ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รสสวาท กลิ่นปรารถนา (The Smell of Passion)

รสสวาท กลิ่นปรารถนา (The Smell of Passion)

เฟลิกซ์ เวอซินี มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลจงใจใช้ฐานะเจ้านายดึงตัว ลินิน พนักงานสาวใต้บังคับบัญชาเข้าสู่บ่วงปรารถนาที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ลินินจะพยายามรักษาภาพลักษณ์อันเย็นชาเพื่อป้องกันตนเองจากความสัมพันธ์ชั่วคราวตามคำสอนของครอบครัว แต่เสน่ห์อันร้ายกาจของคาสโนวาแห่งปารีสกลับปลุกเร้าความต้องการที่ซ่อนเร้นในใจเธอให้ลุกโชน ท่ามกลางเกมไล่ล่าที่เขามองเธอเป็นเพียงเหยื่ออันโอชะ ลินินกลับเผลอมอบหัวใจให้เขาไปทั้งดวง รสสวาทที่เขาปรนเปรอจึงกลายเป็นพันธนาการที่จองจำเธอไว้ในวังวนแห่งความรัญจวนใจ
ตอน
แชร์

ตอน 1

“อ๊า!!! อย่างนั้นแหละชัย เร่งอีกนิดสิ” เสียงครวญครางอย่างกระสันซ่านของหญิงสามสิบปลายๆ เจ้าของใบหน้าสวยคมคายดังก้องเสียดแทรกความเงียบสนิทของยามดึกสงัด

หนึ่งสาวสะพรั่งรูปร่างอวบอัดวัยสามสิบต้นๆ นอนระทดระทวยอยู่บนโซฟาใหญ่ที่ห้องนั่งเล่นของบ้านปูนสไตล์โมเดิร์นขนาดเหมาะสมกับครอบครัวที่มีสมาชิกอยู่ด้วยกันห้าชีวิต และสมฐานะผู้มีธุรกิจห้างหุ้นส่วนจำกัดขายอุปกรณ์ก่อสร้าง กับอีกหนึ่งหนุ่มรูปร่างกำยำผิวค่อนข้างคล้ำเข้มด้วยทำงานกลางแจ้งมาทั้งชีวิต กำลังเริงรักกันอย่างถึงพริกถึงขิง เสียงครวญครางที่แม้จะพยายามสะกดกลั้นให้เงียบเชียบเพียงใด ก็ยังเล็ดลอดดังมาจนปลุกให้เด็กหญิงวัยแปดขวบตื่นจากนิทราในเวลาดึกสงัด

เด็กหญิงที่มีใบหน้าสวยคมคายตั้งแต่ยังไม่แตกเนื้อสาวเดินตามทางเดินของชั้นสองของตัวบ้านที่มีเพียงแสงไฟสลัวสาดส่องพอให้มองเห็นทางมาตามเสียงครางกระเส่ากับเสียงลมหายใจกระชั้นชิด กระทั่งมาหยุดอยู่ที่เชิงบันไดที่ทอดตัวลงไปสู่ชั้นล่าง อันสามารถมองเห็นสมรภูมิพิศวาสได้อย่างชัดเจน ในมือข้างหนึ่งของแม่หนูถือตุ๊กตากระต่ายที่พึ่งได้เป็นของขวัญวันเกิดจากคุณยายเจ้าระเบียบ เด็กหญิงหย่อนกายนั่งลงที่บันไดขั้นสูงสุด มืออีกข้างเกาะลูกกรงตรงราวบันไดเอาไว้ ขณะที่จับจ้องมองภาพความหฤหรรษ์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนัก

“โอ้... ชัย!! แรงอีกนิดสิ พี่จะไม่ไหวแล้ว” นั่นเสียงแม่ของเธอเอง เด็กหญิงจำได้ เพียงแต่ตอนนี้มันเต็มไปด้วยอาการสั่นเครือราวกับทรมานอย่างหนัก และผู้ชายคนนั้น... แม่หนูน้อยจำได้ว่าเป็นหนึ่งในพนักงานที่ทำงานในร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างที่พ่อของเธอเป็นเจ้าของ

