ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ตัวสำรอง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี

วิวาห์ตัวสำรอง ชุด เจ้าสาวพรหมจรรย์ของมหาเศรษฐี

เคลวิน แม็คคลาเรน ถูกคู่หมั้นหักหน้าด้วยการประกาศแต่งงานกับชายคนอื่น ด้วยความคั่งแค้นที่ถูกหยามหน้า ทำให้เขาว่าจ้างเด็กสาววัยกำดัดที่ตนเองอุปการะเอาไว้มาแต่งงานด้วย เพื่อเอาคืนคนเคยรักให้กระอักเลือด เพราะบุญคุณล้นหัว ทำให้เฌอปรางต้องยอมลงชื่อในสัญญาจ้างแต่งงาน แทนที่ผู้หญิงคนนั้นที่เขารักมาก "เธออ่านสัญญาละเอียดหรือยัง" "หนูอ่านละเอียดแล้วค่ะ" "ถ้าอ่านละเอียดแล้ว เธอคงรู้ข้อห้ามทั้งสามข้อที่เธอต้องทำให้ได้แล้วใช่ไหม" "ค่ะ หนูทราบแล้วค่ะ" "งั้นลองบอกฉันมาสิ ว่าข้อห้ามมีอะไรบ้าง" หล่อนช้อนตาขึ้นมองผู้มีพระคุณด้วยสายตาที่ซ่อนความเศร้าเอาไว้แทบไม่มิด "ข้อแรก หนูไม่มีสิทธิ์ในตัวของคุณค่ะ" "ถูกต้อง" เขายิ้มอย่างพอใจ "แล้วข้อสองล่ะ" หล่อนกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก "ห้ามรักคุณค่ะ" เขายิ้มอย่างพอใจอีกแล้ว "แล้วข้อสามล่ะ" "ห้าม... เอ่อ... ห้ามปล่อยให้ท้องค่ะ เพราะถ้าท้อง คุณจะไม่รับผิดชอบ" "ถูกต้อง และฉันหวังว่าเธอจะเข้าใจ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด" หล่อนไม่มีทางเลือกนอกจากฝืนยิ้มออกไป "แล้วถ้าครบสัญญาหกเดือนแล้ว เอ่อ... หนูต้องไปจากที่นี่ไหมคะ" "ฉันคิดว่ามันจะดีสำหรับเรา หากไม่ต้องเห็นหน้ากันอีก หรือเธอคิดว่าไง" ท่าทางของเขาเย็นชา ไร้หัวใจ ทำราวกับกำลังเจรจาธุรกิจไม่มีผิด "เอ่อ หนูแล้วแต่คุณค่ะ" เธอทำได้แค่ฝืนยิ้ม ซ่อนน้ำตา ให้กับผู้ชายที่ตรเองทั้งรักทั้งบูชาเท่านั้น แต่ใครจะรู้เล่าว่า เมื่อสัญญาจบสิ้นลง เธอได้เดินจากไปพร้อมกับเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
ตอน
แชร์

ตอน 2

“พ่อเลี้ยงคะ... หนูไม่รู้จะช่วยพ่อเลี้ยงยังไง แต่หนูอยากให้พ่อเลี้ยงเข้มแข็งไว้นะคะ”

หล่อนคิดว่าเขาจะแสดงความเจ็บปวดออกมา แต่กลับไม่มีให้เห็นเลย เพราะแววตาของเคลวินตอนนี้มีแต่กองไฟ และมันก็คือไฟแค้นที่น่ากลัว

“ถูกต้อง ฉันเจ็บปวด แต่ในความเจ็บปวดนั้นมันอัดแน่นไปด้วยความแค้น”

“เอ่อ...”

“แล้วฉันก็ต้องการให้เธอช่วย”

หล่อนคิดไม่ออกว่าเคลวินจะให้หล่อนช่วยเหลืออะไร ในเมื่อไม่ได้มีความสามารถอะไรมากนัก

“ถ้าหนูทำได้ หนูยินดีช่วยพ่อเลี้ยงทุกอย่างค่ะ”

หล่อนเห็นริมฝีปากหยักสวยของเคลวินบิดเบี้ยว ก่อนที่เขาจะยิ้มเย้ยหยันออกมา

“เธอช่วยฉันได้แน่นอน เฌอปราง”

“เอ่อ... แล้วพ่อเลี้ยงจะให้หนูช่วยยังไงเหรอคะ”

ไฟร้ายในดวงตาสีน้ำตาลของเคลวินลุกโชนจนน่าหวั่นใจแทนณิชา

“ฉันต้องการจ้างเธอมาแต่งงานด้วย”

“คะ?!”

