
หวานสวาทเจ้าสาว(ไม่)บังเอิญ
ตอน 3
หลังจากที่ทั้งสองไปบริจาคเงินและซื้อข้าวของมากมายไปแจกเด็กๆ ที่บ้านเด็กกำพร้า ซึ่งเป็นสานที่ ที่ยอดนรีกับน้องสาวคือ ยอดพธู เติบโตมา ทั้งสองเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใคร แต่ถูกนำมาทิ้งไว้หน้าบ้านเด็กกำพร้าพร้อมกัน และนับตั้งแต่นั้น เด็กฝาแฝดเพศหญิงสองคนก็กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้ และตอนนี้พวกเขาตามหาตัวยอดพธูพบแล้ว ทั้งสองพี่น้องได้พบกันและยังติดต่อกันอยู่ และโชคดีเหลือเกินที่ยอดพธูนั้นรอดปากเหยี่ยวปากกาไปได้ และอยู่ดีมีความสุขกับครอบครัว...
“สบายใจจังเล้ยยย...”
ยอดนรีร้องออกมาแล้วกางแขนออกกว้างเงยหน้ารับลมทะเลที่ปะทะใบหน้าอย่างสดชื่นแจ่มใส เจคอปมองคนที่ทำท่าราวเด็กๆ อย่างขบขัน
พลางนึกไปถึงวันแรกที่ได้เจอกัน เขาเจอทั้งหมัดทั้งเท้าของเธอซัดเข้าใส่เพราะเจ้าหล่อนคิดว่าเขาเป็นลูกค้าของผับนรกที่ลักพาตัวเธอมาประมูลในงานประมูลใต้เดินของเหล่าเศรษฐีคนดัง และหลังจากที่เขากับพยัคฆ์ผู้เป็นเพื่อนรักจัดการเรื่องราวต่างๆ ในวันนั้นเสร็จสิ้นลง แต่กลับเหลือหนึ่งชีวิตที่ไม่สามารถจัดการได้ นั่นก็คือ ยอดนรี พยัคฆ์จึงขอร้องให้เขาช่วยดูแลเธอและอีกอย่างไม่รู้ว่าเพราะอะไรดลใจ จึงทำให้เขารับเธอไว้และให้เธอมาทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน คอยดูแลบ้านของเขาที่นานๆ จะกลับมาพักอาศัย ก่อนที่เขาและเธอจะค่อยๆ ทำความรู้จักสนิทสนมคุ้นเคยกัน
และก็แปลกมากที่เขากลับรู้สึกสบายใจและไว้ใจยอดนรีมาก ทั้งที่อาชีพของเขานั้นเรียกได้ว่าระแวงทุกคนที่อยู่รอบกาย หลายปีที่เขาทำงานในหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้องโปร่งใส ต้องจัดการกับผู้ร้ายและอีกหลายๆ อย่างที่เคร่งเครียด น้อยมากที่จะมีเวลาที่ผ่อนคลายหรือหาความสุขใส่ตัว แต่เมื่อมียอดนรีเข้ามาในชีวิต เจคอปกลับรู้สึกว่า ทุกอย่างในชีวิตมันซอฟต์ลง โลกที่มีสีเทาๆ ทมึน ก็ดูสว่างไสว สดใสขึ้น อารมณ์ของเขาดีขึ้นเมื่อได้พูดคุยกับเธอ...
และเหมือนว่า เขาเคยชินกับการที่มียอดนรีอยู่ในชีวิตไปแล้ว ในระยะเวลาเพียงสั้นๆ เท่านั้นเอง มันเป็นไปได้อย่างไรเขาก็ไม่อาจจะรู้ได้ แต่มันเป็นไปแล้ว โดยที่เขาก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ด้วย
“หึ.. สบายใจล่ะสิ ตัวเองไม่ได้จ่ายสักบาทแต่เอาหน้าเสียยกใหญ่”
เจคอปแกล้งประชดประชัน ความจริงแล้วเงินที่จ่ายไปกว่าเจ็ดหลักให้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเหล่านั้นเขาไม่ได้เสียดายสักนิด ยังคิดว่ามันน้อยเกินไปด้วยซ้ำ เพราะที่นั่นมีเด็กนับร้อยชีวิต ความเป็นอยู่ก็ไม่ได้ถือว่าดีนัก เนื่องจากมีเด็กหลายคนและยังมีพนักงาน เจ้าหน้าที่ ที่ต้องดูแลพวกเด็กๆ อีก เขาคิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเด็กๆ เหล่านั้นในอนาคต
“แหม.. ตอนนี้เราก็เหมือนคนคนเดียวกัน ของผัวก็เหมือนของเมียแหละน่า แม้จะแค่หลอกๆ ชั่วคราวก็เถอะ ผัวที่ดีต้องให้เมียออกนอกหน้าสิ”
หญิงสาวทำทีค้อน เจคอปส่ายหน้ากับความแสบสันของเจ้าหล่อนนัก ยอดนรีไม่เหมือนผู้หญิงที่เขาเคยพบเจอมาก่อนเลย
แน่นนอนว่า ชีวิตหนุ่มโสดหล่อรวย หน้าที่การงานดีอย่างเขา ย่อมมีหญิงสาวมากมายวนเวียนเข้ามาในชีวิต สมัยที่เขาอยู่อิตาลีคู่ควงของเขาก็ล้วนแล้วแต่เป็นสาวสังคมสวย รวย เก่งทั้งเรื่องงานและเรื่องบนเตียง พอเขาเข้ามาทำงานในหน่วยงานตำรวจก็ไม่เคยขาดผู้หญิงเช่นกัน
แต่ผู้หญิงที่เขาเคยพบพานมานั้น พวกเจ้าหล่อนจะต้องทำตัวสวยอยู่เสมอ ต้องสมบูรณ์แบบในทุกๆ เรื่อง จนบางทีเหมือนการแสดง โดยเฉพาะเมื่อต้องควงคู่กับเขา พวกเธอไม่มีความเป็นธรรมชาติ ใช่.. แบบนั้นล่ะ สิ่งที่เขารู้สึก ไม่ว่าจะกินจะเดินหรือจะนอนก็ต้องมีการวางแผน คำพูดคำจาก็ล้วนแต่ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อเอาใจเขา ทำให้เขาพอใจ ถามว่าเขาชอบไหม ก็ชอบอยู่นะกับการมีผู้หญิงสักคนมาเอาอกเอาใจ เขาได้ความสุขทางกาย ผ่อนคลายความต้องการทางเพศที่มีอยู่มากมายนั้นได้เสมอ แต่สิ่งที่เขาไม่เคยได้รับจากผู้หญิงเหล่านั้นคือความอิ่มเอมใจ ความจริงใจ ไม่ได้มีความสุขที่ห่อหุ้มให้หัวใจอุ่นซ่าน เหมือนอย่างตอนนี้..
