
คุณหมอจอมบงการ (ซีรีย์ชุดจอมใจจอมบงการรัก)
ตอน 3
“ถ้าฉันบอกว่าไม่เชื่อ จะเป็นการทำลายจิตใจเธอเกินไปหรือเปล่าล่ะ” ด้วยความเป็นเพื่อนสนิทลักษณ์นาราจึงกล้าพูดตรงๆ
“แต่ฉันรักพี่ธันวานะ รักมากด้วย” ดารัณพูดเสียงเบา
“แกรักพี่เขาแต่พี่เขาจะรักแกหรือเปล่าละ” ลักษณ์นาราโคลงศีรษะไปมา “ทำใจเผื่อไว้บางก็ดี ที่เขาไม่ยอมแต่งงานกับแกเสียทีเขาอาจเป็นเกย์ก็ได้”
“ยัยหนิง!” ดารัณเอื้อมมือมาตีไหล่เพื่อนดังเพี้ยะ! “อย่ามาว่าพี่ธันวาแบบนั้นนะ”
“โอ๊ย! ปกป้องจังนะ” ลักษณ์นาราหัวเราะร่วน มือเล็กๆ แบบนี้ตีไปก็ไม่เจ็บอะไรนัก “ก็มันจริงไหมละ ผู้หญิงสวยๆ อย่างแกถ้าเขาไม่สนใจก็เป็นเกย์อย่างเดียวเลย”
ดารัณพลอยหัวเราะออกมาด้วยอารมณ์หวั่นไหวเมื่อครู่จึงดีขึ้น เสียงโทรศัพท์มือถือทำให้หญิงสาวผละมือจากเพื่อนรักมารับสายหมายเลขที่คุ้นเคย
“สวัสดีค่ะคุณหญิงแม่” ดารัณรับสาย ปกติถ้าเธอไม่ไปหาที่บ้านท่านก็โทรมาหาเสมอจนเหมือนเธอเป็นคนในครอบครัวนั้นแล้ว
“วันนี้ว่างไหมลูกมิ้นต์”
“ว่างค่ะ มิ้นต์เพิ่งให้สัมภาษณ์นักข่าวเสร็จไปเมื่อครู่ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นมาทานข้าวเย็นที่บ้านแม่นะจ๊ะ”
“มีอะไรพิเศษหรือเปล่าคะ” หญิงสาวหัวเราะน้อยๆ เพราะปกติเธอก็ไปบ่อยอยู่แล้ว
“ตาธันกลับบ้านนะซิ แม่เลยอยากให้มิ้นต์มาหา”
“อะไรนะคะ” คราวนี้ดารัณถึงกับทำตาโตตื่นตกใจ “คุณแม่ว่าอะไรนะคะ”
“ได้ยินชัดแล้วยังจะแกล้งถามซ้ำอีก”
“ค่ะ...ค่ะคุณแม่ มิ้นต์จะรีบไปค่ะ”
ลักษณ์นารามองสีหน้าตื่นตระหนกของเพื่อนอย่างแปลกใจ “เป็นอะไรหรือเปล่า”
“พี่ธัน...พี่ธันวากลับบ้านมาแล้วนะซิ”
“พี่ธันวา? คู่หมั้นที่ไม่ได้เจอกันนะเหรอ” ลักษณ์นาราทำเป็นจำไม่ได้
“จะมาตอกย้ำกันทำไมนะ” ดารัณค้อนขวับเข้าให้ เธอหันไปดูเวลาจากนาฬิกาวินเทจในร้านแล้วก็ต้องอุทานเพราะต้องรีบเดินทางได้แล้ว แต่เมื่อลุกขึ้นจากเก้าอี้ก็อดก้มมองสภาพตัวเองไม่ได้
“ฉันดูเป็นไงบ้าง”
ลักษณ์นารามองเพื่อนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ผมยาวสลวยดัดเป็นลอนอ่อนรับใบหน้ารูปไข่ ใบหน้าแต้มแต่งพอเหมาะน่ามอง ชุดเดรสผ้าฝ้ายย้อมครามที่สวมก็เรียบหรูดูดีไม่สั้นจนเกินไปเหมาะกับการเข้าพบผู้ใหญ่ แต่ท่าทางตื่นเต้นกังวลของเพื่อนเธอนะซิทำให้อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“หัวเราะทำไม?”
