ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ความลับของพ่อทูนหัว (น้ำเหนือ)

ความลับของพ่อทูนหัว (น้ำเหนือ)

น้ำเหนือ ธนาลักษณ์ นักธุรกิจวัย 32 ปี ปิดตายหัวใจหลังถูกคนรักทิ้งไปแต่งงานกับมหาเศรษฐี ความเจ็บปวดทำให้เขาเชื่อว่าเงินสำคัญกว่าความรักและเลือกใช้ความสัมพันธ์ชั่วคราวแทนการผูกมัด ในขณะที่ทานตะวัน หญิงสาววัย 20 ปีผู้ซื่อสัตย์ในรัก กลับต้องเผชิญวิกฤตชีวิตเมื่อพ่อติดการพนันอย่างหนัก แม่ของเธอจึงต้องพาเธอไปฝากฝังไว้กับคุณนายจันทร์ฉายเพื่อช่วยให้รอดพ้นจากการถูกขายให้เจ้าหนี้ผู้ทรงอิทธิพลในโลกมืดที่จ้องจะเอาตัวเธอไปชดใช้หนี้แค้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

ซึ่งถ้าหากหญิงสาวย้ายไปอยู่กับทวดเล็ก ก็หมายความว่าเธอนั้น ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับน้ำเหนือ ผู้ชายที่มารดาคาดหวังว่าเขาจะสามารถคุ้มครองทานตะวันได้

“หนูไปอยู่กับทวดเล็กนะลูก” คราวนี้ดาวเรืองได้ฉายแววตาอ้อนวอนออกมา เมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่อยากย้ายออกจากบ้านหลังนี้ ทั้งที่มันไม่ต่างจากรังหนู แค่ใช้ซุกหัวนอนไปวัน ๆ หนึ่งเท่านั้น

“ตะวันไม่มีทางทิ้งแม่ไปไหน ตะวันจะอยู่กับแม่ค่ะ แม่อย่าไล่ตะวันเลยนะคะ” น้ำเสียงสั่นเครือยังคงแฝงไปด้วยร่องรอยของความหนักแน่นอยู่ในที เพราะหญิงสาวไม่อาจหนีความอัปยศนี้ไปได้เพียงลำพัง

“ฟังแม่นะทานตะวัน! ลูกรักของแม่... ต่อให้พ่อของลูกตบตีแม่จนตาย หนูก็อย่าคิดย่างกรายหวนกลับมาที่นี่เด็ดขาด!” ถ้อยคำจากมารดาเป็นดั่งใบมีดกรีดลงกลางใจ เพราะถึงยังไงทานตะวันก็ไม่มีทางให้ใครมาทำร้าย หรือพรากมารดาของเธอไปได้อย่างแน่นอน แต่มีหรือดาวเรืองจะยอมเห็นลูกสาวถูกขายให้กับผู้ชายในบ่อน เธอยอมตายดีกว่าเห็นทานตะวันต้องตกอยู่ในนรกบนดิน

“ไม่นะแม่... ฮึก! ฮื้อ... ตะวันไม่ไปไหนทั้งนั้น ตะวันจะอยู่กับแม่”หญิงสาวพยายามปฏิเสธ แววตาของเธออ้อนวอนเกมขอร้องสุดกำลัง ประหนึ่งว่าชีวิตนี้ จะไม่ขออยู่ถ้าหากไม่มีมารดาอยู่ข้างกาย

“พ่อจะขายหนูให้กับผู้ชายในบ่อน พวกเขาป่าเถื่อนยิ่งกว่าสัตว์ในแดนนรก ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับหนู แม่รับไม่ได้จริง ๆ เลยต้องขอพึ่งใบบุญทวดเล็ก เชื่อแม่นะลูกไปอยู่ที่โน่นหนูจะมีชีวิตที่ดี แม่สัญญาว่าจะรีบตามหนูไป” ดาวเรืองเองก็ร้องไห้ไม่ต่างจากทานตะวัน แต่เพื่อลูกแล้วผู้เป็นมารดาย่อมหาทางปกป้อง แม้ต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน

“นี่คือเงินที่ตะวันเคยฝากแม่เอาไว้ แม่เพิ่งไปถอนมา โชคดีที่พ่อเขาไม่ค้นตัวแม่ ไม่เช่นนั้นคงแย่แน่” หญิงสาวถึงกับนิ่งงัน เธอมองธนบัตรเหล่านั้นด้วยแววตาเจ็บปวดเจียนตาม ไม่คิดไม่ฝันว่าบิดาจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้ลงคอ

“ตะวันพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง ถ้าหากต้องจากบ้านไปจริง ๆ แม่ก็เก็บเงินนี้ไว้เถอะค่ะ”

“หนูจะมีสักเท่าไหร่กันเชียว เอาติดตัวไปด้วยนะ เผื่อต้องใช้”

“แม่ค่ะ... ถ้าหากตะวันไปอยู่ที่โน่น ตะวันจะร้อยมาลัยขาย พร้อมทั้งรับวาดภาพไปด้วย ตลาดก็อยู่ไม่ไกล ยังไงก็มีช่องทางทำมาหากิน แต่แม่สิ... ต้องเจอกับอะไรบ้าง เราหนีไปด้วยกันไม่ได้เหรอคะ”

หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ถ้าเธอไม่อยู่แล้วใครจะห้ามบิดาไม่ให้ลงมือทำร้ายผู้เป็นมารดา นับวันมารุตยิ่งมีอารมณ์รุนแรงลงไม้ลงมือกับดาวเรืองเป็นประจำ

“เด็กโง่ไม่ร้องนะ แม่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากี่ฤดูกาลแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ ยังไงแม่ก็ไหวอยู่แล้ว” คราวนี้ดาวเรืองได้โน้มตัวลูกสาวเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอีกครั้ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอก็ตามที ขอเพียงแค่ทานตะวันอยู่รอดปลอดภัยก็เป็นพอ

เมื่อทานตะวันทนผู้เป็นมารดารบเร้าไม่ไหว หญิงสาวจึงจำใจต้องจากบุพการีไปแสนไกล ไม่ว่ายังไงเธอก็จะนับวันรอ ที่จะได้พบหน้ากับมารดาอีกครั้ง

“รถไฟกำลังแล่นมาโน่นแล้ว ไม่ต้องติดต่อมาหาแม่นะตะวัน เดี๋ยวแม่จะเป็นคนติดต่อกลับไปหาหนูเอง”

“ตะวันเป็นห่วงแม่ค่ะ ตะวันกลัวว่าพ่อจะทำร้ายแม่” ทั้งสองยืนจับมือจ้องตากัน สายใยความผูกพันทางสายเลือด ส่งผลให้ทานตะวันอาลัยอาวรณ์ไม่อยากจากจรไปแรมรอนต่างถิ่น

“ไม่ต้องห่วงหรอกตะวัน แม่เอาตัวรอดได้สบาย ยังไงพ่อก็ต้องการเงินไปเข้าบ่อน ถ้าเขาทำให้เครื่องผลิตเงินเครื่องนี้พัง แล้วเขาจะมีปัญญาหาจากไหนได้อีก” ดาวเรืองยังคงเปรียบตัวเองเป็นดั่งขุมทรัพย์ ที่มารุตขุดไปใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย เขาคงลืมสิ้นว่าสักวัน ขุมทรัพย์ขุมนี้ก็ต้องหมดลง เฉกเช่นความอดทนของดาวเรื่องที่มีต่อสามีของเธอ

เสียงหวูดรถไฟดังขึ้น ประหนึ่งเสียงสัญญาณคลื่นความถี่ของหัวใจ ที่กำลังจะแตกสลายลงไปในพริบตา เมื่อมารดาค่อย ๆ คลายมือออกอย่างช้า ๆ สำหรับทานตะวันแล้ว มันไม่ง่ายเลยที่จะทำใจยอมรับความจริงนี้ได้

“แม่จ๋า... ตะวันไม่อยากไปเลย”

“จำสิ่งที่แม่พูดได้ไหม ขึ้นชื่อว่าเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน แยกแยะผิดชอบชั่วดีไม่ได้มันน่ากลัวกว่าที่คิด ถ้าหากหนีพ้นได้ก็จะดีกับชีวิตของเรา แม่ไม่อยากเห็นลูกตกอยู่ในอันตราย เดนนรกไม่ใช่ที่ที่ตะวันควรได้รับ ไปอยู่กับทวดเล็กนะลูก ชีวิตของหนูจะได้พ้นภัย แม่สัญญาว่าจะรีบตามลูกไปอย่างแน่นอน”

“แม่สัญญาแล้วนะคะ ห้ามลืมเด็ดขาด ตะวันจะรอแม่ที่เรือนจันทร์ฉาย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นานแค่ไหนตะวันก็จะรอแม่อยู่ที่นั่น” หยาดน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับทำนบแตก แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่กำลังถาโถมเข้ามาในหัวใจของทานตะวัน (จันทร์ฉายชื่อจริงของทวดเล็ก)

