
เจ้าสาวถูกทิ้งกลางงานแต่ง
ตอน 2
ชิดชนก POV:
ธัชไม่กลับบ้านในคืนนั้น
ฉันไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไรเลย ฉันรู้ดีว่าเขาอยู่ที่ไหน และกำลังทำอะไรอยู่
ฉันเปิดดูโซเชียลมีเดียของรัญญา ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ทำให้หัวใจฉันเย็นยะเยือก
รูปของธัชกับรัญญาที่โรงพยาบาล รัญญานั่งอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าซีดเซียวแต่แววตาเต็มไปด้วยความสุข ธัชนั่งอยู่ข้างๆ เธอ มือของเขาโอบไหล่รัญญาอย่างอ่อนโยน
อีกภาพหนึ่งคือรูปที่ธัชกำลังคุยกับผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นแม่ของรัญญา ผู้หญิงคนนั้นจับมือธัชด้วยความเอ็นดู และมืออีกข้างก็ลูบท้องของรัญญาอย่างเบามือ
รอยยิ้มของธัชในภาพนั้นเป็นรอยยิ้มที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรัก ความสุข และความผูกพัน
ฉันจำได้ว่าตลอดห้าปีที่เราคบกัน ธัชเคยไปบ้านฉันแค่ครั้งเดียว เขามักจะอ้างว่าไม่ชอบอยู่ท่ามกลางผู้ใหญ่ แต่ในรูปนี้ เขากลับดูสบายใจและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวรัญญาอย่างสมบูรณ์
ตอนที่เขามาบ้านฉัน เขามักจะรักษามารยาทอย่างเคร่งครัด แต่ก็มีระยะห่างอยู่เสมอ เขาไม่เคยแสดงความรักหรือความผูกพันต่อครอบครัวฉันเลย
ฉันปิดโทรศัพท์ลง ความขมขื่นแล่นขึ้นมาในลำคอ ฉันกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหล
วันรุ่งขึ้น ฉันนัดเพื่อนสนิทของฉันมาเจอที่ร้านกาแฟใกล้บ้าน
"นก! แกจะบอกว่าแกจะยกเลิกงานแต่ง?" มะลิ เพื่อนสนิทของฉันร้องเสียงหลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ
"ใช่" ฉันตอบเสียงเรียบ "ฉันจะยกเลิกงานแต่ง"
"แต่ทำไมล่ะนก" มะลิยังคงไม่เข้าใจ "แกกับธัชรักกันมานานไม่ใช่เหรอ"
ฉันยิ้มอย่างขมขื่น 'รักกันมานาน' ฉันยอมรับว่าฉันรักธัชมานาน แต่เขาเคยรักฉันบ้างไหม
ฉันจำได้ว่าธัชเคยบอกว่าไม่อยากจัดงานแต่งงาน เพราะเขาไม่ชอบเรื่องวุ่นวาย แต่ฉันก็พยายามเกลี้ยกล่อมเขานานนับเดือน จนเขายอมตกลง
ฉันใช้เวลาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เตรียมงานแต่งงานทุกอย่างด้วยตัวเอง ฉันจัดเตรียมชุดเจ้าสาว เลือกดอกไม้ จัดหาสถานที่ และแม้กระทั่งช่างภาพที่ฉันชื่นชอบ
"มันไม่ง่ายเลยมะลิ" ฉันตอบเสียงแผ่ว "ยี่สิบปีที่ผ่านมา ฉันวิ่งตามเขามาตลอด"
ฉันรู้ดีว่าการตัดใจจากความรักครั้งนี้มันยากแค่ไหน มันเป็นความรักที่ฉันเฝ้าทะนุถนอมมาทั้งชีวิต
แต่ฉันก็ตระหนักได้ว่าความสัมพันธ์ของเรามันไม่เคยเท่าเทียมกันเลย ฉันเป็นฝ่ายวิ่งไล่ตามเขามาตลอด ฉันเป็นฝ่ายพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เขามองเห็นฉัน
ฉันเคยคิดว่าขอแค่มีเวลามากพอ ฉันก็จะสามารถเข้าไปอยู่ในใจเขาได้ ฉันเคยคิดว่าหลังจากแต่งงานแล้ว เรายังมีชีวิตอีกยาวนาน ฉันสามารถรอให้เขาเปิดใจให้ฉันได้
แต่แล้วรัญญาก็เข้ามา เธอทำลายทุกความฝันของฉัน
ธัชไม่ได้เป็นคนเย็นชาสำหรับทุกคน เขาแค่เย็นชากับฉันเท่านั้น
ฉันเคยปลอบใจตัวเองว่าเขาแค่ตอบแทนบุญคุณรัญญา แต่เมื่อฉันรู้ว่าเขายอมให้รัญญามีลูกกับเขา และเขายังหลอกให้ฉันเห็นดีเห็นงามด้วย ฉันก็ตระหนักได้ว่าฉันกับเขาไม่มีอนาคตร่วมกันอีกแล้ว
ฉันต้องตัดใจจากเขาให้ได้ ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนก็ตาม
ฉันไม่ได้เล่าเรื่องที่รัญญาตั้งครรภ์ให้มะลิฟัง ฉันแค่บอกว่าฉันอยากไปทำวิจัย และงานวิจัยนี้จะทำให้ฉันต้องตัดขาดจากโลกภายนอกเป็นเวลาสองปี
มะลิมองฉันด้วยความกังวล แต่เธอก็ยอมรับการตัดสินใจของฉัน
คืนนั้นเราคุยกันจนดึกดื่น ฉันรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยที่ได้ระบายความในใจ
เมื่อฉันกลับถึงบ้าน ธัชก็เพิ่งกลับมาถึงเช่นกัน
เขาได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวฉัน เขาย่นจมูกและถอยห่างจากฉันสองสามก้าว
"นกไปดื่มอะไรมาครับ" เขาถามด้วยน้ำเสียงรังเกียจ "ธัชไม่อยากให้นกเอาของเหม็นๆ แบบนี้เข้ามาในบ้าน"
ฉันยิ้มเยาะตัวเองในใจ 'คงกลัวว่ากลิ่นแอลกอฮอล์จะไปรบกวนรัญญา' ฉันคิด
ฉันรู้ดีว่าตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีกแล้ว
ฉันไม่ได้โต้ตอบอะไร ฉันเดินตรงไปที่ห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ
เมื่อฉันอาบน้ำเสร็จและเดินออกมาจากห้องน้ำ ธัชกำลังนั่งพิมพ์อะไรบางอย่างบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ ใบหน้าของเขาเปื้อนรอยยิ้ม
ฉันตั้งใจจะเดินเข้าห้องนอนไปนอน แต่เขากลับเรียกฉันไว้
"นกครับ ธัชมีเรื่องอยากจะคุยด้วย" เขาพูด
ฉันหยุดชะงัก ประโยคนี้เคยทำให้หัวใจฉันเต้นรัวด้วยความหวัง แต่ตอนนี้มันกลับทำให้ฉันรู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูก
รัญญาตั้งครรภ์แล้ว เขายังมีอะไรจะคุยกับฉันอีก
คุณอาจจะชอบ





