ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ตรารักลิขิตบาป

ตรารักลิขิตบาป

โชคชะตาหรือความบังเอิญที่นำพาให้ 'คนึงนิจ' พลาดพลั้งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ 'เขตแดน' มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทจนตั้งครรภ์ ทว่าเด็กในท้องกลับมีความลับเหนือธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับอดีตชาติอันลึกลับ ท่ามกลางความกังวลในสถานะ เขตแดนกลับดูแลเธออย่างดีพร้อมยืนยันว่าจะมีเพียงเธอและลูกเท่านั้นที่สำคัญที่สุด ความใกล้ชิดเปลี่ยนจากความรับผิดชอบกลายเป็นความรักที่ผูกพันสองหัวใจไว้ด้วยกันในชาตินี้ แม้จะมีเรื่องราวลี้ลับจากภพก่อนตามมาพิสูจน์รักแท้ของเขาทั้งคู่ก็ตาม
ตอน
แชร์

ตอน 3

“อ๊ายยย..”

พิมพ์ดาวสะดุ้งตื่นขึ้นมาที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งจนคนึงนิจที่พึ่งเดินกลับเข้ามาในรถหลังจากที่ไปซื้อกาแฟต้องจับมือเพื่อนเธอเอาไว้เพราะรู้ว่าเพื่อนเธอคงไม่พ้นหลับแล้วฝันร้ายอีกแน่นอน

“ดาว...ฝันร้ายอีกแล้วหรอ”

“อืม..”

ใบหน้าหวานซีดเซียวหายใจหอบถี่

“อ่ะ..ลาเต้เย็นๆ เผื่อจะสดชื่นขึ้น..”

คนึงนิจยื่นแก้วลาเต้เย็นให้พิมพ์ดาว เธอรู้ว่าอาการฝันร้ายของเพื่อนเธอคงไม่หายไปง่ายๆ เพราะคงจะวิตกกังวลอยู่มากพอสมควร

“ขอบใจนะ..อีกกี่ชั่วโมงกว่าจะถึง”

พิมพ์ดาวอยากรู้ว่าเมื่อไรจะถึงที่หมายเพราะเธอก็ไม่ได้อยากนอนหลับแล้วฝันร้ายให้เพื่อนเธอพลอยเป็นกังวลไปด้วย

“อีกสองสามชั่วโมงกว่าๆ ก็น่าจะถึงแล้วล่ะ”

คนึงนิจดูจากจีพีเอสมันประมาณสี่ชั่วโมงกว่าๆแต่เธอคิดว่าหากรีบกว่านั้นหน่อยก็คงจะถึงเร็วกว่าเวลาที่บอกอยู่ตอนนี้ พิมพ์ดาวเอาแต่นั่งนิ่งไปตลอดทางไม่กล้าที่จะหลับอีก เพราะกลัวว่าจะฝันร้ายเมื่อครู่เรื่องที่เธอฝันก็เป็นเหตุการณ์ต่อจากเรื่องเมื่อเช้ามืดงูใหญ่ตัวนั้นจู่ๆก็เข้ามารัดตัวเธอเอาไว้ความรู้สึกทุกอย่างที่เธอได้รับมันเหมือนไม่ใช่ฝันเลยสักนิด

สี่ชั่วโมงต่อมา

สองสาวมาถึงอ.เมืองสุราษฎร์ธานีช่วงบ่ายเกือบเย็น คนึงนิจกะเวลาแล้วว่าจะต้องถึงที่นี่เวลานี้เพื่อที่จะมีเวลาทำความสะอาดบ้านก่อนที่จะมืดค่ำ บ้านหลังเล็กของยายคนึงนิจเป็นบ้านไม้สีขาวแบบโบราณเพราะสร้างมาตั้งแต่สมัยที่ยายของเธอเป็นสาวๆและพึ่งจะแต่งงานกับตาของเธอ หลังจากที่ยายและตาของเธอจากไป บ้านหลังนี้ก็ไม่มีใครอยู่ พ่อกับแม่ของเธอก็จะกลับมาที่นี่ปีละครั้งมาทำนุบำรุงเพื่อไม่ให้ที่นี่ทรุดโทรม เพราะคิดว่าหลังจากที่ตัวเธอเองมีงานมีการที่มั่นคงทำมีคู่ครองดีแล้วก็จะย้ายกลับมาอยู่ที่นี่สองคนตายายแต่ก็ไม่มีโอกาส

