
เมียผมน่ารักจัง
ตอน 2
หลังจากอาบน้ำเสร็จ กู้ชิงเฉิงก็มุดตัวเข้าผ้าห่มไป
แต่คืนนั้นเตียงกลับเหมือนจะเย็นเป็นพิเศษ ไม่ว่าเธอจะนอนยังไงก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันอุ่นขึ้นเลย
เวลาหกโมงเช้า
เธอได้รับโทรศัพท์จากว่าที่แม่สามีว่า “วันแต่งงานกำหนดไว้แล้ว อีกสามเดือน มีฤกษ์ดี”
วันเวลานั้น เจียงชูหลานน่าจะไปให้คนดูฤกษ์แต่งงานให้แล้ว
“ที่โทรมาหาเธอก็เพราะอยากจะเตือนเธอ เธอควรรีบบอกให้พ่อแม่ของเธอเตรียมตัวเร็ว ๆ”
“ถึงแม้ว่าตระกูลมู่ของพวกเราจะร่ำรวย แต่ก็อย่าคิดว่าเราโง่ ตระกูลกู้ของพวกเธออย่าคิดที่จะมาขายลูกสาวกิน แล้วก็เตรียมสินสมรสฝ่ายเจ้าสาวไว้ด้วยล่ะ อย่าทำให้มันดูแย่นัก ขายหน้าฉัน”
กู้ชิงเฉิงตอบกลับไปว่า “ได้ค่ะคุณป้า เดี๋ยวฉันจะไปบอกพ่อฉันค่ะ คุณป้าวางใจเถอะค่ะ ฉันไม่ต้องการสินสอดทองหมั้นอะไรทั้งนั้น”
แต่คำพูดเหล่านี้ กลับไม่ได้ทำให้เจียงชูหลานรู้สึกพึงพอใจ
แถมเธอยังหัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมาด้วย “สมกับเป็นของราคาถูกจริง ๆ”
กู้ชิงเฉิงที่ได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้อยากจะอธิบายอะไรเพิ่มเติม
มีแต่ตัวเธอเองเท่านั้นที่รู้ดีว่า หากได้สินสอดมาแล้ว มันจะตกไปอยู่ในมือของพ่อที่ไร้หัวใจกับแม่เลี้ยงใจร้ายของเธอ
“ฉันไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าถิงเซียวไปสนใจอะไรในตัวเธอ เธอทั้งจนทั้งใจแคบ”
“ถ้าไม่ใช่เพราะลูกชายของฉันอยากแต่งงานกับเธอ แล้วคุณย่าก็เห็นด้วย ให้ตายยังไงฉันก็ไม่มีทางยอม”
ก่อนจะวางสาย เจียงชูหลานยังบ่นต่ออีกยกหนึ่ง
กู้ชิงเฉิงได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น
ก็จริง!
การหมั้นหมายของเธอกับมู่ถิงเซียว ดูเหมือนเป็นความฝันอย่างไรอย่างนั้น
แต่การได้แต่งงานกับมู่ถิงเซียวและเป็นภรรยาของเขา มันคือความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตนี้ของเธอแล้ว
ตอนอายุสิบห้า.....
แม่เลี้ยงของเธออ้างว่าจะพาเธอไปร่วมงานปาร์ตี้ของคุณหญิงคุณนายไฮโซ ซึ่งสถานที่จัดงานก็คือบ้านของตระกูลมู่นั่นเอง
เธอถูกแม่เลี้ยงวางแผนเล่นงาน จนพลาดตกลงไปในสระว่ายน้ำ
กู้ชิงเฉิงคิดว่า เธอจะต้องตายแน่ ๆ
แต่เธอกลับไม่คิดไม่ฝันเลยว่า ในตอนนั้นจะมีชายหนุ่มคนหนึ่งกระโดดลงมา
เขาอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขนและช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำเย็น ๆ ทำให้เธอรอดพ้นความตายมาได้
ตอนที่เธอฟื้นขึ้นมา เธอก็เห็นเพียงแผ่นหลังของเขาที่หันหลังและเดินจากไป
แต่เธอจำนาฬิกาสีดำบนข้อมือของเขาได้อย่างชัดเจน
ต่อมา เธอก็ได้รู้จักเขาจากนาฬิกาที่เหมือนกันทุกประการ
ใช่ มู่ถิงเซียวคือคนที่ช่วยเธอไว้
ด้วยความที่เธอติดหนี้บุญคุณจากการช่วยชีวิตของเขา เธอจึงมอบหัวใจทั้งดวงให้กับเขาโดยไม่เผื่อใจอะไรทั้งนั้น
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เธอก็ฝันอยากจะแต่งงานกับเขา
อยากจะจับมือเขาและใช้ชีวิตไปด้วยกันจนแก่
จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมา ทำให้ความคิดของกู้ชิงเฉิงถูกขัดจังหวะไป
ภายในชั่วพริบตา ประตูห้องนอนก็ถูกผลักเปิดออก
สีหน้าของมู่ถิงเซียวดูเหนื่อยล้าอย่างมาก แถมชุดสูทที่เขาใส่อยู่ก็ยังยับยู่ยี่ด้วย
เป็นไปตามที่คาดเอาไว้ เขาไปอยู่ดูแลเสิ่นถังมาทั้งคืน
ไหนบอกว่าจะรีบไปรีบกลับไม่ใช่รึไง?
กู้ชิงเฉิงหันหน้าหนี พยายามไม่มองไปที่เขา
แต่มู่ถิงเซียวกลับดึงเธอเข้าไปในอ้อมแขน แล้วก็จูบเธอด้วยริมฝีปากเย็น ๆ ของเขา เขาถามด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำ และอ่อนโยนว่า “โกรธเหรอ?”
กู้ชิงเฉิงหลบ ไม่ได้พูดอะไร
เธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงจากตัวเขาอย่างชัดเจนมาก ซึ่งสิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ รอยลิปสติกบนเสื้อเชิ้ตของเขามันดูสดใสและสะดุดตามาก
ร่องรอยที่เสิ่นถังประทับเอาไว้ มันเหมือนกับเข็มที่ทิ่มแทงเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
มันเจ็บจริง ๆ
“คุณยังรักเสิ่นถังอยู่มั้ย?”
ทันใดนั้นกู้ชิงเฉิงก็มองไปที่เขา แล้วก็ถามออกมาเบา ๆ
มู่ถิงเซียวยื่นมือออกมากอดเธอไว้ในอ้อมแขน
จากนั้น เสียงที่เซ็กซี่และทุ้มลึกของเขาก็พูดขึ้นว่า “วัน ๆ ในหัวของคุณมัวคิดแต่เรื่องอะไร?”
“ผมยอมรับนะว่าเสิ่นถังเป็นคนพิเศษสำหรับผม แต่ก็แค่มิตรภาพระหว่างเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้นเลย”
กู้ชิงเฉิงไม่โต้แย้งใด ๆ เธอเพียงแค่มองไปที่เขาและถามว่า “แล้วฉันล่ะ?”
“ถิงเซียว คุณรักฉันไหม?”
คุณอาจจะชอบ





