ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เสวี่ยอี้ หมอยาสาวเจ้าเสน่ห์

เสวี่ยอี้ หมอยาสาวเจ้าเสน่ห์

เมื่อความรักที่เคยมีให้กลับกลายเป็นความเจ็บปวดจากการกระทำของท่านอ๋องผู้เป็นสามี เสวี่ยอี้ หมอยาสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความสามารถและเสน่ห์ล้นเหลือจึงไม่ยอมทนอยู่ใต้เงาของความเสียใจอีกต่อไป นางตัดสินใจประกาศกร้าวอย่างเด็ดเดี่ยวว่าหากเขายังคงทำร้ายความรู้สึกของนางเช่นนี้ การหย่าขาดจากกันคงเป็นทางออกเดียวที่เหลืออยู่ เพื่อทวงคืนอิสระและศักดิ์ศรีของตนเองกลับมาในฐานะสตรีผู้ไม่ง้อความรักที่ไร้ค่าอีกต่อไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

ณ จวนอ๋องแปด

“จากการที่กระหม่อม ติดตามดูความเคลื่อนไหวของบุตรีสกุลซ่ง ล่าสุดพบว่า แม่นางเสวี่ยอี้ อยู่บนเขากับชายหนุ่มผู้หนึ่งขอรับ” ซือมิ่ง ชายหนุ่มองครักษ์คนสนิทของอ๋องแปดเอ่ยรายงานเจ้านายตน หลังจากที่ได้ไปติดตามดูชายาพระราชทานของอ๋องแปดทุกย่างก้าวตามคำสั่งการ

อ๋องแปดกระตุกยิ้มที่มุมปาก ยืนกอดอก มองทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง พลางเอ่ย “งั้นหรือ...ข้าคิดไม่ผิดจริง ๆ นางจะต้องไม่ธรรมดา ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านพ่อให้ข้าแต่งงานกับนาง”

“แต่...ยิ่งกว่านั้นคือ…” ซือมิ่งเอ่ยเสียงยืดยาว ตะกุกตะกัก

“เจ้าตั้งใจจะบอกอะไรข้า!” อ๋องแปดเอ่ยน้ำเสียงขึม ชักสีหน้ารำคาญ ก่อนที่จะหันไปเพ่งมองรอคำตอบจากซือมิ่งอย่างใจจดใจจ่อ

“ข้าเห็นชายหนุ่มผู้นั้นคือ…”

.

.

.

“องค์รัชทายาทขอรับ”

สีหน้าของอ๋องแปดเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น เพราะตั้งแต่เด็กยันโต อ๋องแปดตั้งตนเป็นปรปักษ์กับอ๋องสิบ องค์รัชทายาทในปัจจุบันมาโดยตลอด

ความรักของบิดา ที่เป็นกษัตริย์ของแผ่นดินต้าฉิง มิเคยเพิ่มขึ้นเลยหลังจากที่ฮองเฮาได้ตั้งครรภ์และคลอดบุตรชายคนเดียวของเขาออกมา

มารดาของอ๋องแปดที่ดำรงตำแหน่งเป็นเหม่ยเหริน ก็ยิ่งถูกลดความสำคัญลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็นผู้ถูกลืมในที่สุด โดยที่ฮ่องเต้ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองมาเลยแม้แต่น้อย

ความอิจฉาริษยานี้ ฝังลึกอยู่ในใจของอ๋องแปดมาเนิ่นนาน ยากที่จะลบเลือน และยิ่งได้รู้ว่า เสวี่ยอี้ สตรีผู้ที่จะต้องแต่งงานด้วย มีความสัมพันธ์กับรัชทายาท ศัตรูตัวฉกาจของเขา เขาจึงรู้สึกเหมือนโดนแย่งของบางอย่างที่กำลังจะมาเป็นของเขาไปเสียดื้อ ๆ

"อ๋องสิบ! เจ้าอีกแล้วหรือ! " อ๋องแปดแสดงแววตาแข็งกร้าว เอ่ยตะคอกเสียงลั่นด้วยความไม่พอใจ

"กระหม่อมไม่แน่ใจว่า เป็นเหตุบังเอิญหรือไม่นะขอรับ กระหม่อมซุ่มมองอยู่ไกล ๆ หากใกล้กว่านี้ องค์รัชทายาทจะต้องรู้เป็นแน่"

“หากเป็นชายอื่น ข้าคงไม่สนใจ แต่นี่เป็นอ๋องสิบ เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ!”

“กระหม่อมคิดว่า อ๋องสิบจะต้องหาทางเล่นงานยั่วยุท่านอ๋องเป็นแน่ขอรับ”

“หึ! ก็คงเป็นเช่นนั้น หญิงงามมีมากมายบนแผ่นดินต้าฉาง สำหรับอ๋องสิบแล้ว ไม่มีคำว่าบังเอิญเป็นแน่ ข้าเจ็บใจนัก!”

“กระหม่อมก็คิดเช่นนั้นขอรับ”

“ข้าจะไม่ยอมให้อ๋องสิบมาแย่งของ ๆ ข้าไปอีกเป็นแน่ นางเป็นของข้า และจะเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว!”