บ้านไม้สีขาวชั้นเดียวยกพื้นไม่สูงมากมีสามห้องนอนสองห้องน้ำ ไม่เล็กไม่ใหญ่มีอาณาเขตรอบๆประมาณหนึ่งไร่ มีไม้ยืนต้นไม้ดอกไม้ประดับอยู่มากมายภายในอาณาเขตรั้วบ้าน ที่นี่จึงดูร่มรื่นมากกว่าบ้านหลังอื่นๆรอบนอก

“คงต้องทำความสะอาดกันครั้งใหญ่เลยล่ะบ้านหลังเล็กๆ แบบนี้แกอยู่ได้ใช่ป่ะ”

สองสาววางกระเป๋าไว้ที่ชานหน้าบ้านแล้วค่อยๆเปิดประตูไม้บานใหญ่ออกช้าๆเพื่อที่จะไม่ให้ฝุ่นและหยากไย่ฟุ้งกระจาย

“ที่ไหนที่ฉันสบายใจฉันอยู่ได้ทั้งนั้นแหละ รีบช่วยกันเก็บกวาดดีกว่าก่อนจะเย็น”

พิมพ์ดาวพยักน้าด้วยรอยยิ้มเธออยู่ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นถ้าที่นั่นมีความสบายใจให้เธอได้

“โอเค”

เมื่อจบบทสนทนาสองสาวต่างก็ช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่นหยากไย่แมงมุมกันอย่างขะมักเขม้น เพราะกลัวจะเสร็จไม่ทันฟ้ามืดเพราะเธอทั้งสองต้องออกไปหาอะไรมาทานกันอีก

ร้านอาหาร

เมื่อทำความสะอาดบ้านกันร่วมสองชั่วโมงกว่าเสร็จแล้วสองสาวก็อาบน้ำอาบท่าออกมาหาอะไรทานกันข้างนอก

“จริงสิแล้วแกทำไมลาออกกะทันหันล่ะขิง”

ระหว่างทานข้าวพิมพ์ดาวก็จำได้ว่าเธอลืมถามเรื่องที่เพื่อนเธอออกจากงานเสียสนิทมัวแต่เครียดเรื่องของตัวเอง

“พูดแล้วก็เจ็บใจเพราะยัยโรสนั่นคนเดียวเลย..”

เมื่อพูดถึงเรื่องงานคนึงนิจก็วางช้อนบุ้ยปากทำหน้าห่อเหี่ยวลงทันที ก่อนจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้พิมพ์ดาวฟัง

“คนที่ขโมยงานแกก็ผิด แล้วเรื่องที่แกใจร้อนก็ผิดเหมือนกัน ฉันเคยเตือนแกเรื่องนี้หลายครั้งแล้วหัดเป็นคนใจเย็นบ้างเรื่องเล็กจะได้ไม่ต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่”

พิมพ์ดาวคิดว่าเรื่องใจร้อนของคนึงนิจจะดีขึ้นกว่าตอนเรียนแล้วเสียอีก แต่เปล่าเลยเมื่อก่อนหากไม่มีเธอคอยปรามเรียกสติเพื่อนเธอเอาไว้มีหวังมีเรื่องกับคนอื่นเค้าไปทั่วแน่

“ฉันก็พยายามปรับนิสัยใจร้อนของฉันอยู่ แต่พอเจอเอาเปรียบทีไรเป็นทนไม่ได้ทุกทีเลย...”

