ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์อลวน แต่เธอร้าย จนเขาต้องยอม

วิวาห์อลวน แต่เธอร้าย จนเขาต้องยอม

กู้จือหลิงยอมสูญเสียดวงตาเพื่อช่วยซ่งจิ่งชวน แต่กลับถูกเขาทรยศและส่งตัวไปล้างหนี้ให้ทายาทตระกูลลู่ผู้ไร้ชื่อเสียงในเป่ยเฉิงในคืนก่อนวิวาห์ เธอจึงตัดสินใจแต่งงานประชดรักที่ผิดหวัง ท่ามกลางสายตาชาวเมืองที่รอสมเพชคู่รักที่ดูไร้ค่า แต่ความจริงแล้วเธอคืออัจฉริยะนักปรุงน้ำหอม แฮกเกอร์ระดับโลก และผู้นำองค์กรลับ เมื่อความลับถูกเปิดเผย อดีตคู่หมั้นที่เคยทอดทิ้งเธอทำได้เพียงคร่ำครวญด้วยความเสียดายที่ปล่อยมือจากหญิงสาวผู้เพียบพร้อมคนนี้ให้หลุดไปถึงมือชายอื่น
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตระกูลซ่งเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเป่ยเฉิงมานานหลายศตวรรษ ซ่งชิงซานหรือพ่อซ่งให้ความสำคัญกับเรื่องชื่อเสียงหน้าตามากที่สุด แล้วซ่งจิ่งชวนก็เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของเขา ดังนั้นเขาจึงให้ความสำคัญกับงานแต่งงานครั้งนี้เป็นพิเศษ ทุกอย่างจึงจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการที่สุดตามมาตรฐานระดับสูงสุดของเป่ยเฉิง

สุ่ยเหวินลี่จึงต้องมาจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง

แต่สุ่ยเหวินลี่กลับอยากให้ลูกสะใภ้ของเธอเป็นกู้ชิงเหยาลูกสาวคนโตของตระกูลกู้มาโดยตลอด คู่กิ่งทองใบหยกที่สวรรค์สร้างสรรค์มาต่างหากถึงจะเป็นการแต่งงานเกี่ยวผูกสัมพันธ์ที่สมบูรณ์ที่สุด

แต่ซ่งชิงซานกลับยืนกรานว่าจะตอบแทนบุญคุณให้ได้ จึงสั่งให้ซ่งจิ่งชวนแต่งงานกับกู้จือหลิง นี่จึงทำให้สุ่ยเหวินลี่เกลียดชังกู้จือหลิงเข้าไส้

สุ่ยเหวินลี่มักจะชอบพูดตลอดว่ากู้จือหลิงเป็นนังจิ้งจอกที่โผล่มาขัดจังหวะกลางคัน

“ทำไมชุดแต่งงานของว่าที่คุณนายน้อยถึงเป็นชุดเพื่อนเจ้าสาวสีชมพูตัวนี้ไปได้ล่ะ มันดูไม่เหมือนชุดแต่งงานเลยสักนิด เห็นได้ชัดว่าคุณนายกำลังจะทำให้เธอต้องอับอายใช่ไหมเนี่ย ฮ่าๆๆ......”

“น่าสงสารจัง เธอตาบอดนี่นา จะไปรู้ได้ยังไงว่าอันไหนเป็นชุดแต่งงานหรือชุดเพื่อนเจ้าสาว พรุ่งนี้ถ้าเธอใส่ออกไปข้างนอกแบบนี้ต้องขายหน้ามากแน่ ๆ”

เสียงกระซิบกระซาบของคนรับใช้เบามาก

แต่แค่กู้จือหลิงตะแคงหูฟังก็ได้ยินแล้ว

เธอเกิดมามีประสาทการได้ยินที่ไวกว่าคนปกติ หลังจากที่เธอตาบอด ความไวในการได้ยินของเธอก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก

กู้จือหลิงสัมผัสชุดแต่งงานที่ถูกนำมาให้เธอพลางหัวเราะเยาะเย้ยอยู่ในใจ

เสียงฝีเท้าดังก้องมาจากตรงบันได

ซ่งจิ่งชวนที่สวมเสื้อเชิ้ตเปิดหน้าอกและกู้ชิงเหยาที่ผมยุ่งเหยิงสวมชุดนอนปรากฏตัวขึ้นที่หน้าบันไดในเวลาเดียวกัน

ซ่งจิ่งชวนไม่คาดคิดว่ากู้จือหลิงจะกลับมาเร็วขนาดนี้ ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาจึงแสดงความรังเกียจออกมาแวบหนึ่ง

เมื่อสุ่ยเหวินลี่เห็นเช่นนี้ก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เธอจึงสั่งให้คนรับใช้ทุกคนออกไปก่อน

จากนั้นเธอก็ส่งสายตาให้ซ่งจิ่งชวนและบอกให้กู้ชิงเหยาออกไปทางประตูหลัง อย่าทำให้แผนการใหญ่ในวันพรุ่งนี้ต้องเสียเด็ดขาด

ซ่งจิ่งชวนเอาแขนโอบเอวของกู้ชิงเหยาไว้ แล้วก็จูบไปที่หน้าผากของเธอครั้งหนึ่งและกระซิบที่ข้างหูเธอว่า “พรุ่งนี้ ผมก็จะเป็นของคุณแล้ว ที่รัก คุณกลับบ้านไปก่อนนะ”

กู้ชิงเหยาค่อย ๆ เดินย่องไปบนพื้นไม้เบา ๆ แล้วก็แอบออกไปทางประตูหลัง

กู่จือหลิงก้มหน้าเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

เธอได้ยินเสียงฝีเท้าของซ่งจิ่งชวน แล้วก็สามารถแยกออกด้วยว่าในห้องนี้มีคนอยู่กี่คน

แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ เธอมองเห็นใบหน้าที่สกปรกโสมมของคนในครอบครัวของพวกเขาได้ไม่ชัด

สุ่ยเหวินลี่นำชุดแต่งงานวางเอาไว้ หลังจากกำชับอีกสองสามประโยคก็บอกว่าขอตัวกลับไปบ้านเก่าก่อน

กู้จือหลิงกำลังนั่งอยู่บนโซฟาเงียบ ๆ เธอยังคงสงบนิ่งและอ่อนโยนเหมือนเช่นเคย ราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่งดงามที่ปราศจากอารมณ์ฉุนเฉียวไม่มีผิด

ซ่งจิ่งชวนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูจากสีหน้าท่าทางของเธอแล้ว เธอน่าจะไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่ชั้นบน

หลังจากจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เขาก็นั่งลงข้าง ๆ เธอและจับมือเล็ก ๆ ที่เย็นเฉียบของกู้จือหลิงเอาไว้พลางถามว่า “คุณหาซื้อไวน์ได้แล้วเหรอ?”

กู้จือหลิงดึงมือออกจากมือของเขาและพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชาว่า “ค่ะ แต่ฉันอยากดื่ม ก็เลยทนไม่ไหวดื่มไปแล้ว”

ซ่งจิ่งชวนมองไปที่แก้วไวน์และขวดไวน์ที่เหลือเพียงครึ่งเดียวบนโต๊ะกาแฟ สีหน้าเขาดูงุนงงอยู่ชั่วขณะ แต่ก็หายไปในเวลาอันรวดเร็ว “ไม่เป็นไรหรอก ขอแค่คุณมีความสุข คุณอยากจะดื่มแค่ไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ”

กู้จือหลิงผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยและตอบกลับไปว่า “ซ่งจิ่งชวน คุณ ‘ดี’ กับฉันจริง ๆ เลยค่ะ”

ซ่งจิ่งชวนยิ้มและกอดเธออย่างอ่อนโยนพลางพูดว่า “คนโง่ คุณคือภรรยาของผมนะ ถ้าผมไม่ดีกับคุณแล้วจะไปดีกับใครได้ล่ะ?”

