ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ตรารักลิขิตบาป

ตรารักลิขิตบาป

โชคชะตาหรือความบังเอิญที่นำพาให้ 'คนึงนิจ' พลาดพลั้งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ 'เขตแดน' มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทจนตั้งครรภ์ ทว่าเด็กในท้องกลับมีความลับเหนือธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับอดีตชาติอันลึกลับ ท่ามกลางความกังวลในสถานะ เขตแดนกลับดูแลเธออย่างดีพร้อมยืนยันว่าจะมีเพียงเธอและลูกเท่านั้นที่สำคัญที่สุด ความใกล้ชิดเปลี่ยนจากความรับผิดชอบกลายเป็นความรักที่ผูกพันสองหัวใจไว้ด้วยกันในชาตินี้ แม้จะมีเรื่องราวลี้ลับจากภพก่อนตามมาพิสูจน์รักแท้ของเขาทั้งคู่ก็ตาม
ตอน
แชร์

ตอน 2

“แม่ฉันต้องรู้แน่ๆเลยว่าฉันมาหาแกที่นี่”

พิมพ์ดาวรู้ดีว่าหากแม่เลี้ยงของเธอไม่เจอเธอที่หอต้องตามมาที่บ้านของคนึงนิจแน่นอนตอนนี้เธอจึงร้อนใจเป็นพิเศษ

“ฉันลาออกจากงานพอดีว่าจะกลับไปที่บ้านต่างจังหวัดแล้วอยู่ที่นั่นแกไปกับฉันนะ”

คนึงนิจกุมมือเพื่อนเธอเอาไว้แน่นไหนๆตอนนี้เธอก็ตกงานอยู่แล้ว เมื่อเพื่อนเธอเดือดร้อนเธอเลยคิดจะพาเพื่อนเธอหนีไปที่ๆหนึ่งซึ่งเธอเองก็คิดเอาไว้ว่าจะกลับไปอยู่ที่นั่นเหมือนกัน แต่ตอนนี้แค่จะต้องไปเร็วกว่าที่คิดหน่อยเท่านั้น

“อืม..”

พิมพ์ดาวพยักหน้ารับตอนนี้ให้เธอไปอยู่ที่ไหนก็ได้ที่จะไม่ต้องถูกจับแต่งงานโดยที่ไม่เต็มใจ

คฤหาสน์โพยม

ณ.คฤหาสน์หลังใหญ่ที่อยู่บนเกาะส่วนตัวเกาะหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่ไม่ใหญ่มากนักและเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างห่างออกจากชายฝั่งมากเป็นพิเศษใช้เวลาเดินเรือร่วมสองชั่วโมงถึงจะถึงเกาะ ตัวคฤหาสน์ใหญ่โตโอ่อ่าในแบบที่คนนอกคาดไม่ถึงว่าที่นี่จะมีสิ่งก่อสร้างที่มีราคาแพงหลายร้อยล้านตั้งอยู่ รอบๆคฤหาสน์ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่มากมายที่บดบังตัวคฤหาสน์หลังนี้เอาไว้

และเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้ก็คือ เขตแดน กุมภัณฑ์โพยม ชายหนุ่มที่ค่อนข้างจะเก็บตัวลึกลับเขาเป็นเจ้าของ kp group แบรนด์เครื่องประดับที่มีมาเป็นร้อยปีซึ่งชื่อตั้งต้นตอนแรกก็คือ กุมภัณฑ์โพยม เป็นชื่อของต้นตระกูลพอช่วงหลังก็เปลี่ยนชื่อให้ทันสมัยขึ้นตามวิวัฒนาการของโลก

น้อยครั้งมากที่เขตแดนจะปรากฏตัวให้ใครได้เห็นหน้าค่าตา แม้นแต่พนักงานในบริษัทของตัวเองก็แทบจะไม่มีใครรู้จักเขตแดน...มีเฉพาะคนในตำแหน่งสูงๆที่ต้องทำงานกับเขตแดนโดยตรงเท่านั้นเพราะเขาไม่ชอบสังคมเท่าไร

เขตแดนเป็นชายหนุ่มที่รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้นายแบบดาราดังๆ ด้วยส่วนสูงที่เกือบจะแตะสองเมตรผิวขาวผุดผ่องทั้งตัวมีแต่กล้ามเนื้อดวงตาของเขาคมดั่งพญาเหยี่ยวคิ้วเข้มหนาได้รูปรับจมูกโด่งเป็นสันริมฝีปากหนาอมชมพูไว้หนวดเคราพองามปล่อยผมหยิกยาวประบ่ารวบตึงบ้างเป็นครั้งคราว

