ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่

เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่

ในวันครบรอบแต่งงานสามปี พรกมลต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่ออภิเดชสามีของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเพียงศศิกานต์เท่านั้น แม้เธอจะตั้งครรภ์แต่เขากลับบีบบังคับให้หย่าและสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไร้เยื่อใย อภิเดชยังหูเบาเชื่อคำโกหกของศศิกานต์ที่กลั่นแกล้งเธอในที่ทำงานจนพรกมลตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง เธอเลือกเดินจากไปพร้อมกับลูกในท้องโดยไม่หันหลังกลับไปมองอดีตที่แสนโหดร้ายอีกเลย
ตอน
แชร์

ตอน 2

พรกมลนั่งเหม่อลอยอยู่ข้างเตียงตลอดทั้งคืน ขนมชั้นที่เคยสวยงามบัดนี้แห้งแข็งและมีมดขึ้น เธอหัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ แล้วกวาดมันลงถังขยะทั้งหมด

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างจนแสบตา เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้น อภิเดชกลับมาพร้อมกับกลิ่นอายของความเย็นชาในยามเช้า

เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอ มองเธอด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกผิด มีเพียงความเย็นชาและเด็ดเดี่ยว

อภิเดชหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋าแล้วโยนลงบนเตียง

'หนังสือสัญญาหย่า'

ตัวอักษรสีดำบนกระดาษสีขาวทิ่มแทงหัวใจของพรกมลจนเจ็บแปลบ

นิ้วของเธอสั่นเทาขณะหยิบมันขึ้นมา เธอพยายามกลั้นน้ำตาแล้วถามเขาว่า "ทำไมต้องเป็นวันนี้คะ"

อภิเดชกำลังจัดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างใจเย็น น้ำเสียงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก "ศศิร่างกายไม่ค่อยดี พี่ไม่อยากให้เธอต้องเสียใจอีก"

พรกมลกัดฟันแน่น พยายามดิ้นรนเป็นครั้งสุดท้าย "แล้วการแต่งงานสามปีของเราล่ะคะ มันไม่มีความหมายอะไรเลยเหรอ"

อภิเดชหัวเราะเยาะ เขาดึงเช็คใบหนึ่งออกจากกระเป๋าสตางค์แล้วโยนลงบนโต๊ะ "เงินจำนวนนี้คงพอให้เธอกลับไปใช้ชีวิตสบาย ๆ ที่บ้านนอกได้"

เช็คใบนั้นปลิวตกลงบนพื้น พรกมลรู้สึกอัปยศอดสูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกคลื่นไส้ตีขึ้นมาอีกครั้ง

เธอรีบยกมือปิดปากแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ อภิเดชขมวดคิ้ว แววตาของเขาฉายแววรังเกียจอย่างชัดเจน เขาเดินตามไปหยุดยืนอยู่ที่ประตูห้องน้ำ

พรกมลกำลังโก่งคออาเจียนอยู่หน้าอ่างล้างหน้า เธอเปิดก๊อกน้ำให้ดังที่สุดเพื่อกลบเสียงอาเจียนของตัวเอง มือของเธอเกาะขอบอ่างหินอ่อนไว้แน่นเพื่อพยุงตัว

อภิเดชยืนพิงกรอบประตู พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ไม่ต้องแสดงละครหรอก มุกเรียกร้องความสงสารแบบนี้ใช้กับพี่ไม่ได้ผล"

พรกมลหันกลับมามองเขา ขอบตาของเธอแดงก่ำ "ถ้า... ถ้าฉันท้องล่ะคะ คุณยังจะหย่ากับฉันอยู่ไหม"

เมื่อได้ยินคำว่า 'ท้อง' แววตาของอภิเดชก็เปลี่ยนเป็นดุร้ายราวกับสัตว์ป่า เขามองเธอเหมือนกำลังฟังเรื่องตลกที่น่ารังเกียจที่สุด

เขาเดินเข้ามาหาเธอช้า ๆ บีบคางของเธอไว้แน่น แล้วพูดลอดไรฟัน "ถ้าเธอกล้าแอบท้องล่ะก็ ไปเอาออกซะ ฉันไม่อนุญาตให้เธอมีลูกของฉันเด็ดขาด"

คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจของพรกมล เธอถอยหลังอย่างตกใจ เท้าของเธอเหยียบลงบนน้ำที่นองอยู่บนพื้น

"ว้าย!"

