ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่

เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่

ในวันครบรอบแต่งงานสามปี พรกมลต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่ออภิเดชสามีของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเพียงศศิกานต์เท่านั้น แม้เธอจะตั้งครรภ์แต่เขากลับบีบบังคับให้หย่าและสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไร้เยื่อใย อภิเดชยังหูเบาเชื่อคำโกหกของศศิกานต์ที่กลั่นแกล้งเธอในที่ทำงานจนพรกมลตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง เธอเลือกเดินจากไปพร้อมกับลูกในท้องโดยไม่หันหลังกลับไปมองอดีตที่แสนโหดร้ายอีกเลย
ตอน
แชร์

ตอน 1

พรกมลจัดขนมชั้นสีสวยที่เธอตั้งใจทำลงบนจานอย่างประณีต ความร้อนจากจานลวกปลายนิ้วจนแดง แต่เธอก็แค่เป่าเบา ๆ ความเจ็บปวดเล็กน้อยนี้เทียบไม่ได้กับความคาดหวังที่อัดแน่นในใจ

นี่คือวันครบรอบแต่งงานปีที่สามของเธอ

เสียงประตูเปิดออก พรกมลรีบเงยหน้าขึ้นมอง อภิเดช เจริญสุขโอภาส สามีของเธอกลับมาแล้ว

เขาก้าวเข้ามาในห้องนอนสุดหรูในคอนโดใจกลางกรุงเทพฯ กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงลอยมาปะทะจมูกของเธอจนแสบไปหมด

อภิเดชถอดรองเท้าหนังราคาแพงออกอย่างไม่ใส่ใจ แล้วโยนเสื้อสูทไปบนโซฟาอย่างลวก ๆ สายตาของเขาไม่ได้มองมาที่เธอหรือขนมบนโต๊ะเลยแม้แต่น้อย

"พี่อภิเดชคะ" พรกมลเรียกเสียงเบา พนมมือไหว้ตามความเคยชิน เธอกำลังจะก้าวเข้าไปช่วยเขาถอดเนคไท

แต่อภิเดชกลับคว้าข้อมือของเธอไว้ก่อน แรงบีบที่ส่งผ่านมาทำให้เธอต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความเจ็บ

"อ๊ะ!"

เขาไม่พูดอะไรสักคำ แต่ลากเธอไปที่ผนังแล้วกดร่างเธอไว้ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ของเขา ริมฝีปากของเขาบดเบียดลงมาอย่างรุนแรงจนเธอแทบหายใจไม่ออก กลิ่นเหล้าที่รุนแรงทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้

พรกมลพยายามดิ้นรนผลักไสเขาออกไป แต่เมื่อได้กลิ่นโคโลญจน์ที่คุ้นเคยซึ่งเป็นกลิ่นประจำตัวของเขา ความรักที่เธอแอบมีให้เขามาตลอดสิบปีก็ทำให้ร่างกายของเธออ่อนลง ในที่สุดเธอก็หลับตาลง ยอมรับการกระทำอันป่าเถื่อนของเขาแต่โดยดี

แต่ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะร้อนแรงขึ้น เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังแสบแก้วหูก็ดังขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา ทำลายความวาบหวามในห้องจนหมดสิ้น

การกระทำของอภิเดชหยุดชะงักทันที เขามองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมา ชื่อ 'ศศิกานต์' ทำให้แววตาที่เต็มไปด้วยตัณหาของเขาเปลี่ยนเป็นความกระวนกระวายในทันที

เขาผลักพรกมลออกอย่างไม่ใยดี ร่างของเธอเสียหลักไปกระแทกกับขอบตู้จนเจ็บแปลบที่หลัง

อภิเดชรับโทรศัพท์ทันที น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความอ่อนโยนอย่างที่เธอไม่เคยได้รับ

"ครับศศิ... ไม่ต้องกลัวนะ พี่กำลังจะไปเดี๋ยวนี้"

พรกมลยืนนิ่งมองเขาอย่างว่างเปล่า หัวใจของเธอค่อย ๆ เย็นลง

เขาคว้ากุญแจรถบนโต๊ะ ไม่ได้อธิบายอะไรกับเธอสักคำ แล้วเดินออกจากห้องไป ปิดประตูดังปัง!