“คนสมัยนี้หาความซื่อสัตย์ได้ยากจริงๆ "

ร่างสูงที่อยู่ในชุดลินินสีขาวยืนเกาะขอบระเบียงห้องทำงานมองวิวทะเลยามค่ำคืนด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์ เพราะพึ่งจะรับรู้เรื่องที่น่าหงุดหงิดจากหิรัญคนสนิทของเขาที่ไว้ใจให้ควบคุมดูแลงานที่บริษัท

“อย่าเสียเวลากังวลกับคนโลภพวกนั้นเลยครับตอนนี้เราประกาศรับคนใหม่แล้วผมสัญญาจะไม่ดูคนให้พลาดอีก"

หิรัญเป็นคนที่ดูแลเขตแดนมานานเขารู้ดีว่าเรื่องความไม่ซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่เขตแดนนั้นเกลียดที่สุด เขาจึงพูดให้เขตแดนนั้นไม่ต้องคิดมากเรื่องนี้ครั้งหน้าที่รับคนมาใหม่เขาจะพยายามดูให้ดีกว่าเดิม

“ดีผมไม่อยากเปลี่ยนพนักงานบ่อยๆ "

“งานประมูลเพชรนำเข้างานนี้จัดขึ้นที่โรงแรมในตัวเมืองคุณเขตจะส่งใครไปครับ"

“ผมจะไปเอง"

ร่างสูงค่อยๆ หันกลับมามองหน้าคนสนิทแววตาของเขาไม่มีคำว่าพูดเล่นแม้แต่น้อยจนหิรัญเองก็ตกใจ

“อะไรนะครับ"

“ผมได้ยินข่าวว่าสื่อต่างก็ไม่เชื่อมั่นในแบรนด์ของเรานักเพราะผมไม่เคยออกสื่อที่ไหนครั้งนี้ผมเลยจะไปที่งานด้วยตัวเอง"

ที่เขตแดนตัดสินใจแบบนี้เพราะเขาคิดถี่ถ้วนแล้วหลายไตรมาสมานี้คู่แข่งของเขาเพิ่มขึ้นทาเป็นดอกเห็ด ซ้ำเขาก็ยังมีข่าวครหาไม่หยุดว่าเจ้าของ Kp group ถือตัวไม่ค่อยออกงานพบปะสังคมเท่าไร เขาจึงต้องเรียกความเชื่อมั่นกลับมาเพราะงานนี้เป็นงานใหญ่

“แต่วันนั้นเป็นคืนที่..."

หิรัญมีสีหน้าที่ค่อนข้างกังวลอย่างเห็นได้ชัด เพราะอีกอาทิตย์นั้นจะเป็นวันที่ไม่ค่อยดีสำหรับเขตแดนเท่าไร

“ผมรู้และผมจะไม่ประมาท"

เขตแดนมองหน้าหิรัญด้วยแววตาที่ค่อนข้างมั่นใจว่าวันนั้นเขาสามารถที่จะดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีไม่มีอะไรที่ต้องน่าห่วง

“ถ้าอย่างนั้นผมจะไปกับคุณเขตด้วยครับ"

แม้นจะรู้ว่าเขตแดนไม่เป็นกังวลแต่หิรัญเองที่เป็นเขาจึงขอตามเขตแดนไปงานนี้ด้วย

“ขอบคุณครับ..ตอนนี้ในถ้ำเรียบร้อยดีหรือเปล่า"

ใบหน้าคมพยักหน้ารับก่อนจะถามถึงเรื่องในถ้ำกุมภัณฑ์ถ้ำในป่าหลังคฤหาสน์หลังโตที่มีรูปปั้นพญานาคยักษ์ใหญ่อยู่ด้านใน

“ที่นั่นนเรศดูแลอย่างดีไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงครับ..”

หิรัญรายงานตามที่นเรศได้บอกมา เมื่อเขตแดนรู้ว่าเป็นเช่นนี้จึงคลายกังวล เพราะหลายวันมานี้เขาฝันประหลาดมาหลายคืนถึงเรื่องในถ้ำ

ถ้ำกุมภัณฑ์ ถ้ำนี้เป็นถ้ำที่อยู่คู่กับเกาะมาตั้งแต่เกาะกำเนิดขึ้น เป็นถ้ำที่เป็นโถงใหญ่ด้านในถูกจัดทำให้มีประตูเปิดปิดมิดชิด มีนเรศคนดูแลคฤหาสน์เป็นผู้เข้าออกที่นี่คนเดียวเป็นประจำ ด้านในมีรูปปั้นพญานาคสีเขียวยักษ์ใหญ่ขดอยู่บนแท่นหินใหญ่

“ทำไมสีถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้นะ”

วันนี้นเรศรู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่างที่รูปปั้นเพราะหางสีเหลืองทองของพญานาคองค์ใหญ่นี้กลับกลายเป็นเหลือบสีดำเขาค่อนข้างกังวลเป็นพิเศษ เพราะไม่รู้ว่าการเกิดเหตุแบบนี้หมายความว่าอย่างไรจะมีเรื่องดีหรือร้ายเกิดขึ้น

03.00 น.

