ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สะบายดีจอมดื้อ

สะบายดีจอมดื้อ

เมื่อความรักพังทลายจนหัวใจบอบช้ำ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจทิ้งทุกอย่างเพื่อมาพักกายพักใจที่ประเทศลาวนานนับเดือน แต่แผนการเยียวยาตัวเองกลับต้องวุ่นวาย เมื่อบริษัททัวร์ส่งไกด์ท้องถิ่นท่าทางกวนประสาทมาดูแลเขา แทนที่จะได้ความสงบ เขากลับต้องมาปะทะคารมกับเด็กหนุ่มที่พูดจาโผงผางใส่ตั้งแต่วันแรกว่าอย่ามาคิดมิดีมิร้ายกับตัวเองเสียอย่างนั้น ทริปหนีรักครั้งนี้จึงกลายเป็นความอลหม่านที่ทำให้เขาต้องปวดหัวมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ตอน
แชร์

ตอน 3

ระหว่างที่ผมรอให้คุณแอนไปคุยกับไกด์ให้เรียบร้อยแล้วค่อยเริ่มวางแพลนเที่ยวอย่างจริงจัง ผมก็ใช้เวลาทั้งวันในการนอนเล่นอยู่ในห้องอย่างที่ตั้งใจไว้เมื่อวาน ตกเย็นถึงได้ลงมานั่งเล่น กินดื่มที่บริเวณบาร์หน้าเกสต์เฮ้าส์ แขกเหรื่อที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเองก็มานั่งผ่อนคลายที่นี่เช่นกัน บ้างก็รู้จักกันมาก่อน บ้างก็เพิ่งมารู้จักกัน

เห็นเขาพูดคุยกันสนุกสนาน ผมก็อยากจะไปร่วมวงนะ แต่ดันพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง...

อย่าเรียกว่าไม่คล่องเลย แทบจะไม่ได้เลยจะดีกว่า แบบงูๆ ปลาๆ มากๆ เรียนจบมาพักนึงแล้วด้วย แทบจำไม่ได้แล้วว่าต้องเรียงประโยคยังไง ผมเลยได้แต่นั่งจิบเบียร์แกร่วอยู่คนเดียว

ฉับพลันก็คิดว่าดีแล้วล่ะที่ตัดสินใจนั่งแกร่วอยู่คนเดียว เพราะไม่ทันไร กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติพวกนั้นก็มีเพื่อนใหม่มาแนะนำตัวทำความรู้จักและร่วมวงดื่มกินหน้าตาเฉย

เพื่อนใหม่คนนั้น...ไอ้บ้ากระเป๋ากระสอบสายรุ้งเมื่อวานนี้

ผมเลี่ยงที่จะไม่มองหน้ามันเลย ไม่รู้ทำไมถึงได้เกิดเหม็นขี้หน้ามันขึ้นมาแปลกๆ ยิ่งเห็นมันพูดคุยกับพวกนักท่องเที่ยวหัวทองอย่างออกรส ผมก็เกิดหมั่นไส้มันขึ้นมา

พูดอังกฤษปร๋อเลยนะมึง พูดมั่วใช่ไหม กูรู้หรอก สารรูปมึงไม่น่ามีความรู้...

อคติสุดๆ ทั้งที่ผมไม่เคยที่จะดูถูกคนไม่รู้จักอย่างนี้มาก่อนเลยสักครั้งในชีวิต ก่อนที่นิสัยเสียของผมจะถูกระงับเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นคุณแอนเดินเข้ามาหา

“คุยกับไกด์ให้แล้วนะคะคุณดื้อ”

“อ้อ ครับ” ผมรีบปรับท่าทางให้สุภาพขณะตอบรับ

คุณแอนยิ้มให้ผม ก่อนที่จะยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เขียนเบอร์โทรกับอีเมลของใครบางคนมาให้ ผมมองแล้วก็ย่นคิ้วเล็กๆ

“อะไรเหรอครับ”

“เบอร์ติดต่อกับเมลของไกด์ค่ะ ฉันให้เบอร์ติดต่อของคุณกับไกด์ไปแล้ว เดี๋ยวเขาคงจะโทรไปหา”

ผมร้องอ๋อตอบรับก่อนจะยื่นมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาดู ถึงจะเขียนเป็นภาษาลาว แต่ผมก็พอจะอ่านออก

ปั้นรัก...