หล่อนต้องหูฝาดไปแน่ หรือไม่ก็... อาจจะได้ยินผิดไป ไม่มีทางที่เคลวินจะมีความคิดบ้าคลั่งแบบนี้หรอก

“ฉันต้องการแก้แค้นณิชา ด้วยการจ้างเธอมาแต่งงานด้วย”

คราวนี้หล่อนรู้แล้วล่ะว่าตัวเองหูไม่ได้ฝาดเฝื่อน แต่สิ่งที่ได้ยินมันดังออกมาจากปากหยักสวยของเคลวินจริงๆ

ดวงตากลมโตเบิกโพลง กลีบปากอิ่มสีแดงระเรื่อเผยอกว้างด้วยความตื่นตกใจ

“ฉันต้องการทำให้ณิชารู้ว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรเลย กับสิ่งที่ณิชาทำลงไป”

“พ่อเลี้ยง... หนู...”

“ฉันรู้ว่าเธอตกใจมาก แต่ฉันมองไม่เห็นใครแล้วที่จะสวมบทบาทเมียของฉันได้แนบเนียนเท่ากับเธอ”

“หนู...”

“ถ้าเป็นเธอ ณิชาจะต้องไม่สงสัย เพราะเธออยู่ในไร่กับฉัน”

หล่อนจะทำยังไงดี...?

“หนูคิดว่า... ทางนี้มันไม่น่าจะทำให้อะไรดีขึ้นได้นะคะพ่อเลี้ยง”

หล่อนพยายามที่จะปฏิเสธอ้อมๆ แต่เคลวินไม่เห็นด้วย เขายังยืนยันคำเดิม

“ทางนี้แหละ ที่มันจะทำให้ณิชารู้ว่า แท้จริงแล้วคนที่จะต้องกระอักออกมาเป็นเลือดไม่ใช่ฉัน แต่เป็นตัวของณิชาเอง”

น้ำเสียงของเคลวินอัดแน่นไปด้วยความคั่งแค้น จากนั้นเขาก็จ้องหน้าหล่อนและถามหาคำตอบ

“ว่าไงล่ะ เธอตกลงไหม”

“หนู...”

“ฉันไม่บังคับนะ แต่ฉันต้องการความช่วยเหลือจริงๆ”

เฌอปรางก้มหน้าลงมองมือเล็กของตัวเองที่ประสานกันเอาไว้บนตัก สมองกำลังสับสนอลหม่านราวกับถูกพายุพัดเข้าถล่ม

ถ้าหล่อนปฏิเสธ แล้วเคลวินจะเกลียดหล่อนไหม?

แล้วถ้าหล่อนตอบตกลงล่ะ หล่อนจะทำยังไงกับความรู้สึกของตัวเองที่จะต้องถลำลึกมากยิ่งขึ้น

“ฉันรอคำตอบอยู่นะ เฌอปราง”

หล่อนค่อยๆ ช้อนตาขึ้นสบประสานกับดวงตาสีน้ำตาลสุดสวยของเคลวิน

หล่อนไม่ต้องการทำให้เคลวินผิดหวัง

“ค่ะ หนูตกลงค่ะ”

ริมฝีปากหยักสวยของเคลวินแย้มเผยอเป็นรอยยิ้ม พร้อมกับเสียงขอบคุณที่ดังเล็ดลอดออกมา

“ขอบใจมากนะเฌอปรางที่ให้ความร่วมมือกับฉัน”

“เอ่อ... แล้วหนูต้องทำยังไงบ้างคะพ่อเลี้ยง”

“ไม่มีอะไรยากหรอก เราก็แค่แต่งงานกัน ทำให้ณิชารู้ว่าคนที่เป็นฝ่ายถูกทิ้งน่ะไม่ใช่ฉัน”

“เอ่อ...”