คนึงนิจรู้ดีว่าข้อเสียของตัวเธอคืออะไร แม้จะพยายามปรับแล้วแต่มันก็ยังคงห้ามใจตัวเองให้ไม่มีเรื่องยากอยู่ดี

“ทีนี้จะเอาไงต่อหรอ”

พิมพ์ดาวอยากรู้ว่าเพื่อนเธอจะเอายังไงต่อกับชีวิตหลังจากนี้ เพราะตัวเธอนั้นคิดเอาไว้แล้วว่าจะไปหาสมัครงานเป็นพยาบาลตามคลินิค

“ฉันก็จะหาสมัครงานที่บริษัทแถวนี้แหละ แล้วแกจะเอายังไงต่อ”

“ฉันก็ว่าจะสมัครเป็นพยาบาลที่ตามคลินิกเหมือนกัน”

“ดีแล้วต่อไปนี้เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่กัน”

คนึงนิจสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพ่นมันออกมาพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง ในเมื่อชีวิตของพวกเธอเห็นทางแล้วว่าจะดำเนินไปยังไงกันต่อก็ไม่ต้องมีอะไรต้องกังวลแล้ว

ทางด้านมลฤดีแม่เลี้ยงวัย49ของพิมพ์ดาวตอนนี้ก็วุ่นอยู่กับการตามหาหญิงสาวจนหัวฟู ซ้ำยังถูกณัฐพลหนุ่มเจ้าของโรงแรมดังวัย32ขู่แล้วขู่อีก เรื่องที่ต้องตามหาตัวพิมพ์ดาวกลับมาแต่งงานกับเขาให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องหาเงินมาคืนให้ได้

“ปล่อยให้เธอหนีไปได้ยังไงครับคุณฤดี”

ณัฐพลหนุ่มไฮโซรูปหล่อจอมเจ้าชู้เขาตามมาหามลฤดีถึงบ้านเพื่อที่จะตำหนิเรื่องที่มลฤดีนั้นปล่อยให้พิมพ์ดาวหายตัวไปในขณะที่เขานั้นเตรียมจัดงานแต่งงานเอาไว้แล้ว

“ฉันจะพยายามพาตัวยัยดาวกลับมาให้ได้ค่ะ”

มลฤดีเอ่ยกับชายหนุ่มเสียงสั่น เธอรู้สึกโมโหพิมพ์ดาวไม่น้อยที่หนีไปทำให้เธอนั้นเดือดร้อน

“ผมให้เวลาหนึ่งอาทิตย์ ถ้าคุณพาตัวเธอกลับมาไม่ได้คุณก็ต้องเอาเงินยี่สิบล้านมาให้ผม ถ้าไม่มีก็เตรียมเก็บกระเป๋าออกไปจากที่นี่ได้เลย”

ณัฐพลเอ่ยจบก็เดินออกจากบ้านของมลฤดีไปด้วยอาการไม่สบอารมณ์ เพราะเขานั้นต้องการที่จะให้พิมพ์ดาวมาเป็นภรรยาเนื่องด้วยถูกใจเธอตั้งแต่ที่แรกเห็นเมื่องานศพของบุญทวีพ่อของเธอ เมื่อมีโอกาสจึงใช้วิธีรวบหัวรวบหางแต่เธอก็หนีเขาไปจนได้

“อาทิตย์เดียวเองหรอคะ โถ่ ยัยดาวนะยัยดาว”

มลฤดีนั่งฟุบลงกับโซฟาราคาแพงกัดฟันกรอดที่พิมพ์ดาวนั้นคิดแข็งข้อกับเธอ

วันต่อมา

“เย่...”

