
บ่วงรักเฉพาะกิจ
ตอน 2
เฮอร์เมสแห่งมหานครปราก
ดวงตาคู่คมของซีอีโอหนุ่มมองหาหญิงสาวที่เขารอคอย... เธอผู้มาจากประเทศโลกที่สาม ที่จะมารับ ‘หน้าที่’ อันหนักอึ้งนี้ เขาเองใช้ความพยายามอย่างมากที่จะหาตัวเธอเพื่อมารับตำแหน่งนี้
ดานิเอลผู้ไม่ชอบออกสื่อ แต่ถูกช่างภาพตามรัวชัตเตอร์ชอตเด็ด พวกเขาทั้งหลายต่างก็อยากได้ภาพ เรื่องราวของเขาไปเขียนข่าวกันทั้งนั้น ก็ใครล่ะจะไม่สนใจนักธุรกิจหนุ่มหล่อที่ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในกลุ่มธุรกิจวางโครงข่ายโทรคมนาคมระดับโลกอย่าง ลิมเบอร์สกี คอมมิวนิเคชั่น กรุ๊ป หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘แอล กรุ๊ป’ จบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวิศวกรรมไฟฟ้า จากเดอะยูนิเวอร์ซิตี้ออฟแมสซานซูเซส แต่หลงใหลกีฬาท้าทายความเร็วทุกรูปแบบ
เป็นบุตรชายคนโตของวราติสลาฟ ลิมเบอร์สกี มหาเศรษฐีชาวเยอรมันเชื้อสายยิว เจ้าของธุรกิจกลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคมที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในยุโรปและติดท็อปทรีในระดับโลก ส่วนฝ่าย มาดามลีเวีย ผู้เป็นมารดานั้น เป็นสตรีที่โลกยกให้เธอเป็นต้นแบบของผู้หญิงยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จไม่แพ้สตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศใดๆ ทั้งสิ้น นางมีสายสกุลเก่าจากสังคมชั้นสูงของเยอรมนี แน่ทีเดียวว่าสายเลือดเผด็จการเขาได้รับมาเต็มๆ จากมารดา
การโลดแล่นอยู่ในธุรกิจจนก้าวสู่การเป็นผู้นำของธุรกิจสื่อสารและโทรคมนาคม ทำให้เขาได้รับฉายาว่าเป็น ‘เฮอร์เมสแห่งมหานครปราก’ ฉายานี้ที่ได้มา มันไม่ใช่เพียงเพราะเขาเป็นผู้นำของธุรกิจสื่อสารเท่านั้น เรื่องผู้หญิงก็เช่นกัน ตามตำนานกรีกโบราณ เทพเจ้าเฮอร์เมสคือนักรัก มากเสน่ห์และมิได้ยกย่องเทพีองค์ใดเป็นคู่ครองอันดับหนึ่ง จึงไม่มีสมญานามใดเหมาะกับความเป็นซีอีโอหนุ่มหล่อมากเสน่ห์อย่างเขาได้เท่านี้อีกแล้ว
แต่นั่นมันไม่น่าดึงดูดใจเท่ากับเสน่ห์ร้อนแรงที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมของเขาหรอกนะ เตียงเขามันร้อน... สิ่งนี้มันการันตีได้จากบรรดาสาวๆ ที่อยู่รายรอบเขานั่นล่ะ จะเอาอะไรล่ะ มีตั้งแต่ระดับพริตตี้ธรรมดาๆ ไล่ไปถึงนางฟ้าชุดชั้นในแบรนด์ดังระดับโลก นางเอกภาพยนตร์ฮอลลิวูด กระทั่งนางงาม... เขาสัมผัสหญิงสาวไฮโปรไฟล์เหล่านั้นมาไม่เคยอดอยาก เพียงแค่ปรารถนา ร่างงามๆ ของสาวๆ เหล่านั้นก็มาปรากฏบนเตียงร้อนๆ ของเขาอย่างไม่ยากเย็นอะไร เขาเนรมิตได้ถึงเพียงกระดิกนิ้ว คุณสมบัติเหล่านั้นอัญญ์มาลีรับรู้ได้จากข่าวต่างๆ ที่เธอเสพมันในช่วงเตรียมตัวก่อนบินมาที่นี่นั่นล่ะ
ในเมื่อชีวิตของนักธุรกิจหนุ่มมาดแบดบอยอย่างเขามันออกจะดูดีสมบูรณ์แบบไปทุกกระเบียดเสียขนาดนั้น แต่ทำไมในวันนี้ เขาจำต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อบึ่งรถซุปเปอร์คาร์คันโปรดมารับอาคันตุกะสาวจากประเทศไทยด้วยเล่า?