หล่อนก้มหน้าลงมองมือตัวเอง ก่อนจะกลั้นใจถามออกไป

“แล้วเรื่อง... เอ่อ... ห้องนอนล่ะคะ”

เขาเงียบไปเล็กน้อย ก่อนที่น้ำเสียงกระด้างจะดังกังวานออกมาให้ได้ยิน

“คำว่าแต่งงานของฉันคือการแต่งงานจริงๆ และก็ต้องใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ”

หล่อนลืมตัวช้อนตามองเขา พวงแก้มนวลเป็นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ เมื่อนึกถึงเรื่องความสัมพันธ์ทางกายที่อาจจะเกิดขึ้นจริงๆ เมื่อการแต่งงานเดินทางมาถึง

“ตะ... แต่พ่อเลี้ยงแค่จ้างหนูแต่งงานไม่ใช่เหรอคะ”

“จ้างแต่งงานก็คือฉันจะจ่ายเงินก้อนหนึ่งซึ่งมันมากพอที่จะทำให้เธอใช้ชีวิตหลังจากที่ไม่มีฉันได้อย่างสบาย ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ทางกาย ฉันเป็นผู้ชายเต็มตัว และแน่นอนว่าฉันต้องการมันจากเมียตัวเอง”

หล่อนหน้าแดงจัดยิ่งขึ้น หัวใจเต้นแรงระรัว นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะมีโอกาสมานั่งต่อรองกับเคลวินในเรื่องแบบนี้

“เอ่อ...”

“หรือว่าเธอมีเรื่องขัดข้องล่ะ”

“หนู... เอ่อ... หนูไม่มีอะไรขัดข้องค่ะ”

“ดีมาก งั้นเดี๋ยววันนี้ตอนเย็นมาเซ็นสัญญาจ้างงานนะ ฉันจะร่างเอาไว้รอเธอ”

“สัญญาจ้างงาน?”

ใบหน้าหล่อจัดของเคลวินเปื้อนรอยยิ้มบางๆ ท่าทางของเขาดูผ่อนคลาย ต่างจากหล่อนอย่างสิ้นเชิง

เขาทำเหมือนกับว่ากำลังเจรจาเรื่องธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ทางกายอย่างนั้นแหละ

เฌอปรางอดน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้ แต่ก็จำต้องเก็บซ่อนเอาไว้ให้ลึกที่สุด

“ถูกต้อง เราต้องทำสัญญากันเอาไว้ เพราะในอนาคต อาจจะมีคนหนึ่งคนใดผิดสัญญาขึ้น จะได้ไม่ต้องมีปัญหากันไงล่ะ”

“ค่ะ”

หล่อนไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากตอบรับเขาออกไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

“ขอบใจเธอนะเฌอปรางที่ยอมช่วยเหลือฉัน”

เขาส่งยิ้มมาให้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“ฉันขอตัวไปร่างสัญญาก่อน แล้วเย็นนี้เจอกันหลังอาหารมื้อค่ำ”

“เอ่อ... ค่ะ พ่อเลี้ยง”

เขาส่งยิ้มให้หล่อนอีกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวเดินจากไปด้วยท่าทางสง่างามตามบุคลิกประจำตัว

น้ำใสๆ ไหลคลอสองหน่วยตาของเฌอปราง เมื่อเหลือหล่อนอยู่เพียงลำพังภายในสนามหญ้าหลังบ้าน

แสงจากดวงตะวันในวันนี้ไม่ได้สวยงามเหมือนเช่นทุกวันอีกแล้ว

หล่อนไม่ได้รังเกียจที่จะเป็นภรรยาของเคลวิน แต่สิ่งที่ทำให้หล่อนเสียใจ คือการได้เป็นภรรยาจ้างที่ต้องจากไปเมื่อสัญญาจ้างงานสิ้นสุดลง

หากเลือกได้ หล่อนต้องการที่จะอยู่กับเขาในฐานะเดิม เด็กในอุปการะแบบนี้ไปชั่วชีวิต เพราะมันทำให้หล่อนสามารถมองเขา เห็นเขาได้ทุกวันเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา

มือเล็กยกขึ้นป้ายน้ำอุ่นๆ ที่ไหลออกมาจากดวงตา กลีบปากอิ่มสั่นสะท้านเมื่อก้อนสะอื้นเล็ดลอดผ่านออกไป

แต่หล่อนไม่มีทางเลือกอื่นใดอีก ในเมื่อมันคือความต้องการของเคลวิน ผู้ชายที่เปรียบประดุจเจ้าของลมหายใจ

แกรก...

เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังแว่วมาในหู ทำให้เฌอปรางต้องรีบจัดการกับหยาดน้ำตาบนแก้มนวล และเมื่อแน่ใจว่ามันแห้งดีแล้ว จึงหันไปมองยังต้นเสียง

“พี่นัท”

ดนัทธ์ ชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปี เขาคือลูกชายของหัวหน้าคนงานในไร่ชาของเคลวิน

ดนัทธ์ได้ทุนจากเคลวินให้ไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ และก็เพิ่งกลับมาอยู่ที่ไร่ชาได้เกือบๆ สองปีแล้ว

“พี่ไม่นึกว่าจะเจอน้องปรางที่นี่”

ดนัทธ์เดินมานั่งบนเก้าอี้ไม้สีขาวตัวเดิมที่เคลวินเพิ่งลุกจากไป เขาเป็นผู้ชายผิวขาว ปากแดง และมีหน้าตาหล่อเหลาถอดแบบมาจากหนุ่มเกาหลีไม่มีผิด

“เอ่อ... พี่นัทมาเดินเล่นเหรอคะ”

“เปล่าหรอก พี่มาตามหาพ่อเลี้ยงน่ะ พอดีตอนเช้าจะมีคนเข้ามาเก็บใบชาน่ะ”

เด็กสาวฝืนยิ้มสดใส แต่กระนั้นคู่สนทนาก็เหมือนจะสังเกตเห็นความเศร้าในดวงตาของหล่อน

“พ่อเลี้ยงน่าจะอยู่ในบ้านนะคะ”

“อืม ว่าแต่น้องปรางเถอะ เป็นอะไรไป ทำไมวันนี้หน้าดูเครียดๆ ชอบกล”

“ปะ... เปล่าค่ะ”

“ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ ปรึกษาพี่ได้นะ พี่ยินดีรับฟังน้องปรางเสมอครับ”

หล่อนเสหลบสายตาที่แสดงความรู้สึกชัดเจนของดนัทธ์ลงมองมือเล็กของตัวเอง

“ขอบคุณพี่นัทค่ะ แต่ปราง... ไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ”

“โอเคครับ งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ เดี๋ยวเที่ยงๆ พี่จะแวะมาขอน้องปรางกินข้าวด้วยสักมื้อ”

“เอ่อ... ได้ค่ะ”

ดนัทธ์ฉีกยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจ

“พี่ถือว่าน้องปรางรับปากแล้วนะครับ ห้ามเบี้ยวพี่ล่ะ”

“ปรางไม่เบี้ยวพี่นัทหรอกค่ะ”