“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย”

พิมพ์ดาวกำลังเดินอยู่ในป่าทึบที่เธอไม่คุ้นเคยทั้งชุดที่เธอใส่ก็ดูเป็นชุดที่เธอไม่คุ้นเคยเลยสักนิด เสื้อลูกไม้แขนตุ๊กตาสีขาวกับกระโปรงผ้าไหมทอสีชมพูบานยาวคลุมเข่า เธอพยายามนึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าเธอซื้อชุดนี้มาจากไหน และนึกอย่างไรถึงหยิบมาใส่แถมยังมาเดินคนเดียวอยู่ในป่าสถานที่ที่แปลกตาแบบนี้อีก

“ช่วยข้าด้วย”

“เสียงใครคะ”

หญิงสาวชะงักฝีเท้าเบิกตาโพรงเมื่อได้ยินเสียงทุ้มใหญ่ดังออกมา ใบหน้านวลพยายามหันซ้ายหันขวาตะโกนถามด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ก็ไม่ยักจะเห็นมีคนปรากฎให้เธอเห็น

“ช่วยข้าด้วย..ข้าอยู่ตรงนี้”

“อ..อ๊ายยยย...”

ร่างบางชาวาบไปทั้งตัวทั้งกรีดร้องด้วยความกลัวเสียงดังลั่น เมื่องูใหญ่สีดำเลื้อยชูคออยู่เหนือหัวของเธอ

“ดาว..ดาว..”

คนึงนิจเขย่าตัวพิมพ์ดาวให้ตื่นเมื่อเห็นเพื่อนละเมอกรีดร้องในตอนค่อนแจ้ง

“เฮ่อออ..”

พิมพ์ดาวผุดลุกขึ้นนั่งเหงื่อของเธอแตกซิกถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอกเมื่อเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ความฝัน

“แกเป็นอะไร”

คนึงนิจเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง

“ฉันฝันเห็นงูตัวใหญ่มากเลยขิง”

ดวงตากลมโตไหวระริกเมื่อต้องเล่าเหตุการณ์ในฝัน

“แกเครียดน่ะสิถึงฝันร้าย..ตื่นก็ดีแล้วฉันเก็บของเสร็จพอดีเรารีบออกเดินทางกันดีกว่า เดี๋ยวเช้าแม่แกรู้ว่าแกหนีจะตามมาที่นี่ได้”

คนึงนิจเข้าใจดีว่าเพื่อนเธอยังอยู่ในอาการเครียดก็คงจะฝันร้ายเป็นธรรมดา

“อืม”

พิมพ์ดาวลุกออกจากเตียงไปล้างหน้าล้างตาแม้นเธอจะคิดว่าที่ฝันร้ายในครั้งนี้เป็นเพราะความเครียดแต่ในฝันมันช่างเหมือนจริงเสียเหลือเกิน

หลังจากเก็บของกันเรียบร้อยแล้วคะนึงนิจก็รีบขับรถมุ่งหน้าสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานีทันที เพราะเธอตั้งใจว่าจะกลับไปอยู่ที่บ้านเก่าของยายเธอที่ปล่อยร้างมานานแล้ว

“ขิง แกว่าฉันทำถูกหรือป่าวที่หนีมา”

ระหว่างการเดินทางพิมพ์ดาวก็ยังมีความเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย ว่าที่เธอหนีมาแบบนี้มันถูกต้องหรือไม่หากแม่เลี้ยงเธอรู้ว่าคนึงนิจเป็นคนที่ช่วยพาเธอหนีเพื่อนเธอก็จะถูกแม่เลี้ยงเธอเล่นงานด้วยเป็นแน่

“ถูกมากเลยล่ะ แกสมควรตีตัวไปให้พ้นแม่เลี้ยงใจยักษ์ของแกตั้งนานแล้ว รีบบล็อคเบอบล็อคช่องทางการติดต่อของแม่เลี้ยงแกให้หมดเลยนะ เชื่อฉันพ่อแกต้องดีใจที่แกทำแบบนี้”