บ้าฉิบ!
ก็สำหรับเขาแล้ว เธอเป็นหญิงสาวตามคุณสมบัติทั้งห้าที่ร้องขอไป จะบอกว่าเป็น ‘เบญจกัลยานีในแบบฉบับของดานิเอล’ นั้นก็คงไม่ผิดนักหรอก เขาให้ผู้ช่วยหนุ่มคนเก่งอย่างริชาร์ด ที่ประจำอยู่ที่สาขาภูมิเอเชียที่อยู่เมืองไทยช่วยจัดหาและส่งตัวเธอมาให้เขาน่ะสิ
มี ‘งาน’ สำคัญรอเธออยู่ที่นี่...
ไม่นานเกินรอ สายตาคมปราบก็มองเห็นร่างอันแบบบางเดินตรงมาที่เขา ภาพหญิงสาวเอเชีย ผิวขาวแบบชาวเอเชีย ดวงตากลมโตภายใต้แว่นสายตาแฟชั่นที่รับกับใบหน้ารูปไข่ ปากนิดจมูกหน่อย ผมยาวสลวยสีดำที่วันนี้ถูกรวบตึงเอาไว้ด้านหลังอย่างเป็นระเบียบ ส่วนสูงของเธอไม่น่าจะเกินหนึ่งร้อยหกสิบสามเซนติเมตร แต่ด้วยระยะห่างเขาเองคงกะไม่ได้ว่ารูปร่างส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอจะขนาดไหน เพราะเสื้อโค้ตสีครีมแบบมีฮูทขนมิ้ง ห่อเรือนร่างเธอเอาไว้ แต่นั่นมันไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะถึงอย่างไรเธอก็ต้องทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด สมกับเม็ดเงินที่เขาลงทุนไปแล้ว
ชายหนุ่มกำลังชั่งวัดด้วยสายตาอันร้ายกาจตามประสาผู้ชายว่า ‘การลงทุน’ ของเขากับการลงทุนของมารดา การลงทุนของใครจะชนะในเกม และคุ้มค่ากับการลงทุนมากกว่ากัน
เขายังคงตรึงดวงตาอยู่ที่ร่างหญิงสาวเป้าหมาย ภาพนั้นมันไม่ก่อเกิดความรู้สึกประทับใจได้เลยสักนิด แต่เขาไม่อยากเชื่อสักนิดว่า ผู้หญิงแสนธรรมดาจะมีอานุภาพทำให้เคมีในร่างกายเขารู้สึกปั่นป่วนได้ถึงเพียงนี้ แต่ยากอธิบายได้ว่าเป็นเพราะอะไร
‘แม่ตัวแสบ เจอครั้งแรกก็เล่นทำฮอร์โมนวุ่นวายปั่นป่วน... ริชาร์ดได้ตัวเธอมาจากไหนกัน?’ ดานิเอลฉุกคิด ขณะใช้สายตาโจมตีเธอใต้กรอบแว่นสีดำสนิท ที่ต่อให้เขาจ้องเธออย่างไร เธอก็ไม่มีทางรู้ว่าเขามองเธอด้วยสายตาลามเลียแค่ไหน พระเจ้า... นี่คงไม่ใช่การยื่นอ้อยเข้าปากช้างแบดบอยจอมหื่นหรอกนะ จริงไหม
สมองผู้ชายสมบูรณ์แบบอย่างเขาชักสับสน ว้าวุ่น เพียงหญิงสาวแปลกหน้า แค่เพียงแรกพบเท่านั้น นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับเขา
“มิส!” เสียงผู้ช่วยหนุ่มเรียกเธอ ดวงหน้าเนียนหันมาสบสายตา แน่ทีเดียวว่าชายหนุ่มกลุ่มนั้นต้องเป็นนายจ้างที่มารอรับเธออย่างแน่นอน เธอสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้
“สวัสดีค่ะ คุณคือ... คนของมิสเตอร์ลิมเบอร์สกีใช่ไหมคะ?” เธอเอ่ยทักเขาด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงไพเราะราวกับว่าเป็นเจ้าของภาษาในทันทีที่มาถึง
‘เขาอาจจะเป็นคนของมิสเตอร์ลิมเบอร์สกี ตามที่ริชาร์ดเคยบอกไว้ แต่ทำไมดูเย็นชาหน้านิ่ง ขี้เต๊ะซะเต็มประดา นี่ขนาดลูกน้องยังเก๊กขนาดนี้ เจ้านายจะขนาดไหนกัน’ หญิงสาวเดาแกมเหน็บในใจอย่างนึกหมั่นไส้ พ่อหนุ่มที่ว่า มองแล้วอยากฟาดหน้าเขาด้วยกระเป๋าใบน้อยเสียจริง
เขาดูไม่ดีใจกับการมาถึงของเธอนักหรอก ท่าทางเขาคงมารอเธอนานพอสมควร สังเกตได้จากแววหงุดหงิดที่ก่อตัวเป็นปมขมวดเข้าหากันที่หัวคิ้ว... แต่โดยรวมแล้ว ยังคงเป็นใบหน้าของบุรุษผู้หล่อเหลา มากเสน่ห์ และช่าง... สมบูรณ์แบบ
‘คนที่นี่บ้าแบรนด์เหมือนกันนะ ลูกน้องยังใช้แว่นราคาแพง เสื้อก็แบรนด์ดัง สงสัยเงินเดือนจะดีสินะ’ หญิงสาวยังไม่หยุดคิดอย่างค่อนขอด สายตาเธอมองเขาอย่างสำรวจ มีสติไม่ค่อยเมาเวลาเท่าไหร่เพราะนอนบนเครื่องนานหลายชั่วโมง มาถึงก็เลยมีเวลา มีสติพอที่จะค่อนขอดผู้ชายขี้เก๊ก ก็เท่านั้นเอง
เขาเพียงมองเธออย่างแน่วนิ่ง ปราศจากคำพูดใดๆ หลังจากถอดแว่นกันแดดแบรนด์ดังออกมาเหน็บไว้ที่ปกคอเสื้อเชิ้ตอาร์มานี่สีฟ้าน้ำทะเลที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อโค้ทสีดำอีกชั้นที่กระดุมเสื้อเชิ้ตหรู ไล่ลงมาสองเม็ดถูกปลดออกแบบสบายๆ เผยให้เห็นไรขนสีน้ำตาลแดงประกายทองบนอกแกร่งชวนดึงดูดใจนั้นของเขา มันไม่ดกหนารุงรัง ราวกับว่าผ่านการแว็กซ์มาอย่างเรียบร้อย เป็นแนวสั้นไม่น่าจะเกินหนึ่งเซนติเมตรกำลังพอดีไม่รุงรังน่ากลัวเหมือนคิงคองหลงยุค
และนั่น... มันดึงดูดใจ ชวนฝัน ให้จินตนาการถึงความกระตุ้นเร้าเมื่อมันอยู่เหนือร่างน้อยในกิจกรรมทางเพศที่สมน้ำสมเนื้อ !
