ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักแดนทมิฬ

เล่ห์รักแดนทมิฬ

สำหรับภามหนุ่มลูกครึ่งไทย-อิตาลีผู้มีนัยน์ตาสีฟ้า เซ็กซ์เปรียบดั่งยาเสพติดที่ยากจะถอนตัว เมื่อเขาพยายามรุกรานรุ้งไพลินด้วยสัมผัสอันเร่าร้อน แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนและปฏิเสธเพียงใด แต่ท่าทีพยศนั้นกลับยิ่งกระตุ้นความปรารถนาของเขาให้รุนแรงขึ้น ท่ามกลางเกมกามารมณ์ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการเอาชนะ รุ้งไพลินต้องหาทางรักษาหัวใจไม่ให้พ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของเขา พร้อมกับเผชิญหน้ากับปริศนาอันมืดดำเพื่อกระชากหน้ากากผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมสุดสะเทือนขวัญที่ซ่อนอยู่
ตอน
แชร์

ตอน 1

เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ขณะเดินตามพนักงานขึ้นไปชมห้อง ดวงตาคู่สวยที่แต่งแต้มเปลือกตาด้วยอายแชโดว์สีหวานกรีดอายไลเนอร์  สีดำเพิ่มความโฉบเฉี่ยวเสียหน่อยตาคู่สวยก็โดดเด่นขึ้นมาเป็นกอง เจ้าของดวงตาคู่สวยสอดส่องมองรายละเอียดรอบๆ ตัว สลับก้มมองโบรชัวร์บอกรายละเอียดของคอนโดมิเนียมสุดหรูใจกลางเมืองในมือ และดูท่าสาวเจ้าจะชอบที่นี่ไม่น้อย เดินทางง่ายด้วยรถไฟฟ้ามหานครที่อยู่เยื้องมาไม่ไกล โดดเด่นด้วยวิวมุมสูงและที่จอดรถสุดไฮเทค เพียงแค่นำรถจอดให้ตรงล็อกระบบก็เลื่อนรถขึ้นเก็บยูนิตใครยูนิตมัน ไม่ต้องวนหาที่จอดให้ยุ่งยาก สมกับชีวิตคนเมือง

เหตุที่ทำให้หญิงสาวต้องออกมาหาคอนโดมิเนียมอยู่เช่นนี้ ทั้งๆ ที่ก็มีบ้านหลังใหญ่ให้อาศัย ไม่ค่อยเป็นเรื่องที่น่ายินดีสักเท่าไหร่นัก อาจเพราะไม่อยากมีปัญหากับคนที่ได้ชื่อว่าพี่ชายที่กำลังสร้างครอบครัว สาวโสดจึงอยากปลีกตัวมาอยู่ตามลำพัง แต่จะมองอีกมุมคือหนีปัญหาก็คงไม่ผิด เพราะใช้คำว่าประนีประนอมก็แล้ว ความรู้สึกอึดอัดใจกลับยังคงมีอยู่  

“ห้องนี้ถือว่าเป็นห้องระดับพรีเมี่ยมของทางโครงการเลยนะคะคุณผู้หญิง เหลือห้องมุมห้องนี้เพียงห้องเดียว ทิศทางลมก็โกรก เปิดประตูระเบียงรับลมเช้า เย็นได้ แสงแดดก็ส่องเพียงตอนเช้าเท่านั้น แต่ก็แค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์”

“ฉันชอบห้องนี้” เสียงหวานๆ เอ่ยบอก ก่อนจะกอดอกยืนมองออกไปนอกกระจกที่ป้องกันแสงแดดได้ดีของห้องที่ชอบ แถมนี่ยังเป็นกระจกนิรภัยอีกต่างหาก รับรองไม่เกิดอันตรายใดๆ ตั้งแต่ที่ตระเวนขับรถดูๆ คอนโดมิเนียมมาที่นี่น่าอยู่ที่สุด ถูกใจตั้งแต่ทางเข้าที่เป็นสวนดูร่มรื่นทั้งๆ ที่อยู่ใจกลางเมือง แม้ราคาจะแพงจนกระเป๋าจะฉีก แต่เพื่อความสงบสุขของชีวิตทำให้รุ้งไพลินยอมจ่าย 

