นเยวียนขึ้นมา
ราวกับเทพเจ้าผู้สูงส่งที่ยอมปรายตามองผู้ศรัทธาเป็นครั้งแรก
“ทุกอย่างเลยเหรอ?”
จู่ ๆ ชายหนุ่มก็หัวเราะออกมาเบา ๆ “งั้น…… ฉันต้องการสิ่งนี้”
พูดจบ มือข้างหนึ่งของเขาพลันโอบรอบเอวคอดของเสิ่นเยวียน ส่วนอีกมือหนึ่งตรึงกรอบคางเล็กบางของเสิ่นเยวียนเอาไว้
จากนั้น......
ท่ามกลางสายตาของทุกคน เขาถึงกับก้มลงประทับจูบที่ลึกซึ้ง!
คุณอาจจะชอบ