.

.

.

“ใครเป็นของผู้ใดกันหรือเพคะ....” สตรีงามนางหนึ่ง นามว่า “หลี่ถิง” เอ่ยดังขึ้นขัดจังหวะ

อ๋องแปดและซือมิ่งหยุดชะงักและหันมองมาที่นางเป็นตาเดียวกัน

นางค่อย ๆ เดินเข้ามาข้างในเรือนพักของอ๋องแปดด้วยท่วงท่าสง่างามอ่อนโยน ม่านตาของนางกะพริบขึ้นลงอย่างช้า ๆ ตามจังหวะการก้าวเดิน พร้อมกับรอยยิ้มอันเจิดจรัสงดงามราวกับดอกไม้ที่บานสะพรั่ง

“งานอภิเษกสมรสของท่านอ๋องกับธิดาตระกูลซ่งจะมาถึงในไม่ช้านี้ ท่านอ๋องจะมายืนไม่สบอารมณ์เช่นนี้ได้อย่างไรกันเพคะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยแววตาเศร้าสร้อยพลางส่งยิ้มบางเบา ที่แลดูขัดแย้งกับคำพูดของนางยิ่งนัก

อ๋องแปดเผยสีหน้าตกใจเล็กน้อย ที่เห็นหลี่ถิง ปุ๊บปั๊บโผล่มาเข้าในเรือนโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เขาขยิบตาส่งสัญญาณให้ซือมิ่งออกไปจากเรือน ก่อนที่จะหันมาเอ่ยกับหลี่ถิงด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “หลี่ถิง... เหตุใดเจ้าถึงเข้ามาหาข้าเงียบๆ เจ้าแอบดูข้างั้นหรือ”

“หากส่งเสียงดัง หรือบอกกล่าวเสียก่อน หม่อมฉันก็คงไม่ได้เห็นกับตา ว่าตอนนี้ ท่านอ๋องมิได้โศกเศร้าเสียใจเลยแม้แต่น้อย”

"เหตุใดเจ้าถึงคิดเช่นนั้น ข้าทุกข์ใจแค่ไหนเจ้ารู้หรือไม่" อ๋องแปดเอ่ยพลางส่งสายตามองหลี่ถิงอย่างอาลัยอาวรณ์ไม่หยุดหย่อน

หลี่ถิงก้มหน้าก้มตานิ่งเงียบไม่เอ่ยตอบคำใด

บรรยากาศเงียบงันฉับพลัน อ๋องแปดต้องการสร้างบรรยากาศที่ดีกว่านี้กับนาง เขาจึงเอ่ยชักชวนนางออกไปข้างนอก “หลี่ถิง... เจ้าออกไปเดินเล่นกับข้าได้หรือไม่”

“เพคะ…” หลี่ถิงพยักหน้าตอบรับคำเชิญแต่โดยดี

อ๋องแปดเดินจูงมือหลี่ถิงมาที่สวนกลางจวนของตน

ด้วยความสนิทสนมทำให้ทั้งคู่ยืนแนบชิดติดกันและหยอกล้อกันอย่างไม่เคอะเขิน

อ๋องแปดจ้องมองหลี่ถิงด้วยแววตาลึกซึ้งเป็นประกาย พลางเอ่ย “หลี่ถิง...เจ้าจำตอนที่เรายังเด็กได้หรือไม่ เราสัญญากันว่า เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”

“จำได้สิเพคะ หม่อมฉันมีความสุขทุกครั้งที่ได้นึกถึง แต่ตอนนี้…หม่อมฉันต้องเก็บไว้เป็นความทรงจำแต่เพียงผู้เดียว” หลี่ถิงเอ่ยพลางมองต่ำ เบือนหน้าหนีไปอีกทาง

"หลี่ถิง...เจ้ารู้หรือไม่ ว่าข้ารักเจ้ามากเพียงใด เจ้าคือสตรีนางเดียวที่อยู่ในหัวใจของข้า"

"ถึงแม้ตอนนี้ท่านอ๋องจะสารภาพรักกับหม่อมฉัน สุดท้ายแล้ว ท่านอ๋องก็ต้องแต่งงานกับบุตรีตระกูลซ่งเข้าจวนอยู่ดีใช่หรือไม่เพคะ"

อ๋องแปดชะงักนิ่งเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขามิอาจทำสิ่งใดได้ ในเมื่อการแต่งงานครั้งนี้เป็นพระราชทานของฮ่องเต้ บิดาของเขา ที่เขามิอาจฝ่าฝืนพระบัญชาได้

"หลี่ถิง...เจ้าก็รู้เหตุผลของข้า"

"เพคะ แต่...หม่อมฉันก็รู้สึกเจ็บปวดใจทุกครั้ง"