เสียงประตูปิดที่ดังสนั่นทำให้ร่างของพรกมลสั่นสะท้าน เธอค่อย ๆ กอดตัวเอง พยายามปลอบใจตัวเองว่าเขาคงแค่ไปจัดการเรื่องงานด่วน

แต่แล้วความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงก็ตีขึ้นมาจนจุกที่คอ พรกมลยกมือขึ้นปิดปากแล้ววิ่งโซซัดโซเซเข้าไปในห้องน้ำ

เธอโก่งคออาเจียนอยู่หน้าชักโครก ในท้องของเธอปั่นป่วนไปหมด มีเพียงน้ำย่อยสีเหลืองขม ๆ ที่ออกมา เหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

พรกมลตัวสั่นเทา เธอค่อย ๆ เปิดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบกล่องที่เพิ่งซื้อมาเมื่อตอนกลางวันออกมา หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองศึก

สามนาทีที่ยาวนานราวกับชั่วชีวิต

บนแท่งทดสอบการตั้งครรภ์ปรากฏขีดสีแดงสองขีดชัดเจน

ลูกตาของพรกมลเบิกกว้าง เธอค่อย ๆ เลื่อนมือไปลูบท้องที่ยังแบนราบของตัวเอง ความตกใจแปรเปลี่ยนเป็นความดีใจอย่างสุดซึ้ง น้ำตาแห่งความสุขไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย

ลูก... เธอกำลังจะมีลูกกับเขา

พรกมลกุมที่ตรวจครรภ์ไว้แน่น เธอตัดสินใจทันทีว่าจะต้องบอกข่าวนี้กับอภิเดช บางที... บางทีลูกอาจจะช่วยรั้งการแต่งงานครั้งนี้ไว้ได้

เธอไม่ได้ใส่รองเท้าด้วยซ้ำ วิ่งเท้าเปล่าออกจากห้องน้ำ คว้าโทรศัพท์มือถือแล้วกดเบอร์ของอภิเดช

แต่สายถูกตัดทิ้งทันที

พรกมลไม่ยอมแพ้ เธอคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับแล้ววิ่งตามออกไปที่โถงทางเดิน เธอต้องไปดักเขาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินให้ทัน

เธอวิ่งมาถึงโถงทางเดินที่เปิดโล่ง ลมร้อน ๆ ของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้า แต่เธอกลับรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก

พรกมลเกาะราวระเบียงแล้วมองลงไปข้างล่าง รถของอภิเดชจอดอยู่หน้าตึกพอดี หน้าต่างรถฝั่งคนขับถูกลดลงครึ่งหนึ่ง

เขากำลังคุยโทรศัพท์กับผู้ช่วยของเขา เสียงของเขาดังชัดเจนในความเงียบของยามค่ำคืน

"ของขวัญครบรอบแต่งงานของคุณพรกมลจะให้จัดการยังไงครับท่านประธาน"

เสียงหัวเราะเยาะเย็นชาของอภิเดชดังขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญ

"โยนทิ้งไปสิ จะเก็บไว้ทำไม"

หัวใจของพรกมลจมดิ่งลงทันที

"ผมรู้สึกผิดกับเธอ แต่คนที่ผมรักคือศศิกานต์ แสงสว่างหนึ่งเดียวของผม"

คำพูดประโยคนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของพรกมล ที่ตรวจครรภ์ในมือของเธอล่วงหล่นลงบนพื้นปูนเสียงดัง 'แกร็ก'

อภิเดชเหมือนจะได้ยินเสียง เขาเงยหน้าขึ้นมอง แต่พรกมลก็ย่อตัวลงหลบหลังราวระเบียงได้ทันเวลา

เขาคงไม่เห็นอะไรผิดปกติ จึงเหยียบคันเร่งแล้วขับรถสปอร์ตคันหรูออกไป ทิ้งไว้เพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ยังก้องอยู่ในหูของเธอ

พรกมลทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง เธอยกมือขึ้นปิดปากแน่นเพื่อไม่ให้เสียงร้องไห้ของตัวเองเล็ดลอดออกมา หัวใจของเธอเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ

เธอมองที่ตรวจครรภ์ที่แตกละเอียดบนพื้น แววตาของเธอเปลี่ยนจากความสิ้นหวังเป็นความเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

พรกมลค่อย ๆ วางมือบนท้องของตัวเอง

'ไม่เป็นไรนะลูก... จากนี้ไป แม่จะมีแค่หนูคนเดียวก็พอ'