“แม่สัญญากับตะวันแล้ว ยังไงแม่ก็ไม่คืนคำ ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูกรัก อยู่บ้านท่านก็อย่านิ่งดูดาย เพราะถึงยังไงเราก็แค่ผู้อาศัย”

“ตะวันเข้าใจดีค่ะแม่ ยังไงตะวันก็ต้องทำงานแลกกับที่พักและอาหาร คนอื่นเขาถึงจะว่าเราไม่ได้” คนอื่นที่ตะวันพูดถึงคงหนีไม่พ้นน้ำเหนือ เพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นไม้เบื่อไม้เมาไม่มีใครยอมใครอยู่แล้ว

“ไปขึ้นรถได้แล้วจ้า เดี๋ยวตกขบวนนะ”

“ตะวันลานะคะแม่ ขอกอดอีกได้ไหมคะ” หญิงสาวพูดพลางโน้มตัวเข้าหาอกอุ่น ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรัก มันช่างประจักษ์ถึงรักแท้ยากจะหาที่ไหนเหมือน

ในความเข้มแข็งยังมีความอ่อนแออยู่ในที ดาวเรืองรู้ดีว่าเธอกำลังจะเผชิญกับอะไร พญามัจจุราชหรือจะสู้มารุตได้ เขาเป็นยิ่งกว่าปิศาจร้าย ที่คอยครอบงำชีวิตของเธอ

เมื่อทานตะวันขึ้นไปบนรถไฟ แววตาอันเศร้าสร้อยเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เธอไม่อายใครทั้งนั้น แม้จะมีผู้คนมากหน้าหลายตา เพราะต้องจากมารดาไปอยู่ไกลแสนไกล

ชีวิตครอบครัวของเธอไม่เคยราบรื่นอดมื้อกินมื้อมาทุกช่วงวัย แต่มารดากลับพยายามดิ้นรนเพื่อให้เธอกินอิ่มหลับสบาย แม้ตัวเองเหนื่อยทำงานสายตัวแทบขาด แต่ผู้เป็นสามีกลับเพิกเฉย ซ้ำยังก่อหนี้สินมากมายให้ภรรยาตามชดใช้ ราวกับเคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมาแต่ชาติปางก่อน

เมื่อรถไฟแล่นออกมาจากชานชาลา ใบหน้างามยังคงเปื้อนคราบน้ำตา เธอพยายามมองออกไปนอกหน้าต่าง เพื่อบรรเทาความคิดถึงมารดา แต่แล้วเธอกลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคน

หญิงสาวรีบซับน้ำตาออกจากใบหน้าขาวผ่อง ก่อนจะก้มลงไปหยิบแว่นตาดำขึ้นมาสวม เพื่ออำพรางแววตาที่มันกำลังแฝงไปด้วยความรู้สึกอ้างว้างในดวงใจ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย SET รวมเรื่องสั้นเริงรักในห้วงฝัน
8.3
เซตรวมเรื่องสั้นที่นำพาคุณเข้าสู่ห้วงอารมณ์รักหลากสไตล์ เริ่มต้นด้วยความสัมพันธ์สุดเย้ายวนระหว่าง อรุณี วาดดาว นางแบบชื่อดังกับนักธุรกิจหนุ่ม เอรอน เวคัส ต่อด้วยเกมแค้นแสนเสน่หาของ ดุจพลอย ที่มุ่งทำลายหัวใจญาติสาวด้วยการแย่งชิงวิชญ์ คู่หมั้นที่ยอมสยบแทบเท้าเธอเพียงคนเดียว ปิดท้ายด้วยความชุลมุนของ สุรางค์รัตน์ ที่กลายเป็นภรรยาข้ามคืนของ เฮียนนท์ ชายหนุ่มปากร้ายขี้หึง ทั้งคู่ต้องปะทะคารมพร้อมความรู้สึกที่เริ่มถลำลึกจนยากจะถอนตัวในนิยายชุดที่เต็มไปด้วยความฟินระดับจักรวาล
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。
หน้าปกนวนิยาย เลิฟแห่งตระกูลใหญ่
8.1
ชะตากรรมโหดร้ายเริ่มต้นเมื่อหญิงสาวถูกขายให้มหาเศรษฐีจอมหยิ่งถึงเจ็ดราตรี หลังถูกทอดทิ้งเธอพบว่าตนอุ้มท้องจึงตัดสินใจหนีไปสร้างชีวิตใหม่ สี่ปีผ่านไปเธอคือแม่ผู้อุทิศตนเลี้ยงดูเด็กชายสุดเฉลียวฉลาดเพียงลำพัง ทว่าโลกที่เงียบสงบกลับพังทลายเมื่อกลุ่มบุรุษผู้มั่งคั่งสืบพบตัวเธอและต่างพากันอ้างสิทธิ์ความเป็นพ่อ วิกฤตถึงขีดสุดเมื่อมหาเศรษฐีผู้เป็นบิดาตัวจริงปรากฏตัวเพื่อทวงทายาทของเขาคืน สงครามแย่งชิงสิทธิ์ดูแลเด็กจึงเปิดฉากขึ้น นำมาซึ่งความขัดแย้งและบททดสอบทางอารมณ์อันหนักหน่วงที่เธอต้องเผชิญ
หน้าปกนวนิยาย ท่านระธาน ขอช้าหน่อย
8.2
ชีวิตที่เคยสูงส่งของคุณหนูไป๋เสว่เอ๋อร์พังทลายลง เมื่อบริษัทตระกูลไป๋ล้มละลายซ้ำยังถูกคนรักทอดทิ้ง เธอจำใจไปขอร้องอดีตแฟนหนุ่มแต่กลับถูกเยาะเย้ย ทว่าเผยลี่เชิน พี่ชายของชายที่หักหลังเธอ กลับยื่นมือเข้าช่วยประคองบริษัทไม่ให้ล่มสลาย โดยแลกกับการที่เธอต้องยอมใช้ตัวเองเป็นข้อแลกเปลี่ยนตามเงื่อนไขของเขา สิ่งที่เริ่มต้นจากพันธสัญญาทางธุรกิจและผลประโยชน์ กลับค่อยๆ หลอมละลายกำแพงในใจของทั้งสองคน ความรู้สึกผูกพันเริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ ท่ามกลางความสัมพันธ์อันแสนซับซ้อนที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย กาลครั้งหนึ่งฉันก็เคยมีสุข
8.2
ความสัมพันธ์แปรเปลี่ยนเป็นความซับซ้อนเมื่อครูสาวธรรมดาก้าวล่วงเส้นแบ่งขอบเขตกับเหยนเฉิน ชายหนุ่มที่เธอแอบรัก ค่ำคืนอันลึกซึ้งทิ้งความสับสนว่าเขาจะมอบสถานะคนรักให้กับเธอหรือไม่ ในงานเลี้ยงที่เธอเฉิดฉายท่ามกลางหญิงสาวมากมายที่รายล้อมเขา เธอตัดสินใจแสดงความมุ่งมั่นว่าพร้อมจะเป็นผู้หญิงของเขาด้วยใจจริงโดยไม่หวังเงินทอง ทว่าความกล้าหาญนั้นกลับถูกตีกลับด้วยถ้อยคำอันแสนเย็นชา เมื่อเขาตั้งคำถามอย่างทิ่มแทงใจว่าคนอย่างเธอนั้นมีความเหมาะสมเพียงพอที่จะยืนเคียงข้างเขาในฐานะแฟนแล้วจริงๆ หรือ
หน้าปกนวนิยาย แฝดจอมจุ้น วุ่นรักป๊าม๊า
8.5
ความจำเป็นทำให้เธอต้องสละความบริสุทธิ์แลกเงินห้าล้านเพื่อรักษาแม่ แต่สุดท้ายมารดาก็จากไป ทิ้งไว้เพียงเด็กแฝดในท้องที่เกิดจากชายซึ่งเธออยากลบเลือน ห้าปีผ่านไป เธอหวนคืนถิ่นเก่าเพื่อรำลึกถึงผู้เป็นแม่ ทว่าความลับกลับแตกสลายเมื่อสองแฝดตัวแสบสืบรู้ว่าบิดายังมีชีวิตอยู่ ปฏิบัติการกามเทพตัวจิ๋วเพื่อเชื่อมรอยร้าวของครอบครัวจึงเปิดฉากขึ้น เธอต้องเผชิญสถานการณ์สุดอลวน เมื่อต้องรับมือกับแผนจับคู่ของลูกรักและชายหนุ่มผู้เคยก่อบาดแผลในใจซึ่งเดินหน้าตามง้ออย่างไม่ลดละ