“ตกลงแกชอบห้องนี้” เสียงที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้รุ้งไพลินหันไปมองก็เห็นภัสสร เพื่อนสนิทที่ยืนส่งยิ้มหวานมาให้ ผู้หญิงที่เกิดมาด้วยความสูง 180 ซม. หุ่นดีระดับนางแบบบางคนยังอาย นั่นทำให้ภัสสรรับจ๊อบพิเศษเป็นงานเดินแบบบ้างเป็นครั้งคราวตามความเหมาะสม   

“อ้าว! มาแล้วเหรอจ๊ะเพื่อน”

“อื้อ...ตัดสินใจซะแบบนี้แล้วจะชวนฉันมาดูคอนโดด้วยทำไมยะ” ภัสสรเท้าสะเอวถามเพื่อนสนิทที่คบหากันมาหลายปี 

“ขี้เกียจดูคนเดียว”

“แล้วที่ดูมานี่ไม่ได้เรียกว่าดูคนเดียวหรือไง จะชวนก็ชวนแต่เนิ่นๆ หน่อย ไม่ใช่ปุ๊บปั๊บโทร.หานัดออกมาเจอ พอมาก็ตลาดวาย แกปิดจ๊อบแล้ว” 

“บ่นๆ นี่ฉันใจดีเดินรอแกนะ ในห้องนอนยังไม่ได้เข้าไปดูเลย”

“ขอบคุณ” ภัสสรเอ่ยคำประชดที่เธอติดปากไปแล้ว ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินเข้าไปดูส่วนห้องนอน ที่ประกอบด้วยเตียงนอนขนาดใหญ่ ทั้งๆ ที่คนซื้อตอนนี้ยังนอนคนเดียว ถัดไปคือโซนแต่งตัวที่ติดกับห้องน้ำ ซึ่งมีอ่างจากุซซี่วางเด่นเป็นสง่า แถมมีห้องน้ำแบบโอเพ่นแอร์อีกต่างหาก ทุกอย่างออกแบบได้อย่างลงตัวสมราคา“แล้วนี่ห้องเท่าไหร่”

“เฉียดๆ สิบล้าน”

“สิบล้าน! แกเอาเงินไปซื้อบ้านหลังมหาใหญ่แถบชานเมืองได้เลยนะนั่น” เสียงอุทานราคาค่าห้องของภัสสรดังสนั่นก็ว่าได้ ทำเอาพนักงานขายหน้าถอดสี เนื่องจากกลัวเสียลูกค้าไปอีก 

“ก็ฉันไม่ชอบอยู่บ้าน เพราะถ้าชอบคงไม่ออกมาหาซื้อคนโดแบบนี้หรอก” 

“เออ...เข้าใจ”

“แกว่าไง ที่นี่โอไหม” รุ้งไพลินยักคิ้วโก่งได้รูปถามเพื่อน แค่เห็นแววตาภัสสรมีหรือจะค้านได้ 

“ก็ดีนะ ห้องสวย วิวสวย ไปไหนมาไหนก็สะดวก แถมมีห้องให้ฉันด้วย” ประโยคหลังนี่แหละที่ภัสสรดูจะชอบ เนื่องจากจะได้หาข้ออ้างออกมาค้างคอนโดรุ้งไพลินได้บ่อยๆ แต่ถึงจะไม่มีห้องให้เธอ หญิงสาวก็ตั้งใจจะมาสิงสถิตที่นี่อยู่แล้ว 

“ย่ะ” เจ้าของห้องมูลค่าเฉียดสิบล้านแลบลิ้นเล็กๆ สีชมพูให้เพื่อน ก่อนจะหันไปคุยกับพนักงานของคอนโดมิเนียมซึ่งยืนยิ้มหวานรอคำตอบรับหรือปฏิเสธอยู่ห่างๆ แต่เรื่องตอบรับนั้นดูจะมีแววมากกว่าจึงไม่ละความหวังที่จะปิดงานขายชิ้นนี้ได้สักที “เดี๋ยวฉันตามลงไปทำเอกสารซื้อนะคะ”

“ได้ค่ะ ตกลงว่าคุณผู้หญิง...”