เฌอปรางฝืนยิ้มออกมา ก่อนจะยกมือขึ้นโบกลาตอบดนัทธ์ที่กำลังเดินจากไป

ทำไมหล่อนจะไม่รู้ล่ะว่าดนัทธ์คิดอะไรอยู่ แต่หล่อนไม่อาจจะตอบรับความรู้สึกของเขาได้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย จอมมารบงการรัก
9.8
อีธาน มาวาเลส มหาเศรษฐีหนุ่มสายเปย์ตัดสินใจเข้าหาเตชิลาเพราะความเข้าใจผิด โดยคิดว่าเธอเป็นเด็กเลี้ยงของชายแก่ที่เธอเรียกว่าป๋า แต่หลังจากถูกเธอปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย อีธานที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นจึงวางแผนล่อลวงเพื่อทำลายเธอให้เจ็บปวด ทว่าเขากลับตกหลุมรักเหยื่อในเกมของตัวเองอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อความจริงเปิดเผยจนเตชิลาชิงชังเขาถึงขีดสุด เขาจึงต้องเลือกว่าจะยอมแพ้หรือจะเดินหน้าพิสูจน์ตัวเพื่อเปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็นความรักให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย กุมหัวใจคามินทร์
9.1
โชคชะตาเล่นตลกเมื่อชายแปลกหน้าที่เคยวิ่งหนีสาวๆ มาหลบหลังเธอ กลับกลายมาเป็นประธานจอมเผด็จการและเจ้านายคนใหม่ แม้เขาจะปากร้ายและใช้เงินฟาดหัวเพื่อเสนอให้เธอมาเป็นผู้หญิงในอาณัติ แต่หญิงสาวผู้รักศักดิ์ศรีกลับเลือกทำงานหนักจนตายดีกว่ายอมสยบให้คนเจ้าชู้ เธอประกาศกร้าวให้เขาไปหาความอ่อนโยนจากบรรดาสาวในสต็อก และเลิกยุ่งกับชีวิตเธอเสียที ทว่ายิ่งเธอผลักไสและคิดจะลอกคราบเสือหนุ่มให้สิ้นลาย เขากลับยิ่งสนใจในความแข็งกร้าวที่แตกต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยเจอ
หน้าปกนวนิยาย เธอคือลมหายใจของฉัน
7.9
โฮว่หลิงเฉินประธานหนุ่มผู้เย็นชาสั่งขับไล่เหนียนหย่าเสวียนอย่างไม่ใยดีโดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอคือใคร จนกระทั่งผู้ช่วยคนสนิทได้เตือนสติว่าหญิงสาวที่เขาหยาบคายใส่คือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสด้วยกัน เมื่อความจริงปรากฏเขาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือหันมาปรนเปรอและทะนุถนอมเธออย่างที่สุด ทว่าท่ามกลางความรักที่หวานชื่นและชีวิตที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบนั้น กลับไม่มีใครคาดคิดเลยว่าจุดจบของความสัมพันธ์นี้จะนำไปสู่การหย่าร้างในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย อุปถัมภ์รักเมียเด็ก
7.8
เมื่อทางตันบีบบังคับให้ไร้ทางออก หญิงสาวจึงจำต้องหวนกลับไปหาชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่เคยถูกเธอปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย การกลับมาครั้งนี้แลกด้วยพันธสัญญาอุปถัมภ์ที่เขาเป็นผู้กำหนดเงื่อนไข โดยมีมูลค่าการจ่ายที่สูงลิ่วเป็นสิ่งล่อใจ ทว่าภายใต้ข้อตกลงที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายนั้น กลับซ่อนเร้นความต้องการที่ลึกซึ้งเกินกว่าเธอจะคาดเดาได้ ยิ่งเขาพึงพอใจในตัวเธอมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งต้องจ่ายคืนด้วยสิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินทองในความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ติดอำนาจครอบงำ: ประธานาธิบดี จงอ่อนโยน
7.8
เมื่อจ้าวฉีหมิงมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลทำสัญญาจ้างชินซือหยู่ที่ปรึกษากฎหมายสาวมาทำงาน ความสัมพันธ์ลึกซึ้งชั่วคราวกลับกลายเป็นพันธนาการที่เขาไม่ยอมสลัดทิ้ง แม้เขาจะทำลายชื่อเสียงและหน้าที่การงานของเธอเพื่อบีบคั้นให้ยอมสยบ แต่เธอกลับโต้กลับอย่างเย็นชาว่าเขาเป็นเพียงสินค้าราคาแพงเกินเอื้อม ท่ามกลางความขัดแย้งและแรงปรารถนา เขาประกาศกร้าวต่อหน้าเธอว่าผู้หญิงที่เป็นของเขาจะไม่มีชายหน้าไหนกล้าแตะต้องเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย ห้ามรักถ้าไม่อยากเจ็บ
8.8
เมื่อหนี้สินบีบให้กุลนิภาต้องเลือกชดใช้ด้วยร่างกายแก่ชนกันต์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาที่เกลียดความอ่อนแอของสตรี เขาเตือนเธอให้รักษาหัวใจไว้ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ไร้ความรัก ทว่าท่ามกลางความสัมพันธ์ลับที่ซ่อนเร้น ความหึงหวงกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนเขากล้าขู่จะกักขังเธอไว้ตลอดกาล แม้กุลนิภาจะพยายามดึงสติเขาด้วยเรื่องผู้หญิงที่เขากำลังจะแต่งงานด้วย แต่ความจริงที่ได้รับกลับสั่นคลอนความหวังในการได้รับอิสรภาพของเธอให้เลือนลางยิ่งกว่าเดิม