ทั้งสองคนกำลังทำอะไรกันนะ? เด็กหญิงตั้งคำถามในใจ ทำไมแม่ของเธอถึงได้ดูทรมานอย่างนั้น ทำไมผู้ชายที่เธอเรียกติดปากว่า ‘น้าชัย’ ถึงได้เคลื่อนไหวด้วยท่วงท่าเช่นนั้นเหนือเรือนร่างเปลือยเปล่าของผู้เป็นแม่ของเธอเอง? เด็กหญิงเกิดอาการใคร่รู้ ทว่าก็ไม่อาจหาคำตอบได้ ด้วยไม่เคยเห็นกิจกรรมดังกล่าวมาก่อนในชีวิต

“ใช่! ใช่! อย่างนั้นแหละ ดีมาก” เสียงของสาววัยสามสิบกลางๆ เอ่ยชื่นชมในการเคลื่อนไหวและบทรักแสนเร่าร้อนของหนุ่มรุ่นน้อง เธอไม่ได้ลิ้มลองบทสวาทที่เหมือนไฟแผดเผาอย่างนี้มานานแล้ว เพราะระยะหลังๆ มานี่ดูเหมือนสามีของเธอจะค่อนข้างห่างเหิน เรียกได้ว่าร่วมรักกันอาทิตย์ละไม่เกินสองครั้งด้วยซ้ำ คงไม่แปลกที่เธอจะหาเศษหาเลยกับผู้ชายหนุ่มแน่นที่พร้อมจะตอบสนองอารมณ์ใคร่ของตัวเอง หญิงสาวคิดเช่นนั้น

“อา... พี่วรรณแน่นจริงๆ เลยนะครับ” เสียงของชายหนุ่มวัยกลัดมันแตกปร่าด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อน ทว่าคนที่แอบมองเหตุการณ์อยู่ไม่อาจเข้าใจได้ ได้แต่ยืนมองภาพการเคลื่อนไหวที่แสนร้องแรงนั้นด้วยความสนเท่ห์

“พี่ไม่ไหวแล้วชัย! ไม่ไหวแล้ว! อ๊า!!” เสียงหญิงสาวรูปร่างอวบอัดร้องบอก ก่อนที่เธอกรีดร้องเป็นทางยาวพร้อมกับร่างกายที่เกร็งสะท้าน สองขาสองแขนโอบรัดโอบรัดรอบร่างกำยำที่ชื้นเหงื่อของคนเหนือร่างแน่น

“อา... ผมก็ไม่ไหวแล้วครับพี่วรรณ อึก!” ไม่ทันได้สิ้นเสียงกรีดร้องเป็นทางยาวอย่างสุขสม ร่างหนั่นแน่นของชายผู้เร่าร้อนก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะหยุดนิ่งเพื่อปลดปล่อยความปรารถนาทุกหยาดหยดเข้าไปในปราการพลาสติกที่สวมใส่เพื่อป้องกันทั้งตัวเองและอีกฝ่าย เพราะไม่อยากให้มีผลอันไม่พึงประสงค์ตามมาจากการเป็นชู้รักของกันและกัน

สองหนุ่มสาวกอดกันกลม ขณะที่ทิ้งจังหวะให้ตัวเองได้ซึมซับกับความกระสันซ่านที่พานพบ กระทั่งเมื่อลมหายใจเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มผู้มีรสรักแสนร้อนแรงจะผละออกห่างจากร่างอวบอัดขาวนวลของสาวรุ่นพี่ แล้ว จัดการรูดเครื่องป้องกันแล้วโยนทิ้งออกไปไกลอย่างไม่ใส่ใจว่ามันจะไปตกลงที่ใด

“ผมรักพี่วรรณจังเลย” ชายหนุ่มรำพันขณะที่สวมกางเกงของตัวเอง ที่จริงต้องบอกว่าเขาหลงรักบทรักแสนเร่าร้อนของสาวรุ่นพี่เสียมากกว่า