“สวยแล้ว” ลักษณ์นาราบอก “ก็อย่างที่บอกไง ถ้าแบบนี้ผู้ชายคนไหนไม่ชอบก็แสดงว่าเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันแล้วล่ะ”
“พูดอะไรไม่ให้กำลังใจเลย” ดารัณส่ายหน้าไปมาแล้วหยิบกระเป๋าของตนเองขึ้นคล้องไหล่ “ฉันไปก่อนนะ กลัวรถติดนะกว่าจะไปถึงแล้วจะทำให้ผู้ใหญ่รอนานคงดูไม่ดี”
“จ๋า” ลักษณ์ณาราโบกมือไปมา “รีบไปเถอะ คู่หมั้นรอนานจะไม่ดี”
“ยัยหนิง!”
ดารัณค้อนเพื่อนเข้าให้วงใหญ่ ลักษณ์นาราโบกมือไล่เพื่อนซี้ ดารัณรีบเดินไปที่ลานจอดรถแล้วขับรถเก๋งคันเล็กของตนไปปลายทางที่คุ้นเคย แม้รถจะไม่ติดมากอย่างที่เธอคิดแต่ทุกนาทีที่ผ่านไปหัวใจเธอร้อนรน ไม่ได้เจอหน้าคู่หมั้นเกือบปีแต่ที่ผ่านมาทุกครั้งที่เจอกันก็แค่ไม่กี่ชั่วโมง เขามีสีหน้าเคร่งขรึมเสมอและแทบไม่มีอะไรคุยกับเธอเลยสักนิด กี่ปีแล้วนะที่เขามีเพียงความเย็นชามอบให้ ไม่ตอบรับแต่ไม่ปฏิเสธ หากเขาไม่ยินดีกับการหมั้นหมายก็น่าจะบอกกันตามตรง เขายอมสวมแหวนหมั้นแต่กลับทำเย็นชากับเธอ คุณหญิงเพ็ญแขมารดาของพี่ธันวาให้กำลังใจเธอเสมอ ท่านรักและเอ็นดูเธอราวกับลูกสาวคนหนึ่งเลยทีเดียว ดารัณหมั้นกับธันวาในวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น ปีนั้นแม่ของเธอป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ด้วยมีเธอเป็นลูกสาวคนเดียวจึงปรารถนาจะเห็นเธอมีคู่ชีวิตที่ดีที่รักและจะดูแลเธอได้ทั้งชีวิต คุณแม่ของเธอกับคุณหญิงเพ็ญแขเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนโรงเรียนประจำ ตั้งแต่เธอจำความได้ก็ได้ยินแม่กับคุณหญิงพูดกันเรื่องให้เธอเป็นลูกสาวอีกคนของ ตระกูลกมลฉัตร
หญิงสาวยังจดจำความรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่ได้ใส่ชุดสวยและนั่งพับเพียบต่อหน้าผู้ใหญ่โดยมีเจ้าของร่างสูงนั่งอยู่เคียงข้าง เขาสวมแหวนหมั้นให้เธอและเธอก็สวมให้เขา ทว่านับตั้งแต่วันนั้นเธอแทบไม่เคยเห็นรอยยิ้มจากเขาอีกเลย หญิงสาวคิดเสมอว่าอาจเป็นเพราะอายุที่ห่างกันและเขาเป็นถึงนายแพทย์หนุ่มคงไม่ค่อยมีเวลามาเล่นหัวกับใครเท่าไหร่ ทว่านับถึงวันนี้เธอรู้ดีว่าเขาห่างเหินและเย็นชากับเธอ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ เธอเคยคิดว่าความรักและซื่อสัตย์ที่เธอมีให้เขามาตลอดจะเปิดใจของเขาได้ แต่มันกลับมาได้เพียงแค่ความว่างเปล่า
คุณอาจจะชอบ





