ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สะบายดีจอมดื้อ

สะบายดีจอมดื้อ

เมื่อความรักพังทลายจนหัวใจบอบช้ำ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจทิ้งทุกอย่างเพื่อมาพักกายพักใจที่ประเทศลาวนานนับเดือน แต่แผนการเยียวยาตัวเองกลับต้องวุ่นวาย เมื่อบริษัททัวร์ส่งไกด์ท้องถิ่นท่าทางกวนประสาทมาดูแลเขา แทนที่จะได้ความสงบ เขากลับต้องมาปะทะคารมกับเด็กหนุ่มที่พูดจาโผงผางใส่ตั้งแต่วันแรกว่าอย่ามาคิดมิดีมิร้ายกับตัวเองเสียอย่างนั้น ทริปหนีรักครั้งนี้จึงกลายเป็นความอลหม่านที่ทำให้เขาต้องปวดหัวมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ตอน
แชร์

ตอน 2

การข้ามชายแดนจากไทยมาประเทศลาวไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผมสักเท่าไหร่นัก แค่มีพาสปอร์ตก็ผ่านเข้ามาได้ฉลุยแล้ว ไม่นานนัก รถบัสที่ผมนั่งข้ามผ่านมายังลาวก็พาไปส่งที่ตลาดเช้าซึ่งเป็นท่ารถในนครหลวงเวียงจันทน์ ลงจากรถได้เท่านั้น ผมก็ถูกบรรดาสามล้อรับจ้างรุมทึ้งทันที พร้อมกับเรียกค่าจ้างเป็นเงินไทยประมาณห้าสิบบาทเพื่อไปส่งยังโรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก ดีที่ผมหาข้อมูลมาก่อนเลยปฏิเสธสามล้อพวกนั้นไปหมดและตั้งใจว่าจะเดินไปยังเกสต์เฮ้าส์ตามแผนที่ GPS ในโทรศัพท์

ทว่าพอผมเดินไปได้ไม่เท่าไหร่ สายตาก็ปะทะเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด

ใช่... ผู้ชายคนนั้นคือคนเดียวกับที่ผมเหวี่ยงกระเป๋าไปโดนก่อนหน้านี้

อุตส่าห์แยกกันไปแล้วยังจะวกกลับมาเจอกันอีก!

รู้เลยว่าโลกใบนี้โคตรจะกลม ผมมองไอ้บ้านั่นก้าวเดินฉับๆ อยู่ตรงหน้า มือข้างหนึ่งถือกระเป๋ากระสอบสายรุ้งสะพายบ่า มองจากทางด้านหลังแล้ว ผมก็สงสัยนะว่ามันกล้าแต่งตัวอย่างนี้เดินตามท้องถนนได้ยังไง เรื่องอากาศร้อนอะไรมันไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องแต่งตัวไม่เข้ากับบรรยากาศบ้านเมืองนี่มันทำให้มันดูเหมือนคนบ้า

ทว่านั่นก็ไม่ใช่เรื่องของผม ชะลอฝีเท้า ทิ้งระยะห่างสักหน่อยก่อนเดินตามไปเงียบๆ

ต้องใช้คำว่าเดินตามจริงๆ เพราะตอนแรกที่ผมเห็นมันเดินนำหน้าก็แค่คิดว่าคงจะไปทางเดียวกันแล้วไปแยกย้ายกันอีกทีตามตรอกซอกซอย หากแต่ไม่ใช่เลย ผมเดินตามหลังมันต้อยๆ ตามมายันเกสต์เฮ้าส์ที่ผมจองเอาไว้

เดี๋ยวนะ...มึงก็พักที่นี่เหรอ!?

