
รอยรักรอยร้าว
ตอน 2
สวี่โยวหรานถึงกับอึ้งไปเลย “คุณพูดว่าอะไรนะ?”
หลังจากที่เซียวหลิ่นตาบอด เห็น ๆ อยู่ว่าเป็นคุณนายผู้เฒ่าเซียวที่ขอร้องให้เธอมาทำการผ่าตัดปลูกถ่ายเส้นประสาทตาเพื่อฟื้นฟูการมองเห็นให้กับเขา
สวี่โยวหรานต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เธอต้องดำเนินการผ่าตัดใหญ่ถึงสามครั้ง แถมหลังการผ่าตัดเธอยังคอยดูแลอย่างระมัดระวังอยู่เป็นเวลาหลายวันหลายคืนอีกด้วย เธอปิดบังสถานะการเป็นหมอเทวดาเอาไว้และทุ่มเทให้กับเซียวหลิ่นอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ จนดวงตาของเขากลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมได้ในที่สุด
แล้วมันจะกลายเป็นผลงานของซูชิงไปได้ยังไงกัน
“เรื่องนี้คุณแน่ใจเหรอ คุณเชื่อทุกสิ่งที่เธอพูดหมดเลยงั้นเหรอ?”
“แน่นอน! ชิงชิงเป็นลูกศิษย์คนสุดท้ายของศาสตราจารย์หูหมิง แล้วก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเพียงคนเดียวในโลกที่สามารถทำการผ่าตัดฟื้นฟูการมองเห็นประเภทนี้ได้ด้วย”
สีหน้าของเซียวหลิ่นดูซาบซึ้งและภาคภูมิใจมาก
แต่ลูกศิษย์คนสุดท้ายศาสตราจารย์หูนั้นคือเธอไม่ใช่เหรอ ซูชิงมาสวมรอยเป็นเธอตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย
สวี่โยวหรานอยากเปิดโปงคำโกหกของซูชิงมาก แต่เธอกลับนึกขึ้นได้ว่าอาจารย์นั้นได้เสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อครึ่งปีก่อนแล้ว
มิน่าล่ะซูชิงถึงได้เลือกที่จะกลับมาช่วงเวลานี้
เพราอาจารย์จากไปแล้ว ซึ่งคนตายไม่สามารถให้การได้ ส่วนเซียวหลิ่นที่ผ่านพ้นช่วงเวลาที่เลวร้ายภายใต้การดูแลอย่างระมัดระวังของเธอมาแล้ว เขาก็ได้เข้ารับตำแหน่งเป็นผู้บริหารของเซียวซื่อกรุ๊ป
เพราะเหตุนี้ สวี่โยวหรานที่ไม่สามารถแก้ตัวอะไรได้เลยจึงทำได้แค่พูดออกไปว่า “แล้วเย็นนี้คุณยังจะกลับมาทำไมอีกล่ะ ไม่ต้องไปอยู่เป็นเพื่อนซูชิงเหรอ?”
เธอถอดผ้ากันเปื้อนออกอย่างแรง ความสิ้นหวังในใจค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เซียวหลิ่นทำท่าทางที่สื่อว่าคุณเองก็น่าจะรู้นะพลางพูดว่า “ผมเหนื่อยแล้ว เราหย่ากันเถอะ! ตอนนั้นพวกเราตกลงกันว่าเราจะแต่งงานกันสามปี ซึ่งผมก็อดทนกับคุณมาสามปีแล้ว”
ทนเธอมาสามปีแล้วงั้นเหรอ
ผู้ชายคนนี้กล้าที่จะพูดแบบนี้ออกมาได้ยังไงกัน
เห็น ๆ อยู่ว่าเป็นเธอต่างหากที่ต้องเสียสละเวลาสามปีในวัยเยาว์ของเธอ แล้วก็อดทนจนเธอเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ จนเธอสามารถทำให้เซียวหลิ่นหายตาบอดและกลับมาเป็นคนปกติได้อีกครั้ง
เซียวหลิ่นเพิกเฉยต่อสีหน้าที่ดูโศกเศร้าของสวี่โยวหรานไปโดยสิ้นเชิง เขาโยนข้อตกลงการหย่าที่เตรียมเอาไว้นานแล้วออกมาและพูดว่า “ลองอ่านดูแล้วกัน หากไม่มีปัญหาอะไรก็เซ็นชื่อซะ ผมกับชิงชิงต้องเสียเวลาตลอดหลายปีที่ผ่านมาไปก็เพราะคุณ ผมไม่อยากให้เธอต้องรอนานเกินไป……”
สวี่โยวหรานอ่านไปสิบบรรทัดอย่างรวดเร็ว แล้วสุดท้ายสายตาของเธอก็ไปหยุดอยู่ที่การชดเชยจากการหย่าร้าง
อพาร์ทเมนต์เล็ก ๆ ที่ไม่มีใครต้องการในชานเมือง รถโฟล์คสวาเกน โปโลเก่า ๆ ที่เธอขับไปซื้อกับข้าวประจำ แล้วก็เงินชดเชยสิบห้าล้าน
เขานี่มันสุดยอดจริง ๆ เลย!
เขาซื้อต่างหูไพลินมูลค่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านให้กับคนที่ทำให้เขาตาบอด แต่กลับมอบเงินชดเชยสิบห้าล้านให้กับเธอที่เป็นผู้ช่วยชีวิตเขาไว้และเป็นภรรยาของเขาเนี่ยนะ
แค่สิบห้าล้านยังไม่พอจ่ายค่าผ่าตัดแค่ครั้งเดียวให้เธอเลยด้วยซ้ำ
ไหนเธอจะต้องปฏิเสธการผ่าตัดไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้งในช่วงสามปีที่ผ่านมา เพื่อมาดูแลเขาโดยที่ต้องปกปิดตัวตนอีกล่ะ!
“หากการชดเชยมันน้อยเกินไปสำหรับคุณ……”
เซียวหลิ่นคิดว่าภรรยาของเขาจะร้องไห้และขอร้องเขาไม่ให้หย่า แต่เขากลับไม่คาดคิดว่าเธอจะแค่ถอนหายใจออกมาอย่างเย็นชาและเซ็นเอกสารให้อย่างง่ายดายมาก
เซียวหลิ่นไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทุกอย่างจะราบรื่นขนาดนี้ เขาจึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก สวี่โยวหรานเป็นเด็กกำพร้า แต่ทำไมเธอถึงได้ทำท่าแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ล่ะ
สวี่โยวหรานโยนข้อตกลงการหย่ากลับไปให้เซียวหลิ่น แล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เซ็นเสร็จแล้ว แต่เซียวหลิ่น คุณอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!”
คุณอาจจะชอบ





