ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักแดนทมิฬ

เล่ห์รักแดนทมิฬ

สำหรับภามหนุ่มลูกครึ่งไทย-อิตาลีผู้มีนัยน์ตาสีฟ้า เซ็กซ์เปรียบดั่งยาเสพติดที่ยากจะถอนตัว เมื่อเขาพยายามรุกรานรุ้งไพลินด้วยสัมผัสอันเร่าร้อน แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนและปฏิเสธเพียงใด แต่ท่าทีพยศนั้นกลับยิ่งกระตุ้นความปรารถนาของเขาให้รุนแรงขึ้น ท่ามกลางเกมกามารมณ์ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการเอาชนะ รุ้งไพลินต้องหาทางรักษาหัวใจไม่ให้พ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของเขา พร้อมกับเผชิญหน้ากับปริศนาอันมืดดำเพื่อกระชากหน้ากากผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมสุดสะเทือนขวัญที่ซ่อนอยู่
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ใช่ๆ หรือเพราะท้องอยู่ ฮอร์โมนเลยเปลี่ยน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หวงไปซะทุกอย่างที่ขวางหน้า” คนฟังเออออเห็นด้วย 

“ไอ้บ้า ถ้าท้องแล้วน่ากลัวแบบนี้ อย่าท้องเลย เสียสุขภาพจิต” รุ้งไพลินแอบจิตตกเล็กๆ ส่วนภัสสรนั้นตอกย้ำว่าเธอพูดเรื่องจริง 

“เอ้า! มันจริงนี่แก ดูจากพี่สะใภ้แกเป็นตอนนี้สิ” สองสาวโสดเริ่มกลัวการตั้งครรภ์ขึ้นมาทันที แต่หารู้ไม่ว่าหนึ่งในสองคนนี้ต้องท้องในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า  

“จะอะไรก็ช่างเถอะ ฉันขี้เกียจคิดแล้ว ตัดสินใจออกมาอยู่คนเดียวแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อิสระดี ไปไหนมาไหนสะดวก ไม่ต้องถูกซัก ถูกจับผิด” แรกๆ ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้รุ้งไพลินพยายามไม่คิดมาก ทำใจให้ยอมรับการอยู่ร่วมกัน แต่หลังๆ เริ่มไม่ไหว จนต้องเลี่ยงพบหน้าดลยาไปเลยก็ว่าได้ ซึ่งรายนั้นเหมือนจะรู้ ยิ่งเธอหลบหน้าก็ยิ่งเข้าหา พูดจาเสียดสีไม่ได้หยุดปาก คิดแล้วก็หน่ายแทน  

“อืมม์...เอาแบบที่แกสบายใจนะแหละ ฉันยังไงก็ได้ เงินแกนี่”

“งั้นลงไปข้างล่างกันเถอะ ป่านนี้เซลล์คงรอคุณผู้หญิงอย่างฉันแล้ว”

“เจ้าค่ะ คุณผู้หญิง คุณผู้หญิงรุ้ง” ภัสสรเอ่ยล้อรุ้งไพลิน สีหน้าคนล้อก็ยียวนดีแท้  

“หยุดพูดเลยนะแก ฟังแล้วจั๊กจี้หู” รุ้งไพลินยกมือขึ้นปิดปากภัสสรไว้ แต่คนชอบแกล้งก็ยังไม่หยุดเพราะยังอุตส่าห์ปัดมือเพื่อนออกเพื่อจะล้อต่อ 

“คุณผู้หญิง คุณผู้หญิง วันนี้จะจ่ายเงินสดหรือจ่ายเช็คดีคะ” คนฟังได้แต่ส่ายหน้าให้เพื่อน ก่อนจะจ้ำอ้าวออกจากห้อง ขายาวๆ เดินตรงไปยังลิฟต์โดยมีภัสสรตามมาติดๆ พอเข้ามาในลิฟต์ได้ทั้งสองก็พร้อมใจหัวเราะก๊ากออกมา ถ้าได้อยู่แพ็คคู่แบบนี้ทีไรก็มักจะเป็นลูกคู่ให้กันและกัน คนหนึ่งเอ่ยคนหนึ่งเสริม สร้างเรื่องเฮฮาตามประสา 

เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง ที่ตอนนี้รุ้งไพลินได้รับการต้อนรับประหนึ่งนางพญา แรกๆ พนักงานขายคิดว่าเธอก็แค่แวะผ่านมาดูโครงการคอนโดมิเนียมเหมือนคนอื่นเท่านั้น ไม่คิดว่าจะซื้อเลย เพราะท่าทางรุ้งไพลินก็ไม่ได้บ่งบอกว่ารวยขนาดนี้ แต่งเนื้อแต่งตัวก็ธรรมดาแทบหาของแบรนด์เนมประดับบารมีไม่มีสักชิ้น จะมีเพียงต่างหูเพชรเม็ดงามที่สวมติดอยู่คู่เดียวเท่านั้นที่โดดเด่นเปล่งรัศมี 

รุ้งไพลินจรดปลายปากกาเซ็นเช็คเงินสดจ่ายค่าคอนโดมิเนียม สมบัติชิ้นล่าสุดที่เธอซื้อด้วยเงินที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้ก่อนเสียชีวิตและสัญญาว่าจะทำงานเก็บเงินที่เสียไปในครั้งนี้ให้กลับคืนมาในบัญชีให้เร็วที่สุดพร้อมดอกเบี้ย ชีวิตเธออาจโชคดีกว่าคนอื่นที่เกิดและเติบโตมาในครอบครัวมีอันจะกินก็ว่าได้ อยากได้อะไรก็ได้ แต่พ่อกับแม่ก็มักจะสอนให้รู้จักคุณค่าของเงินมาตั้งแต่เด็กๆ นี่ถือเป็นการใช้เงินก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยใช้มา ครั้งนี้สำหรับรุ้งไพลินคือความจำเป็นจริงๆ 

ครอบครัวเธอประสบความสำเร็จด้านธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านอาหารที่มุ่งเน้นสาขายังต่างประเทศ ด้วยรสชาติอาหารแบบไทยๆ จึงเป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้า แต่พ่อและแม่กลับมาด่วนเสียชีวิตจากไปเพราะอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน รุ้งไพลินจึงเติบโตภายใต้การดูแลจากพี่ชายที่ชื่อรณรุต ซึ่งปัจจุบันแต่งงานกับดลยา ทายาทนักธุรกิจห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เรียกได้ว่ากิ่งทองใบหยกก็คงไม่ผิด 

แต่ความสัมพันธ์ระหว่างรุ้งไพลินกับดลยานั้นไม่ค่อยสู้ดีนัก เนื่องจากพี่สะใภ้ดูแต่จะรักและเอาใจใส่เพียงแค่สามีคนเดียว ไม่สนใจน้องสามีอย่างเช่นที่ควรจะทำก่อนแต่งงาน ว่างหน่อยก็หมั่นหาคำพูดแขวะรุ้งไพลินอยู่ร่ำไป ความที่ไม่อยากมีปัญหาเกิดเรื่องบาดหมางในครอบครัวขึ้น รุ้งไพลินจึงอดทนกระทั่งหญิงสาวอดทนไม่ไหวจึงตัดสินใจแยกออกไปอยู่คนเดียวยังคอนโดมิเนียมแทนการมาอยู่บ้านหลังใหญ่โต

หลังจากจัดการเรื่องคอนโดเสร็จ รุ้งไพลินและภัสสรก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าเพื่อเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน ของใช้บางอย่างรุ้งไพลินสั่งเตรียมไว้แล้ว เพราะเรื่องที่จะย้ายไปอยู่คอนโดมิเนียมหญิงสาววางแผนมานานพอสมควร ทั้งคู่ดูจะเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อของใช้ พอได้มาเดินเลือกของแต่งห้องใหม่เองแบบนี้ก็สนุกเพลิดเพลินไปอีกแบบ กระทั่งสองชั่วโมงผ่านไปสองสาวจึงหย่อนตัวลงบนโซฟาตัวนุ่มภายในร้านอาหาร ตอนเดินช้อปปิ้งแม้จะสวมรองเท้าส้นสูงอยู่ก็ไม่หวั่น แต่พอนั่งเท่านั้นอาการเมื่อยก็เข้ามาเล่นงาน 