กู้จือหลิงซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงคนอื่นที่ติดอยู่บนตัวของเขามันฉุนจนเธอปวดหัวไปหมด

สามวินาทีต่อมา

กู้จือหลิงจึงผละตัวออกจากเขา

สกปรกมาก สกปรกสุด ๆ!

เขารู้ดีว่า การกอดนี้มันหมายความว่าอย่างไร

เธอเองก็รู้เช่นกัน

นี่คือการกอดลา

“พรุ่งนี้เช้าเราไปจดทะเบียนสมรสกันดีไหม?” ซ่งจิ่งชวนพูดขึ้นมา

กู้จือหลิงยิ้มและพยักหน้าเบา ๆ “ได้สิคะ”

“น่ารักจริง ๆ” ซ่งจิ่งชวนลูบผมสีดำขลับของเธอเบา ๆ แล้วก็ลุกขึ้นจากโซฟา สีหน้ากลับไปเย็นชาในชั่วพริบตา

เขารู้ดีว่า กู้จือหลิงเป็นคนที่เชื่อฟังมาก เธอจะไม่มีวันทรยศเขาเด็ดขาด พรุ่งนี้เธอจะต้องตกหลุมพรางของเขาอย่างว่าง่ายแน่นอน

แต่เขารู้สึกเบื่อหน่ายกับความจืดชืดและไม่น่าสนใจของเธอเต็มทนแล้ว

วันรุ่งขึ้น ที่สำนักงานเขต

ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆสีดำทะมึน ในห้องจดทะเบียนสมรสมีคู่บ่าวสาวนั่งกันอยู่เต็มไปหมด

กู่จือหลิงที่สวมชุดเดรสสีขาวตัวเล็ก ๆ กำลังนั่งรอเงียบ ๆ บนเก้าอี้ยาว

ส่วนซ่งจิ่งชวนไปต่อแถวรับคิวด้วยตัวเอง

ตอนที่เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนข้อมูลก็ได้ถามคำถามพื้นฐานกับเขาเล็กน้อย

เขาพิงหน้าเคาน์เตอร์และพูดคุยพลางหัวเราะต่อกระซิกกับทางเจ้าหน้าที่

กู้จือหลิงที่กำลังเงี่ยหูฟังได้ยินเขาพูดกับเจ้าหน้าที่อย่างชัดเจนเลยว่า “เจ้าบ่าวไม่ใช่ผมหรอกครับ เจ้าบ่าวชื่อลู่ถิงเย่ ส่วนเจ้าสาวชื่อกู้จือหลิง ผมเป็นพี่ชายของเธอแค่พาเธอมารับใบทะเบียนสมรสเฉย ๆ น่ะ ตาเธอมองไม่เห็นก็เลยต้องมีคนช่วย.......”

คำพูดหลังจากนั้น กู้จือหลิงไม่ได้สนใจที่จะฟังอีก

มือที่จับไม้เท้าอยู่ค่อย ๆ กระชับแน่นขึ้นทีละนิด

เธอพยายามนึกถึงข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับลู่ถิงเย่อย่างรวดเร็ว

มีข่าวลือว่าในเป่ยเฉิงมีคุณชายเจ้าชู้ผู้ทรงอิทธิพลชื่อดังคนหนึ่ง เขาเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลลู่ พ่อของเขาเป็นผู้บัญชาการกองกำลังรักษาชายแดน ปกติจะไม่ได้อยู่บ้านจึงไม่ค่อยได้อบรมสั่งสอนเขา

เขาเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก นิสัยใจคอจึงแปลก ๆ ผิดมนุษย์และนอกคอกมาตั้งแต่เด็ก แถมยังดุร้ายเหี้ยมโหด ทำความชั่วสารพัดจนชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่วทั้งเป่ยเฉิง เป็นพวกลูกหลานคนรวยที่ไม่เอาไหนที่ทุกคนต่างก็รังเกียจ