“ซื้อห้องนี้ค่ะ” คำตอบรับของรุ้งไพลินทำเอาพนักงานขายสาวสวยยิ้มกว้างให้ทันที ตัวล่องลอยเมื่อคิดถึงค่าคอมมิชชั่น  

“ค่ะๆ เดี๋ยวดิฉันจะลงไปเตรียมเอกสารให้” พูดจบก็ปลีกตัวไปทำหน้าที่ต่อ ส่วนรุ้งไพลินนั้นหันซ้ายหันขวามองภาพในห้องซึ่งก็สวยตามแบบที่โครงการกำหนดมา แต่เธออยากได้ในแบบฉบับที่บ่งบอกความเป็นรุ้งไพลิน

“ห้องยังโล่งๆ อยู่เลย เดี๋ยวเซ็นเอกสารเสร็จเราไปซื้อเฟอร์นิเจอร์กับของตกแต่งกันนะเพื่อน”

“ชวนเพื่อนโดดงาน” ภัสสรเอ่ยยิ้มๆ จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ วันนี้เธอก็โดดงานเป็นที่เรียบร้อย นานทีปีหนหวังว่าป๊าจะเข้าใจหัวอกลูกสาวคนนี้ 

“เออ...วันเดียวเอง ทำเป็นบ่นเป็นยายแก่ไปได้”

“เฟอร์นิเจอร์กับของตกแต่งที่ว่านี่แนววินเทจอีกล่ะสิ”

“รู้ใจสุดๆ สมแล้วที่เป็นเพื่อนสนิทกัน” รุ้งไพลินยิ้มแป้น ส่วนคนถูกชมได้แต่ส่ายหน้าให้ 

“ก็แน่ล่ะ ตั้งแต่ชุดชั้นในยันสารพัดสิ่งของแกนี่วินเทจมาเลย ไม่ให้รู้ใจได้ยังไง” พูดเล่นได้ไม่นาน น้ำเสียงของภัสสรก็ดูจริงจังขึ้น เพราะรู้ถึงสาเหตุว่าทำไมรุ้งไพลินต้องหาซื้อคอนโด อยู่ ทั้งๆ ที่บ้านก็มี “ตกลงตัดสินใจแน่แล้วใช่ไหมว่าจะย้ายออกมาอยู่คอนโดแบบนี้”

“แน่...”

“พี่สะใภ้แกนี่ก็แปลก ตอนแต่งงานกับหลังแต่งงานนี่คนละคนไปเลย ก่อนแต่งน้องรุ้งอย่างนั้น น้องรุ้งอย่างนี้ พอแต่งปุ๊บ หน้ายังไม่อยากจะมอง สวมวิญญาณเป็นนางแม่มดซะอย่างนั้น”

“นั่นสิ เราเองก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรเหมือนกัน แต่ที่เป็นหนักๆ ก็ตอนท้องนี่แหละ” รุ้งไพลินแอบส่ายหน้าให้พี่สะใภ้ ที่ตอนนี้เปิดสงครามเย็นระดับชาติกันอยู่ 

“สงสัยจะหวงของ”

“ของอะไรของแกยายน้ำ” คนถามงงกับสิ่งที่ได้ยิน 

“ก็หวงทั้งพี่ชายแก ทั้งบ้าน ทั้งสมบัติไง” 

