
ได้ยินเสียงฉันไหม
ตอน 2
เขานึกถึงเสน่ห์ของหญิสาวตอนอยู่ใต้ตัวเขา ใจนั้นรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งผ่านไปมันก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น
...
เก้าโมงเช้า
ที่ร้านกาแฟ เฉิงชี
นี่ไม่ใช่การนัดบอดครั้งแรกของเมิ่งชิงหนิง แต่กลับเป็นครั้งแรกที่เธออยากจะมานัดบอดจริง ๆ
อีกฝ่ายอายุสามสิบหกปี หน้าตาดี เป็นนักเรียนนอกที่เพิ่งกลับมา เขาทำงานเป็นวิศวกรระดับสูงในบริษัทอิเล็กโทรนิคแห่งหนึ่ง
เนื่องจากอาชีพของเขาเลยทำให้เขาเป็นคนเงียบ ๆ และพูดน้อย
ตลอดการนัดบอด เมิ่งชิงหนิงเป็นคนเอ่ยเองมาทั้งหมด
สินสอด บ้าน รถยนต์ ทุกอย่างที่หลิ่วเหมย แม่ของเธอขอมานั้น อีกฝ่ายต่างก็ตอบตกลง
ทุกอย่างมันอยู่เหนือความคาดหมาย เธอหาเหตุผลที่จะปฏิเสธไม่ได้ เธอรู้สึกแย่ไปหมด มันทั้งอึดอัด ทั้งรู้สึกหวิว ๆ
จู่ ๆ เธอก็นึกถึงเรื่องวันนี้ ก่อนที่เธอจะออกมาจากบ้าน หลิ่วเหมยทำตัวเป็นแม่ที่แสนดี ไปส่งน้องชายของเธอที่เพิ่งขึ้นชั้นป.ห้า ก่อนจะปิดประตูลง อีกฝ่ายได้กำชับเธอว่า เวลานัดบอดนั้นต้องระวังอะไร ต้องเรียกร้องเงื่อนไขอะไรบ้าง สุดท้ายก็บอกว่าการแต่งงานนั้นมันดีแค่ไหน
ครั้งนี้เธอต้องขอสินสอดให้มาก ๆ ถึงจะเพียงพอต่อค่าเล่าเรียนของน้องชายในอนาคต และจะทำให้ชีวิตของเธอมีความสุข
ดูเหมือนแม่ของเธอจะลืมไป แม่เธอแต่งงานมาแล้วหกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถรักษาสถานะครอบครัวเอาไว้ได้
เมื่อสองปีก่อน จู่ ๆ แม่ของเธอก็บุกเข้ามาในบ้านเก่าที่ยายของเธอทิ้งไว้พร้อมกับเด็กอายุสิบขวบ แม่ของเธอนั่งลงกับพื้นร้องห่มร้องไห้ ก่อนจะบังคับให้ลูกสาวที่ตัวเองทิ้งไปกว่าสิบปี มาเลี้ยงดูตัวเองกับเด็กผู้ชายคนนั้น
บางครั้งเมิ่งชิงหนิงก็คิดว่า ถ้าเธอจำหลิ่วเหมยไม่ได้ เธอก็อาจจะไม่ต้องยอมรับแม่คนนี้ได้จริงมั้ย
แต่ความจริงนั้นไม่มีคำว่าถ้า
เหมือนกับเธอที่เกิดมามีฐานะไม่ดี ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ไม่เหมาะสมกับคุณชายใหญ่แห่งตระกูลฟู่ ผู้สูงส่งที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดได้เลย
จู่ ๆ ฉินเจิงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเธอก็ลุกขึ้นยืน มองข้ามหลังเธอไปด้วยท่าทางน้อบน้อม
“คุณฟู่ บังเอิญจังเลยนะครับ”
กลิ่นไม้จันทน์หอมที่คุ้นเคยโชยมา แผ่นหลังของเมิ่งชิงหนิงนั้นรู้สึกแน่นขึ้นมาทันที พอเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับสายตาเย็นชาคู่หนึ่งเข้า ใจนั้นแทบจะหยุดเต้นไปทันที
ทำไมฟู่หนานเซียวถึงมาที่นี่ได้?