“โอ๊ย…ปวดแข้ง ปวดขา อยากเข้าสปา”

“เมื่อยล่ะสิ” รุ้งไพลินอมยิ้มถามคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่ร้องโอดโอยเหมือนคนแก่ ภัสสรนวดขาตัวเองไปมา ก็วันนี้การแต่งตัวไม่ค่อยจะอำนวยสำหรับการเดินช้อปสักเท่าไหร่ เพราะเธอเล่นใส่ส้นสูงตั้งหลายนิ้วเดินไปเดินมาทั่วห้างแบบนี้ก็ย่อมเมื่อยเป็นธรรมดา 

“อื้อ...มาก สงสัยจะแก่แล้ว”

“เหรอ...แก่ไปคนเดียวเลยนะ เราไม่แก่ด้วยหรอก” คำแซวของรุ้งไพลินทำเอาคนฟังย่นจมูกให้ 

“แหมๆ ทำเป็นไม่ยอมแก่ ถึงตอนนี้อายุจะแค่ยี่สิบต้นๆ แต่อีกหน่อยก็ขึ้นเลขสาม เลขสี่ เลขห้า จากน้องสาว พี่สาว น้า อา ป้า ย่า ยาย ย่าทวด ยายทวด” เมื่อถึงขั้นทวดแบบนี้ รุ้งไพลินก็ยกมือห้ามทันที

“พอๆ ยายน้ำ จะอยู่ยงคงกระพันจนถึงทวดเลยหรือไง” 

“ก็จะได้อยู่มองหน้าลูกหลานไงแก”

“จะอยู่เป็นภาระของลูกหลานมากกว่ามั้งแกนะ” คำพูดของรุ้งไพลินทำเอาภัสสรหัวเราะออกมา เพื่อนรักคนนี้รู้ใจไปเสียหมดจริงๆ  

“แม่น” ว่าที่ยายหรือย่าทวดในอนาคตอย่างภัสสรยิ้มร่ารับ ก่อนจะเอ่ยอีกเรื่องที่ยังกังวลอยู่ ไปๆ มาๆ หัวข้อการสนทนาก็วกกลับไปหารณรุตและดลยาอีกรอบ 

“แล้วนี่พี่รุตรู้หรือยังว่าแกจะย้ายไปอยู่คอนโด”

“ยัง”

“อ้าววววว” คนถามร้องอ้าวยาวๆ 

“คิดจะบอกเย็นนี้”

“ฉันนึกหน้าพี่สะใภ้แกออกเลย” พูดจบก็ถอนหายใจออกมาหนักๆ ดีนะที่เธอเป็นลูกโทน ไม่อย่างนั้นอาจมีปัญหาพี่สะใภ้แบบที่รุ้งไพลินกำลังประสบพบเจออยู่ตอนนี้ก็เป็นได้ 

“พอกัน แค่คิดหน้าพี่เอมก็ลอยมาทันที ชวนท้องอืด” คำพูดเปรียบเทียบของรุ้งไพลินทำเอาภัสสรส่ายหน้า ใจหนึ่งก็เข้าอกเข้าใจเพื่อนรักตัวเอง แต่อีกใจก็เผื่อสำหรับเหตุผลของดลยา พี่สะใภ้ของรุ้งไพลินเหมือนกัน เพราะรายหลังคงมีเหตุผลที่ทำแบบนี้ 

เท่าที่รู้จักดลยาไม่ใช่ผู้หญิงร้ายกาจอะไร เพียงแค่ช่วงนี้อารมณ์แปรปรวนหนักเพราะกำลังตั้งท้องที่อารมณ์ดังกล่าวปะทะกับอารมณ์ติสต์ของรุ้งไพลินเข้าอย่างจัง เพราะเพื่อนเธอชอบแนวสงบ เมื่ออีกฝ่ายเยอะมาทางนี้จึงถอยห่าง บวกกับความไม่ชอบเด็กเป็นทุนเดิมจึงยอมถอยหลายๆ ก้าว 

“เฮ้อ...แต่ก็ว่าแหละ คับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่ยาก อยู่ที่ไหนก็ได้ขอแค่เราสบายใจพอ แต่...”