‘บ้าจริงยายอัญญ์ แกคิดบ้าอะไร’
หญิงสาวเอ็ดตัวเอง ถึงจินตนาการเพ้อเจ้อและเซ็กซี่ส่วนตัว โดยมีชายหนุ่มตรงหน้าเป็นดาราแสดงนำฝ่ายชาย มันต้องเป็นเรื่องบ้าบอแน่ๆ
สายตาคมสบประสาน กับดวงตากลมโตสีดำสนิทดุจฟ้าไร้ดาวในยามค่ำคืนของผู้หญิงที่ถูกจ้างตัวมาอย่างถี่ถ้วน แล้วพยักหน้ารับเล็กน้อย
เธอคือบุคคลที่เขาหมายถึง และเธอยิ้มตอบกลับมาอย่างยินดียิ่ง
แปลกที่มัน... เป็นรอยยิ้มที่สดใสของหญิงสาวคนหนึ่ง สมองเขาประมวลผลด้วยความว่องไว
‘ยิ้มเดียวที่ตรึงใจ’ เขาหรี่ตาเพ่งที่หญิงสาว ซ่อนอาการต้องมนต์นั้นไว้เสียมิด ผู้ชายรักษาฟอร์มแบบนี้ทุกคนหรือเปล่านะ
‘คุณสมบัติตรงเผงแล้วหนึ่งข้อ... ยิ้มสดใสราวดอกไม้บานต้องแสงพระอาทิตย์ในยามเช้า’ ชายหนุ่มคิดทว่าไร้รอยยิ้มหรือแสดงสีหน้าใดๆ เขาคงบุคลิกเรียบนิ่งและขรึม จนอัญญ์มาลีคิดว่า มาดเขาช่างสมกับเป็นท่านประธานสูงสุดแห่ง แอล กรุ๊ป เสียจริงๆ
“ผม ดานิเอล” เขาหยุดจ้องเธอแน่วนิ่ง คนถูกมองเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง “เรียกผมแดเนียลก็แล้วกัน ริชาร์ดบอกคุณมาว่ายังไงบ้าง?” เขาได้ฤกษ์เอ่ยคำยาวหนึ่งประโยค สิ้นเสียงเขา ทำเอาอัญญ์มาลีใบ้รับประธาน เพราะไม่คาดคิดว่าท่านประธานจะมารับเธอด้วยตัวเอง
‘นิ่งขรึม และดูเหมือนจะเย่อหยิ่งเล็กน้อย... เซ็กซี่ และถือดี’ หญิงสาวไล่สายตาเพื่อพิจารณาเขา และลอบถอนใจเล็กๆว่า เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับเขาคนนี้ หนึ่งปีเต็มๆ
“ริชาร์ดบอกว่าจะมีคนมารับ ไม่คิดว่าท่านประธานจะมาเอง” หญิงสาวตอบ “ยินดีและเป็นเกียรติอย่างมากที่คุณมารับดิฉันด้วยตัวเองที่นี่ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้น หลังหลุดออกจากภวังค์
“ยินดีเช่นกัน มิสอริยศักดากุล” น้ำเสียงเขาเรียบ นิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ แต่ทว่ากลับมีพลังดึงดูด... ชวนฟังและมันฟังดูเซ็กซี่
“เรียกฉันสั้นๆ ว่าอัญญ์ก็ได้ค่ะ มันคือชื่อเล่นของดิฉัน อัญญ์มาลีคือชื่อของฉันค่ะ”
“อัญญ์มาลี Annmarie?” เขาทวนชื่อเธออีกครั้ง คุ้นเคยกับชื่อนี้...
“ค่ะ” เธอตอบรับ รอยยิ้มน้อยๆ ถูกคลี่แย้มบนใบหน้าเธอ ช่างดูอ่อนหวาน
“ผมจะเรียกว่า แมรี่ก็แล้วกัน” ซีอีโอหนุ่มสรุป
“ได้ค่ะ” หญิงสาวยิ้ม
จากสิ่งนั้นทำให้ดานิเอลโล่งใจไปเปราะหนึ่งว่าผู้หญิงที่ริชาร์ดจัดหามาให้นั้น มีคุณสมบัติถูกต้องตรงใจเขาแล้วหนึ่งข้อ ดูน่ารักดีทีเดียว ถ้าคุณสมบัติตรงทั้ง 5 ข้อก็จับทำสัญญาเลย แล้วถ้าต่อไปจะมีเหตุการณ์เร้าใจมากเกินหน้าที่ เขาจะคิดเสียว่าคืนกำไรให้สาวน้อยจากประเทศในดลกที่สามคนนี้ก็แล้วกัน!