“บ้า...ฐานะทางบ้านของพี่สะใภ้ฉันก็รวยอยู่ จะมาหวงเพื่อ” ทั้งสองสาวมองหน้ากันไปมา ขบคิดหาคำตอบมาประกอบพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงชนิดหน้ามือเป็นหลังมือของพี่สะใภ้รุ้งไพลิน

“เออ...ก็จริง” 

“แต่ไอ้หวงพี่รุตนี่น่าคิด” คนที่ตกอยู่ในฐานะน้องสามีคิ้วขมวด

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ตรวนปรารถนา
7.9
ปาณิศายอมรับผิดที่ทำลายคำมั่นสัญญาเรื่องการใช้ชีวิตคู่จนสร้างความแค้นเคืองให้คทาวุธ แม้เธอต้องจำใจแต่งงานกับชายรุ่นพ่อด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ความจริงคือเธอไม่เคยปันใจให้ใครและยังคงรักเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น เมื่อทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยโหยหา คทาวุธตั้งคำถามสำคัญเพื่อหยั่งเชิงความรู้สึกของหญิงสาว เมื่อหัวใจเรียกร้องและเธอยอมจำนนต่อสัมผัสที่คุ้นเคย ปาณิศาจึงเลือกที่จะก้าวข้ามความผิดพลาดในอดีตเพื่อเริ่มต้นบทเรียนรักครั้งใหม่ในอ้อมกอดที่เธอโหยหามาตลอด
หน้าปกนวนิยาย ในบ่วงพิศวาส
8.0
ทรายแก้วจำต้องทิ้งอัตถ์ไปทั้งที่ยังรักเพราะความต่างของฐานะ ทิ้งให้เขาจมอยู่กับความแค้นและรอวันเอาคืน เมื่อโชคชะตานำพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะพี่เลี้ยงกับเจ้านาย อัตถ์จึงเริ่มบรรเลงบทรักที่แฝงไปด้วยความป่าเถื่อนเพื่อทำลายความรู้สึกของเธอ แม้ทรายแก้วจะพยายามหนีแต่สัมผัสที่คุ้นเคยกลับทำให้เธออ่อนระทวย ท่ามกลางความเกลียดชังและคำพูดถากถาง ทั้งสองกลับติดอยู่ในบ่วงพิศวาสที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวไม่ผ่านรัก
8.9
เมื่อฉัตรนลินทร์ตัดสินใจเซ็นใบหย่าเพื่อคืนอิสระให้ศิวัฒน์ตามที่เขาเคยต้องการ ทว่าชายหนุ่มกลับปฏิเสธและโกรธจัดอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขาแปรเปลี่ยนความชิงชังเป็นพันธนาการร้าย บีบบังคับให้เธอทำหน้าที่ภรรยาเพื่อล้างหนี้ที่มารดาของเขาจ่ายไป แม้เธอจะพยายามขอโทษและอยากแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดเพียงใด แต่ยิ่งดิ้นรนเขากลับยิ่งรัดตัวเธอไว้ด้วยความแค้นและราคะ ท่ามกลางความขัดแย้งของครอบครัวที่บีบคั้นให้ความรักครั้งนี้กลายเป็นกรงขังที่ยากจะข้ามผ่านไป
หน้าปกนวนิยาย สยบเสือใหญ่
9.4