“มีอะไรหรอขิง”

พิมพ์ดาวรีบวิ่งออกจากครัวมาที่ห้องนั่งเล่นแทบไม่ทัน เมื่อได้ยินเสียงเพื่อนของเธอกรีดร้องเสียงดัง

“Kp group เรียกฉันสัมภาษณ์แล้วแก ถ้าฉันได้ที่นี่ก็ดีนะไม่ต้องเดินทางไกลด้วย”

คนึงนิจยื่นมือถือให้พิมพ์ดาวได้อ่านเมลเรียกสัมภาษณ์พร้อมทั้งกระโดดโลดเต้นดีใจยกใหญ่

“ขอให้ได้ดั่งที่หวังนะขิง ฉันก็มีอะไรจะบอกเหมือนกัน”

พิมพ์ดาวส่ายหัวทั้งอมยิ้มนึกว่าเพื่อนเธอมีเรื่องอะไรให้ตกใจเสียอีก

“อย่าบอกว่าได้งานแล้ว”

คนึงนิจมองหน้าพิมพ์ดาวอย่างมีความหวัง

“คลินิกหน้าหมู่บ้านนี่เองเค้าให้ทดลองงานก่อนหนึ่งอาทิตย์”

“อ๊ายยย...”

สองสาวกระโดดกอดกันกลมก่อนจะไปช่วยกันทำอาหารเย็นในครัว

ครู่ต่อมา

ตอนนี้สองสาวตั้งเตาทานหมูกระทะกันที่หน้าบ้านในตอนที่ฟ้าเกือบจะมืด ทั้งสองรีบยกวัตถุดิบที่เตรียมเอาไว้มาวางที่โต๊ะหินอ่อน เสร็จแล้วจึงช่วยกันก่อไฟเตาถ่านใบเล็กพอไฟติดหมดควันก็ช่วยกันยกมาไว้ที่กลางโต๊ะหินอ่อน

“น้ำซุปมาแล้ว..น้ำซุปมาแล้ว”

พิมพ์ดาวจำได้ว่าเธอลืมหยิบหม้อน้ำซุปออกมาจากในครัวจึงรีบวิ่งไปเอามาอย่างรวดเร็วเพราะหิวกันเต็มที่แล้ว

“เทเลยๆ ..”

คนึงนิจเห็นพิมพ์ดาวสาวเท้าใกล้จะถึงจึงหยิบกระทะปิ้งหมูขึ้นวางบนเตาพอดีกับที่พิมพ์ดาววางหม้อน้ำซุปลงข้างเตาพอดี

“ไม่ได้มีบรรยากาศแบบนี้นานแล้วสินะ”

คนึงนิจมองไปที่ชิ้นหมูกระทะที่พิมพ์ดาวกำลังย่างให้เธอก็นึกถึงสมัยเรียนม.ปลายตอนนั้นเธอสองคนกับเพื่อนตัวติดกันมากและชอบนั่งร้านหมูกระทะด้วยกันทุกเย็นวันศุกร์ จนเข้ามหาลัยก็เริ่มแยกกันเพราะต้องเรียนคนละคณะแต่นั่นก็แยกแค่ตัวพอมีปัญหาอะไรเธอสองคนก็จะคุยกันตลอด

“ฉันรู้สึกได้ถึงอิสระก็วันนี้นี่แหละ”

พิมพ์ดาวยิ้มแก้มปริตอนนี้เธอรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

“ดีแล้วล่ะเรื่องไม่ดีอย่านึกถึงมันเลย”

“อืม..”

สองสาวนั่งย่างหมูกระทะหวนรำลึกถึงความหลัง ตอนนี้น้ำเสียงของทั้งสองที่พูดคุยกันล้วนบ่งบอกถึงน้ำเสียงของความสุข คนึงนิจเองก็มีเพื่อนสนิทที่มาอยู่ด้วย ส่วนพิมพ์ดาวก็ได้ออกมาจากวังวนของความอึดอัดมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเพื่อนรักที่นี่หนทางข้างหน้าทั้งสองมองออกแล้วว่ามันคงจะมีแต่ความสุขแน่นอนหากไม่มีอะไรผิดจากที่คาดเอาไว้