“แต่อะไร”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ตรวนปรารถนา
7.9
ปาณิศายอมรับผิดที่ทำลายคำมั่นสัญญาเรื่องการใช้ชีวิตคู่จนสร้างความแค้นเคืองให้คทาวุธ แม้เธอต้องจำใจแต่งงานกับชายรุ่นพ่อด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ความจริงคือเธอไม่เคยปันใจให้ใครและยังคงรักเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น เมื่อทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยโหยหา คทาวุธตั้งคำถามสำคัญเพื่อหยั่งเชิงความรู้สึกของหญิงสาว เมื่อหัวใจเรียกร้องและเธอยอมจำนนต่อสัมผัสที่คุ้นเคย ปาณิศาจึงเลือกที่จะก้าวข้ามความผิดพลาดในอดีตเพื่อเริ่มต้นบทเรียนรักครั้งใหม่ในอ้อมกอดที่เธอโหยหามาตลอด
หน้าปกนวนิยาย ในบ่วงพิศวาส
8.0
ทรายแก้วจำต้องทิ้งอัตถ์ไปทั้งที่ยังรักเพราะความต่างของฐานะ ทิ้งให้เขาจมอยู่กับความแค้นและรอวันเอาคืน เมื่อโชคชะตานำพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะพี่เลี้ยงกับเจ้านาย อัตถ์จึงเริ่มบรรเลงบทรักที่แฝงไปด้วยความป่าเถื่อนเพื่อทำลายความรู้สึกของเธอ แม้ทรายแก้วจะพยายามหนีแต่สัมผัสที่คุ้นเคยกลับทำให้เธออ่อนระทวย ท่ามกลางความเกลียดชังและคำพูดถากถาง ทั้งสองกลับติดอยู่ในบ่วงพิศวาสที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวไม่ผ่านรัก
8.9
เมื่อฉัตรนลินทร์ตัดสินใจเซ็นใบหย่าเพื่อคืนอิสระให้ศิวัฒน์ตามที่เขาเคยต้องการ ทว่าชายหนุ่มกลับปฏิเสธและโกรธจัดอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาแปรเปลี่ยนความชิงชังเป็นพันธนาการร้าย บีบบังคับให้เธอทำหน้าที่ภรรยาเพื่อล้างหนี้ที่มารดาของเขาจ่ายไป แม้เธอจะพยายามขอโทษและอยากแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดเพียงใด แต่ยิ่งดิ้นรนเขากลับยิ่งรัดตัวเธอไว้ด้วยความแค้นและราคะ ท่ามกลางความขัดแย้งของครอบครัวที่บีบคั้นให้ความรักครั้งนี้กลายเป็นกรงขังที่ยากจะข้ามผ่านไป
หน้าปกนวนิยาย สยบเสือใหญ่
9.4
จากเดิมที่เคยวางตัวอยู่ในฐานะพี่ชายที่แสนดีและมองเธอเป็นเพียงน้องสาวที่น่าเอ็นดู ความรู้สึกที่มีให้กลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อแรงดึงดูดบางอย่างทำให้เขาไม่อาจละสายตาจากเธอได้อีกต่อไป ความสัมพันธ์ที่เคยเรียบง่ายจึงเริ่มสั่นคลอนด้วยความปรารถนาที่ซ่อนเร้น กลายเป็นความหิวกระหายที่อยากจะข้ามเส้นแบ่งความเป็นพี่น้อง เพื่อครอบครองเธอในแบบที่ลึกซึ้งกว่าเดิมจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ตัวสำรอง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี
9.0
เคลวิน แม็คคลาเรน ถูกคู่หมั้นหักหน้าด้วยการประกาศแต่งงานกับชายคนอื่น ด้วยความคั่งแค้นที่ถูกหยามหน้า ทำให้เขาว่าจ้างเด็กสาววัยกำดัดที่ตนเองอุปการะเอาไว้มาแต่งงานด้วย เพื่อเอาคืนคนเคยรักให้กระอักเลือด เพราะบุญคุณล้นหัว ทำให้เฌอปรางต้องยอมลงชื่อในสัญญาจ้างแต่งงาน แทนที่ผู้หญิงคนนั้นที่เขารักมาก "เธออ่านสัญญาละเอียดหรือยัง" "หนูอ่านละเอียดแล้วค่ะ" "ถ้าอ่านละเอียดแล้ว เธอคงรู้ข้อห้ามทั้งสามข้อที่เธอต้องทำให้ได้แล้วใช่ไหม" "ค่ะ หนูทราบแล้วค่ะ" "งั้นลองบอกฉันมาสิ ว่าข้อห้ามมีอะไรบ้าง" หล่อนช้อนตาขึ้นมองผู้มีพระคุณด้วยสายตาที่ซ่อนความเศร้าเอาไว้แทบไม่มิด "ข้อแรก หนูไม่มีสิทธิ์ในตัวของคุณค่ะ" "ถูกต้อง" เขายิ้มอย่างพอใจ "แล้วข้อสองล่ะ" หล่อนกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก "ห้ามรักคุณค่ะ" เขายิ้มอย่างพอใจอีกแล้ว "แล้วข้อสามล่ะ" "ห้าม... เอ่อ... ห้ามปล่อยให้ท้องค่ะ เพราะถ้าท้อง คุณจะไม่รับผิดชอบ" "ถูกต้อง และฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด" หล่อนไม่มีทางเลือกนอกจากฝืนยิ้มออกไป "แล้วถ้าครบสัญญาหกเดือนแล้ว เอ่อ... หนูต้องไปจากที่นี่ไหมคะ" "ฉันคิดว่ามันจะดีสำหรับเรา หากไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก หรือเธอคิดว่าไง" ท่าทางของเขาเย็นชา ไร้หัวใจ ทำราวกับกำลังเจรจาธุรกิจไม่มีผิด "เอ่อ หนูแล้วแต่คุณค่ะ" เธอทำได้แค่ฝืนยิ้ม ซ่อนน้ำตา ให้กับผู้ชายที่ตรเองทั้งรักทั้งบูชาเท่านั้น แต่ใครจะรู้เล่าว่า เมื่อสัญญาจบสิ้นลง เธอได้เดินจากไปพร้อมกับเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
หน้าปกนวนิยาย ภรรยากระดูกเหล็ก
9.5
ตลอดห้าปีที่ฉวี่ชิงเกอทุ่มเทในฐานะภรรยาผู้ซื่อสัตย์ของฟู่หนานจิ่น เธอกลับได้รับเพียงใบหย่าในวันที่ตั้งครรภ์ ซ้ำยังเกือบเอาชีวิตไม่รอดขณะคลอดเพราะถูกปองร้าย ห้าปีผ่านไปเธอกลับมาในมาดประธานสาวผู้ทรงอิทธิพลเพื่อชำระแค้นทุกคนที่เคยทำลายชีวิตเธอ พร้อมเปิดโปงความลับที่ซ่อนเร้น เมื่ออดีตสามีมหาเศรษฐีเริ่มสำนึกผิดและใช้ลูกน้อยเป็นสื่อกลางอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวเพื่อสร้างครอบครัวใหม่ เธอจะยอมใจอ่อนให้อดีตที่แสนเจ็บปวดหรือเดินหน้าปิดฉากความสัมพันธ์นี้อย่างถาวร