พักที่นี่อย่างแน่นอน มันมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าเกสต์เฮ้าส์ที่ชื่อว่า ‘สะบายดีเวียงจันทน์’ แล้วก็เงยหน้าขึ้นมองป้ายเกสต์เฮ้าส์ราวกับว่าไม่แน่ใจนักว่ามันคือที่หมายที่มันต้องการมาไหม อะไรไม่ว่า มายืนขวางทางเข้าอยู่นานสองนาน ทำเอาผมที่แบกกระเป๋าเป้ใบบักเอ้กชักทนไม่ไหว ต้องเดินมาบอกมันอย่างไม่มีทางเลือกแม้ว่าจะไม่อยากเสวนาด้วยเลยก็ตาม

“ขอโทษนะครับ ขอผมเข้าไปหน่อย” ผมพูดออกมาเป็นภาษาไทย

ผู้ชายคนนั้นหันมามองผม สีหน้าดูงุนงง ผมเลยนึกขึ้นได้ว่าอาจจะไม่ใช่คนลาวเพราะก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะด่าผมเป็นภาษาอังกฤษ ผมเลยพูดเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงไท้ไทยใส่ไป

“เอ็กซ์คิ้วมี แคนยูพลีส...” หลบหน่อย... แม่งพูดเป็นภาษาอังกฤษว่ายังไงวะ ใช้ภาษามือเลยแล้วกัน

โบกมือปัดหย็อยๆ เป็นสัญญาณบอกว่าให้มันหลีกทางให้ อีกฝ่ายมองผมแล้วจู่ๆ ก็หัวเราะในลำคอดังหึขึ้นมา จากนั้นก็เดินเข้าไปข้างใน ปล่อยให้ผมยืนมองอย่างงุนงง

ไอ้ที่หัวเราะหึเมื่อกี้มันคืออะไร ทำไมรู้สึกเหมือนโดนดูถูกเรื่องพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้เลยวะ

ขุ่นใจขึ้นมาอีกระลอกทั้งที่ไม่อยากจะอารมณ์เสียเลย แต่พอมองตามหลังผู้ชายคนนั้นที่ไปติดต่อยังล็อบบี้และหายขึ้นไปยังชั้นบน ผมก็ถอนหายใจออกมา

ช่างมันเถอะ คนต่างชาติ ต่างภาษาก็ย่อมแตกต่างกันอยู่แล้ว ไม่แปลกถ้าเขาจะมารยาทไม่ดี

เพราะปลงเรื่องนี้ได้ ผมเลยไปติดต่อพนักงานที่ล็อบบี้เพื่อขอกุญแจเข้าห้องพักบ้าง โชคดีที่อย่างน้อยผมก็ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับผู้ชายคนนั้นเพราะผมอยู่เกสต์เฮ้าส์แบบแชร์ห้อง เพื่อนร่วมห้องผมเป็นเด็กนักศึกษาจากไทยอีกสามคนที่มาเที่ยวกันวันสุดท้ายก่อนจะกลับไทยพรุ่งนี้ วันนี้ผมก็เลยมีเด็กๆ พวกนั้นช่วยนำเที่ยวในเวียงจันทน์

ไปกับเด็กพวกนั้น ทุกอย่างมันก็ดูง่ายไปหมดเพราะเด็กๆ วางแผนเที่ยวกันมาดี ข้อมูลแน่น แถมยังอยู่ที่นี่มาเป็นอาทิตย์แล้วด้วย ผมที่แทบไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลยได้พึ่งใบบุญตะลอนทัวร์ไปด้วยแต่ก็เป็นแค่การเที่ยวในละแวกเกสต์เฮ้าส์เท่านั้น

เด็กๆ บอกว่าเที่ยวเวียงจันทน์ไม่ยากหรอก ไปตามแผนที่ GPS ในโทรศัพท์แค่นั้นเอง มันก็ไม่ยากสักเท่าไหร่หรอก วันใหม่มาถึง ผมก็ไปตะลอนเที่ยวตามสถานที่สำคัญต่างๆ ตามลำพัง

ไอ้ไปเที่ยวตามที่พวกนั้นน่ะไม่ยากเลย ที่ยากก็คือทำยังไงให้ไม่ถูกพวกมิจฉาชีพในคราบพ่อค้าแม่ค้าโกงเงินต่างหาก!

