ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย แก้วตาของคนพาล

แก้วตาของคนพาล

ชีวาพรจำใจจบความสัมพันธ์หลังสิ้นสุดสัญญาแต่งงานเพื่อธุรกิจ แม้ความรักจะทำให้เธอตัดใจลำบากจนกลายเป็นคนตอแย แต่สุดท้ายเธอก็เลือกจากไปเงียบๆ ทว่าโชคชะตานำพาให้ธีทัตกลับมาพบเธออีกครั้งพร้อมความลับเรื่องลูก พ่อใจร้ายต้องเผชิญกับความแสบของน้องพร้อมที่ปกป้องแม่สุดชีวิต แม้เขาจะพยายามทวงคืนสิทธิ์ความเป็นพ่อและพิสูจน์ว่าตนไม่ใช่คนอื่นสำหรับครอบครัวนี้ แต่บาดแผลในอดีตและการหนีไปโดยไม่บอกลาก็กลายเป็นกำแพงที่เขาต้องก้าวข้ามเพื่อพิชิตใจเธอกลับมา
ตอน
แชร์

ตอน 2

เข้าหน้าหนาวแล้ว อากาศเริ่มหนาวเย็น หากปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศว่าอุณหภูมิอบอุ่นกว่าปีก่อน กระนั้นมันยังเย็นสบายกว่าอากาศในกรุงเทพฯ ชีวาพรมาอยู่ที่นี่ได้ปีกว่าแล้ว แม้เป็นเวลาไม่นาน แต่เธอกลับชอบและคิดว่าเธออยู่ที่นี่ได้ตลอดไป

มันไม่ใช่แค่ความต้องการของเธอ หากมาจากคนตัวกลมที่กำลังนอนแกว่งขาอยู่บนรถเข็นเด็กเป็นหลัก อากาศเย็นสบายเช่นนี้ถูกใจลูกชายวัยสิบเดือนของเธอนักเชียว

ชีวาพรยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา ตอนนี้เพิ่งเจ็ดนาฬิกาเศษ ถึงยังไม่ถึงเวลาเปิดร้านร้านกาแฟและเบเกอรี่ที่อยู่ตรงหัวมุมถนน เธอยังมีเวลาพาลูกไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ...เช้าๆ อย่างนี้จะมีคนเข้ามาวิ่งออกกำลังกาย ลูกชายของเธอก็มักผงกศีรษะขึ้นมาดูคนที่วิ่งผ่านเจ้าตัวเป็นพักๆ

น้องพร้อมอยู่ในวัยเริ่มสังเกตและอยากรู้จักผู้คน นอกจากจะเป็นเด็กอารมณ์ดี เจ้าตัวยังมีมนุษย์สัมพันธ์ดีอีกด้วย...ขอให้จำได้เถอะว่าใครเป็นใคร รายไหนก็รายนั้นจะต้องได้รับรอยยิ้มทักทายจากน้องพร้อมมาแต่ไกลเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ลุงหมอที่เพิ่งใช้เข็มฉีดยาจิ้มท่อนขาอวบๆ ของเจ้าตัวไปเมื่อต้นเดือน

“สวัสดีครับน้องพร้อม ไปทำงานกับแม่ตั้งแต่เช้าเลยนะเรา”

นายแพทย์หนุ่มทักทายทารกน้อยซึ่งกำลังยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันสองซี่ให้เขา เจ้าตัวน้อยโบกมือป้อมไหวๆ เป็นการทักทาย ไร้วี่แววเด็กแสนงอนที่สะบัดหน้าพรืดในวันที่เขาฉีดวัคซีนให้

ชีวาพรทักทายคุณหมอแทนลูกชายด้วยคำสั้นๆ เพราะเห็นว่าเขากำลังวิ่งออกกำลังกาย เธอไม่อยากขัดจังหวะการวิ่งของเขา หากเขากลับชะลอความเร็วเป็นการเดินพร้อมกับเธอเสียอย่างนั้น

“เข้าหน้าหนาวแล้ว ดูแลร่างกายให้อบอุ่นนะครับ ใส่เสื้อหนาๆ อย่างนี้ไว้ เชียงรายหนาวกว่ากรุงเทพฯ มาก กลัวหนุ่มน้อยจากเมืองกรุงจะไม่ชินกับอากาศบ้านเรา”