“แกคิดแบบนั้นหรอ”

“ใช่สิ แกทิ้งความกังวลเรื่องแม่เลี้ยงแกให้หมดเลยนะ ต่อไปนี้แม่เลี้ยงแกจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับชีวิตของแกอีกแล้ว”

คนึงนิจตอกย้ำให้พิมพ์ดาวมั่นใจได้ว่าสิ่งที่เพื่อนเธอเลือกตอนนี้คือเรื่องที่ถูกที่สุดแล้ว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวมือสองแสนรักของมหาเศรษฐี
9.6
ในคืนวิวาห์ เฉินซูซูต้องเผชิญกับความจริงที่เจ็บปวด เมื่อสามีอ้างว่าไร้สมรรถภาพเพียงเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ไว้ให้หญิงคนรัก หลังการหย่าร้างท่ามกลางสายตาที่คอยเยาะเย้ยว่าเธอเป็นเพียงของเหลือทิ้ง เธอกลับได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของท่านประธานเฮ่อผู้ทรงอิทธิพล แม้เธอจะกังวลในสถานะแม่หม้าย แต่เขากลับไม่สนคำครหาพร้อมมอบความรักที่แสนพิเศษให้เพียงผู้เดียว เพราะแท้จริงแล้วมหาเศรษฐีหนุ่มคนนี้เฝ้ารอและวางแผนครอบครองหัวใจเธอมานานแสนนาน
หน้าปกนวนิยาย รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก
9.2
นารา หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้ซ่อนความบอบช้ำจากการหย่าร้างของพ่อแม่ไว้ใต้รอยยิ้มสดใส เพื่อเป็นเสาหลักให้แม่และส่งน้องชายเรียนหมอ เธอจึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไปหาป้าเพื่อหางานทำ จนได้พบกับภูตะวัน พ่อเลี้ยงเจ้าของไร่องุ่นและโรงงานไวน์วัยสามสิบห้าปี ผู้ครองตัวเป็นโสดและปิดตายหัวใจจากความผิดหวังในอดีตที่ถูกคนรักเก่านอกใจ ทว่าการปรากฏตัวของสาวน้อยมองโลกในแง่ดีคนนี้ กำลังจะทำให้ชีวิตที่แสนเย็นชาของนักธุรกิจหนุ่มกลับมาวุ่นวายและมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกที่จะโกหก ฉันเลือกที่จะจากไป
8.5
หลังตามหาน้องสาวสามีจนพบในสภาพวิกฤต ฉันรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาลจนเกิดอุบัติเหตุชนกับรถหรู คู่กรณีกลับบีบบังคับให้ฉันคุกเข่ากราบขอโทษพร้อมเรียกเงินล้านโดยไม่สนชีวิตคนเจ็บ เธอโอ้อวดว่าสามีผู้เป็นทายาทมหาเศรษฐีตระกูลฟูจะหนุนหลังให้ทุกลมหายใจ คำพูดนั้นทำให้ฉันตระหนักได้ทันทีว่าผู้หญิงจองหองตรงหน้าคือชู้รักของสามีตัวเอง ความจริงที่น่ารังเกียจนี้กำลังทำลายทุกอย่าง รวมถึงแผนการดองกับลูกสาวมหาเศรษฐีที่คุณลุงคาดหวังไว้ด้วย
หน้าปกนวนิยาย พลาดรักท่านประธาน
8.1
โชคชะตาเล่นตลกให้ริสาต้องกลับมาพบกับอดีตคนรักในวัยเยาว์อีกครั้งในฐานะเลขาและประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล หลังจากการเลิกราที่แสนเจ็บปวดผ่านไปนานถึงห้าปี ความแค้นที่ยังฝังรากลึกทำให้เขาเลือกที่จะพันธนาการเธอไว้ด้วยความสัมพันธ์ในอดีตเพื่อชำระความเสียใจที่เขาสูญเสียไป แม้ริสาจะพยายามอ้อนวอนขออิสระ แต่เขากลับยิ่งบีบคั้นและทวงถามเหตุผลที่เธอทิ้งเขาไปในวันนั้น ท่ามกลางความขัดแย้งและหยดน้ำตา ความผูกพันครั้งเก่ากลับกลายเป็นกรงขังที่ยากจะดิ้นหลุด
หน้าปกนวนิยาย ไม่เล่นแล้ว ฉันคือคุณนาย
9.7