“พี่ก็รักเธอจ้ะชัย อืม...” สาวสวยที่มีฐานะเป็นนายหญิงของอีกฝ่ายตอบกลับ ขณะที่ใช้ปลายมือเชยคางเหลี่ยมของอีกฝ่ายกลับมาแล้วมอบจุมพิตแสนเร่าร้อนให้

เด็กหญิงเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำบอกรักของคนทั้งคู่ แม้เธอจะเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ระหว่างแม่กับผู้ชายอีกคนที่เธอคุ้นหน้าเป็นอย่างดีนั้นมันคืออะไร แต่สำหรับเด็กวัยแปดขวบอย่างเธอก็พอจะรู้ว่าแล้วคำว่า ‘รัก’ น่ะมันคืออะไร และมีความหมายแค่ไหน

“แม่กับน้าชัยทำอะไรกันเหรอคะ?” เด็กหญิงเอ่ยขึ้นหลังจากที่ยืนดูเหตุการณ์เร่าร้อนของทั้งสองมานาน

“ว้าย! ตายแล้ว! ยัยนิน!” คนเป็นแม่ร้องเสียงหลง เพราะไม่คิดว่าลูกสาวจะตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วมาพบกับเรื่องที่เธอเฝ้าปกปิดเอาไว้มาร่วมปี ก่อนที่จะรีบคว้าเสื้อคลุมผ้าไหมที่สวมติดกายลงมาจากห้องนอนและถอดมันกองเอาไว้ข้างๆ โซฟาตัวนั้นขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็ว

ร่างสะโอดสะองเดินลิ่วตรงมาหาลูกสาวที่เดินมาถึงครึ่งทางของบันไดที่ทอดตัวสู่ชั้นบนของบ้าน มือคว้าต้นแขนเล็กๆ บีบไว้อย่างโมโห

“แกลงมาทำอะไร!? ดึกป่านนี้แล้วทำไมยังไม่นอน!?” คนเป็นแม่แผดเสียงถามอย่างไม่พอใจ ที่จริงต้องบอกว่าเธอตกใจมากกว่าที่ลูกสาวตื่นมาเห็นเหตุการณ์คบชู้ของตนเข้า

“นะ...หนูหิวน้ำ” เด็กหญิงวัยแปดขวบน้ำตาคลอ เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และเธอทำอะไรผิดนักหนา แต่ที่รู้คือเธอไม่อยากให้แม่โกรธเธอ และเธอไม่อยากถูกทำโทษด้วยการตีเจ็บๆ อย่างที่แม่ทำเวลาที่เธอทำอะไรให้ไม่พอใจอย่างเดิมอีก แต่ก็ยังอุตส่าห์ถามด้วยความใสซื่อ “มะ...เมื่อกี้แม่กับน้าชัยทำอะไรเหรอคะ?”

“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก! กลับขึ้นไปนอนได้แล้ว หรืออยากโดนตี!?” คราวนี้เด็กหญิงน้ำตาปริ่มขอบตา ก่อนยอมหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องนอนของตนตามเดิม คนเป็นแม่เดินกลับไปทิ้งตัวนั่งข้างๆ ชู้รักซึ่งสวมกางเกงเรียบร้อยแล้ว แต่เปลือยท่อนบนให้ล่อตาล่อใจสาวไฟแรงสูงเล่น

“เอาไงดีล่ะพี่วรรณ? หนูนินเห็นอย่างนั้นแล้วแกจะเอาไปบอกคุณสิทธิ์ไหมพี่?” ชายชู้ถามอย่างเป็นกังวล ถึงแม้เขาจะหลงบทสวาทของสาวรุ่นพี่มากแค่ไหน แต่มันก็ไม่ได้มากพอที่เขาจะเอาชีวิตมาเสี่ยงโดนฆ่าเพราะเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน หรือโดนไล่ออกจากงานหรอกนะ