คุณหมอพูดเสียยืดยาว...ชีวาพรฟังแล้วยิ้ม นึกอยากแก้ความเข้าใจให้คุณหมอว่าน้องพร้อมเป็นหนุ่มเชียงรายเต็มตัว เพราะเจ้าตัวน้อยเกิดที่นี่ จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยย้ายไปที่ไหน หากเธอรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวมากเกินไป เธอจึงได้แต่คิด ไม่ได้พูดออกมา

ชีวาพรค่อนข้างระมัดระวังตัว เธออยู่ที่นี่ในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยว เธอยังอยู่ในวัยสาว ดังนั้นการใกล้ชิดผู้ชายสักคนมากเกินไป ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนโสดหรือไม่โสด มันก็อาจนำปัญหามาสู่เธอได้

เมื่อหมอหนุ่มเห็นว่าแม่ของเด็กชายไม่ได้พูดอะไรกับเขาอีก เธอเพียงยิ้มให้เขา ความเก้อเขินและทำตัวไม่ถูกจึงเกิดขึ้นกับหมอหนุ่ม ชายร่างสูงผิวขาวใส่แว่นตาเลนส์ใสจึงทำทีเป็นขอลาทารกน้อย แล้ววิ่งบนทางวิ่งจากสองแม่ลูกไป

“เธอน่ะคิดมาก”

คำพูดมาจากคนที่กำลังวางปลากะพงแล่เนื้อทอดบนข้าวสวยในกล่องใส่อาหารเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้า ในตอนนี้ชีวาพรพาน้องพร้อมมาถึงร้านกาแฟและเบเกอรี่แล้ว เธอทำงานที่นี่และร้านนี้เป็นร้านของเพื่อนสนิทของเธอ ซึ่งเจ้าตัวกำลังทำหน้าอ่อนระอาเธออยู่อย่างไรล่ะ

“ฉันคิดรอบคอบต่างหาก”

ชีวาพรบอกยิ้มๆ รู้ว่าเพื่อนห่วงใย แต่เธอสบายใจที่จะอยู่คนเดียวมากกว่า ซึ่งเพื่อนก็ยังถามต่ออย่างอยากรู้

“ถ้าหมอนิคชอบเธอจริงๆ เธอจะว่ายังไง”

“ฉันจะขอบคุณเขา แล้วฉันขออยู่กับน้องพร้อมต่อไป ฉันไม่คิดจะมีใครเข้ามาในชีวิตอีก ฉันอยู่กับลูกแค่สองคนก็พอ”

“เธอต้องคิดถึงอนาคต วันที่บูบุ๊ยโตเป็นหนุ่ม ซึ่งแน่นอนว่าผู้หญิงชายตามองหลานของฉันกันเกรียวอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าบูบุ๊ยมีแฟน เธอจะกลายเป็นป้าแก่ๆ ที่คอยตามหวงลูกชายที่อยู่ในวัยหนุ่มไหม...ฉันห่วงเธอตรงนี้แหละ เวลาเห็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับลูก สุดท้ายก็ติดหนึบอยู่กับลูก แงะตัวเองออกจากลูกไม่ได้ ฉันเห็นทีไรก็สงสารทั้งแม่ทั้งลูกทุกที”

บูบุ๊ยก็คือชื่อที่นิสาตั้งให้น้องพร้อม ซึ่งเจ้าตัวป้อมก็พร้อมที่จะหันไปหาเมื่อถูกคุณน้าเรียกด้วยชื่อนี้ เพราะรับรู้ไปแล้วว่ามันเป็นอีกชื่อหนึ่งของตน

“ขอบใจที่เตือนสติ แต่รับรองว่าบูบุ๊ยของเธอจะได้ใช้ชีวิตวัยหนุ่มอย่างเต็มที่ แกจะไม่มีแม่แก่ๆ ไปคอยขวางทางแกกับสาวๆ”