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวมือสองแสนรักของมหาเศรษฐี
9.6
ในคืนวิวาห์ เฉินซูซูต้องเผชิญกับความจริงที่เจ็บปวด เมื่อสามีอ้างว่าไร้สมรรถภาพเพียงเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ไว้ให้หญิงคนรัก หลังการหย่าร้างท่ามกลางสายตาที่คอยเยาะเย้ยว่าเธอเป็นเพียงของเหลือทิ้ง เธอกลับได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของท่านประธานเฮ่อผู้ทรงอิทธิพล แม้เธอจะกังวลในสถานะแม่หม้าย แต่เขากลับไม่สนคำครหาพร้อมมอบความรักที่แสนพิเศษให้เพียงผู้เดียว เพราะแท้จริงแล้วมหาเศรษฐีหนุ่มคนนี้เฝ้ารอและวางแผนครอบครองหัวใจเธอมานานแสนนาน
หน้าปกนวนิยาย รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก
9.2
นารา หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้ซ่อนความบอบช้ำจากการหย่าร้างของพ่อแม่ไว้ใต้รอยยิ้มสดใส เพื่อเป็นเสาหลักให้แม่และส่งน้องชายเรียนหมอ เธอจึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไปหาป้าเพื่อหางานทำ จนได้พบกับภูตะวัน พ่อเลี้ยงเจ้าของไร่องุ่นและโรงงานไวน์วัยสามสิบห้าปี ผู้ครองตัวเป็นโสดและปิดตายหัวใจจากความผิดหวังในอดีตที่ถูกคนรักเก่านอกใจ ทว่าการปรากฏตัวของสาวน้อยมองโลกในแง่ดีคนนี้ กำลังจะทำให้ชีวิตที่แสนเย็นชาของนักธุรกิจหนุ่มกลับมาวุ่นวายและมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกที่จะโกหก ฉันเลือกที่จะจากไป
8.5
หลังตามหาน้องสาวสามีจนพบในสภาพวิกฤต ฉันรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาลจนเกิดอุบัติเหตุชนกับรถหรู คู่กรณีกลับบีบบังคับให้ฉันคุกเข่ากราบขอโทษพร้อมเรียกเงินล้านโดยไม่สนชีวิตคนเจ็บ เธอโอ้อวดว่าสามีผู้เป็นทายาทมหาเศรษฐีตระกูลฟูจะหนุนหลังให้ทุกลมหายใจ คำพูดนั้นทำให้ฉันตระหนักได้ทันทีว่าผู้หญิงจองหองตรงหน้าคือชู้รักของสามีตัวเอง ความจริงที่น่ารังเกียจนี้กำลังทำลายทุกอย่าง รวมถึงแผนการดองกับลูกสาวมหาเศรษฐีที่คุณลุงคาดหวังไว้ด้วย
หน้าปกนวนิยาย พลาดรักท่านประธาน
8.1
โชคชะตาเล่นตลกให้ริสาต้องกลับมาพบกับอดีตคนรักในวัยเยาว์อีกครั้งในฐานะเลขาและประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล หลังจากการเลิกราที่แสนเจ็บปวดผ่านไปนานถึงห้าปี ความแค้นที่ยังฝังรากลึกทำให้เขาเลือกที่จะพันธนาการเธอไว้ด้วยความสัมพันธ์ในอดีตเพื่อชำระความเสียใจที่เขาสูญเสียไป แม้ริสาจะพยายามอ้อนวอนขออิสระ แต่เขากลับยิ่งบีบคั้นและทวงถามเหตุผลที่เธอทิ้งเขาไปในวันนั้น ท่ามกลางความขัดแย้งและหยดน้ำตา ความผูกพันครั้งเก่ากลับกลายเป็นกรงขังที่ยากจะดิ้นหลุด
หน้าปกนวนิยาย ไม่เล่นแล้ว ฉันคือคุณนาย
9.7
ตลอดสามปีที่หลูเฉียนหนิงอยู่เคียงข้างโจวเป่ยจิ้ง เขาคิดเพียงว่าเธอคือผู้ช่วยที่ยอมแลกตัวเพื่อเงินรักษาแม่ จนกระทั่งความอดทนสิ้นสุดลงเมื่อเธอขอหย่าและตราหน้าว่าเขาเป็นคนชั่วที่มีคนอื่นในใจ ทว่าเขากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วเธอคือภรรยาลึกลับที่จดทะเบียนกันเมื่อหกปีก่อน จากท่านประธานผู้เย่อหยิ่งจึงต้องกลายเป็นคนคลั่งรักที่ยอมทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมดเพื่อตามง้อเมีย แม้ใครจะดูถูกว่าเธอต่ำต้อย แต่ปัจจุบันเธอกลายเป็นประธานหลูผู้มั่งคั่งที่ทำเอาเขาถอนตัวไม่ขึ้น