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เรื่องนั้นพี่จะจัดการเอง ยัยนินน่ะไม่กล้าขัดคำสั่งพี่หรอก” วรรณภาบอก เธอมั่นใจอย่างนั้น ลินินเรียกได้ว่าเป็นเด็กค่อนข้างหัวอ่อน นั่นเพราะถูกคนเป็นยายเสี้ยมสอนมาตั้งแต่เด็กเรื่องการเชื่อฟังผู้หลักผู้ใหญ่ และเด็กหญิงก็ปฏิบัติตัวอยู่ในโอวาทของคนเป็นแม่เสมอมา อีกอย่าง... เธอค่อนข้างแน่ใจว่าลูกสาวยังเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าสิ่งที่เพิ่งเห็นไปน่ะมันคืออะไร

“แน่ใจหรือพี่?” แม้จะได้รับคำยืนยันหนักแน่น แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ ด้วยว่ามีชนักอันใหญ่ปักติดหลังอยู่นั่นเอง

“เชื่อพี่สิ ไม่ต้องคิดมากหรอกชัย” วรรณภาบอกพลางเอียงศีรษะซบกับบ่าบึกบึนแน่นด้วยกล้ามเนื้อต่างจากผู้เป็นสามีที่มีรูปร่างท้วมออกไปทางเจ้าเนื้อมากกว่า มือเรียวลูบไล้ไปตามแผงอกกว้างล่ำสัน “พี่ว่า... พี่มีวิธีช่วยให้ชัยผ่อนคลายความเครียดได้นะ”

“ยังไม่พออีกเหรอพี่? เมื่อกี้นี้ก็สองยกแล้วนะ” ชาญชัยถามอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อหู เขานับว่าเป็นชายหนุ่มที่บทรักร้อนแรงจนมีสาวๆ หลายคนติดใจรสรักของเขา แต่ไม่มีใครที่จะมีความต้องการมากล้นเหมือนนายหญิงคนนี้เลยสักคน แถมยังตอบสนองแรงรักได้อย่างถึงพริกถึงขิงอีก อีกฝ่ายหัวเราะคิกคักอย่างสาวรุ่น

“แหม...” สาวหุ่นน่าฟัดลากเสียงยาว ก่อนลุกขึ้นยืนแล้วนั่งคร่อมลงบนตักกว้างของชู้รัก มือเรียววางที่อกกว้างที่ยังชื้นเหงื่อ ลูบไล้อย่างเชิญชวนพร้อมส่งแววตาเย้ายวนไปให้ “ก็ชัยทำให้พี่ร้อนแรงได้ขนาดนั้น เท่าไหร่ก็ไม่พอหรอกจ้ะ”

ก่อนที่สองหนุ่มสาวจะเริ่มต้นเริงสวาทกันบนโซฟาตัวนั้นกันอีกหลายต่อหลายยก นั่นเพราะตอนนี้สามีของเธอพาลูกชายคนโตและลูกชายคนเล็กไปเยี่ยมปู่กับย่าที่ต่างจังหวัด ทั้งคู่จึงต้องการตักตวงเวลาอันมีค่านี้เอาไว้อย่างเต็มที่

