
หวานสวาทเจ้าสาว(ไม่)บังเอิญ
ตอน 2
“หา อะไรนะ..” ยอดนรีผุดลุกขึ้นยืนมองเขาตาโต ดวงตาที่โตอยู่แล้วโตเท่าไข่ห่านก็คงไม่ผิดนัก เจคอปกอดอกมองเธอด้วยแววตาเรียบเฉย
“ใช่.. ตกลงจะทำไหม งานสบายเงินดี แค่แสดงเก่งๆ รับรองรุ่ง ฉันจะทำตุ๊กตาทองเป็นของรางวัลให้ด้วยถ้าเสร็จงาน”
“โห.. เจ้านายฮะ มันไม่ใช่งานง่ายนะฮะ ของแบบนี้ยอดต้องตีลังกาคิดอีกสักสามวันก่อนฮะ..”
ยอดนรีพูดพลางทำท่าล้อเลียนตัวละครชื่อดัง ท่าทางของเธอยียวนเสียนัก หญิงสาวทำทียกมือลูบคางไปมา ดวงตาที่โตเท่าไข่ห่านเมื่อครู่ฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที เจคอปยกยิ้มน้อยๆ กับท่าทางของเจ้าหล่อน
“เป็นอันว่าตกลง”
“เฮ้ยยย.. เดี๋ยวก่อนสิคะ ยอดยังไม่ได้ตกลงเลย”
“แค่เห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของเธอฉันก็รู้แล้วว่าเธอตกลง”
“โห.. อะไรเนี่ย แววตาของยอดดูง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ไหน.. มันเป็นยังไง”
หญิงสาวก้าวมาหยุดตรงหน้าแล้วแหงนเงยใบหน้านวลผ่องทำท่าทะเล้นใส่เขาโดยลืมไปว่าตอนนี้เธอกับเขาใกล้ชิดกันมาก เจคอปก้มลงมองหน้าคนที่ตัวเล็กกว่าและสูงแค่ไหล่ของเขาอย่างขบขันแกมเอ็นดู และก็มีอีกความรู้สึกแทรกเข้ามาซึ่งมันทำให้กายหนุ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่อาจจะหักห้ามได้ จนเขาต้องตีหน้าเข้มทำเสียงดุๆ ใส่เธอกลบเกลื่อน
“ทะลึ่งใหญ่แล้วยอด.. รีบไปเก็บของเตรียมตัวได้แล้วไป”
“แหม.. ทำเสียงเข้มหน้าดุเหมือนคุณครูจอมโหดไปได้ แต่ก่อนไป ยอดขอเบิกเงินสักก้อนก่อนได้มั้ย” หญิงสาวทำท่ากระเง้ากระงอด ก่อนจะเปลี่ยนโหมดเป็นจริงจัง
“ได้สิ ว่าแต่เงินเดือนที่ให้ทุกเดือนเอาไปทำอะไรหมด”
เขาอดถามไม่ได้ เพราะตั้งแต่เธอมาอยู่กับเขาหลังจากที่เขาช่วยเธออกมาจากผับนรกนั่นได้หกเดือนกว่าๆ แล้วนั้น เขาก็มีเงินเดือนให้ยอดนรีมาตลอด เดือนละหมื่นห้าตามที่เธอระบุไว้ ทั้งที่เธอจะขอมากกว่านี้เขาก็ยินดีจ่าย แต่ยอดนรีขอแค่นั้น
“ยังอยู่ค่ะ ยอดเก็บไว้เป็นค่าเลี้ยงดูตัวเองในยามแก่เฒ่า หากว่าหาสามีเลี้ยงดูไม่ได้ไง” หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี เจคอปส่ายหน้าช้าๆ เหมือนระอาใจ
“อย่างเธอใครได้เป็นเมีย ชีวิตคงวุ่นวายน่าดู ใครจะซวย ดวงตกขนาดนั้น”
“อ้าวววว คุณเจค แต่คุณเพิ่งขอให้ยอดเป็นเมียคุณนะ นั่นแสดงว่าคุณเจคดวงตกสิเนี่ย” เจอยอกย้อนเข้าแบบนี้เจคอปก็ทำหน้าไม่ถูกเหมือนกัน
“ล้อเล่นน่า.. คุณเจคของยอดน่ะเท่าสมาร์ตจะตาย ผู้หญิงนี่ตอมกันหึ่ง ต้องเรียกว่าดวงดี นารีอุปถัมภ์ถึงจะถูก”
หญิงสาวยิ้มล้อเลียน เจคอปจึงแจกมะเหงกลงบนหน้าผากนูนอย่างมันเขี้ยวและอดใจไม่ไหวกับท่าทางแสนทะเล้นนั่น
“โอ๊ย คุณเจคน่ะ เจ็บนะเนี่ย มะเหงกลูกเบ้อเริ่มเลย”
“นี่แม่คุณเลิกแสดงละครได้แล้ว ยังไม่ตอบคำถามเลยว่าจะเบิกเงินไปทำอะไร” เจคอปกอดอกมองหญิงสาวตรงหน้าจริงจัง ยอดนรีเองก็เลิกล้อเล่นเช่นกัน
“ยอดจะเอาไปซื้อของให้น้องๆ ที่บ้านเด็ก แล้วก็ให้ทุนคุณแม่ท่านไว้ใช้จ่ายสักหน่อยน่ะค่ะ” หญิงสาวมีแววตาที่เศร้าสร้อยลงเล็กน้อย ชายหนุ่มถอนใจ
“แค่นี้เอง ฉันให้เองไม่ต้องใช้เงินที่เป็นค่าจ้างของเธอหรอก”
“มาได้นะคะ ที่นั่นมันบ้าน มันครอบครัวของยอด” หญิงสาวท้วงหน้าตื่น
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ ก็ฉันจะให้ครอบครัวเมียของฉัน ถือว่าเป็นค่าสินสอด..”
เจคอปพูดทื่อๆ ใบหน้าหล่อเหลาดูเรียบเฉยไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ แต่ยอดนรีสิพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
“แต่เอ่อ...”
“ถึงจะเป็นแค่การแสดงละคร แต่สิ่งที่ฉันให้ในส่วนนี้ ฉันให้ด้วยใจจริง อย่าดูถูกน้ำใจของฉันเลยยอด”
“เอ่อ ก็ได้ค่ะ แต่ให้มีชื่อยอดด้วยนะ ระบุว่าทุนทรัพย์ก้อนนี้เป็นของยอด ยอดอยากได้หน้าบ้าง”
แล้วหญิงสาวก็ฉีกยิ้มกว้างตามแบบของเธอ ที่มันทั้งสดใสสวยงามกระจ่างเจิดจ้ากว่ารอยยิ้มของหญิงสาวคนไหนๆ ที่เขาเคยผ่านมา เจคอปส่ายหน้าแล้วเอื้อมมือไปขยี้เรือนผมยาวสลวยนั้นจนยุ่งเหยิงด้วยความหมั่นไส้คนอยากได้หน้า...
เสียงหัวเราะของหนุ่มสาวดังขึ้น ทำให้บ้านหลังน้อยที่เคยแห้งแล้งและไร้เสียงหัวเราะ ดูสดใส และเหมือนว่า เขาทั้งสองเป็นสามีภรรยากันจริงๆ และกำลังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน...
คุณอาจจะชอบ





