
ตรารักลิขิตบาป
ตอน 2
“แม่ฉันต้องรู้แน่ๆเลยว่าฉันมาหาแกที่นี่”
พิมพ์ดาวรู้ดีว่าหากแม่เลี้ยงของเธอไม่เจอเธอที่หอต้องตามมาที่บ้านของคนึงนิจแน่นอนตอนนี้เธอจึงร้อนใจเป็นพิเศษ
“ฉันลาออกจากงานพอดีว่าจะกลับไปที่บ้านต่างจังหวัดแล้วอยู่ที่นั่นแกไปกับฉันนะ”
คนึงนิจกุมมือเพื่อนเธอเอาไว้แน่นไหนๆตอนนี้เธอก็ตกงานอยู่แล้ว เมื่อเพื่อนเธอเดือดร้อนเธอเลยคิดจะพาเพื่อนเธอหนีไปที่ๆหนึ่งซึ่งเธอเองก็คิดเอาไว้ว่าจะกลับไปอยู่ที่นั่นเหมือนกัน แต่ตอนนี้แค่จะต้องไปเร็วกว่าที่คิดหน่อยเท่านั้น
“อืม..”
พิมพ์ดาวพยักหน้ารับตอนนี้ให้เธอไปอยู่ที่ไหนก็ได้ที่จะไม่ต้องถูกจับแต่งงานโดยที่ไม่เต็มใจ
คฤหาสน์โพยม
ณ.คฤหาสน์หลังใหญ่ที่อยู่บนเกาะส่วนตัวเกาะหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่ไม่ใหญ่มากนักและเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างห่างออกจากชายฝั่งมากเป็นพิเศษใช้เวลาเดินเรือร่วมสองชั่วโมงถึงจะถึงเกาะ ตัวคฤหาสน์ใหญ่โตโอ่อ่าในแบบที่คนนอกคาดไม่ถึงว่าที่นี่จะมีสิ่งก่อสร้างที่มีราคาแพงหลายร้อยล้านตั้งอยู่ รอบๆคฤหาสน์ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่มากมายที่บดบังตัวคฤหาสน์หลังนี้เอาไว้
และเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ก็คือ เขตแดน กุมภัณฑ์โพยม ชายหนุ่มที่ค่อนข้างจะเก็บตัวลึกลับเขาเป็นเจ้าของ kp group แบรนด์เครื่องประดับที่มีมาเป็นร้อยปีซึ่งชื่อตั้งต้นตอนแรกก็คือ กุมภัณฑ์โพยม เป็นชื่อของต้นตระกูลพอช่วงหลังก็เปลี่ยนชื่อให้ทันสมัยขึ้นตามวิวัฒนาการของโลก
น้อยครั้งมากที่เขตแดนจะปรากฏตัวให้ใครได้เห็นหน้าค่าตา แม้นแต่พนักงานในบริษัทของตัวเองก็แทบจะไม่มีใครรู้จักเขตแดน...มีเฉพาะคนในตำแหน่งสูงๆที่ต้องทำงานกับเขตแดนโดยตรงเท่านั้นเพราะเขาไม่ชอบสังคมเท่าไร
เขตแดนเป็นชายหนุ่มที่รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้นายแบบดาราดังๆ ด้วยส่วนสูงที่เกือบจะแตะสองเมตรผิวขาวผุดผ่องทั้งตัวมีแต่กล้ามเนื้อดวงตาของเขาคมดั่งพญาเหยี่ยวคิ้วเข้มหนาได้รูปรับจมูกโด่งเป็นสันริมฝีปากหนาอมชมพูไว้หนวดเคราพองามปล่อยผมหยิกยาวประบ่ารวบตึงบ้างเป็นครั้งคราว
“คนสมัยนี้หาความซื่อสัตย์ได้ยากจริงๆ "
ร่างสูงที่อยู่ในชุดลินินสีขาวยืนเกาะขอบระเบียงห้องทำงานมองวิวทะเลยามค่ำคืนด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์ เพราะพึ่งจะรับรู้เรื่องที่น่าหงุดหงิดจากหิรัญคนสนิทของเขาที่ไว้ใจให้ควบคุมดูแลงานที่บริษัท
“อย่าเสียเวลากังวลกับคนโลภพวกนั้นเลยครับตอนนี้เราประกาศรับคนใหม่แล้วผมสัญญาจะไม่ดูคนให้พลาดอีก"
