
วิวาห์อลวน แต่เธอร้าย จนเขาต้องยอม
ตอน 3
โรเจอร์ผู้ช่วยคนสนิทเดินสาวเท้าตามหลังเขามาอย่างว่องไว “คุณช่วยเดินช้า ๆ หน่อยเถอะครับ คุณชาย คุณรู้ไหมครับว่าคนที่คุณจะแต่งด้วยเป็นลูกสาวตระกูลไหน ถ้าเกิดแต่งผิดคนจะทำยังไงครับ?”
ลู่ถิงเย่หยุดเดินอยู่ตรงโถงใหญ่ คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย ไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ของเขาได้เลย
เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ
แล้วสายตาของลู่ถิงเย่ก็หยุดลงตรงเด็กสาวที่นั่งกำไม้เท้าอยู่บนเก้าอี้ยาวแถวแรก
เด็กสาวมีผมสีดำขลับดูนุ่มสลวย สวมชุดเดรสกระโปรงสีขาว ดูว่านอนสอนง่ายและอ่อนโยน ทว่ากลับสวยจับใจ
ไม่เหมือนกับเขาที่ดูดิบเถื่อนยากจะกำราบได้
ทั้งสองคนอยู่ห่างกันไม่ถึงสามเมตร
เขาจ้องมองเธออย่างนึกสนุกอยู่ครู่ใหญ่
น่าสงสารจริง ๆ !
เด็กสาวตาบอดที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกคู่หมั้นเอามาขาย!
เมื่อซ่งจิ่งชวนเห็นว่าลู่ถิงเย่มาตรงเวลา แต่ดันมาพร้อมกับขบวนใหญ่โตขนาดนี้ เขาก็คว้าแขนอีกฝ่ายและลากไปอีกทางด้วยความเดือดดาลทันที “ใครใช้ให้นายเล่นใหญ่ขนาดนี้ห้ะ ถ้าทำฉันเสียเรื่อง นายตายแน่”
ลู่ถิงเย่แค่นหัวเราะพลางยักไหล่ “ฉันทำอะไรเอิกเกริกมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อีกอย่างวันนี้วันแต่งงานฉันนะ แค่รถเจ้าบ่าวสิบกว่าคันมันเล่นใหญ่ตรงไหนกัน ถ้านายไม่พอใจ พวกเรายกเลิกข้อตกลงกันตอนนี้เลยก็ได้นะ”
ด้วยความทีซ่งจิ่งชวนกลัวอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ
จึงรีบเกลี้ยกล่อมเขาว่า “เอาล่ะ อีกเดี๋ยวไปถ่ายรูปแล้วก็เซ็นชื่อ ระหว่างนี้นายต้องเงียบตลอดเวลา ห้ามพูดอะไรเด็ดขาดเลยนะ”
ตระกูลซ่งกับตระกูลลู่เป็นคู่ปรับตลอดกาลในสนามธุรกิจ ธุรกิจของทั้งสองตระกูลครอบคลุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของเป่ยเฉิงไปถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์
ลู่ถิงเย่ชอบทำเรื่องที่ขัดใจกับที่บ้าน ประกอบกับตอนนี้อายุยี่สิบแปดแล้วด้วย ที่บ้านก็ชอบเร่งรัดเรื่องแต่งงานกันเหลือเกิน
แต่งงานเอาคนตาบอดกลับไป จะได้ยั่วโมโหตาแก่หัวรั้นที่บ้านให้อกแตกตายไปเลย
ส่วนซ่งจิ่งชวนก็จะได้ทำให้ตระกูลกู้ต้องแบกรับภาระดูแลคนไร้ค่าอย่างกู้จือหลิงเอาไว้ แล้วก็ทำให้คนตระกูลลู่ต้องขายขี้หน้าไปด้วย ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวไปเลย
ข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเจรจากันบนโต๊ะพนันเรียกได้ว่าลงตัวกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ขณะที่กู้จือหลิงกำลังนั่งเงียบ ๆ อย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว จู่ ๆ ซ่งจิ่งชวนก็เดินเข้ามาพยุงเธอให้ลุกจากเก้าอี้ “ไปกันเถอะ พวกเราไปถ่ายรูปติดบัตรทะเบียนสมรสกัน”
เธอนั่งลงตามคำสั่งของช่างภาพ
ผู้ชายคนหนึ่งนั่งลงข้าง ๆ กู้จือหลิง
ไหล่ของผู้ชายคนนี้สูงกว่าเธอมาก มีกลิ่นหอมไม้เย็น ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์แผ่ออกมาจากตัวของเขา
กู้จือหลิงก้มหน้าลงด้วยรอยยิ้ม
นี่ไม่ใช่ซ่งจิ่งชวน
เขาไม่ได้ตัวสูงขนาดนี้
ลู่ถิงเย่ปรายตามองหญิงสาวตัวเล็กข้างกายที่กำลังหัวเราะเบา ๆ ยามเมื่อริมฝีปากแดง ๆ ถูกยกขึ้น ลักยิ้มเล็ก ๆ สองข้างดูดึงดูดชวนมองเหลือเกิน
เขาเผลอเหม่อไปชั่วขณะ
ไม่นานนัก เขาก็ดึงสติกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะเยาะหยันอย่างสนุกว่า
เป็นผู้หญิงที่โง่จริง ๆ
โดนคนเขาขายแล้วยังจะมาแอบดีใจอยู่อีก
“เอาล่ะครับ เจ้าบ่าว เจ้าสาว ขยับชิดกันหน่อย ยิ้มนะครับ” ช่างภาพที่กำลังถือกล้องอยู่เอ่ยเตือนพวกเขา
กู้จือหลิงเงยหน้าขึ้นมา เพราะเธอไม่รู้ว่ากล้องอยู่ตรงไหน ก็เลยทำได้แค่มองตรงไปข้างหน้า พร้อมยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เพื่อรักษาท่วงท่าให้สวยงามที่สุดเท่านั้น