ไกด์ของผมชื่อปั้นรัก

ชื่อน่ารักอย่างนี้ ตัวจริงต้องน่ารักแน่ๆ

คิดถึงหนุ่มน้อยท่าทางสำอางหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ถ้าได้ไกด์แบบนั้น ทริปของผมก็คงจะมีบรรยากาศดีไม่ใช่น้อยเลย

ทว่าความคิดมโนของผมก็ต้องมลายหายไปเมื่อจู่ๆ คุณแอนก็พูดขึ้น

“เอ้า ปั้นรักอยู่ที่นี่พอดีเลย เดี๋ยวฉันให้เขามาคุยกับคุณดื้อเลยก็แล้วกันค่ะ”

พูดมาอย่างนั้น ผมก็มองตามทางที่คุณแอนมองไปทันที ก่อนจะต้องชะงักกึกเมื่อเห็นว่าคุณแอนมองไปยังโต๊ะคนต่างชาติพวกนั้น ทำเอาผมเอะใจขึ้นมา

“เดี๋ยวนะครับ ไกด์ที่บอกว่าเป็นลูกครึ่งไทย-ลาว เพิ่งกลับมาจากอเมริกา หมายถึงฝรั่งเหรอ”

เดาไปโน่นเพราะเห็นฝรั่งนั่งกันเต็มโต๊ะ แต่คุณแอนส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ

“ต้องเป็นคนเอเชียสิคะ คนนั้นต่างหากล่ะ หัวดำที่นั่งอยู่ตรงนั้น”

ชี้นิ้วไปแล้วด้วย ผมมองแล้วก็นิ่งอึ้งไปมากกว่าเดิม

นั่นมัน...ไอ้เวรกระเป๋าสีรุ้ง!

“อย่าบอกนะว่าผู้ชายคนนั้นคือ...ปั้นรัก?”

ถามออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา คุณแอนพยักหน้าหงึกหงัก

“ใช่ค่ะ คนนั้นแหละ”

อ้าปากค้างตามมาด้วยได้ ผมก็จะทำแล้ว

พีคกว่านั้นคือพอคุณแอนบอกผมว่าไกด์ของผมคือคนไหน เธอก็ตะโกนบอกไอ้บ้านั่นแล้ว

“ปั้น! คุณดื้อคือคนนี้นะ เดี๋ยวมาแนะนำตัวด้วย”

พีคไปอีกตรงที่ไอ้เวรนั่นลุกขึ้นยืนมาชะโงกมองผม ตอนนี้เองที่ผมได้เห็นสภาพมันชัดๆ

โอ้โห สภาพมึงนี่มันกุ๊ยชัดๆ เลย เคยตัดผม โกนหนวดโกนเคราบ้างไหม แล้วกางเกงขาเดฟกับเสื้อลายสก๊อตมึงนี่มันอะไร จะมานำเที่ยวหรือพาไปตัดอ้อย!?

ความอคติกลับมาอีกแล้ว อคติหนักมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นมันเบ้ปากใส่ผมเล็กน้อยทันทีที่เห็นหน้าผมชัดๆ เช่นกัน

หมดกันไกด์หนุ่มหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม กลายเป็นไอ้บ้าผมเผ้าฟู หนวดเหนิดไม่โกน แถมแต่งตัวไม่มีความแมตช์กันอย่างนี้เสียงั้นอะ อะไรไม่ว่า มันไม่มีทีท่าว่าจะสนใจผมด้วย แค่มองตามที่คุณแอนบอกเท่านั้น มันก็นั่งลงไป พูดคุยกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ต่อโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

