
รักชั่วนิรันดร์
ตอน 3
เสี่ยวเคอกลอกตาของเธอไปมา ก่อนจะตบหัวหย่าเสวียนเบา ๆ “ไม่ใช่อย่างนั้น ยัยโง่ ฉันกำลังพูดถึงผู้ชายคนที่เธอจูบต่างหาก!”
“เดี๋ยว อะไรนะ?! เธอจูบ คุณโฮ่วหลิงเฉิน งั้นเหรอ? เธอนี่ชอบสร้างปัญหาจังเลยนะ หย่าเสวียน?” ห้วยหมิงพูดพลางหัวเราะเบา ๆ คำพูดเสี่ยวเคอทำให้ห้วยหมิงอึ้งไป เขาตกใจมากกับสิ่งที่ได้ยิน จนเผลอเหยียบคันเร่งไปเต็มแรง
พ่อของห้วยหมิงเป็นผู้จัดการใหญ่ของ บริษัทการเงินแห่งหนึ่งในเมืองเยว่ เขารู้จักหลิงเฉินมาหลายปีแล้ว
เมื่อหว่านหยิงได้ยินชื่อของหลิงเฉิน และจำได้ว่าเขาเป็นใคร เธอก็อุทานออกมา “ว้าว! หย่าเสวียน เธอได้จูบกับ คุณโฮ่วหลิงเฉินเหรอ! มานี่ มาให้ฉันจูบเธอซะดี ๆ ฉันจะได้สัมผัสริมฝีปากของเขาที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ และสัมผัสกลิ่นอายลมหายใจของเขาบ้าง!”
ทันทีที่พูดจบ เธอก็พุ่งเข้าหาหย่าเสวียน
“หยุดเลยนะ” หย่าเสวียนผลักหว่านหยิงออกไปอย่างรำคาญ แล้วใช้ทิชชูเช็ดใบหน้าที่เปียกน้ำของเสี่ยวเคอ เธอมัวตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้ จนลืมขอโทษเสี่ยวเคอ
“หลิงเฉินแทบจะไม่ปรากฏตัวในสื่อ เธอรู้ได้ยังไงว่าเป็นเขา?” เธอถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เขาเคยร่วมงานกับพ่อฉัน แล้วฉันก็เคยเจอเขาครั้งหนึ่ง” เสี่ยวเคอตอบอย่างหงุดหงิด
“เธอแน่ใจเหรอว่าเป็นเขา?” หย่าเสวียนยังข้องใจ
ความจริงก็คือเธอกำลังยืนอยู่ปากเหว
“ฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์!”
ถึงแม้การได้จูบหลิงเฉินจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่เสี่ยวเคอรู้จักหย่าเสวียนดี หย่าเสวียนไม่เคยยุ่งกับผู้ชายคนไหน เสี่ยวเคอเองก็คิดไม่ถึงว่าหย่าเสวียนจะกล้าทำอะไรแบบนี้
หย่าเสวียนรู้สึกจิตตก ‘ฉันงานเข้าแน่ ๆ ’
เมื่อสังเกตเห็นท่าทีที่กำลังสับสนของเพื่อน เสี่ยวเคอก็ตบมือเพื่อนของเธอเบา ๆ เพื่อเชิงปลอบใจ “ฉันได้ยินมาว่าผู้หญิงหลายคนอยากนอนกับเขา แต่พวกเธอก็มักจะถูกเขาจับไปโยนทิ้ง หย่าเสวียน เธอคงไม่มีโอกาสได้ซั่มเขาหรอก แต่จะว่าไป ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนจะมีโอกาสได้จูบเขานะ”
หย่าเสวียนสะบัดมือของเสี่ยวเคอออก และพูดอย่างเศร้า ๆ ว่า “เขาไม่สมควรได้รับมัน”
“เอาน่า ยังไง เราก็ต้องฉลอง พรุ่งนี้ไปช้อปปิ้งกัน! แล้วหย่าเสวียน ก็ต้องเลี้ยงอาหารค่ำเราด้วย!” หว่านหยิงตะโกนขึ้นอย่างตื่นเต้น
หย่าเสวียนตวัดสายตาไปยังหว่านหยิง พลางเอนหลังพิงเบาะอย่างครุ่นคิด ตอนนี้เธอไม่มีกระจิตกระใจจะสนใจความตื่นเต้นของเพื่อน
เธอรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก
เธอกับหลิงเฉินแต่งงานกันเมื่อสามปีก่อน ขั้นตอนการแต่งงานถูกจัดการโดยผู้ช่วยของหลิงเฉิน
เมื่อการแต่งงานเสร็จสมบูรณ์ หลิงเฉินก็ขอให้ลุงโจว๋ คอยจัดการทุกอย่างให้กับหย่าเสวียน ไม่ว่าเธอจะต้องการอะไร
เป็นเวลาสามปีแล้วที่เธอไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย แต่คืนนี้เธอกลับได้เห็นหน้าเขาจริง ๆ ซักที
หลิงเฉินเก็บตัว และไม่เคยให้สัมภาษณ์ใด ๆ สื่อไม่ได้รับอนุญาตแม้แต่จะโพสต์ภาพถ่ายของเขาลงอินเทอร์เน็ต