กลับมาถึงเกสต์เฮ้าส์ได้ ผมก็ออกอาการหัวเสียเมื่อคิดทบทวนว่าวันนี้ถูกหลอกเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์และโดนโก่งราคาค่ารถ ค่าอาหารไปมากแค่ไหน ยิ่งมาอ่านพวกรีวิวบนเว็บไซต์เรื่องกลโกงของคนพวกนี้ ผมยิ่งแค้นใจเข้าไปใหญ่

เสียไปไม่ใช่น้อยเลยนะวันนี้ อย่างน้อยก็แบงก์เทาใบนึงล่ะวะ

เป็นการเสียเงินที่ไม่ควรจะเสียเลยแม้แต่น้อย เอาเงินนั่นไปจ้างไกด์นำเที่ยวยังจะดีกว่าเสียไปเปล่าๆ ให้พวกขี้โกงนั่นอีก แค่ในเวียงจันทน์ยังขนาดนี้ แล้วออกไปจังหวัดอื่น ผมจะต้องถูกโกงเพราะตามไม่ทันคนพวกนี้อีกขนาดไหน

คิดแล้วก็น่ากังวลนัก ผมเลยตัดสินใจลงไปติดต่อกับพนักงานที่ล็อบบี้ว่าจะขอให้เขาช่วยหาไกด์ให้สักคนเพราะอีกไม่กี่วัน ผมก็จะเดินทางไปเที่ยวยังหลวงพระบางและต่อด้วยวังเวียง หากแต่ก็ต้องผิดหวังด้วยพนักงานล็อบบี้แจ้งว่าไกด์ผู้ชายติดงานกันหมด จะเหลือก็แต่ไกด์ผู้หญิง

ความจริงจะจ้างไกด์ผู้หญิงมันก็ไม่มีปัญหาแหละ เคยดูหนังเรื่องสบายดีหลวงพระบางที่ อนันดา เอเวอร์ริงแฮม แสดงนำ เรื่องนั้นก็ยังจ้างไกด์ที่เป็นผู้หญิงเลย แต่พอมานึกๆ ดูแล้ว ไกด์ผู้หญิงคงจะนำเที่ยวแบบสมบุกสมบันไม่ได้ ผมเป็นพวกง่ายๆ อยากเที่ยวสไตล์ลุยๆ มากกว่าเลยตัดสินใจพูดออกไป

“แล้วพอจะหาไกด์ที่เป็นผู้ชายที่ไม่ใช่คนของเกสต์เฮ้าต์ให้ได้บ้างไหมครับ”

คำตอบคือไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่รับงานกันข้ามเกสต์เฮ้าส์หรือโรงแรม แต่เป็นเพราะไม่มีคนจริงๆ ผมก็เกือบจะตัดใจอยู่แล้วถ้าเกิดว่าไม่มีผู้หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาถามผมขณะที่ผมยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”

ภาษาไทยสำเนียงเหน่อนิดๆ ดังออกมาจากปากของผู้หญิงคนนั้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งมาให้ผม

มองปราดเดียวผมก็จำเธอได้ว่าคือคุณแอน เจ้าของเกสต์เฮ้าส์ที่นี่ เมื่อวานเจอไปทีนึงแล้วแต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก แค่ทักทายกันนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น และผมก็ไม่แปลกใจด้วยว่าทำไมเธอถึงพูดไทยได้คล่องปร๋อขนาดนี้แม้ว่าสำเนียงจะแปร่งๆ ไปบ้างก็ตาม นั่นก็เป็นเพราะคนลาวดูรายการโทรทัศน์จากไทยและต้องทำเข้าสินค้าจากไทยเกือบทั้งหมด ทำให้คนลาวกว่าแปดสิบถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์สามารถพูดและอ่านภาษาไทยได้