ตอนนี้บ้าอะไรวะ.. แกคิดบ้าอะไรของแกไอ้เจค.. ชายหนุ่มตกใจกับความคิดของตัวเองแล้วรีบปัดความรู้สึกเหล่านั้นออกไป...
“โอ้ โห... นั่นหรือเกาะจำปูนของคุณตำหนวด เอ๊ย พี่เจค” หญิงสาวตาโตด้วยความตื่นตาตื่นใจกับเกาะแสนสวยตรงหน้า คฤหาสน์หลังงามตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาดูราวกับภาพวาดปราสาทในการ์ตูนดิสนีย์
“ใช่.. แล้วอย่าลืมสิ่งที่พี่บอกล่ะ ทุกอย่างต้องระมัดระวัง อย่าให้มีพิรุธและอย่าไว้ใจใครง่ายๆ แม้แต่คนที่ดูใสซื่อจริงใจที่สุด”
เจคอปบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ยอดนรียืดตัวตรงปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เพื่อให้ชินกับความงดงามอลังการตรงหน้าเมื่อเห็นว่าที่ท่าเรือมีคนจำนวนหนึ่งมายืนเรียงแถวรอต้อนรับ..
ตอนนี้เธอกับเจคอปต้องแสดงละครว่าเป็นผัวเมียที่รักกันมาก สรรพนามต่างๆ ก็ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้ดูรักใครสนิทสนมกันมากกว่าที่เป็นอยู่
เพื่อเงิน.. หญิงสาวบอกตัวเองอย่างนั้น แต่ลึกๆ ในใจของตนนั้นรู้ดีว่ามันมีอะไรที่มากกว่านั้น ดังนั้นยอดนรีจึงเงยหน้าขึ้นยิ้มสดใสให้เขา
“ยอดจะจำไว้ค่ะพี่เจค จะระลึกถึงเสมอทั้งก่อนและหลังเวลาอาหารทั้งเช้า กลางวัน เย็นและก่อนนอนเลย”
“หึ.. ให้มันจริงเถอะ ไม่ใช่พอเจออะไรใหม่ๆ ถูกใจเข้าหน่อยก็หลงลืมที่พี่บอก”
“ยอดไม่ลืมแน่นอน งานนี้เดิมพันด้วยหัวใจ..”
หญิงสาวยิ้มจนตาหยีแล้วก็รีบเมินหน้าหนีดวงตาคมที่มองมาอย่างจริงจัง ใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ และยอดนรีก็รู้สึกโล่งใจที่เขาไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดต่อไปอีก ไม่อย่างนั้นเธอคงเผลอแสดงอะไรๆ ออกไปมากกว่านี้แน่ๆ
“ถึงแล้ว.. พร้อมไหม” เสียงนุ่มทุ้มและลมหายใจอุ่นๆ ของเขารินรดพวงแก้มเมื่อเจคอปก้มลงมากระซิบเบาๆ ท่าทางดูสนิทสนม ยอดนรีพยายามข่มความตื่นเต้นแล้วพยักหน้าเร็วๆ
“อื้ม พร้อม พร้อมค่ะ..”
“ดี มาเถอะ..” เขาถือวิสาสะกุมมือเธอแล้วเดินขึ้นไปบนสะพานไม้ที่ทอดตัวยาวไปยังหาดทรายสีขาวกระจ่าง ขาวราวปุยนุ่นตรงหน้าด้วยก้าวย่างที่มั่นคง ยอดนรีสูดหายใจลึกๆ แล้วก้าวตามเขาไปด้วยท่วงท่าที่มั่นใจ และเงยหน้ามองเขาเป็นระยะ และเจคอปก็ก้มลงยิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน และละลายใจ จนเธอตาพร่าไปหมดแล้ว
รู้อยู่หรอกว่าเขาน่ะหล่อเหลาสมบูรณ์แบบ หล่อมากเหมือนดารานายแบบ หรืออาจจะมากกว่าเสียอีก แต่ไม่คิดว่าเมื่ออยู่ใกล้ๆ กันแบบนี้ และได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้มันจะส่งผลให้หัวใจเธอเอียงกะเท่เร่แบบนี้นี่นา..
ไม่นะนังยอด แกจะแสดงอาการออกนอกหน้าไม่ได้.. แกต้องเก็บทรงเก็บอาการ.. หญิงสาวบอกตัวเองลั่นอก...
คุณอาจจะชอบ