ตอนนี้นี่เองที่ผมรู้สึกว่ามันไม่โอเคเลยรีบร้องบอกคุณแอนที่ตั้งท่าจะขอตัวไปทำธุระอื่นอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวครับคุณแอน อย่าเพิ่งไป ผมมีเรื่องอยากจะคุยหน่อย”

“ว่าไงคะ” คุณแอนเลิกคิ้วใส่ทันที

ผมก็ไม่แน่ใจว่าควรจะพูดดีหรือไม่ว่าอยากเปลี่ยนไกด์ มันจะทำให้ผมดูเป็นลูกค้าเรื่องมากไปเลยนะ แต่ไม่ถูกชะตากับไอ้หมอนั่นจริงๆ ถ้าต้องไปใช้ชีวิตด้วยกันหลายๆ วัน ผมว่าทริปพักใจของผมคงได้กลายเป็นทริปหนักใจและลำบากใจอย่างแน่นอน ผมเลยตัดสินใจที่จะพูดออกไป

“ผมขอเปลี่ยนไกด์ได้ไหมครับ”

พอพูดไปอย่างนั้น สีหน้าของคุณแอนก็ดูลำบากใจไปทันที ผมก็เข้าใจแหละว่าการขอเปลี่ยนไกด์แบบกะทันหันมันไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งผมรีเควสว่าขอไกด์ผู้ชายด้วยแล้ว ยิ่งไม่ง่ายเข้าไปใหญ่ ก่อนผมจะต้องพูดเสริมเมื่อเห็นว่าคุณแอนไม่พูดอะไรสักที

“คือผมมีปัญหากับเขานิดหน่อย”

หลุดปากออกไปแล้ว สีหน้าคุณแอนดูลำบากใจมากกว่าเดิมอีก

“มีปัญหาอะไรเหรอคะ”

ผมชำเลืองมองไปยังผู้ชายคนนั้นเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าควรจะลงรายละเอียดดีไหมว่าที่ไม่อยากจะไปกับมัน นอกจากรูปร่างหน้าตาจะไม่เจริญหูเจริญตาแล้ว เมื่อวันก่อนมันยังด่าผมว่าไอ้รูก้น แต่พอคุณแอนถามออกมาอีกครั้ง

“ว่าไงคะคุณดื้อ มีปัญหาอะไรเอ่ย”

ผมก็ว่าออกมาตามตรงด้วยน้ำเสียงอันเบาด้วยเกรงว่ามันจะได้ยิน

“คือเมื่อวันก่อนน่ะครับ ผมถูกเขาต่อว่านิดหน่อย”

สีหน้าลำบากใจของคุณแอนแปรเปลี่ยนไปเป็นสงสัยทันควัน

“ต่อว่าอะไรคะ”

“แบบว่า... เขาด่าผมน่ะครับ ผมบังเอิญเหวี่ยงกระเป๋าไปโดนเขาตอนอยู่ที่ท่ารถน่ะ” พูดไปตามตรงอีกครั้ง

ทว่าแทนที่คุณแอนจะพยักหน้ารับแล้วจัดการตามที่ผมขอให้ ดันถามเจาะลึกลงกว่าเดิม

“ด่าว่าอะไรคะ” ถามไป คิ้วก็ย่นยู่ไป

ถึงจะไม่อยากบอกเพราะกลัวว่าผมจะทำให้ไกด์คนนั้นลำบาก แต่ก็เพื่อตัดความรำคาญแล้วจะได้เปลี่ยนไกด์ ผมเลยต้องให้เหตุผล สุดท้ายเลยโพล่งไป

“ด่าเป็นภาษาอังกฤษที่มีความหมายว่า...รู...เอ่อ...รูก้นน่ะครับ”

ไม่อยากจะพูดภาษาอังกฤษสักเท่าไหร่ด้วยเกรงใจคุณแอนเพราะมันเป็นคำหยาบ แต่การพูดภาษาไทยซึ่งเป็นคำแปลอย่างนั้นก็ทำให้คุณแอนเข้าใจได้

เท่านั้น สีหน้าใจดีของคุณแอนก็พลันเปลี่ยนเป็นขุ่นเคืองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะร้องเรียกไอ้บ้านั่นเสียงดังลั่น

“ปั้น! มานี่!”

