ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย SWEET SITUATION หนีรักมาพบคุณ

SWEET SITUATION หนีรักมาพบคุณ

หลังเผชิญความผิดหวังในรักจนถึงแก่ชีวิต หญิงสาวกลับได้รับโอกาสที่สองจากสวรรค์ให้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้งในฐานะพี่เลี้ยงของลูกชายตัวน้อยของคุณเผิง ทว่าภารกิจดูแลเด็กกลับกลายเป็นเรื่องยากเมื่อคุณพ่อสุดเสน่ห์เอ่ยปากขอให้เธอมาเป็นแม่ของลูก ท่ามกลางความหวั่นไหว เธอกลับถูกหญิงปริศนาทวงคืนสามีอย่างไม่คาดคิด นี่คือโชคชะตาที่เมตตาหรือบทลงทัณฑ์ครั้งใหม่ที่สวรรค์จงใจกลั่นแกล้งเธอกันแน่
ตอน
แชร์

ตอน 1

บทนำ

เธอไม่ควรรักเขาตั้งแต่แรก...

หญิงสาวบอกกับตัวเองแบบนั้น ใบหน้าหมองเศร้ามองไปยังต้นไม้และท้องฟ้าที่อยู่เบื้องหน้าแม้ขอบฟ้าตะวันตกดินจะสวยมากขนาดไหนแต่จิตใจที่เจ็บปวดในตอนนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลย ความรู้สึกในใจตอนนี้ทรมานจนแทบทำอะไรไม่ถูก ดวงตากลมมองท้องฟ้าสีส้มที่ดวงอาทิตย์กำลังลับ ขอบฟ้าไป ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย

“แม่หนู...ช่วยยายซื้อหน่อยสิ”

หญิงสาวเหลือบก่อนเดินกลับมามองขนมที่เรียงรายอยู่ในกระจาด

“ขนมชั้นดอกกุหลาบไหมจ๊ะ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูเห็นดอกกุหลาบแล้วรู้สึกไม่ค่อยดี”

หญิงวัยสี่สิบปลายมองพลางยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น

“ขนมใส่ไส้” เธอพูดขึ้นหลังจากนิ่งเงียบอยู่นาน “แล้วก็ขนมตาลค่ะ”

“หนูทำงานอยู่แถวนี่เหรอ”

“เปล่าค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงแผ่ว “แค่มาเดินเล่นเฉย ๆ ค่ะ”

“สามสิบบาทจ้ะ”

เธอหยิบเงินจ่ายแล้วเอื้อมมือรับถุงขนมมาจากแม่ค้า

“เออ...เดี๋ยวสิหนู เพิ่งมาที่สวนนี้ครั้งแรกใช่ไหม”

“คะ ?”

“ยายมีเรื่องดี ๆ จะบอก...” ยายขายขนมเว้นวรรคเงียบก่อนพูดต่อไปว่า “ได้ยินมาว่า ศาลข้าง ๆ สวนนี้นะศักดิ์สิทธ์มาก ๆ โดยเฉพาะเรื่องความรัก คู่ครอง”

หญิงสาวยิ้มราวกับว่าไม่เชื่อคำพูดของยายแม่ค้า

“หลานยายก็เคยขอและสมหวังด้วยนะ”

“หนูว่า...”

“มีคนบอกว่าหากอธิฐานอย่างแรงกล้า สิ่งที่ปรารถนาจะเป็นจริง”

“เออ...เอาไว้หนูจะมาลองค่ะ” เมื่อพูดจบก็รีบเดินจากไปในทันที จนกระทั่งเดินห่างออกมามากพอสมควรแล้ว จึงหยุดลงเพราะหัวใจที่สับสนกระวนกระวาย

ในใจเธอกำลังหวังอย่างนั้นเหรอ ? มันไร้สาระเกินไปหน่อยหรือเปล่า

หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ กลั้นน้ำตาที่กำลังไหลลงมาอีกครั้งหนึ่ง

“บ้าชะมัด...” เธอพูดกับตัวเอง ขณะก้าวเท้ายาวเดินออกจากสวนไป ครั้นเงยหน้าจากพื้นมองตรงไปก็หยุดชะงักลง

นี่ศาลเจ้าที่ยายขายขนมพูดถึงใช่หรือไม่ ?