เขาไม่เคยดื่มกาแฟข้างนอกมาก่อน เธอเป็นคนบดกาแฟทุกแก้วด้วยตัวเอง
“อืม สวัสดีครับ”
ฟู่หนานเซียวละสายตาออก ก่อนจะพยักหน้าเรียบ ๆ และเดินตรงไปที่เคาท์เตอร์
ท่าทางนี้เห็นได้ชัดว่าเขาไม่รู้จักฉินเจิง
ทว่าฉินเจิงกลับรู้สึกตื่นเต้นมาก พูดถึงวารสารเรื่องหนึ่งที่ฟู่หนานเซียวตีพิมพ์ตอนไปเรียนที่ต่างประเทศ ความรู้สึกชื่นชมพลางอิจฉาในความสามารถของอีกฝ่ายอย่างเอ่อล้น ทำให้เมิ้งชิงหนิงอึดอัดมาก สายตาที่ออกมาจากจิตใต้สำนึกมองไปยังแผ่นหลังของอีกฝ่าย เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากให้อีกฝ่ายได้ยิน
อีกฝ่ายกำลังคุยโทรศัพท์ เสียงทุ้มลึกของเขาให้ความรู้สึกอ่อนโยน
“อืม คุณชอบก็ดีแล้ว อีกเดี๋ยวเจอกัน”
เขาหิ้วชานมมะพร้าวที่มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่ดื่มมาหนึ่งแก้ว ตอนที่จากไปก็ไม่ได้หันกลับมามองเลย
คนที่สามารถทำให้ฟู่หนานเซียวมาซื้อเองได้นั้นต้องเป็นคู่หมั้นของเขาแน่ ๆ
เมิ่งชิงหนิงรู้สึกปวดใจมาก ตอนหลังนั้นเธอไม่ได้ฟังเลยว่าฉินเจิงพูดอะไรอีก
ในตอนสุดท้าย ฉินเจิงพอใจเธอมาก เธอเลยตอบตกลงว่าจะลองดู
แต่จู่ ๆ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากบริษัทว่ามีเรื่องด่วน พอขอโทษเธอสองสามคำก็นัดเวลาที่จะมาเจอกันครั้งต่อไป ถึงได้ขับรถจากไป
เธอไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอไม่ได้กินข้าวในตอนเช้าและดื่มกาแฟมากเกินไปรึป่าว ทันทีที่เธอขึ้นแท็กซี่ ท้องของเธอก็เริ่มปั่นป่วน เธอพยายามอดทนอยู่นานแต่ก็ยังอยากจะอ้วกอยู่ดี
“โชเฟอร์ รบกวนช่วยจอดรถทีค่ะ...”
ยังไม่ได้ทันพูดจบเธอก็พะอืดพะอม รีบดึงถุงขยะออกมา
คนขับรถยื่นซองบ๊วยให้ “เวลาท้องแรก ๆ ก็เป็นแบบนี้แหละ ภรรยาของผมแพ้ท้องหนักมากต้องกินอะไรเปรี้ยว ๆ เพื่อแก้ เดี๋ยวพอผ่านสี่เดือนแรกไปก็กินนอนได้ตามปกติแล้ว”
เธอถึงกับตกใจกับคำพูดนี้ทันที หัวของเธอคำนวณรอบเดือน และก็พบว่ามันมาช้าไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว
เป็นไปไม่ได้ เธอกินยาทุกครั้ง...
ความจำนั้นชะงักไปทันที
สามสัปดาห์ก่อน ฟู่หนานเซียวมีสังสรรค์ตอนเย็น ลากเธอไปมีอะไรในรถสองครั้งโดยไม่ได้ป้องกัน
ตอนแรกเธอกำลังจะไปซื้อยา แต่เธอกลับได้รับโทรศัพท์จากหลิ่วเหมยว่าไปเล่นพนัน แล้วโดนคนยึดโทรศัพท์ไป เธอโกรธมากเลยลืมกินยา ตอนที่นึกขึ้นมาได้ก็เลยเวลาไปแล้ว
เธอค่อย ๆ เอามือวางลงบนท้องน้อย
จะไม่บังเอิญไปหรอกนะ เพิ่งจะนัดบอดเสร็จ เธอก็ท้อง?
คุณอาจจะชอบ