คนถูกเรียกสะดุ้ง หยุดปากที่กำลังเม้าท์มอยหอยสังข์ทันที ดูขัดใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมลุกออกจากโต๊ะนั้นมาหาคุณแอน

“What?” ถามด้วยภาษาอังกฤษด้วยเอาซี่

คุณแอนเลยตีเข้าที่ไหล่ไม่แรงนักไปทีนึง

“ยังจะมาถามอีกว่าอะไร วันก่อนแกไปว่าอะไรแขก”

ปั้นรักทำหน้างุนงง มองหน้าผมสลับกับหน้าคุณแอนแล้วก็ว่าเสียงสูง

“I don’t know! (ผมไม่รู้!)”

มึงจะมาด็อนท์โนวอะไร กูได้ยินชัดๆ เต็มๆ สองหูว่าด่ากูว่ารูอะไรนั่นน่ะ!

คุณแอนสูดหายใจเข้าเต็มปอดกับท่าทางไม่ยี่หระของอีกฝ่าย ก่อนจะพูดออกมา

“ไปด่าเขาว่ารูอะไรนะ”

ปั้นรักยังทำหน้างงอยู่ คุณแอนก็เลยหันมาถามผมแทน

“พูดมาเลยค่ะคุณดื้อ เขาว่าคุณว่าอะไรนะคะ”

“รูก้นครับ” ผมว่างุบงิบ รู้สึกอุบาทว์ตัวเองมากที่ต้องพูดคำว่ารูนี่ซ้ำไปซ้ำมา

แต่มันก็ทำให้ปั้นรักนึกขึ้นมาได้ พลันมันก็ร้องอ๋อออกมาพร้อมกับรัวภาษาลาวใส่อย่างรวดเร็ว

“เว้าว่า Asshole แปลเป็นงี่เง่าบ่แม่นฮูขี้ (พูดว่า Asshole แปลว่างี่เง่า ไม่ใช่รูก้น)”

คุณแอนชักสีหน้าไม่พอใจออกมาอย่างรวดเร็วเมื่ออีกฝ่ายยอมรับ แต่ไอ้ปั้นรักมันไม่ได้สำนึกเลยแม้แต่น้อยว่ากำลังทำเจ้านายตัวเองลำบาก ว่าออกมาหน้าตาเฉยใส่ผมอีก

“ฮูขี้หยังแม่นใผพาแปลตรงๆ จังชั้นคือโง่แท้เบาะ (รูก้นอะไร ใครเค้าแปลกันตรงๆ แบบนั้น โง่จริงโง่จัง)”

อะ...ไอ้…!

กำมือแน่นมาก ระงับใจสุดชีวิตให้ไปพุ่งไปต่อยมันขณะที่ในใจนี่ร้อนระอุขึ้นมาแล้ว

แม่งเอ๊ย กูจะรู้ไหมว่ามันแปลว่างี่เง่าอะไรของมึงน่ะ ภาษาอังกฤษกูแข็งแรงซะที่ไหน รู้ศัพท์ก็ดีแล้ว ass แปลว่าก้น hole แปลว่ารู เอามารวมกันเป็นรูก้น แปลผิดตรงไหนล่ะวะ!

ที่สำคัญ...กู-เป็น-แขก และกำลังจะว่าจ้างมึงมาเป็นไกด์ด้วย มาพูดอย่างนี้ได้ยังไง!