ศาลเจ้าขนาดกลางที่ตั้งอยู่ตรงข้างต้นไม้ใหญ่ มีดอกไม้และพวงมาลัยจำนวนหนึ่งที่คนนำมาวางไหว้บูชา หญิงสาวยกมือขึ้นลูบที่ต้นแขนเมื่อมีลมเย็นพัดผ่านราวกับมีบางสิ่งเข้ามาหาและผ่านไป เธอไม่ได้เดินเข้าไปแต่ยืนมองอยู่นาน เพื่อตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

แต่สุดท้ายก็ขอพรไปจนได้...หญิงสาวถอนหายใจขณะที่เดินห่างออกมาจากศาลเจ้า เธอหยุดเดินลงและหมุนตัวกลับไปมองในระยะไกลก่อนจะค่อย ๆ เดินต่อไป อันที่จริงแล้วก็ไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่กับคำบอกเล่าของยายขายขนม เพราะว่าสิ่งที่เธอขอนั้นยังไงก็ต้องเป็นจริงอยู่แล้ว

บ้าชะมัดเลย...!

เธอสะดุ้งจากภวังค์เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ก้มตัวลงรีบหยิบขึ้นดูปลายสายที่โทร. เข้ามาก่อนกดรับ

[อ่านข้อความแล้วหรือยัง อย่าลืมที่นัดกันนะ]

“อืม...” หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่ว ขณะที่มองไปยังถนนข้างหน้าที่หางไม่ไกลนัก

[แล้วนี่เป็นอะไรหรือเปล่า เสียงดูเหมือน...]

คำถามสุดท้ายไม่ได้เข้าประสาทหูเลยสักนิด เพราะเสียงโวยวายกรีดร้องทำให้หญิงสาวส่งสายตามองไปข้างหน้ามองเหตุการณ์ที่กำลังชุลมุนจากการทะเละวิวาทกันของกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ไม่ไกลนัก เธอไม่ได้สนใจแต่ก็ยืนอึ้งอยู่นาน จนกระทั่งเห็นใบมีดลอยเข้ามาใกล้ ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อกำลังลอยผ่านอากาศมายังใบหน้า

หญิงสาวรีบตั้งสติและเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดตายพอดี ไม่นานก็มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ทุกคนต่างก้มตัวหลบหรือวิ่งหนีออกห่าง ในกลุ่มของเด็กวัยรุ่นอีกฝ่ายที่ไม่มีปืนก็วิ่งหลบแต่ไม่วายที่จะหยิบของอยู่ใกล้ปาใส่อีกฝ่าย จนคนที่ถือปืนอยู่นั้นก็หันมาและยกมือขึ้นเล็ง

เธอมองเหตุการณ์แบบงุนงง ขาและร่างกายนั้นไม่ตอบสนองราวกับว่ากำลังช็อกและตกใจอยู่ จนกระทั่งเสียงปืนอีกนัดดังขึ้นเรียกสติกลับคืนมา หญิงสาวมองเด็กหนุ่มล้มลงกับพื้นด้วยความตกใจ ก่อนที่จะได้ยินเสียงปืนอีกหลายนัดยิงมาชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงก็ต่างกันวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว หญิงสาวรีบวิ่งหนีเพื่อไปให้ไกลจากที่นี่มากที่สุดทว่า...อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ด้านหลังช่วงบริเวณอกก่อนจะค่อย ๆ ล้มลงที่พื้น แต่โชคก็ไม่ได้ดีมากนักเมื่อศีรษะของเธอล้มลงกระแทกกับของแข็งที่วางอยู่ตรงพื้นอย่างแรงด้วยเช่นกัน

เลือดสีแดงสดไหลไปทั่ว ตอนนี้ไม่มีแม้แต่เรียวแรงที่จะเอ่ยปากร้องของความช่วยเหลือ ดวงตาพร่ามัวมองไปยังรั้วของสวนสาธารณะ เห็นเป็นเงาราง ๆ ของคนที่มองมา ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนักก่อนที่ดวงตาจะค่อยปิดสนิทลง

เธอกำลังจะตาย...

‘ความปรารถนาที่ขอมา ข้าจะรับมันไว้...’