ตลอดสามปีที่หลูเฉียนหนิงอยู่เคียงข้างโจวเป่ยจิ้ง เขาคิดเพียงว่าเธอคือผู้ช่วยที่ยอมแลกตัวเพื่อเงินรักษาแม่ จนกระทั่งความอดทนสิ้นสุดลงเมื่อเธอขอหย่าและตราหน้าว่าเขาเป็นคนชั่วที่มีคนอื่นในใจ ทว่าเขากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วเธอคือภรรยาลึกลับที่จดทะเบียนกันเมื่อหกปีก่อน จากท่านประธานผู้เย่อหยิ่งจึงต้องกลายเป็นคนคลั่งรักที่ยอมทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมดเพื่อตามง้อเมีย แม้ใครจะดูถูกว่าเธอต่ำต้อย แต่ปัจจุบันเธอกลายเป็นประธานหลูผู้มั่งคั่งที่ทำเอาเขาถอนตัวไม่ขึ้น
หน้าปกนวนิยาย แสนเถื่อนยอดรัก
8.1
คเชนทร์ หนุ่มหล่อ มาดดิบเถื่อน ผู้ใช้ชีวิตจากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุดของชีวิต ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมห้าดาว แม้ชีวิตจะรวยล้น มีทุกสิ่งราวเนรมิตร ทว่าอดีตอันเลวร้ายมันตามหลอกหลอน ไม่อาจทำให้เขาหลุดพ้นไปจากความกลัวได้ ทำให้คนเก่งอย่างเขากลัวที่สุด คือการไม่คู่ควรต่อสิ่งใด แม้กระทั่งความรัก บทเรียนรักสอนให้เขาเจียมตัวเจียมใจ และตอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าเป็นเพียง ไอ้เชนทร์ เด็กกำพร้าไร้อนาคต เฝ้ารอแต่เพียงใครสักคนมาปลดล็อกความกลัวนั้น... หากคนนั้นจะเป็นเธอที่ฟ้าส่งมา เจ้าขา ทายาทเจ้าสัวหมื่นล้าน คุณหนูไฮโซที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง กับชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเธอหนีขึ้นรถชายแปลกหน้าโดยไม่ให้เขารู้ และไม่รู้ว่าเขาคือใคร เพียงแต่เธออยากหนีไปให้สุดหล้าและทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้เบื้องหลัง แต่หารู้ไม่ ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา... ทว่าเป็นคนที่พาเธอไปพบกับโลกใบใหม่ จนเธออยากจะทิ้งทุกอย่าง เพราะเขา มือหนาข้างหนึ่งยกปืน มืออีกข้างเปิดประตูรถออก แล้วจ่อปืนไปที่ร่างนั้นทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงในชุดแต่งงาน เธอร้องไห้พร้อมกับมองหน้าเขา ดวงตาบวมแดง เครื่องสำอางเปลอะเปื้อนไปหมด ไม่มีแม้แรงจะยกมือขึ้นมาห้ามปรามเพื่อไม่ให้เขาทำร้าย “คุณ! ผะ! ผะ! ผีหรือคนเนี่ย” เขาถามเสียงสั่น ทว่าสิ้นคำของเขา เธอก็เบ้ปากร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ร้องจนตัวโยนเลยทีเดียว เขาจำต้องเก็บปืนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ สัมผัสได้ถึงความแย่ และความเดือดร้อนมันกำลังมาถึงแน่ๆ “ขอโทษที่ติดรถคุณมา” หญิงสาวบอกเสียงสั่นเครือ “ลงมา!” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ พลางมองไปรอบๆ ตัว ว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือเปล่า “ผมบอกให้ลงมา!” เขาตะคอกเมื่อเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมลงจากรถ กระทั่งเขาเอื้อมมือไปกระชากเธอลงมาเสียเอง “มาจากงานแต่งงานที่ไหนเนี่ย” เขาถามเพราะคิดว่าน่าจะมาจากงานเดียวกับเขาหรือเปล่า ทว่าเธอเอาแต่ร้องไห้ ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา “นี่คุณ จะเอาแต่ร้องไห้ไม่ได้นะ คุยกันให้รู้เรื่อง” พอเขาเอ่ยเช่นนี้เธอก็หันซ้ายหันขวา เหมือนไม่กล้าพูด เขาจึงดึงเข้าบ้านเสียเลย แต่พอเปิดไฟในบ้านเห็นหน้ากันชัดๆ เท่านั้นแหละ สวยชะมัดเลย นี่นางฟ้าตกสวรรค์หรือวะเนี่ย