เออ โมโห ยอมรับเลย แต่ผมมีวุฒิภาวะมากพอที่จะไม่ระเบิดอารมณ์ออกมา จะมีก็แต่คุณแอนนี่แหละที่ร้องเรียกมันเสียงดัง

“บักปั้น!”

ตามมาด้วยดึงปลายหูอีกฝ่ายทันควันพร้อมกับพ่นภาษาลาวออกมา

“เว้าจังซี่กับแขกได้ไง (พูดอย่างนี้กับแขกได้ไง)”

ปั้นรักร้องโอดโอยทันควัน ผมมองแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ครู่เดียวคุณแอนก็รู้สึกตัว รีบหันมาบอกผมด้วยภาษาไทย

“ขอโทษนะคะที่ลูกชายฉันทำมารยาทไม่ดีใส่คุณดื้อ”

เอ้า นี่เป็นแม่ลูกกันเหรอ

ผมมองทั้งคู่อย่างตกใจ ขณะที่คุณแอนพูดขึ้นมาอีก มือก็ดึงหูปั้นรักให้มันร้องครวญครางไปเรื่อยๆ

“แต่ถ้าจะให้เปลี่ยนไกด์ตอนนี้มันไม่มีแล้วจริงๆ ค่ะ ถ้าคุณดื้อไม่ถือสาอะไรกับปากมัน เด็กนี่ก็พร้อมจะดูแลคุณนะคะ”

ดูจากสภาพมันแล้ว มันไม่น่าจะพร้อมดูแลผมสักนิดเลยนะครับคุณแอน ขนาดสารรูปมัน มันยังไม่ดูแลเลยเนี่ย

ผมก็อยากจะปฏิเสธอยู่หรอก ทว่าพอเห็นผมจะพูด คุณแอนก็สวนมา

“ถ้าคุณไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจะให้คุณอยู่ฟรีอาทิตย์นึงเลยค่ะ ถือว่าเป็นการชดเชยที่คนของเกสต์เฮ้าส์ทำมารยาทไม่ดีใส่ด้วย เงินที่จ่ายมาแล้ว เดี๋ยวคืนให้นะคะ แล้วเรื่องไกด์จะให้นำเที่ยวให้ฟรีๆ ด้วยค่ะ”

ต่อรองมาอย่างนี้ ผมก็เลยนิ่งไปครู่

อยู่ฟรีอาทิตย์นึงกับได้ไกด์ฟรีเหรอ... น่าสนใจแฮะ

ถึงไอ้ปั้นรักอะไรนั่นจะดูไม่ค่อยสมประกอบสักเท่าไหร่ แต่ด้วยความโลภ ผมเลยตัดสินใจตกปากรับคำไป

“ก็ได้ครับ”

เท่านั้นคุณแอนก็ยิ้มออกมา

“งั้นรบกวนอีกเรื่องนึงค่ะ คุณดื้ออย่าไปรีวิวในเว็บว่าเกสต์เฮ้าส์ของฉันในทางลบนะคะ ช่วงนี้พวกที่พักแย่งนักท่องเที่ยวกันน่ะค่ะ คะแนนรีวิวในเว็บค่อนข้างจะมีผลพอสมควรเลย”

อ๋อ เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงจะให้ผมอยู่ฟรีๆ ที่แท้ก็เป็นเพราะอย่างนี้น่ะเอง

ผมก็ได้แค่รับปากไปพลางยิ้มฝืนๆ ให้ สายตาปราดมองไปยังปั้นรักที่โดนแม่ดึงหูจนต้องแหกปากออกมาด้วยทนไม่ได้

“Ouch! Mom! Let me go! (โอ๊ย! แม่! ปล่อยได้แล้ว!)”