ส่วนผม พอเห็นเจ้าของกิจการมา ผมก็เลยรีบบอกความต้องการของตัวเองออกไป

“อ๋อ ผมอยากจะได้ไกด์น่ะครับ ก็เลยมาถาม”

“ไกด์เหรอ ตอนนี้เหมือนจะเหลือแค่ผู้หญิงนะคะ”

“นั่นแหละครับปัญหา” ผมยิ้มให้กับคุณแอนเล็กน้อย

ไม่ต้องพูด คุณแอนก็พอจะเข้าใจว่าผมต้องการอะไรเลยพูดขึ้นมาอีก

“คุณเป็นผู้ชายนี่เนอะ จะให้ไปค้างอ้างแรมกับไกด์ผู้หญิงก็ไม่เหมาะเท่าไหร่ เอ เอาไงดี” จากนั้นก็ทำท่าครุ่นคิดไป

ผมเกือบจะบอกคุณแอนไปอยู่แล้วว่าไม่เป็นไร ในเมื่อไม่มี ผมก็ไปตายเอาดาบหน้าก็ได้ ทว่าเธอก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน

“จริงๆ แล้วก็พอจะมีคนอยู่นะคะ แต่เขาเพิ่งจะมาทำงานวันนี้เป็นวันแรกเอง ถ้าคุณดื้อไม่ถือสาอะไรก็ให้เขาพานำเที่ยวก็ได้ค่ะ”

“เขาเป็นคนลาวหรือเปล่าครับ”

“จะว่างั้นก็ไม่เชิง ลูกครึ่งไทย-ลาวน่ะค่ะ” คุณแอนยิ้ม

“เชี่ยวชาญเส้นทางในลาวหรือเปล่าครับ”

“อาจจะต้องให้เขาปรับตัวนิดนึง พอดีเขาเพิ่งกลับมาจากอเมริกาน่ะค่ะ ไม่ได้อยู่ลาวซะหลายปี”

พอได้ยินอย่างนี้ ผมเลยพยักหน้ารับเร็วๆ

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ แค่ขอให้เขารู้ทันกลโกงนักท่องเที่ยว ไม่ทำผมถูกโก่งราคา เท่านี้ก็พอแล้ว”

ตกปากรับคำไปเสียอย่างนั้น ในใจคิดว่าแค่ขอให้เป็นไกด์ผู้ชาย แล้วก็ทำให้ผมไม่ต้องถูกโกงอีก แค่นี้ก็พอแล้ว คุณแอนก็เลยบอกผมมาสั้นๆ

“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เย็นๆ จะติดต่อไปอีกทีแล้วกันนะคะ ขอเวลาให้ได้บรีฟงานเขาสักหน่อย”

ผมพยักหน้ารับ ดูท่าแล้วน่าจะเสียเวลาเที่ยวไปวันนึง แต่ยังไงแพลนเที่ยวของผมก็เปลี่ยนได้ตลอด นอนพักผ่อนเล่นๆ อยู่ที่ห้องสักวันก็คงจะไม่เป็นไร

