
เมียผมน่ารักจัง
ตอน 3
“ถิงเซียว คุณรักฉันไหม”
เธอจำได้แม่นเลยว่า ตอนนั้น เธอกับเขามาคบกันได้ยังไง
ในตอนนั้น เสิ่นถังวิ่งตามผู้ชายคนนึงไปต่างประเทศ
มู่ถิงเซียวเหมือนเป็นบ้าไปแล้ว เขาดื่มจนเมาหนักมาก
ซึ่งในคืนนั้น เขาบังคับเธอจับเธอกดไว้ใต้ตัวเขา เขาไม่สนใจเสียงร้องสะอึกสะอื้นของเธอเลย ครั้งแล้วครั้งเล่า จนติดใจ อยากจะได้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ
วันถัดมาเมื่อตื่นขึ้นมา เขาก็ถามเธอว่า “ถ้าคุณรู้สึกเสียเปรียบ เป็นแฟนผมได้นะ คุณตกลงไหม?”
เธอจึงพยักหน้าตอบตกลง
เรื่องของพวกเขาเริ่มต้นกันมาเช่นนั้น
มันเป็นเพียงแค่ความรับผิดชอบ ไม่ใช่ความรัก
แล้วตอนนี้ล่ะ?
เขามีความรักหรือความชอบในตัวเธอบ้างไหม?
มู่ถิงเซียวมองดูคิ้วและดวงตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ชิงเฉิง เราจะแต่งงานกันอยู่แล้ว ต่อไปคุณก็จะเป็นภรรยาของผม ผมจะดีกับคุณ ดูแลคุณ......”
ทันใดนั้น ริมฝีปากรู้สึกเย็น ๆ
นิ้วของกู้ชิงเฉิงทำให้เขาหยุดพูดไป
“ถิงเซียว ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว”
“คุณเหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยไปบริษัทก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันไปเอามาให้”
หลังจากพูดออกมาอย่างเฉยชา เธอก็หันหลัง
แต่แล้วหลังจากที่เธอหันไป น้ำตาของเธอก็เริ่มไหลออกมาจากดวงตาอย่างควบคุมไม่ได้
เขาพูดออกมาเยอะมาก มันเป็นคำพูดที่อ่อนโยน เป็นคำหวาน เป็นคำพูดที่แสนอบอุ่น......
แต่คำตอบทั้งหมด กลับเป็นการหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงประเด็นหลักอย่างสิ้นเชิง
หากมันคือความรัก เขาแค่พูดออกมาคำเดียวก็จบแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดเสริมเติมแต่งให้สวยหรูอะไร
เพราะยิ่งพูดมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเป็นการพิสูจน์ว่าไม่ได้รักมากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้นคำพูดที่เหลือ เธอจึงไม่มีความกล้าหาญที่จะฟังมันต่ออีกแล้ว
เมื่อไปถึงที่ห้องเสื้อผ้า ตอนที่เธอเพิ่งจะหยิบชุดสูทตัวหนึ่งออกมา จู่ ๆ เธอก็ถูกดึงไปกอดในอ้อมกอดที่คุ้นเคย
มู่ถิงเซียวเอาคางวางลงบนศีรษะของเธอ แล้วก็ใช้มือข้างหนึ่งจับมือเล็ก ๆ ของเธอเอาไว้
“อากาศก็ไม่เย็นสักหน่อย ทำไมมือของคุณถึงได้เย็นจัง?”
ดวงตาของกู้ชิงเฉิงยังคงมีน้ำตาคลออยู่ เธอรู้สึกอึดอัดในใจมาก
ตอนนั้นเธอไม่รู้เลยว่าควรจะตอบเขายังไงดี
ในวินาทีถัดไป ตัวของเธอก็ถูกเขาจับหันไป
เธอเงยหน้าขึ้น มองเขาทั้งที่ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาราวกับเป็นกวางน้อยตัวหนึ่ง
แววตานั้น ดูไร้เดียงสาและน่าสงสารอยู่พอสมควร ทำให้หัวใจของมู่ถิงเซียวถึงกับสั่นไหวและอดไม่ได้ที่จะจับใบหน้าของเธอไปจูบ
มู่ถิงเซียวจูบเธออย่างดุดัน ราวกับเขาอยากจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวให้มันรู้แล้วรู้รอดไป
กู้ชิงเฉิงทำได้เพียงยืนเขย่งเท้า เธอถูกบังคับให้ต้องเงยหน้าขึ้น
ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปหมด เธอหายใจเร็วมาก
แต่ในใจของเธอก็ยังคงมีความรู้สึกหวานซึ้งอยู่
หลังจากอยู่ด้วยกันมาหลายปี เหมือนจะเฉพาะตอนมีอะไรกัน เธอถึงได้เห็นความหุนหันพลันแล่นที่แทบจะไม่สนใจอะไรเลยในตัวมู่ถิงเซียว
แล้วก็มีเพียงแค่เวลานี้เท่านั้น ที่เธอได้รู้สึกว่าตนเองได้รับความรัก
“ถิงเซียว.....”
กู้ชิงเฉิงโดนจูบจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว พลันคร่ำครวญออกมา
มู่ถิงเซียวจึงได้สติ และปล่อยเธอในทันที
“ถ้าไม่ใช่เพราะต้องรีบไปบริษัท ผมอยากจะกินคุณซะเดี๋ยวนี้” เสียงของเขา ฟังแล้วรู้สึกยั่วเย้า
กู้ชิงเฉิงหน้าแดงไปหมด เธออดไม่ได้ที่จะผลักเขาออกก่อนจะพูดว่า “เมื่อคืนนี้เราเพิ่งจะ..... เพิ่งจะ……”
คำต่อจากนั้น เธอหน้าบาง เลยพูดไม่ออก
แต่มู่ถิงเซียวกลับไม่ได้สนใจอะไร เขากอดเธออย่างไม่รู้สึกอายใด ๆ “แล้วไง ภรรยาของผม ผมเอายังไงก็ไม่หนำใจ”
กู้ชิงเฉิงกำลังจะพูด แต่จู่ ๆ มือของเธอก็รู้สึกเย็นขึ้นมา
เมื่อก้มหน้ามองลงไปก็พบว่า บนข้อมือของเธอมีสร้อยข้อมือที่งดงามมากเส้นหนึ่งอยู่
ทับทิมที่เปล่งแสงเจิดจรัส ช่วยขับให้ผิวของเธอดูขาวราวกับหิมะแลดูบอบบาง
“ให้ฉันเหรอคะ?” เธอเงยหน้าขึ้นไปมองอย่างคาดไม่ถึง
“อื้ม ชอบไหม?”
“คุณเลือกเองเหรอคะ?”
มู่ถิงเซียวพยักหน้า
“ฉันชอบมาก ขอบคุณนะคะ!”
กู้ชิงเฉิงยิ้มอย่างอ่อนโยน จากนั้นก็เขย่งเท้าไปหอมแก้มเขาเบา ๆ
แต่มู่ถิงเซียวกลับไม่พอใจ เขาขมวดคิ้วและชี้ไปที่ริมฝีปากของตัวเอง
คุณอาจจะชอบ