ผู้ชายด้านข้างได้รับอิทธิพลจากเธอจนเผลอยืดอกขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขาติดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่คอให้เรียบร้อย นั่งตัวตรงและเอนตัวเข้าหาเธอเล็กน้อย
เมื่อซ่งจิ่งชวนที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองเห็นภาพดังกล่าว
ไม่รู้ทำไมจู่ ๆ เขาถึงได้รู้สึกหน่วง ๆ แล้วก็ไม่สบอารมณ์ขึ้นมาดื้อ ๆ ซะอย่างนั้น
พอถ่ายรูปเสร็จก็เดินไปที่ช่องบริการจดทะเบียนสมรส
ทั้งสามคนนั่งลงที่หน้าเคาน์เตอร์
เจ้าหน้าที่จดทะเบียนอดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา
ภาพของคนสามคนที่มาจดทะเบียนสมรสพร้อมกันเป็นภาพที่เห็นได้ยากจริง ๆ
เมื่อได้รับเอกสารยืนยันตัวตนที่ทั้งสองฝ่ายยื่นมาเพื่อทำเรื่องแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็มอบเอกสารที่ต้องเซ็นชื่อให้กับคู่บ่าวสาว
ซ่งจิ่งชวนกุมมือกู้จือหลิงไว้ หลังจากเจอช่องที่ต้องเซ็นชื่อแล้ว เขาก็ชี้บอกเธอว่า “เซ็นตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้นะ”
กู้จือหลิงกำด้ามปากกาพร้อมสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่
จรดปากกาแล้วจะกลับใจไม่ได้อีกแล้วนะ!
เมื่อเซ็นชื่อแล้ว เธอก็จะไม่ใช่ของเขาอีก
ชั่วชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ พวกเขาคือคู่แข่ง คือศัตรูกัน
ถิงเย่ที่อยู่ด้านข้างตวัดปากกาเซ็นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโยนปากกาทิ้ง แล้วจึงปรายตามองซ่งจิ่งชวนกับกู้จือหลิงที่อยู่ข้าง ๆ
ได้แต่งงานกับคู่หมั้นของคู่ปรับตลอดกาล
น่าตื่นเต้นชะมัด! น่าสนุกจริง ๆ
เนื่องด้วยซ่งจิ่งชวนกลัวเธอจะจับพิรุธได้แล้วปฏิเสธไม่ยอมเซ็น
เขาจึงกดมือกู้จือหลิงลงพร้อมเร่งเร้าว่า “เซ็นสิ พอเซ็นเสร็จแล้วก็ได้ใบทะเบียนสมรสแล้ว ผมจะได้พาคุณกลับบ้านไง”
กู้จือหลิงหลุดขำออกมา แล้วก็ไม่ได้ลังเลอีก
ราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว
เธอตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงไปในช่องที่ต้องเซ็นอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าใบทะเบียนสมรสประทับตราเรียบร้อยมาอยู่ในมือแล้ว
ซ่งจิ่งชวนถึงกับดีใจจนเนื้อเต้น เขาดึงทะเบียนสมรสเล่มหนึ่งออกจากมือกู้จือหลิง แล้วก็เก็บใส่กระเป๋าชุดสูทอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพูดว่า “ใบหนึ่งเก็บไว้ที่คุณ อีกใบเก็บไว้ที่ผม ผมขอไปเอารถก่อน คุณรอผมอยู่ตรงนี้นะ”
ลู่ถิงเย่ที่ยืนอยู่ข้างกายกู้จือหลิงเอามือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง พอเห็นซ่งจิ่งชวนพกทะเบียนสมรสของเขากับกู้จือหลิงวิ่งเหยาะ ๆ ออกไป
เขาก็กลั้นไม่อยู่จนหลุดขำออกมา
เปิดโลกเขาจริง ๆ
นั่นมันทะเบียนสมรสของเขานะ หมอนั่นจะหวงแหนขนาดนั้นไปทำไมกัน?
สายตาของเขาจับจ้องไปยังหญิงรูปร่างอ้อนแอ้นอรชรที่ยืนเงียบ ๆ อยู่ด้านข้าง
เธอยืนเหม่ออยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง ในมือยันไม้เท้าเอาไว้ ใบหน้าที่ดูว่านอนสอนง่ายฉายแววอ้างว้างน่าเวทนาออกมาเล็กน้อย
ลู่ถิงเย่ภูมิใจว่าตนเป็นคนโหดร้าย
แต่พอเหลือบไปเห็นยัยโง่ที่ทั้งตาบอดทั้งซื่อบื้อคนนี้ สุดท้ายเขาก็ทนไม่ได้ เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมา
ถึงแม้จะรับปากซ่งจิ่งชวนไว้แล้วว่า หลังจดทะเบียนเสร็จจะปิดบังกู้จือหลิงเป็นเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง
รอจนกว่างานเลี้ยงแต่งงานของตระกูลซ่งในวันนี้จะจบลง เขาถึงจะโผล่ออกมาแสดงตัวรับภรรยาคนนี้ไป
แต่เขาเป็นใคร!
ผู้ทรงอิทธิพลแห่งตระกูลลู่ผู้ไม่เกรงกลัวกฎหมายในเป่ยเฉิงเชียวนะ
คำสัญญา…… ของเขามันก็ไม่ได้มีความน่าเชื่อถืออะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
“แค่กแค่ก” ลู่ถิงเย่กระแอมออกมา ก่อนจะพูดว่า “รู้ไหมว่าผมเป็นใคร?”
คุณอาจจะชอบ