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บอกแล้วไงว่าจะไม่รัก
9.6
เมื่อความผิดปกติทางร่างกายกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวาย เมื่อเขาถูกคุกคามด้วยข้อเสนอที่เกินจะรับไหว แม้จะเผชิญกับอุปสรรคส่วนตัวแต่เขาก็ยืนกรานที่จะปฏิเสธความสัมพันธ์ที่น่าเหลือเชื่อนี้อย่างเต็มกำลัง เพราะการยอมรับข้อเสนอนั้นอาจนำมาซึ่งหายนะที่เขาหวาดกลัวเกินกว่าจะจินตนาการได้ เขาจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและจุดยืนของตนเองเอาไว้ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นและชวนให้สับสนในความรู้สึกอย่างที่สุด
หน้าปกนวนิยาย Black Boy, Bad Boy จับพ่อหนุ่มตัวร้ายมาติวรัก
9.8
ละอองฟองต้องเผชิญวิกฤตชีวิตครั้งใหญ่เมื่อพ่อแม่ตัดขาดความช่วยเหลือทางการเงินจนเธอต้องหาทางเรียนต่อเอง ซ้ำร้ายยังตกงานและถูกทวงค่าเช่าห้องในวันเดียวกัน ท่ามกลางความมืดแปดด้านเธอกลับได้รับข้อเสนอให้เป็นติวเตอร์ส่วนตัว ทว่างานนี้มาพร้อมเงื่อนไขสุดหินคือห้ามหวั่นไหวหรือตกหลุมรักลูกศิษย์โดยเด็ดขาด หากทำไม่ได้นอกจากจะชวดเงินค่าจ้างทั้งหมดแล้ว เธอยังต้องชดใช้ค่าปรับมหาศาลถึงสิบเท่าซึ่งเป็นเดิมพันที่เธอจะพลาดไม่ได้แม้แต่เพียงนิดเดียว
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้าเป็นบุรุษอย่างนั้นรึ
9.7
เซียวหยามองดูคนรักด้วยความกังวลระคนโกรธแค้นเซียวเหยียน หลังเสิ่นจ้านถูกวางยาปลุกกำหนัดจนร่างกายร้อนรุ่มและต้องการปลดปล่อยความทรมานนี้อย่างหนัก ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้น เสิ่นจ้านกลับยืนหยัดในความรู้สึกที่มีเพียงหนึ่งเดียว เพราะในใต้หล้านี้เขาไม่ได้ปรารถนาหญิงงามคนใดเลย นอกจากบุรุษนามว่าเซียวหยาเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เขายอมมอบทั้งหัวใจและร่างกายให้ครอบครองในฐานะคู่ชีวิตที่แท้จริง
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย ความรักหลายปีสุดท้ายกลายเป็นความเกลียดชัง
9.2
เมื่อเสียวจิ่งเหิงรู้ตัวว่าเหลือเวลาเพียงเจ็ดวันสุดท้ายของชีวิต เขาจึงอ้อนวอนขอโอกาสจากฉินจั่วเพื่อแก้ไขความผิดพลาดในอดีต ก่อนหน้านี้เขาเคยสารภาพอย่างเลือดเย็นว่ารักเพียงยวี่โหรวและไม่ต้องการฝืนใจอยู่กินกับเธออีกต่อไป เขาบีบให้เธอเซ็นใบหย่าเพื่อไปใช้ชีวิตตามใจชอบโดยไม่สนลูกเมีย แต่ในท้ายที่สุด ชายที่เคยทอดทิ้งครอบครัวอย่างไม่ใยดีกลับเป็นฝ่ายที่ต้องหลั่งน้ำตาอ้อนวอนขอความรักและความเมตตาให้กลับมาคืนดีกันอีกครั้งในวาระสุดท้าย
หน้าปกนวนิยาย คู่ปลอมของอัลฟ่า สงครามเงียบของโอเมก้า
7.9
จากโอเมก้าต่ำต้อยที่เชื่อว่าตนคือคู่แท้ของคีรินทร์ อัลฟ่าผู้สูงส่ง ความจริงอันโหดร้ายกลับถูกเปิดเผยผ่านคัมภีร์ลับว่าเขายอมทำหมันเพื่อหญิงอื่นก่อนพบเธอเสียอีก ความรักที่เธอเทิดทูนและลูกในครรภ์แปดเดือนเป็นเพียงหมากในเกมพนันอันวิปริต เขาปล่อยให้ศิรินยาทำร้ายเธออย่างทารุณก่อนโยนร่างให้ลูกน้องย่ำยี ท่ามกลางความแตกสลายที่กลายเป็นความแค้นเย็นเยือก เธอจึงตัดสินใจจบชีวิตทารกด้วยสมุนไพรต้องห้าม เพื่อเริ่มต้นสงครามทวงแค้นต่อทุกคนที่ทำลายชีวิตเธอ