เสียงเข้มแหบพร่าดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง ในตอนนี้เธอไม่มีแรงมากพอที่จะหันมองใบหน้าเจ้าของเสียง

ความปรารถนาของเธอ ?

หญิงสาวได้เพียงนอนนิ่งอยู่โดยที่ไม่ขยับไปไหน เบื้องหน้าคือความมืดมิดไร้แสงสว่าง ทว่าจู่ ๆ แสงสีขาวนั้นก็ปรากฏขึ้นสว่างจนแสบตา

เกิดอะไรขึ้นกัน?

‘มีคนมากมายที่อยากจะสมหวังกับความปรารถนาของตัวเอง แม้จะต้องแลกด้วยสิ่งที่รักมากที่สุด แต่กับเจ้าขอเพียงให้เขามีความสุข...’

ความหมายโดยนัยที่ฟังทำให้หญิงสาวพอจะเดาออกว่ามันคืออะไร...คำอธิฐานของเธอ

“ฉันไม่ควรรักเขาแต่แรกแล้วจริง ๆ ...” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ขอบตามีหยดน้ำใสปริ่มอยู่ เธอปล่อยให้มันไหล่ลงพร้อมกับหัวใจที่เจ็บปวด เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เธอเองก็ไม่อยากจะอยู่ถ้าหากต้องรับรู้และทนเห็นหน้าเขาทุกวันหลังจากนี้

เสียงหัวเราะของชายปริศนาดังขึ้นหลายครั้งอย่างพึงใจ มีน้อยที่จะขอเรื่องแบบนี้ หากเป็นความรักมักจะขอให้กลับมารักกันเหมือนเดิม ขอให้แฟนหนุ่มทิ้งคนรักที่คบอยู่เสีย...หญิงสาวตรงหน้าช่างน่าสนใจเสียจริง

‘ดี!’

ดวงตากลมพยายามมองร่างและใบหน้าของเจ้าของเสียงนั้น แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อมีแสงสีขาวบดบังเอาไว้อยู่

‘จนกว่าจะถึงแรมสิบห้าค่ำเดือนเก้าหวนกลับมาอีกครั้ง มีเวลาที่จะเริ่มต้นรักที่ผิดพลาด หากทุกอย่างเปลี่ยนแปลง เจ้าจะมีชีวิตอยู่เฉกมนุษย์ทั่วไปด้วยวิญญาณและร่างกายนี้ แต่หากทุกอย่างเป็นดังเดิม...จะต้องตายและหายไปจากความทรงจำทุกคนตลอดกาล’

หญิงสาวไม่อาจเข้าใจความหมายที่ฟังได้ รวมทั้งร่างกายนั้นก็เจ็บปวดทรมานมากกว่าที่จะใช้สมองตรองได้ เธอเพียงแค่หลับตาลงและไม่รับรู้สิ่งใดอีกต่อไป…

‘แย่ล่ะ ดันลบความทรงจำเดิมออก’ เสียงปริศนาดังขึ้นด้วยความตกใจแต่ก็คงไม่ทันเสียแล้วเมื่อส่งวิญญาณของหญิงสาวย้อนกลับมาไปซะแล้ว ‘ถ้างั้นก็เริ่มใหม่ไปแล้วกัน...’