“นั่นแหละ มันเป็นเหตุผลที่ฉันอยากให้เธอเปิดใจมองผู้ชายคนใหม่ เพราะวันหนึ่งบูบุ๊ยก็ต้องโตและห่างจากเธอ ถือว่าเธอโชคดีที่ได้เริ่มต้นใหม่ในวันที่เธอยังสาวและสวยเลือกได้”

“มันใช่ที่ไหนกันล่ะ ฉันเป็นแม่ม่ายมีลูกติดหนึ่งคนต่างหาก”

“เธอเอาคำโบราณนี้มาพูดได้ยังไง ลบออกจากหัวไปเลย ฉันทนฟังไม่ได้”

นิสาโวยวาย ท่าทางรับไม่ได้อย่างจริงจัง ชีวาพรจึงแกล้งย้ำ...

“มันคือความจริง ฉันเป็นแม่ม่ายลูกติด”

มันไม่ใช่คำหยาบคาย มันเป็นเพียงคำที่บอกถึงสถานะของผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น ชีวาพรไม่คิดว่าคำนี้จะลดทอนคุณค่าของเธอได้ ดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็นต้องเลี่ยงพูดถึงมัน

“เธอเอาคำว่าแม่ม่ายลูกติดมาฝังหัว แต่รับรองเลยว่าคนคนนั้นไม่เคยคิดอย่างเธอ เขาทำตัวเป็นหนุ่มโสดแห่งปี เป็นผู้ชายไม่มีพันธะที่พร้อมเปิดรับสาวๆ เข้าสู่อ้อมอกอยู่เหมือนเดิม”

ใบหน้าของชีวาพรสลดวูบ นิสารีบปิดปาก...แต่ไม่ทันแล้วแหละ

“ฉันขอโทษนะ เธอกับเขาไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว เธอมูฟออนได้แล้ว แต่ฉันยังทำตัวรุงรังกับตานั่นอยู่”