แต่บังเอิญเขาดันเกิดมามีหน้าตาหล่อเหลา ดูดีสุด ๆ

สิ่งสำคัญที่ควรให้ความสำคัญเลยก็คือ ตระกูลลู่ควบคุมเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญของเซียงตูเอาไว้ทั้งหมด อีกทั้งลู่ถิงเย่ยังเป็นเจ้าของโรงงานน้ำหอมอีกด้วย

สิ่งที่เธอใช้เวลาทั้งปีในการค้นหาแต่ไม่พบเจอที่บ้านตระกูลซ่ง อาจจะไปอยู่ที่บ้านตระกูลลู่ก็ได้

ในขณะเดียวกัน

บนถนนด้านนอกสำนักงานเขต

ขบวนรถซูเปอร์คาร์ระดับท็อปสีเดียวกันทั้งหมดขับเคลื่อนเข้ามาอย่างน่าเกรงขาม ล้อมรอบรถเคอนิกเส็กก์สีเงินคันหนึ่งดูมีแผ่รังสีดูน่าหวาดกลัวออกมาอย่างรุนแรงเอาไว้ ขบวนรถทั้งหมดมาจอดอยู่ที่หน้าประตูสำนักงานเขตด้วยระยะห่างที่แม่นยำ จนทำให้ถนนบริเวณหน้าประตูถูกปิดล้อมจนแทบไม่มีช่องว่างให้ผ่านไปได้เลย

ดูเวอร์วังอลังการ และหรูหราฟุ้งเฟ้อสุด ๆ

ประตูรถถูกเปิดออกพร้อมกัน บอดี้การ์ดชุดดำที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีหลายสิบคนลงมาจากรถ แล้วก็มายืนเรียงกันสองแถวอย่างเป็นระเบียบเพื่อกันเอาไว้อย่างแน่นหนา

หลังจากนั้นไม่นาน ประตูรถเคอนิกเส็กก์ก็เปิดออก ขาที่เรียวยาวคู่หนึ่งที่สวมกางเกงสูทสีดำก็ก้าวออกมา รองเท้าหนังพื้นบางแตะลงบนพื้น

ทันใดนั้นรูปร่างที่สูงโปร่งของใครคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาของทุกคน

เขาสวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีดำที่ตัดเย็บอย่างดี ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกที่ดูแข็งแรงและขาวซีดเล็กน้อย แลดูเถื่อนดิบสุด ๆ

แสงยามเช้าสาดส่องลงบนใบหน้าที่ชวนให้หลงใหลและดูชั่วร้ายของเขา ดวงตาที่ยากจะคาดเดาได้แฝงไปด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย เขาก้าวเดินเข้ามาข้างในอย่างคล่องแคล่ว ทั่วทั้งตัวของเขามีรังสีของความเฉื่อยชาแต่ก็แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งแผ่ออกมา

ก้าวเดินไปข้างหน้า ท่าทางโอ่อ่า บวกกับบุคลิกที่ดูสูงส่งสง่าแต่กลับเปี่ยมไปด้วยออร่าที่กดดันอย่างรุนแรงของเขา

ไม่ว่าจะดูยังไงก็ไม่เหมือนคนที่จะมาจดทะเบียนสมรสที่สำนักงานเขตได้เลย เหมือนจะมาก่อเรื่องมากกว่า