หน้าปกนวนิยาย แสนเถื่อนยอดรัก
8.1
คเชนทร์ หนุ่มหล่อ มาดดิบเถื่อน ผู้ใช้ชีวิตจากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุดของชีวิต ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมห้าดาว แม้ชีวิตจะรวยล้น มีทุกสิ่งราวเนรมิตร ทว่าอดีตอันเลวร้ายมันตามหลอกหลอน ไม่อาจทำให้เขาหลุดพ้นไปจากความกลัวได้ ทำให้คนเก่งอย่างเขากลัวที่สุด คือการไม่คู่ควรต่อสิ่งใด แม้กระทั่งความรัก บทเรียนรักสอนให้เขาเจียมตัวเจียมใจ และตอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าเป็นเพียง ไอ้เชนทร์ เด็กกำพร้าไร้อนาคต เฝ้ารอแต่เพียงใครสักคนมาปลดล็อกความกลัวนั้น... หากคนนั้นจะเป็นเธอที่ฟ้าส่งมา เจ้าขา ทายาทเจ้าสัวหมื่นล้าน คุณหนูไฮโซที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง กับชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเธอหนีขึ้นรถชายแปลกหน้าโดยไม่ให้เขารู้ และไม่รู้ว่าเขาคือใคร เพียงแต่เธออยากหนีไปให้สุดหล้าและทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้เบื้องหลัง แต่หารู้ไม่ ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา... ทว่าเป็นคนที่พาเธอไปพบกับโลกใบใหม่ จนเธออยากจะทิ้งทุกอย่าง เพราะเขา มือหนาข้างหนึ่งยกปืน มืออีกข้างเปิดประตูรถออก แล้วจ่อปืนไปที่ร่างนั้นทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงในชุดแต่งงาน เธอร้องไห้พร้อมกับมองหน้าเขา ดวงตาบวมแดง เครื่องสำอางเปลอะเปื้อนไปหมด ไม่มีแม้แรงจะยกมือขึ้นมาห้ามปรามเพื่อไม่ให้เขาทำร้าย “คุณ! ผะ! ผะ! ผีหรือคนเนี่ย” เขาถามเสียงสั่น ทว่าสิ้นคำของเขา เธอก็เบ้ปากร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ร้องจนตัวโยนเลยทีเดียว เขาจำต้องเก็บปืนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ สัมผัสได้ถึงความแย่ และความเดือดร้อนมันกำลังมาถึงแน่ๆ “ขอโทษที่ติดรถคุณมา” หญิงสาวบอกเสียงสั่นเครือ “ลงมา!” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ พลางมองไปรอบๆ ตัว ว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือเปล่า “ผมบอกให้ลงมา!” เขาตะคอกเมื่อเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมลงจากรถ กระทั่งเขาเอื้อมมือไปกระชากเธอลงมาเสียเอง “มาจากงานแต่งงานที่ไหนเนี่ย” เขาถามเพราะคิดว่าน่าจะมาจากงานเดียวกับเขาหรือเปล่า ทว่าเธอเอาแต่ร้องไห้ ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา “นี่คุณ จะเอาแต่ร้องไห้ไม่ได้นะ คุยกันให้รู้เรื่อง” พอเขาเอ่ยเช่นนี้เธอก็หันซ้ายหันขวา เหมือนไม่กล้าพูด เขาจึงดึงเข้าบ้านเสียเลย แต่พอเปิดไฟในบ้านเห็นหน้ากันชัดๆ เท่านั้นแหละ สวยชะมัดเลย นี่นางฟ้าตกสวรรค์หรือวะเนี่ย