“ไม่ผิดหรอก” เขาพูดเสียงเรียบนิ่ง “เอาล่ะอย่าเสียเวลาเลย เรากลับที่พักก่อนดีกว่า” เขาบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นิ่งสนิทพร้อมหยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวม อากาศในปลายฤดูหนาวที่เย็นสบาย มีแสงแดด เพียงอ่อนหวาน ไม่มีหิมะให้ความรู้สึกเหมือนว่าปราฮากำลังอ้าแขนต้อนรับเธอ...
เขาดูลึกลับขึ้นมาทันทีในสายตาหญิงสาว แว่นกันแดดสีดำสนิท จะปกปิดดวงตาเขาเสมอแม้ว่ามันจะกำลังมองจ้องเธออย่างหิวกระหาย หรือชื่นชมบูชา
จากนั้นเขาก็ออกคำสั่งให้บอดีการ์ดทั้งสองคนที่ติดตามมา เข้าไปช่วยเธอยกกระเป๋าและสัมภาระอื่นไว้ที่รถของผู้ติดตาม ชายหนุ่มแปลกใจว่าเธอช่างเป็นผู้หญิงที่กระเป๋าเล็กเสียเหลือเกินกับการมาใช้เวลาอยู่ที่นี่หนึ่งปีเต็ม
“พวกนายเอาสัมภาระของคุณผู้หญิงล่วงหน้าไปที่เพ้นท์เฮ้าส์ก่อนเลย” เขาสั่งแค่นั้น บอดีการ์ดไม่พูดอะไรสักคำ ตั้งแต่หญิงสาวเดินตามเขามาก็ไม่มีใครพูดอะไรเลย สงสัยอยู่ว่าเขาจ้างคนแบบไหนกันมาทำหน้าที่การ์ด ใช้แต่กำลัง ไม่ต้องมีคำบรรยายหรือคำพูดใดๆ กระมัง
เมื่อทั้งสองมาถึงรถ จู่ๆ ร่างบางของผู้มาถึงก็ถูกคว้าหมับ แรงเหวี่ยงทำให้เธอหันหน้ามาประจันหน้าโดยอัตโนมัติ ดวงหน้าคมคร้ามโน้มลงมาใกล้และจุมพิตชนิดจู่โจมก็จัดการครอบครองเธอ ริมฝีปากหยักสวยที่นุ่มละมุนของเจ้านายคนใหม่ ทาบลงมาอย่างแผ่วเบาแต่ฉับไว จนแนบสนิทลงบนกลีบปากสีชมพูระเรื่อสวย แต่เขาหยุดเพียงแค่นั้นให้มันแนบชิดกันระหว่างเรียวปากสวยของคนทั้งสอง ไม่ส่งลิ้นร้อนฉ่าเข้ามากระตุ้นเร้าภายใน หญิงสาวตกใจหัวใจเต้นรัวระทึก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อถูกประกบปากอย่างดูดดื่ม ความตื่นตระหนกโวยวายอยู่ใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นนั่น หญิงสาวสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ครอบครองใบหน้าตน นาทีนั้นจังหวะการเต้นของหัวใจไม่ใช่ของเธออีกต่อไป...