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ความรักไม่ผิด ผิดที่รักคนผิด
8.6
เพียงเพราะความจริงที่ถูกบดบัง หญิงสาวจึงถูกพิพากษาให้เป็นจำเลยในสายตาเขา ชายหนุ่มประทับตราว่าเธอคือมารร้ายใจอำมหิตผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด โทสะที่สุมในอกทำให้เขาประกาศกร้าวว่าจะนำชีวิตเธอมาเซ่นไหว้เพื่อชดใช้ เส้นทางของทั้งสองจึงถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความเกลียดชังและรอยแผลบาดลึก ท่ามกลางการกระทำที่มุ่งทำร้ายกัน พวกเขาต้องเผชิญความเจ็บปวดที่ทวีความรุนแรง ม่านหมอกแห่งความเข้าใจผิดจะถูกปัดเป่าทันเวลาหรือไม่ ก่อนที่เพลิงพยาบาทจะแผดเผาทุกสิ่งจนมอดไหม้
หน้าปกนวนิยาย รักที่ทรมาน  รักที่ต้องเจ็บ
7.4
เมื่ออรอุมาตัดสินใจก้าวเข้าสู่การเป็นภรรยาของกาจ เธอหวังเพียงความรัก แต่กลับได้รับบทลงโทษจากไฟแค้น เมื่อเขาปักใจเชื่อว่าเธอคือต้นเหตุที่ทำลายความรักสิบปีของเขา ชายหนุ่มจึงสร้างนรกบนดินเพื่อทรมานเธออย่างเลือดเย็น ความโหดร้ายพุ่งถึงขีดสุดในวันคลอดลูก เมื่อเธอตกเลือดอย่างหนักจนเฉียดตาย ทว่าสามีกลับไร้เยื่อใย บังคับให้นำเลือดของเธอไปช่วยชีวิตผู้หญิงอีกคน และยังปฏิเสธลูกน้อยซึ่งเป็นสายเลือดของตนเอง เมื่ออรอุมาฟื้นคืนสติจากห้วงมฤตยู เธอจึงได้ตระหนักถึงความจริงอันแสนปวดร้าว โลกทั้งใบพังครืนลงต่อหน้า ทำให้เธอรู้ซึ้งว่าความรักที่ทุ่มเทไปนั้นมีเพียงความพ่ายแพ้และคราบน้ำตา
หน้าปกนวนิยาย ฉันไม่สามารถซ่อนความรักที่มีต่อคุณได้
8.6
เว่ยเหยียนตัดสินใจทำเรื่องที่เสี่ยงที่สุดในฐานะของเล่นลับๆ ของเหลียงเย่ถิง นั่นคือการลอบตั้งครรภ์ลูกของเขา เพื่อปกป้องชีวิตน้อยๆ เธอจึงทำทุกทางให้เขาขับไล่เธอออกไปจนสามารถพาลูกหนีไปได้สำเร็จ ทว่าเมื่อเขาตระหนักถึงความจริงจึงตามล่าจนจับตัวเธอกลับมาได้อีกครั้ง แม้เธอจะพยายามขัดขืนและประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมทนอยู่อย่างไร้ค่าอีกต่อไป แต่เหลียงเย่ถิงกลับเสนอที่จะเป็นคนดูแลทั้งเธอและลูกน้อยในอ้อมแขนนั้นไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย กุมภ์กุลยา
7.9
เมื่อความผิดพลาดจากการสั่งลูกน้องไปลักพาตัวหญิงสาวเพื่อแก้แค้น กลับทำให้กุมภ์ ธีรดล นายหัวหนุ่มผู้ดุดันได้พบกับกุลยาแทน ความวุ่นวายบนเกาะส่วนตัวเริ่มต้นขึ้นเมื่อคนเถื่อนต้องมารับมือกับหญิงสาวที่เขาเผลอทำให้หวั่นไหว แม้จะเริ่มต้นด้วยความโกรธแค้นและการกลั่นแกล้งจนเธอต้องเสียน้ำตา แต่ความใกล้ชิดและความน่าเอ็นดูของเธอกลับค่อยๆ ทลายกำแพงหัวใจของนายหัวหนุ่ม จนความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความเสน่หาที่ยากจะถอนตัวในท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนเร่าร้อน
หน้าปกนวนิยาย นางรำ
9.2
ภิไธยเศรษฐีหนุ่มมองสตรีเป็นแค่ที่ระบายตัณหา ทว่าทัศนคตินี้ต้องสั่นคลอนเมื่อพบเกนเกด นางรำผู้รักในศิลปะ เธอรับงานรำในวันเกิดของเขาผ่านชนาเพื่อนำเงินไปรักษาญาติและคนรักที่บาดเจ็บจากสงคราม แม้เขาจะใช้เงินบีบบังคับให้จำนน แต่เธอกลับเผชิญหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว ยืนกรานว่าสิ่งที่ยอมขายคือการร่ายรำ ไม่ใช่ร่างกายหรือศักดิ์ศรี ความเข้มแข็งนี้กลายเป็นบทเรียนล้ำค่าที่ทำลายความจองหอง และสอนให้เขาตระหนักถึงคุณค่าแท้จริงของหัวใจมนุษย์