หิรัญเป็นคนที่ดูแลเขตแดนมานานเขารู้ดีว่าเรื่องความไม่ซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่เขตแดนนั้นเกลียดที่สุด เขาจึงพูดให้เขตแดนนั้นไม่ต้องคิดมากเรื่องนี้ครั้งหน้าที่รับคนมาใหม่เขาจะพยายามดูให้ดีกว่าเดิม
“ดีผมไม่อยากเปลี่ยนพนักงานบ่อยๆ "
“งานประมูลเพชรนำเข้างานนี้จัดขึ้นที่โรงแรมในตัวเมืองคุณเขตจะส่งใครไปครับ"
“ผมจะไปเอง"
ร่างสูงค่อยๆ หันกลับมามองหน้าคนสนิทแววตาของเขาไม่มีคำว่าพูดเล่นแม้แต่น้อยจนหิรัญเองก็ตกใจ
“อะไรนะครับ"
“ผมได้ยินข่าวว่าสื่อต่างก็ไม่เชื่อมั่นในแบรนด์ของเรานักเพราะผมไม่เคยออกสื่อที่ไหนครั้งนี้ผมเลยจะไปที่งานด้วยตัวเอง"
ที่เขตแดนตัดสินใจแบบนี้เพราะเขาคิดถี่ถ้วนแล้วหลายไตรมาสมานี้คู่แข่งของเขาเพิ่มขึ้นทาเป็นดอกเห็ด ซ้ำเขาก็ยังมีข่าวครหาไม่หยุดว่าเจ้าของ Kp group ถือตัวไม่ค่อยออกงานพบปะสังคมเท่าไร เขาจึงต้องเรียกความเชื่อมั่นกลับมาเพราะงานนี้เป็นงานใหญ่
“แต่วันนั้นเป็นคืนที่..."
หิรัญมีสีหน้าที่ค่อนข้างกังวลอย่างเห็นได้ชัด เพราะอีกอาทิตย์นั้นจะเป็นวันที่ไม่ค่อยดีสำหรับเขตแดนเท่าไร
“ผมรู้และผมจะไม่ประมาท"
เขตแดนมองหน้าหิรัญด้วยแววตาที่ค่อนข้างมั่นใจว่าวันนั้นเขาสามารถที่จะดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีไม่มีอะไรที่ต้องน่าห่วง
“ถ้าอย่างนั้นผมจะไปกับคุณเขตด้วยครับ"
แม้นจะรู้ว่าเขตแดนไม่เป็นกังวลแต่หิรัญเองที่เป็นเขาจึงขอตามเขตแดนไปงานนี้ด้วย
“ขอบคุณครับ..ตอนนี้ในถ้ำเรียบร้อยดีหรือเปล่า"
ใบหน้าคมพยักหน้ารับก่อนจะถามถึงเรื่องในถ้ำกุมภัณฑ์ถ้ำในป่าหลังคฤหาสน์หลังโตที่มีรูปปั้นพญานาคยักษ์ใหญ่อยู่ด้านใน
“ที่นั่นนเรศดูแลอย่างดีไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงครับ..”
หิรัญรายงานตามที่นเรศได้บอกมา เมื่อเขตแดนรู้ว่าเป็นเช่นนี้จึงคลายกังวล เพราะหลายวันมานี้เขาฝันประหลาดมาหลายคืนถึงเรื่องในถ้ำ
ถ้ำกุมภัณฑ์ ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่อยู่คู่กับเกาะมาตั้งแต่เกาะกำเนิดขึ้น เป็นถ้ำที่เป็นโถงใหญ่ด้านในถูกจัดทำให้มีประตูเปิดปิดมิดชิด มีนเรศคนดูแลคฤหาสน์เป็นผู้เข้าออกที่นี่คนเดียวเป็นประจำ ด้านในมีรูปปั้นพญานาคสีเขียวยักษ์ใหญ่ขดอยู่บนแท่นหินใหญ่
“ทำไมสีถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้นะ”
วันนี้นเรศรู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่างที่รูปปั้นเพราะหางสีเหลืองทองของพญานาคองค์ใหญ่นี้กลับกลายเป็นเหลือบสีดำเขาค่อนข้างกังวลเป็นพิเศษ เพราะไม่รู้ว่าการเกิดเหตุแบบนี้หมายความว่าอย่างไรจะมีเรื่องดีหรือร้ายเกิดขึ้น
03.00 น.