พรกมลเสียหลักล้มลงไปด้านหลัง เอวของเธอกระแทกกับขอบอ่างอาบน้ำอย่างแรงจนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแล่นไปทั่วร่างกาย แต่สัญชาตญาณความเป็นแม่ทำให้เธอยกมือขึ้นกุมท้องของตัวเองไว้แน่น ใบหน้าของเธอซีดเผือด

อภิเดชยื่นมือออกมาตามสัญชาตญาณ แต่แล้วเขาก็ชะงักมือไว้กลางอากาศ แล้วดึงกลับไปอย่างเย็นชา เขายืนมองเธอล้มลงไปต่อหน้าต่อตา

พรกมลมองมือที่เขาดึงกลับไป แสงสว่างในดวงตาของเธอดับวูบลงอย่างสมบูรณ์ เธอได้เห็นความเลือดเย็นของผู้ชายคนนี้อย่างชัดเจนแล้ว

เธอกัดฟันแน่น พยายามอดทนต่อความเจ็บปวดที่ท้องน้อย ค่อย ๆ ใช้แขนพยุงตัวเองลุกขึ้นจากขอบอ่างอาบน้ำ เธอปฏิเสธที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากเขา

พรกมลยืนตัวตรง แววตาของเธอว่างเปล่าแต่แฝงไปด้วยความแน่วแน่ เธอมองอภิเดชแล้วพูดว่า "ได้ค่ะ ฉันตกลงหย่า"

อภิเดชแปลกใจเล็กน้อยที่เธอตอบตกลงง่ายขนาดนี้ แต่ความเย็นชาก็กลับมาบดบังความรู้สึกนั้นอย่างรวดเร็ว

เขาหันหลังเดินออกจากห้องน้ำ ทิ้งท้ายไว้ว่า "พรุ่งนี้สิบโมงเช้า เอาบัตรประชาชนไปเจอกันที่สำนักงานเขต" แล้วก็เดินจากไปอย่างไม่ไยดี

เสียงประตูปิดดังขึ้นอีกครั้ง พรกมลทรุดตัวลงนั่งบนพื้นกระเบื้องที่เย็นเฉียบในห้องน้ำ เธอหอบหายใจอย่างหนัก

เธอค่อย ๆ ก้มลงมองท้องของตัวเอง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีเลือดออก เธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

พรกมลหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปลี่ยนชื่อผู้ติดต่อจาก 'พี่อภิเดช' เป็น 'คุณอภิเดช'

เธอลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้ากระจก มองดูใบหน้าที่โทรมของตัวเอง แล้วใช้น้ำเย็นล้างหน้าแรง ๆ

พรกมลเดินออกจากห้องน้ำ หยิบหนังสือสัญญาหย่าที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วเซ็นชื่อของเธอลงไปโดยไม่ลังเล