เท่านั้นคุณแอนก็ปล่อยมือ แต่ก็ไม่วายตีเข้าไปที่ไหล่อีกฝ่ายอีกทีพร้อมส่งเสียงดุ

“ยังไม่ไหว้ขอโทษแขกอีก!” ประโยคนี้ตั้งใจพูดภาษาไทย คงเพราะต้องการให้ผมเข้าใจด้วย

ปั้นรักทำท่าขัดใจ ไม่ยอมยกมือไหว้ผมแต่โดยดีเลยถูกคุณแอนยกมือขู่จะตีอีกครั้ง มันถึงรีบยกมือไหว้

“ขอโทษ”

คำว่าขอโทษในภาษาไทยกับภาษาลาวพูดเหมือนกัน แต่การขอโทษของมันนี่เป็นการขอโทษแบบขอไปทีมาก ผมก็ไม่ได้อยากจะถือสาหาความอะไรมากนักหรอกเลยพยักหน้ารับไป

“ทีหลังอย่าให้มีอีก ดูแลคุณดื้อดีๆ ด้วย” คุณแอนดุตบท้ายด้วยภาษาบ้านเกิดผม

จากนั้นก็ขอตัวไปทำธุระต่อ พอหันหลังเดินจากไป เหลือเพียงปั้นรักกับผม มันก็ทำปากขมุบขมิบเหมือนจะบ่นแม่ ก่อนจะหันมาทางผมที่จ้องหน้ามันนิ่ง

“เบิ่งหยังบ่เคียหันคนหล่อหวา (มองอะไร ไม่เคยเห็นคนหล่อหรือไง)”

จู่ๆ รัวภาษาลาวมา ผมก็ตั้งรับไม่ทันเลยทำหน้างงใส่มัน

“ฮะ?”

หากแต่มันไม่คิดจะแปลอะไรใดๆ ให้ผมเลย นอกจากปรายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูดออกมาอีก

“อันจ้างไกด์ผู้ชายนิคิดหยังอยู่นิ เป็นเกย์หวานิถ้าเป็นนิขอบอกอย่าหยุ้งกับดากข้อยเด้อ (แล้วจ้างไกด์ผู้ชายนี่คิดอะไรอยู่ เป็นเกย์ปะเนี่ย ถ้าเป็นนี่บอกไว้ก่อนนะว่าไม่รับงานนอก นอนด้วยได้อยู่ แต่อย่ายุ่งกับก้นนะ)”

พ่นมาอย่างเร็ว ผมต้องใช้เวลาในการประมวลผลสักครู่เลย พักนึงถึงจะเข้าใจว่ามันพูดว่าอะไร

มารดามึงเถอะ! สภาพน่ายุ่งกับดากมาก เดี๋ยวก็ยอกหน้าแหก

มั่นหน้าจริงๆ ไอ้นี่...

ไม่ทันที่จะได้พูดอะไร มันก็ถูกนักท่องเที่ยวโต๊ะอื่นโบกไม้โบกมือเรียกไปดื่มด้วยแล้ว มันเลยไม่รอช้า ปล่อยให้ผมนั่งอยู่ที่เดิมคนเดียว เดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

ผมมองมันแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

ได้ไกด์ผีมาแท้ๆ เลยกู... ไกด์ผีบ้า

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บอกแล้วไงว่าจะไม่รัก
9.6
เมื่อความผิดปกติทางร่างกายกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวาย เมื่อเขาถูกคุกคามด้วยข้อเสนอที่เกินจะรับไหว แม้จะเผชิญกับอุปสรรคส่วนตัวแต่เขาก็ยืนกรานที่จะปฏิเสธความสัมพันธ์ที่น่าเหลือเชื่อนี้อย่างเต็มกำลัง เพราะการยอมรับข้อเสนอนั้นอาจนำมาซึ่งหายนะที่เขาหวาดกลัวเกินกว่าจะจินตนาการได้ เขาจึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาศักดิ์ศรีและจุดยืนของตนเองเอาไว้ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นและชวนให้สับสนในความรู้สึกอย่างที่สุด
หน้าปกนวนิยาย Black Boy, Bad Boy จับพ่อหนุ่มตัวร้ายมาติวรัก
9.8
ละอองฟองต้องเผชิญวิกฤตชีวิตครั้งใหญ่เมื่อพ่อแม่ตัดขาดความช่วยเหลือทางการเงินจนเธอต้องหาทางเรียนต่อเอง ซ้ำร้ายยังตกงานและถูกทวงค่าเช่าห้องในวันเดียวกัน ท่ามกลางความมืดแปดด้านเธอกลับได้รับข้อเสนอให้เป็นติวเตอร์ส่วนตัว ทว่างานนี้มาพร้อมเงื่อนไขสุดหินคือห้ามหวั่นไหวหรือตกหลุมรักลูกศิษย์โดยเด็ดขาด หากทำไม่ได้นอกจากจะชวดเงินค่าจ้างทั้งหมดแล้ว เธอยังต้องชดใช้ค่าปรับมหาศาลถึงสิบเท่าซึ่งเป็นเดิมพันที่เธอจะพลาดไม่ได้แม้แต่เพียงนิดเดียว
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้าเป็นบุรุษอย่างนั้นรึ
9.7
เซียวหยามองดูคนรักด้วยความกังวลระคนโกรธแค้นเซียวเหยียน หลังเสิ่นจ้านถูกวางยาปลุกกำหนัดจนร่างกายร้อนรุ่มและต้องการปลดปล่อยความทรมานนี้อย่างหนัก ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้น เสิ่นจ้านกลับยืนหยัดในความรู้สึกที่มีเพียงหนึ่งเดียว เพราะในใต้หล้านี้เขาไม่ได้ปรารถนาหญิงงามคนใดเลย นอกจากบุรุษนามว่าเซียวหยาเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เขายอมมอบทั้งหัวใจและร่างกายให้ครอบครองในฐานะคู่ชีวิตที่แท้จริง
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย ความรักหลายปีสุดท้ายกลายเป็นความเกลียดชัง
9.2
เมื่อเสียวจิ่งเหิงรู้ตัวว่าเหลือเวลาเพียงเจ็ดวันสุดท้ายของชีวิต เขาจึงอ้อนวอนขอโอกาสจากฉินจั่วเพื่อแก้ไขความผิดพลาดในอดีต ก่อนหน้านี้เขาเคยสารภาพอย่างเลือดเย็นว่ารักเพียงยวี่โหรวและไม่ต้องการฝืนใจอยู่กินกับเธออีกต่อไป เขาบีบให้เธอเซ็นใบหย่าเพื่อไปใช้ชีวิตตามใจชอบโดยไม่สนลูกเมีย แต่ในท้ายที่สุด ชายที่เคยทอดทิ้งครอบครัวอย่างไม่ใยดีกลับเป็นฝ่ายที่ต้องหลั่งน้ำตาอ้อนวอนขอความรักและความเมตตาให้กลับมาคืนดีกันอีกครั้งในวาระสุดท้าย
หน้าปกนวนิยาย คู่ปลอมของอัลฟ่า สงครามเงียบของโอเมก้า
7.9
จากโอเมก้าต่ำต้อยที่เชื่อว่าตนคือคู่แท้ของคีรินทร์ อัลฟ่าผู้สูงส่ง ความจริงอันโหดร้ายกลับถูกเปิดเผยผ่านคัมภีร์ลับว่าเขายอมทำหมันเพื่อหญิงอื่นก่อนพบเธอเสียอีก ความรักที่เธอเทิดทูนและลูกในครรภ์แปดเดือนเป็นเพียงหมากในเกมพนันอันวิปริต เขาปล่อยให้ศิรินยาทำร้ายเธออย่างทารุณก่อนโยนร่างให้ลูกน้องย่ำยี ท่ามกลางความแตกสลายที่กลายเป็นความแค้นเย็นเยือก เธอจึงตัดสินใจจบชีวิตทารกด้วยสมุนไพรต้องห้าม เพื่อเริ่มต้นสงครามทวงแค้นต่อทุกคนที่ทำลายชีวิตเธอ