จากเดิมที่เคยวางตัวอยู่ในฐานะพี่ชายที่แสนดีและมองเธอเป็นเพียงน้องสาวที่น่าเอ็นดู ความรู้สึกที่มีให้กลับเริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อแรงดึงดูดบางอย่างทำให้เขาไม่อาจละสายตาจากเธอได้อีกต่อไป ความสัมพันธ์ที่เคยเรียบง่ายจึงเริ่มสั่นคลอนด้วยความปรารถนาที่ซ่อนเร้น กลายเป็นความหิวกระหายที่อยากจะข้ามเส้นแบ่งความเป็นพี่น้อง เพื่อครอบครองเธอในแบบที่ลึกซึ้งกว่าเดิมจนยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ตัวสำรอง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี
9.0
เคลวิน แม็คคลาเรน ถูกคู่หมั้นหักหน้าด้วยการประกาศแต่งงานกับชายคนอื่น ด้วยความคั่งแค้นที่ถูกหยามหน้า ทำให้เขาว่าจ้างเด็กสาววัยกำดัดที่ตนเองอุปการะเอาไว้มาแต่งงานด้วย เพื่อเอาคืนคนเคยรักให้กระอักเลือด เพราะบุญคุณล้นหัว ทำให้เฌอปรางต้องยอมลงชื่อในสัญญาจ้างแต่งงาน แทนที่ผู้หญิงคนนั้นที่เขารักมาก "เธออ่านสัญญาละเอียดหรือยัง" "หนูอ่านละเอียดแล้วค่ะ" "ถ้าอ่านละเอียดแล้ว เธอคงรู้ข้อห้ามทั้งสามข้อที่เธอต้องทำให้ได้แล้วใช่ไหม" "ค่ะ หนูทราบแล้วค่ะ" "งั้นลองบอกฉันมาสิ ว่าข้อห้ามมีอะไรบ้าง" หล่อนช้อนตาขึ้นมองผู้มีพระคุณด้วยสายตาที่ซ่อนความเศร้าเอาไว้แทบไม่มิด "ข้อแรก หนูไม่มีสิทธิ์ในตัวของคุณค่ะ" "ถูกต้อง" เขายิ้มอย่างพอใจ "แล้วข้อสองล่ะ" หล่อนกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก "ห้ามรักคุณค่ะ" เขายิ้มอย่างพอใจอีกแล้ว "แล้วข้อสามล่ะ" "ห้าม... เอ่อ... ห้ามปล่อยให้ท้องค่ะ เพราะถ้าท้อง คุณจะไม่รับผิดชอบ" "ถูกต้อง และฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด" หล่อนไม่มีทางเลือกนอกจากฝืนยิ้มออกไป "แล้วถ้าครบสัญญาหกเดือนแล้ว เอ่อ... หนูต้องไปจากที่นี่ไหมคะ" "ฉันคิดว่ามันจะดีสำหรับเรา หากไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก หรือเธอคิดว่าไง" ท่าทางของเขาเย็นชา ไร้หัวใจ ทำราวกับกำลังเจรจาธุรกิจไม่มีผิด "เอ่อ หนูแล้วแต่คุณค่ะ" เธอทำได้แค่ฝืนยิ้ม ซ่อนน้ำตา ให้กับผู้ชายที่ตรเองทั้งรักทั้งบูชาเท่านั้น แต่ใครจะรู้เล่าว่า เมื่อสัญญาจบสิ้นลง เธอได้เดินจากไปพร้อมกับเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
หน้าปกนวนิยาย ภรรยากระดูกเหล็ก
9.5
ตลอดห้าปีที่ฉวี่ชิงเกอทุ่มเทในฐานะภรรยาผู้ซื่อสัตย์ของฟู่หนานจิ่น เธอกลับได้รับเพียงใบหย่าในวันที่ตั้งครรภ์ ซ้ำยังเกือบเอาชีวิตไม่รอดขณะคลอดเพราะถูกปองร้าย ห้าปีผ่านไปเธอกลับมาในมาดประธานสาวผู้ทรงอิทธิพลเพื่อชำระแค้นทุกคนที่เคยทำลายชีวิตเธอ พร้อมเปิดโปงความลับที่ซ่อนเร้น เมื่ออดีตสามีมหาเศรษฐีเริ่มสำนึกผิดและใช้ลูกน้อยเป็นสื่อกลางอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวเพื่อสร้างครอบครัวใหม่ เธอจะยอมใจอ่อนให้อดีตที่แสนเจ็บปวดหรือเดินหน้าปิดฉากความสัมพันธ์นี้อย่างถาวร