อ๋องแปดใช้มือทั้งสองข้างจับไปที่ใบหน้าของหลี่ถิงอย่างอ่อนโยน พลางส่งสายตาลึกซึ้งเปล่งประกาย "หลี่ถิง...ข้ารู้ว่าเจ้ารู้สึกเช่นไร ข้าขอโทษ แต่เจ้าได้โปรดรู้ไว้ว่าไม่มีสตรีนางไหนมาแทนที่เจ้าได้"

หลังเอ่ยจบ อ๋องแปดก็ค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หลี่ถิง ก่อนที่จะจุมพิตไปที่ริมฝีปากของนางอย่างนุ่มนวล

หลี่ถิงปิดม่านตาลงและตอบรับจูบนั้นด้วยความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้า เพราะนางรับรู้ได้ว่า นี่คงเป็นจูบสุดท้ายจากชายผู้เป็นที่รักของนางแล้ว

โชคชะตาช่างทำร้ายข้ายิ่งนัก หากชาติหน้ามีจริง ขอให้ข้า อย่าได้พลัดพรากจากชายผู้ซึ่งเป็นที่รัก เหมือนดั่งเช่นชาตินี้อีกเลย

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รสรักเสน่หา
9.0
อักษราถูกเจ้าของเกาะใจร้ายโยนลงทะเลทั้งที่ยังถูกมัดมือมัดเท้าและปิดปาก แม้ลูกน้องจะสงสารแต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง เธอฟื้นคืนสติท่ามกลางความหนาวเหน็บและพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดในน้ำด้วยความลำบาก จนกระทั่งชายร่างสูงใหญ่เจ้าของแววตาดุดันเดินลุยน้ำเข้ามาประจันหน้าพร้อมคำพูดถากถาง อักษราทำได้เพียงจ้องมองเขาด้วยความหวาดกลัวและสับสน โดยไม่อาจเอ่ยปากถามถึงเหตุผลที่เขาทำรุนแรงกับเธอเช่นนี้ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย Project N8
7.9
ในอนาคตอันใกล้ที่นวัตกรรมก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการแพทย์ พลังงาน และอวกาศ มนุษย์ต่างชื่นชมความล้ำหน้าจนอาจลืมตั้งคำถามถึงผลกระทบที่ตามมา ปัญหาใหม่ที่แฝงมากับทางออก และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนี้ Project N8 หรือชื่อที่พ้องกับจุดจบของเผ่าพันธุ์มนุษย์ กำลังท้าทายว่าโลกพร้อมรับมือกับปลายทางของความก้าวหน้าจริงหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วนี่คือสัญญาณเตือนถึงการสิ้นสุดของยุคสมัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกความจริง
หน้าปกนวนิยาย พระชายาสารพัดพิษ
8.3
บุตรีสายตรงจวนเสนาบดีผู้เคยอ่อนโยนกลับต้องจบชีวิตอย่างอนาถพร้อมลูกในท้อง หลังถูกคนรักหักหลังและครอบครัวทรยศจนสิ้นตระกูล เมื่อได้รับโอกาสเกิดใหม่ในวัยสิบสี่ปี นางจึงละทิ้งความเมตตาและลุกขึ้นมาทวงแค้น ป้าที่หวังอำนาจ น้องสาวจอมฉวยโอกาส และอดีตสามีโฉดจักต้องพินาศด้วยน้ำมือของนาง ทว่าท่ามกลางเพลิงแค้นที่นางก่อเพื่อเปลี่ยนโชคชะตา กลับมีบุรุษลึกลับก้าวเข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือในสงครามประสาทครั้งนี้อย่างไม่คาดคิด
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
7.9
เมื่อวิญญาณของนักฆ่าสาวผู้ไร้ความปรานีอันดับหนึ่งได้ข้ามมิติมาสวมร่างหญิงสาวผู้มีใบหน้าอัปลักษณ์ในยุคโบราณ เธอต้องเผชิญกับชีวิตที่แสนรันทดท่ามกลางการดูถูกเหยียดหยามและการกลั่นแกล้งสารพัดจากผู้คนรอบข้างที่รุมสาปส่งเธออย่างไม่ใยดี ทว่าด้วยจิตวิญญาณของเพชฌฆาตสาวผู้แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว เธอจึงพร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและเปลี่ยนโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ให้กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ทุกคนต้องยำเกรงในความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ทุกคนเคยดูแคลน
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจองครักษ์เถื่อน
9.4
ความต่างของฐานะและหน้าที่อันหนักอึ้งบีบบังคับให้ 'ฮะมีส' ต้องสะกดกลั้นความรักที่มีต่อ 'จัสทีน่า' ไว้ภายใต้ความเย็นชา เขาทำได้เพียงเฝ้าคุ้มครองเธออยู่ห่าง ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาตัดสินใจจากไปโดยไร้คำร่ำลา ทิ้งไว้เพียงบาดแผลลึกในใจที่กรีดกินความรู้สึกของหญิงสาว การหายตัวไปอย่างกะทันหันของเขาเปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนและสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่เธออย่างแสนสาหัส จนเกือบจะพรากลมหายใจสุดท้ายของเธอไปพร้อมกับความทรงจำที่แตกสลายในอดีต
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