นิสาไม่ตั้งใจพูดกระทบใจเพื่อน การทำร้ายจิตใจของเพื่อนที่บอบช้ำมาอย่างหนักเป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอจะทำ แต่เธอโกรธผู้ชายคนนั้นมากเกินไป มันจี๊ดในใจทุกทีที่นึกถึงเขา เธอจึงยั้งคำพูดไว้ไม่ทัน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไฟแค้นแสนพิศวาส
9.4
ชายหนุ่มจำใจจดทะเบียนสมรสกับเด็กสาวไร้เดียงสาเพื่อทำตามคำสั่งเสียสุดท้ายของบิดา ทว่าหลังทอดทิ้งเธอไปนานหลายปี เขากลับมาพบว่าภรรยาผู้นี้เติบโตเป็นสาวสวยสะพรั่งจนใจสั่น ทว่าในวินาทีที่คิดจะใช้สิทธิ์สามีครอบครองเธอ ความแค้นกลับปะทุขึ้นเมื่อเขาเข้าใจผิดว่าเธอคือต้นเหตุที่ทำให้มารดาต้องจากไปก่อนวัยอันควร ท่ามกลางไฟรักและแรงพยาบาทที่แผดเผา ความสัมพันธ์ครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรในนิยายโรมานซ์สุดเข้มข้นที่น่าติดตาม
หน้าปกนวนิยาย ฉันเปิดเผยความลับที่น่าสะพรึงกลัวหลังจากที่ตำแหน่งของลูกสาวถูกแย่งไป
7.9
หลังเสร็จสิ้นภารกิจลับระดับชาติ ฉันกลับพบว่าลูกสาวที่เพิ่งสอบผ่านเกณฑ์ฝึกงานของ UN ถูกลักพาตัวไปขังไว้ในโรงเรียนอย่างทารุณ โดยฝีมือของลูกคุณหนูจอมปลอมที่อ้างสิทธิ์แย่งชิงตำแหน่งนั้นไป พร้อมคำประจบสอพลอจากครูที่อ้างว่าพ่อแม่ของเด็กสาวคนนั้นเป็นมหาเศรษฐีและผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ซึ่งความจริงแล้วฐานะเหล่านั้นคือตัวตนลับของฉันและสามี ความโกรธแค้นจึงประทุขึ้นเมื่อความลับถูกสวมรอย ฉันจึงเริ่มสาวไส้ผู้อยู่เบื้องหลังเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ลูกสาว
หน้าปกนวนิยาย เมียหวานของประธาน
9.3
เมื่อบ้านหลังเดียวของเด็กกำพร้ากำลังจะถูกพรากไป หญิงสาวจึงยอมรับข้อเสนอสุดอันตรายด้วยการสวมรอยเป็นผู้หญิงอีกคนเพื่อแต่งงานกับนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ชีวิตคู่ที่เริ่มต้นจากคำโกหกทำให้เธอต้องแบกรับความกดดันอย่างหนัก ทุกวินาทีที่อยู่เคียงข้างเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นว่าตัวตนที่แท้จริงจะถูกจับได้ ยิ่งเวลาผ่านไปความผูกพันก็ยิ่งก่อตัวขึ้น ทว่าความจริงไม่อาจปกปิดได้ตลอดไป เมื่อหน้ากากที่เธอสวมไว้หลุดรอดออกมา ชะตากรรมของบ้านเด็กกำพร้าและความรักที่เกิดจากการหลอกลวงนี้จะลงเอยเช่นไร
หน้าปกนวนิยาย เมียรับจ้าง
8.7
เมื่อนักเขียนสาวไส้แห้งต้องมารับบทภรรยาจำเป็นแลกกับเงินก้อนโตเพื่อตบตาคนรอบข้างให้กับคาสโนว่าตัวพ่อผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และกะล่อนแบบหาตัวจับยาก เธอไม่เพียงแต่ต้องรับมือกับแผนการร้ายของแม่สามีที่คอยจ้องจะเล่นงานเธออยู่ทุกฝีก้าวเท่านั้น แต่ยังต้องต่อสู้กับความรู้สึกภายในใจที่เริ่มจะหวั่นไหวไปกับเสน่ห์อันแพรวพราวของสามีกำมะลอคนนี้ งานจ้างที่ดูเหมือนจะง่ายกลับกลายเป็นบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ที่เธอต้องเผชิญในฐานะเมียรับจ้าง
หน้าปกนวนิยาย ภรรยากระดูกเหล็ก
9.5
ตลอดห้าปีที่ฉวี่ชิงเกอทุ่มเทในฐานะภรรยาผู้ซื่อสัตย์ของฟู่หนานจิ่น เธอกลับได้รับเพียงใบหย่าในวันที่ตั้งครรภ์ ซ้ำยังเกือบเอาชีวิตไม่รอดขณะคลอดเพราะถูกปองร้าย ห้าปีผ่านไปเธอกลับมาในมาดประธานสาวผู้ทรงอิทธิพลเพื่อชำระแค้นทุกคนที่เคยทำลายชีวิตเธอ พร้อมเปิดโปงความลับที่ซ่อนเร้น เมื่ออดีตสามีมหาเศรษฐีเริ่มสำนึกผิดและใช้ลูกน้อยเป็นสื่อกลางอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวเพื่อสร้างครอบครัวใหม่ เธอจะยอมใจอ่อนให้อดีตที่แสนเจ็บปวดหรือเดินหน้าปิดฉากความสัมพันธ์นี้อย่างถาวร
หน้าปกนวนิยาย ร่ำรัก
8.6
โชคชะตาขีดเส้นให้หมอรามและวุ้นหวานต้องมาใกล้ชิดกันจนก่อเกิดเป็นความเสน่หาที่ยากจะต้านทาน แรงดึงดูดทางกายนำพาให้ทั้งคู่ถลำลึกสู่ห้วงอารมณ์ที่เร่าร้อนและหวามไหวเกินกว่าจะหยุดยั้ง เมื่อเด็กสาวตัดสินใจร้องขอให้ชายหนุ่มช่วยสอนบทเรียนรักอันซาบซ่านเพื่อเติมเต็มความปรารถนาที่คุกรุ่นอยู่ภายในใจ แม้จะรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นอาจผิดต่อคนรักของเธอ แต่ความโหยหาที่มีต่อสัมผัสของเขากลับรุนแรงจนเธอพร้อมจะมอบทั้งกายและใจให้หมอรามครอบครองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในค่ำคืนที่แสนรัญจวน