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
8.1
วัสสิกาเดินทางสู่ประเทศอินเดียและข้ามภพไปพบเจ้าชายในอดีตเพื่อช่วยเหลือเขาในการครองบัลลังก์ ก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ก้าวข้ามกาลเวลา แม้รักในอดีตจะยากเป็นจริง แต่โชคชะตาก็นำพาเธอมาพบกับทายาทผู้สืบเชื้อสายจากเขาในโลกปัจจุบัน ท่ามกลางความขัดแย้งกับเจ้าชายจอมยโสผู้ทำลายความตั้งใจของเธออย่างไร้เยื่อใย วัสสิกาต้องเผชิญกับบทพิสูจน์หัวใจที่แสนซาบซึ้งและสนุกสนาน เพื่อตามหาบทสรุปของความรักที่มั่นคงดั่งศิลาและไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่คราวนี้ฮูหยินแสนดีเช่นข้า
8.7
ลู่เหยาต้องจบชีวิตอย่างน่าเวทนาหลังถูกสามีทอดทิ้งนานถึงสามปี ทิ้งให้บุตรชายต้องเผชิญโชคชะตาเพียงลำพัง ทว่าสวรรค์ให้โอกาสนางเกิดใหม่ในร่างอนุของสกุลจางคนเดิม แม้ฐานะจะเปลี่ยนไป แต่นางยอมหวนคืนสู่ขุมนรกนี้เพื่อปกป้องลูกรักและชำระแค้นทุกคนที่เคยทำลายชีวิตนางในชาติก่อน จากฮูหยินแสนดีที่เคยถูกเหยียดหยาม สู่การเป็นอนุสายสตรองที่พร้อมฟาดฟันและเอาคืนอย่างสาสม บทสรุปของความแค้นและสายใยแม่ลูกครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
9.4
อดีตยมทูตผู้ทรงพลังกลับชาติมาเกิดใหม่ในฐานะผู้นำแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ พร้อมภารกิจสุดเพี้ยนในการแผ่ขยายอิทธิพลและทะเยอทะยานยึดครองดินแดนกะลาแลนด์โดยใช้กลยุทธ์สุดกาวที่ไม่มีใครคาดคิด ผลงานภาคต่อของ 'เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต' ที่นำเสนอเรื่องราวบทใหม่แบบจบในตัว ให้คุณได้สัมผัสความมันส์จากการปะทะและแผนการสุดล้ำในการสร้างอาณาจักรอาชญากรรมเหนือจินตนาการ แม้ไม่เคยอ่านภาคแรกมาก่อนก็สามารถสนุกไปกับการผจญภัยสุดระทึกและตลกขบขันนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม
หน้าปกนวนิยาย จอมเสเพลอย่างท่านอย่ามาเกี้ยวข้า!
8.1
เมื่อถูกคู่หมั้นทอดทิ้งอย่างไม่ใยดีพร้อมประกาศตัดสัมพันธ์กลางที่สาธารณะจนต้องอับอาย หญิงสาวจึงตัดสินใจหันหลังให้ความช้ำรัก ทว่าจู่ๆ อดีตคนรักผู้เสเพลกลับพยายามตามตื้อและวุ่นวายในชีวิตนางไม่เลิกรา แม้เขาจะใช้กลเม็ดเด็ดพรายเพียงใด แต่นางก็ตั้งมั่นว่าจะไม่ยอมใจอ่อนหรือหลงกลคนเจ้าชู้เช่นเขาอีกต่อไป เรื่องราวความรักปนความแค้นนี้เป็นภาคต่อที่อ่านแยกได้จากผลงานเรื่อง ช่วยข้าที สองสามีของข้าคือท่านอ๋องจอมโหด
หน้าปกนวนิยาย มนต์ปาริชาต
8.1
มนทิพย์มักตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝันถึงชายหญิงคู่หนึ่ง โดยเฉพาะสายตาอันเปี่ยมล้นด้วยรักของ ‘คุณนพ’ ที่ทำให้เธอหวั่นไหวอย่างประหลาด ทุกความรู้สึกและนามเรียกขานว่า ‘ปาริชาต’ กลับสั่นสะเทือนถึงตัวตนข้างในของเธออย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อดอกปาริชาตสีแดงเพลิงจากสรวงสวรรค์คือสัญลักษณ์แห่งการระลึกชาติที่มนุษย์ทั่วไปมิอาจสัมผัสกลิ่นหอมได้ มนตราแห่งดอกไม้ชนิดนี้จะสามารถกลายเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงอดีตชาติที่แสนตราตรึงให้หวนคืนกลับมาสู่หัวใจของเธออีกครั้งได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลารัก องค์รัชทายาท
8.5
เมื่อศัลยแพทย์หนุ่มหลุดย้อนเวลามาอยู่ในร่างพระชายาขององค์รัชทายาท เขาจึงต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางสมรภูมิชิงอำนาจและการเมืองในวังหลวงที่แสนอันตราย เขาต้องเรียนรู้วิธีการปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอด พร้อมกับพยายามเอาชนะใจองค์รัชทายาทผู้เย็นชาให้จงได้ เส้นทางความรักครั้งใหม่นี้เต็มไปด้วยอุปสรรคและการต่อสู้ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการถึงในโลกใบเดิมที่เขาจากมา