‘ไม่รู้ว่า... จูบจริง จะเกิดกับคุณเมื่อไหร่’ ประโยคที่เธอคุ้นหูจากภาพยนตร์โฆษณายาสีฟันยี่ห้อหนึ่งลอยมาในมโนสำนึก เธอไม่คิดว่าจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์กระตุ้นเร้าแบบนี้เลยนะ
ไม่เคยเลย... และนี่มัน ‘จูบแรกของฉันเลยนะ!’ อัญญ์มาลีต่อต้านออกมาเป็นรังสีของความโกรธ ไอร้อนฉาบวูบส่งให้แก้มทั้งสองข้างร้อนไปจนถึงใบหูขนาดน่ารัก
“อื้อ...” หญิงสาวส่งเสียงประท้วงในลำคอ
เขาผละออกก่อนส่งปลายจมูกโด่งชนแก้มเธอก่อนคำราม เป็นคำสั่งชวนใจสะท้าน “เงียบ และอยู่นิ่งๆ ผมแค่ต้องการทำให้คนเชื่อเท่านั้น ว่าคุณ... เป็นคู่ควง” คำสั่งวนเวียนอยู่รอบแก้มเธอ
เสียงกระซิบแสนเซ็กซี่ของเขา พร้อมไอกรุ่นร้อน ถูกกลืนหายไปในอากาศ เมื่อเขาพูดจบก็จูบต่อ คราวนี้มันเร่าร้อนขึ้น หวานขึ้น ริมฝีปากสาวน้อยอ่อนประสบการณ์ถูกลูบไล้อย่างอ่อนละมุนด้วยกลีบปากหยักสวยของซีอีโอหนุ่มอย่างอ้อยอิ่ง ลิ้มเลีย หญิงสาวสัมผัสได้ถึงความร้อนแรงที่แม้จะเป็นเพียงแค่จูบแบบริมฝีปากชนกัน ลมหายใจเจือกลิ่นบุหรี่สเปียร์มิ้นท์อ่อนๆ ระบายโดยรอบจมูกจิ้มลิ้มแสนน่ารักของตน
‘เขา... สูบบุหรี่ด้วยเหรอเนี่ย อี๊... ฉันแพ้กลิ่นบุหรี่’ หญิงสาวโอด ด้วยความทรมานจากก้นบึ้งของหัวใจเลย
เหมือนตัวเองตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้านายคนใหม่โดยสิ้นเชิง และช่างแปลกที่เธอยอมจำนนราวต้องมนต์สะกด
ไม่นานจากนั้น จูบจัดฉากก็ผ่านไป...
ดานิเอลตัดใจละจากกลีบปากนุ่มหวานอย่างนึกเสียดาย เรียวนิ้วแกร่งประคองคางเล็กของหญิงสาวเชิดขึ้นมองสบประสานสายตาคม ที่มันช่างดูดุดัน และมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ
“มีคนตามดูเราอยู่...” เขาหยุดขณะตรึงสายตาคมบนใบหน้าสาว ตอนนี้มีแววตาตะลึงพรึงเพริดมองกลับมาใส่เขา “ผมจำเป็นต้องทำ” เขาบอก ขณะยืนค้ำแขนที่ประตูรถด้วยแขนอีกข้าง ดวงตากลมโตสั่นระริกอย่างงงงวย ก่อนเรียกสติคืนมา
“มันจะไม่เกิดขึ้นอีกใช่มั๊ยคะ” เสียงหวานถาม พยายามควบคุมอารมณ์และสติที่ยอมรับว่ากำลังโกรธ เพราะรู้ดีว่านับจากนี้เขาคือนายจ้างและเธออยากได้คำยืนยันจากเขาว่า จะไม่ถูกเอาเปรียบแบบนี้อีก
ชายหนุ่มไม่มีคำตอบคืนกลับมาสักนิด แต่กลับย้ายมือเรียวแกร่งจากคางนุ่มมาเป็นแผ่นหลังบอบบาง ก่อนเปิดใช้มืออีกข้างเปิดประตูแล้วดันร่างเล็กส่งเธอเข้าไปนั่งข้างใน ไม่นานเขาก็พาร่างสมบูรณ์แบบเข้ามานั่งในตำแหน่งคนขับ
‘เขาช่าง... ถือดีและกวนโมโหที่สุด คอยดูนะ แม่จะเอาคืนทุกเม็ดเลย!’ หญิงสาวชาวไทยคิดอย่างไม่ยอมแพ้
หญิงสาวยังคงหัวใจเต้นแรง ประหม่าจนเหงื่อเม็ดเล็กๆผุดพรายที่ไรผมบริเวณหน้าผากมน เธอแน่ใจเหลือเกินว่า หนึ่งปีจากนี้ เธออาจจะต้องรับมือกับสถานการณ์เร้าระทึกอีกนับครั้งไม่ถ้วนอย่างแน่นอน...
~$~
คุณอาจจะชอบ


![หน้าปกนวนิยาย ใต้ร่มสกุณี [Shadiness]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/bfc908ce5001834806839810997/Ic805m0NV1YA.webp!15491.webp)