แต่อยู่มาวันหนึ่ง สื่อพลาดทำภาพถ่ายของหลิงเฉินหลุดบนอินเทอร์เน็ต มันเป็นภาพที่เขากำลังควงแขนดาราสาวคนหนึ่งอยู่ในงานแถลงข่าว แต่ภาพนั้นก็ถ่ายให้เห็นแค่ด้านหลังของเขา ไม่แปลกที่หย่าเสวียนจะรู้สึกว่าแผ่นหลังของเขาดูคุ้นตา
และคืนนี้เธอก็ได้จูบกับเขาที่บาร์... ถ้าหลิงเฉินเซ็นใบหย่าแล้ว ตอนนี้เขาก็เป็นเพียงอดีตสามีของเธอ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา หย่าเสวียนก็กลับมาถึงบ้าน และเธอก็ต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อหลิงเฉินยังไม่ได้เซ็นใบหย่า เธอแทบบ้าเมื่อรู้เรื่องนี้ เธอนอนครุ่นคิดไปมาทั้งคืน จนเธอแทบจะนอนไม่หลับ
วันต่อมา หย่าเสวียนไปเดินช้อปปิ้งกับเสี่ยวเคอ และหว่านหยิง ที่ ไชนิ่ง อินเตอร์เนชันแนล พลาซา เธอมีรอยคล้ำใต้ตา เพราะนอนไม่หลับทั้งคืน
ห้วยหมิง และเจ๋อหนัน เดินถือถุงช้อปปิ้งให้พวกสาว ๆ พวกเขาเดินซื้อของกันอยู่หลายชั่วโมง จนหนุ่ม ๆ ถึงกับหมดแรง
เมื่อทนต่อไปไม่ไหว ห้วยหมิงจึงตบไหล่สาว ๆ “นี่พวกเธอ เวลาไปวิ่งมาราธอน ทำไมพวกเธอไม่กระตือรือร้นอย่างนี้บ้างล่ะ ทีเวลาช้อปปิ้ง กลับช้อปได้ทั้งวัน ไม่คิดจะพักบ้างเหรอ?”
“พักเพื่อ?” หว่านหยิงชี้มือไปยังร้านที่อยู่ตรงหน้า และพูดว่า “นี่ ร้านสุดท้ายของเรา”
ห้วยหมิงประสานมือของเขาเข้าด้วยกัน พลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “เป็นพระคุณอย่างสูงครับคุณผู้หญิง!”
หย่าเสวียน หว่านหยิง และเสี่ยวเคอ เดินเข้าไปที่ร้านนั้น และกระซิบกระซาบกัน เมื่อพนักงานขายเห็นกล่องลิปสติกในมือหย่าเสวียน เธอยิ้มและพูดว่า “สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง ลิปสติกนี้กำลังเป็นที่นิยมของที่นี่ ถ้าคุณอยากได้ก็รับไปได้เลยนะคะ โชคดีที่เรามีเหลืออยู่หนึ่งแท่งสำหรับคุณพอดี”
หย่าเสวียนดูป้ายราคา ลิปสติกราคา 129,999 บาท ‘ฉันควรจะซื้อดีมั้ย?’ เธอถามตัวเอง
“หย่าเสวียน เธอลืมไปแล้วเหรอว่าเธอรวยจะตาย? เธอขับรถราคาตั้งหลายสิบล้าน เธอจะลังเลทำไม? กะอีแค่ลิปสติกราคาแสนกว่าบาท เธอจ่ายได้อยู่แล้ว ถ้าเธอลังเลฉันจะตัดสินใจแทนนะ ซื้อเลย!” ห้วยหมิงเร่งเร้า
“รถไม่ใช่ของฉันหรอก ฉันแค่ใช้มันในระหว่างนี้” หย่าเสวียนพูด
อันที่จริงรถคันนั้นเป็นของสามีเธอ ไม่ใช่ของเธอ เธอไม่มีอะไรจะอวด
ทันใดนั้น ก็เกิดความโกลาหลขึ้นไม่ไกลนัก
หย่าเสวียนทอดสายตามองออกไปว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง และเธอเกือบจะทำกล่องลิปสติกหลุดมือ
คนสี่ห้าคนกำลังเดินตรงมายังร้านที่หย่าเสวียน และเพื่อน ๆ ยืนอยู่ ชายที่เดินนำหน้ามาสวมสูทสีเข้มราคาแพง ชุดของเขาช่วยเสริมให้เขาดูสูงและสง่าผ่าเผย ดวงตาที่นิ่ง ๆ ของเขา ทำให้ผู้คนต่างถอยออก เพื่อหลีกทางให้เขา
‘ผู้ชายคนนี้คือ... ไม่นะ! สามีของฉัน! แต่ผู้หญิงข้าง ๆ เขาเป็นใครกัน? เธอมีผิวขาว และมีน่าตาที่สะสวย และรูปร่างที่สมสวน เธอสวยจนอย่างไร้ที่ติ หย่าเสวียนถึงกับตกตะลึง
ปกติแล้วหลิงเฉินไม่ค่อยจะคบกับสาวคนไหน และยิ่งเป็นไปได้ยากที่เขาจะพาสาว ๆ คนไหนมาช้อปปิ้งแบบนี้ ‘เขาจงใจที่จะเป็นข่าวเหรอ? หย่าเสวียนสงสัย
คุณอาจจะชอบ