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2
8.9
เมื่อภารกิจชำระล้างไอมารสิ้นสุดลงจนผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เว่ยซือหงจึงพร้อมเริ่มต้นการออกเดินทางผจญภัยที่แท้จริงเสียที เป้าหมายของนางคือการมุ่งหน้าสู่ดินแดนลับที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อเสาะแสวงหาทรัพยากรล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิเศษระดับตำนานหรือสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเห็น นางตั้งใจที่จะครอบครองและกวาดทุกสรรพสิ่งมาเป็นของตนเองให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งในฐานะสตรีผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริงในโลกกว้าง
หน้าปกนวนิยาย BABY BURN ชะนีเกินเบอร์
8.6
เมื่อเสือสองตัวต้องมาเผชิญหน้าในถิ่นเดียวกัน ความขัดแย้งจึงปะทุขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอผู้เกลียดชังความเจ้าชู้กลับถูกโชคชะตาเล่นตลกให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายหนุ่มที่เธอแสนรังเกียจ ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นให้เธอต้องร้ายและแกร่งเพื่อความอยู่รอด คำสบประมาทจากปากเขาที่ไล่เธอให้กลับไปนอนดูดนมยิ่งสุมไฟแค้นให้เธออยากปะทะ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความหมั่นไส้และการแย่งชิงอาณาเขตจะลงเอยอย่างไร เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมก้มหัวให้กันในสงครามประสาทครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
9.1
ในอดีตชาติที่ผ่านมา นางเคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่เพราะความไร้เดียงสาที่มอบหัวใจให้บุรุษผิดคน จนพลั้งมือทำร้ายชายผู้ที่รักและภักดีต่อตัวนางอย่างสุดหัวใจ เมื่อโอกาสครั้งใหม่มาถึงพร้อมการย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นางจึงขอละทิ้งความรักที่มีต่อท่านอ๋องอย่างไม่ใยดี และตั้งมั่นว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจรองแม่ทัพแสนดีผู้นี้ให้มาเป็นสามีของนางเพียงคนเดียวให้จงได้ เรื่องราวการแก้ตัวและภารกิจเกี้ยวรักจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เอื้อมหัวใจเทพบุตรแบดบอย
9.5
เมื่อเอื้อมพัฒน์ เชฟหนุ่มสุดฮอตเจ้าของฉายาพ่อเสือร้ายผู้รักสนุกและไม่เคยคิดผูกมัดกับใคร กลับมาสะดุดตาเด็กฝึกงานสาวอย่างศุรตาจนเกิดเป็นความสนใจที่ยากจะถอนตัว ทว่าเส้นทางความรักของเพลย์บอยตัวฉกาจครั้งนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะอดีตที่ขมขื่นและเบื้องหลังอันดำมืดของเขากำลังตามหลอกหลอน อีกทั้งปมความขัดแย้งที่แฝงไปด้วยอันตรายยังพร้อมจะปะทุขึ้นทุกเมื่อเพื่อทำลายความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวนี้ให้พังทลายลง
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอแม่ทัพปีศาจ
9.3
ท่ามกลางบรรยากาศเร่าร้อนในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเสียงครวญครางของหญิงสาวหลายคน สตรีหน้าใหม่ผู้ไร้เดียงสาจำต้องทนดูภาพแม่ทัพปีศาจร่วมอภิรมย์กับหญิงอื่นต่อหน้าต่อตา เสียงอันน่าหวาดหวั่นสร้างความสับสนจนนางทำตัวไม่ถูก ทว่าหากนางยังคงนิ่งเฉยและไม่แสดงฝีมือออกมาให้ประจักษ์ในตอนนี้ เกรงว่าพรุ่งนี้จะไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนอีกต่อไป เมื่อความกดดันบีบคั้นถึงที่สุด นางจึงต้องงัดทุกกลเม็ดที่มีเพื่อปรนเปรอเขาและรักษาตำแหน่งของตนเอาไว้ให้ได้
หน้าปกนวนิยาย ข้าเก็บสามีได้กลางป่า
9.3
โชคชะตาของเยี่ยนหลิง หญิงสาวชาวบ้านผู้ยากไร้ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อนางตัดสินใจช่วยชีวิตเซียวชินหย่วน ซื่อจื่อผู้สูงศักดิ์ที่บาดเจ็บจากการลอบทำร้ายกลางป่าลึก ในขณะที่นางกำลังเผชิญวิกฤตถูกบังคับให้แต่งงานกับลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อหาเงินมารักษาพี่ชาย นางจึงทวงถามคำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้ โดยการขอให้เขามาเป็นสามีเพื่อปกป้องนางจากงานแต่งที่ปราศจากความรักครั้งนี้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันท่ามกลางอันตรายที่แฝงตัวอยู่ในเงามืด