เธอวางสัญญาที่เซ็นแล้วไว้บนโต๊ะ แล้วเริ่มเก็บกระเป๋าเดินทางของตัวเอง เธอตัดสินใจแล้วว่าจะต้องหนีออกจากกรงทองแห่งนี้เพื่อลูกของเธอให้ได้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ความรักไม่ผิด ผิดที่รักคนผิด
8.6
เพียงเพราะความจริงที่ถูกบดบัง หญิงสาวจึงถูกพิพากษาให้เป็นจำเลยในสายตาเขา ชายหนุ่มประทับตราว่าเธอคือมารร้ายใจอำมหิตผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด โทสะที่สุมในอกทำให้เขาประกาศกร้าวว่าจะนำชีวิตเธอมาเซ่นไหว้เพื่อชดใช้ เส้นทางของทั้งสองจึงถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความเกลียดชังและรอยแผลบาดลึก ท่ามกลางการกระทำที่มุ่งทำร้ายกัน พวกเขาต้องเผชิญความเจ็บปวดที่ทวีความรุนแรง ม่านหมอกแห่งความเข้าใจผิดจะถูกปัดเป่าทันเวลาหรือไม่ ก่อนที่เพลิงพยาบาทจะแผดเผาทุกสิ่งจนมอดไหม้
หน้าปกนวนิยาย รักที่ทรมาน  รักที่ต้องเจ็บ
7.4
เมื่ออรอุมาตัดสินใจก้าวเข้าสู่การเป็นภรรยาของกาจ เธอหวังเพียงความรัก แต่กลับได้รับบทลงโทษจากไฟแค้น เมื่อเขาปักใจเชื่อว่าเธอคือต้นเหตุที่ทำลายความรักสิบปีของเขา ชายหนุ่มจึงสร้างนรกบนดินเพื่อทรมานเธออย่างเลือดเย็น ความโหดร้ายพุ่งถึงขีดสุดในวันคลอดลูก เมื่อเธอตกเลือดอย่างหนักจนเฉียดตาย ทว่าสามีกลับไร้เยื่อใย บังคับให้นำเลือดของเธอไปช่วยชีวิตผู้หญิงอีกคน และยังปฏิเสธลูกน้อยซึ่งเป็นสายเลือดของตนเอง เมื่ออรอุมาฟื้นคืนสติจากห้วงมฤตยู เธอจึงได้ตระหนักถึงความจริงอันแสนปวดร้าว โลกทั้งใบพังครืนลงต่อหน้า ทำให้เธอรู้ซึ้งว่าความรักที่ทุ่มเทไปนั้นมีเพียงความพ่ายแพ้และคราบน้ำตา
หน้าปกนวนิยาย ฉันไม่สามารถซ่อนความรักที่มีต่อคุณได้
8.6
เว่ยเหยียนตัดสินใจทำเรื่องที่เสี่ยงที่สุดในฐานะของเล่นลับๆ ของเหลียงเย่ถิง นั่นคือการลอบตั้งครรภ์ลูกของเขา เพื่อปกป้องชีวิตน้อยๆ เธอจึงทำทุกทางให้เขาขับไล่เธอออกไปจนสามารถพาลูกหนีไปได้สำเร็จ ทว่าเมื่อเขาตระหนักถึงความจริงจึงตามล่าจนจับตัวเธอกลับมาได้อีกครั้ง แม้เธอจะพยายามขัดขืนและประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมทนอยู่อย่างไร้ค่าอีกต่อไป แต่เหลียงเย่ถิงกลับเสนอที่จะเป็นคนดูแลทั้งเธอและลูกน้อยในอ้อมแขนนั้นไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย กุมภ์กุลยา
7.9
เมื่อความผิดพลาดจากการสั่งลูกน้องไปลักพาตัวหญิงสาวเพื่อแก้แค้น กลับทำให้กุมภ์ ธีรดล นายหัวหนุ่มผู้ดุดันได้พบกับกุลยาแทน ความวุ่นวายบนเกาะส่วนตัวเริ่มต้นขึ้นเมื่อคนเถื่อนต้องมารับมือกับหญิงสาวที่เขาเผลอทำให้หวั่นไหว แม้จะเริ่มต้นด้วยความโกรธแค้นและการกลั่นแกล้งจนเธอต้องเสียน้ำตา แต่ความใกล้ชิดและความน่าเอ็นดูของเธอกลับค่อยๆ ทลายกำแพงหัวใจของนายหัวหนุ่ม จนความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความเสน่หาที่ยากจะถอนตัวในท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนเร่าร้อน
หน้าปกนวนิยาย นางรำ
9.2
ภิไธยเศรษฐีหนุ่มมองสตรีเป็นแค่ที่ระบายตัณหา ทว่าทัศนคตินี้ต้องสั่นคลอนเมื่อพบเกนเกด นางรำผู้รักในศิลปะ เธอรับงานรำในวันเกิดของเขาผ่านชนาเพื่อนำเงินไปรักษาญาติและคนรักที่บาดเจ็บจากสงคราม แม้เขาจะใช้เงินบีบบังคับให้จำนน แต่เธอกลับเผชิญหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว ยืนกรานว่าสิ่งที่ยอมขายคือการร่ายรำ ไม่ใช่ร่างกายหรือศักดิ์ศรี ความเข้มแข็งนี้กลายเป็นบทเรียนล้ำค่าที่ทำลายความจองหอง และสอนให้เขาตระหนักถึงคุณค่าแท้จริงของหัวใจมนุษย์