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ประกาศหาแฟน
9.3
เมื่อเหวินหญ่าถูกคู่หมั้นและแม่เลี้ยงทรยศเพื่อฮุบสมบัติ เธอจึงจ้างชายหนุ่มสุดหล่อมาฉีกหน้าพวกเขาในงานหมั้นเพื่อล้างแค้น เธอเข้าใจผิดว่าเขาเป็นเพียงคนจนที่เห็นแก่เงิน แต่แท้จริงแล้วหมิ่นซือหางคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่คอยหนุนหลังเธออย่างลับๆ จนโชคชะตาของเธอเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะจบงานเขากลับไม่ยอมจากไปพร้อมประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ก่อนที่เธอจะพบความจริงที่คาดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วเขาคือชายแปลกหน้าผู้พรากพรหมจรรย์ของเธอไปในคืนนั้น
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวจำเป็นกับสามีเศรษฐี
9.2
เจียงช่านต้องเข้าพิธีวิวาห์กับชายอันธพาลแทนพี่สาวและใช้ชีวิตอย่างขัดสน ทว่าจู่ๆ สามีของเธอกลับถูกสงสัยว่าเป็นมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล เมื่อเธอรีบกลับไปถามความจริง เขากลับปฏิเสธและอ้างว่าเป็นเพียงคนหน้าเหมือนเท่านั้น เธอจึงขอให้สามีช่วยสั่งสอนเศรษฐีคนนั้นที่คอยตามตื้อเธอไม่เลิก วันถัดมามหาเศรษฐีฮั่วกลับปรากฏตัวพร้อมรอยฟกช้ำบนใบหน้า โดยเขายอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่านี่คือผลจากการทำตามคำสั่งของภรรยาที่ให้จัดการตัวเอง
หน้าปกนวนิยาย กำราบรักมัดใจนางบำเรอ
9.7
พลอยชมพูต้องเผชิญกับความหวาดหวั่นเมื่อตกอยู่ในเงื้อมมือของเอเดน มหาเศรษฐีรุ่นใหญ่ผู้มีแววตากระหายและท่าทางดุดัน เขาตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในตัวเธอด้วยวาจาเชือดเฉือนประหนึ่งเสือที่จ้องตะครุบเหยื่อ แม้เธอจะหวาดกลัวในความป่าเถื่อนของชายคราวพ่อที่มีหนวดเคราปกคลุมใบหน้า แต่เสน่ห์อันเหลือร้ายและความหล่อเหลาของเขากลับทำให้เธอเริ่มหวั่นไหวอย่างน่าประหลาด หากต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ให้ชายผู้นี้ เธอก็พร้อมจะปล่อยใจไปกับแรงปรารถนาที่เขามอบให้
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักมหาเศรษฐี
9.8
รามาน กูลซาคอฟ มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและไม่เคยยอมสยบให้ใคร กลับต้องเผชิญกับความว้าวุ่นใจเมื่อเขาไม่สามารถลืมเลือนหญิงสาวปริศนาที่มีสัมพันธ์ทางกายกันโดยบังเอิญได้ เขาออกตามหาเธออย่างบ้าคลั่งจนกระทั่งพบว่าเธอคือ วณิชยา เด็กสาวในอุปการะของมารดาที่อยู่ใกล้ตัวเพียงนิดเดียว แม้เธอจะยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง แต่สัญชาตญาณของเขากลับมั่นใจว่าเธอคือคนเดียวกันอย่างแน่นอน เขาจึงต้องตัดสินใจว่าจะเขี่ยเธอทิ้งไปเหมือนผู้หญิงคนอื่น หรือจะทำทุกวิถีทางเพื่อปราบพยศให้เธอยอมรับความจริง
หน้าปกนวนิยาย ติดอำนาจครอบงำ: ประธานาธิบดี จงอ่อนโยน
7.8
เมื่อจ้าวฉีหมิงมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลทำสัญญาจ้างชินซือหยู่ที่ปรึกษากฎหมายสาวมาทำงาน ความสัมพันธ์ลึกซึ้งชั่วคราวกลับกลายเป็นพันธนาการที่เขาไม่ยอมสลัดทิ้ง แม้เขาจะทำลายชื่อเสียงและหน้าที่การงานของเธอเพื่อบีบคั้นให้ยอมสยบ แต่เธอกลับโต้กลับอย่างเย็นชาว่าเขาเป็นเพียงสินค้าราคาแพงเกินเอื้อม ท่ามกลางความขัดแย้งและแรงปรารถนา เขาประกาศกร้าวต่อหน้าเธอว่าผู้หญิงที่เป็นของเขาจะไม่มีชายหน้าไหนกล้าแตะต้องเด็ดขาด