“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย”
พิมพ์ดาวกำลังเดินอยู่ในป่าทึบที่เธอไม่คุ้นเคยทั้งชุดที่เธอใส่ก็ดูเป็นชุดที่เธอไม่คุ้นเคยเลยสักนิด เสื้อลูกไม้แขนตุ๊กตาสีขาวกับกระโปรงผ้าไหมทอสีชมพูบานยาวคลุมเข่า เธอพยายามนึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าเธอซื้อชุดนี้มาจากไหน และนึกอย่างไรถึงหยิบมาใส่แถมยังมาเดินคนเดียวอยู่ในป่าสถานที่ที่แปลกตาแบบนี้อีก
“ช่วยข้าด้วย”
“เสียงใครคะ”
หญิงสาวชะงักฝีเท้าเบิกตาโพรงเมื่อได้ยินเสียงทุ้มใหญ่ดังออกมา ใบหน้านวลพยายามหันซ้ายหันขวาตะโกนถามด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ก็ไม่ยักจะเห็นมีคนปรากฎให้เธอเห็น
“ช่วยข้าด้วย..ข้าอยู่ตรงนี้”
“อ..อ๊ายยยย...”
ร่างบางชาวาบไปทั้งตัวทั้งกรีดร้องด้วยความกลัวเสียงดังลั่น เมื่องูใหญ่สีดำเลื้อยชูคออยู่เหนือหัวของเธอ
“ดาว..ดาว..”
คนึงนิจเขย่าตัวพิมพ์ดาวให้ตื่นเมื่อเห็นเพื่อนละเมอกรีดร้องในตอนค่อนแจ้ง
“เฮ่อออ..”
พิมพ์ดาวผุดลุกขึ้นนั่งเหงื่อของเธอแตกซิกถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอกเมื่อเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน
“แกเป็นอะไร”
คนึงนิจเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง
“ฉันฝันเห็นงูตัวใหญ่มากเลยขิง”
ดวงตากลมโตไหวระริกเมื่อต้องเล่าเหตุการณ์ในฝัน
“แกเครียดน่ะสิถึงฝันร้าย..ตื่นก็ดีแล้วฉันเก็บของเสร็จพอดีเรารีบออกเดินทางกันดีกว่า เดี๋ยวเช้าแม่แกรู้ว่าแกหนีจะตามมาที่นี่ได้”
คนึงนิจเข้าใจดีว่าเพื่อนเธอยังอยู่ในอาการเครียดก็คงจะฝันร้ายเป็นธรรมดา
“อืม”
พิมพ์ดาวลุกออกจากเตียงไปล้างหน้าล้างตาแม้นเธอจะคิดว่าที่ฝันร้ายในครั้งนี้เป็นเพราะความเครียดแต่ในฝันมันช่างเหมือนจริงเสียเหลือเกิน
หลังจากเก็บของกันเรียบร้อยแล้วคะนึงนิจก็รีบขับรถมุ่งหน้าสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานีทันที เพราะเธอตั้งใจว่าจะกลับไปอยู่ที่บ้านเก่าของยายเธอที่ปล่อยร้างมานานแล้ว
“ขิง แกว่าฉันทำถูกหรือป่าวที่หนีมา”
ระหว่างการเดินทางพิมพ์ดาวก็ยังมีความเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย ว่าที่เธอหนีมาแบบนี้มันถูกต้องหรือไม่หากแม่เลี้ยงเธอรู้ว่าคนึงนิจเป็นคนที่ช่วยพาเธอหนีเพื่อนเธอก็จะถูกแม่เลี้ยงเธอเล่นงานด้วยเป็นแน่
“ถูกมากเลยล่ะ แกสมควรตีตัวไปให้พ้นแม่เลี้ยงใจยักษ์ของแกตั้งนานแล้ว รีบบล็อคเบอบล็อคช่องทางการติดต่อของแม่เลี้ยงแกให้หมดเลยนะ เชื่อฉันพ่อแกต้องดีใจที่แกทำแบบนี้”
“แกคิดแบบนั้นหรอ”
“ใช่สิ แกทิ้งความกังวลเรื่องแม่เลี้ยงแกให้หมดเลยนะ ต่อไปนี้แม่เลี้ยงแกจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับชีวิตของแกอีกแล้ว”
คนึงนิจตอกย้ำให้พิมพ์ดาวมั่นใจได้ว่าสิ่งที่เพื่อนเธอเลือกตอนนี้คือเรื่องที่ถูกที่สุดแล้ว
คุณอาจจะชอบ





